ออกจากงานมาทำธุรกิจจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก แต่มันต้องเริ่ม.....

คือเป็นเจ้าหน้าที่เซฟตี้มายี่สิบกว่าปีไต่เต้าจาก Safety Officer จนมาเป็น Safety Manager, Southeast Asia, ต้องดูแลเจ้าหน้าที่เซฟตี้ในแต่ล่ะชาติถึง 7 ประเทศ เดินทางไป audit ไปอบรม ไปตรวจไซด์งาน แต่ละประเทศทั้ง สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง อินโด เวียดนาม มาเลย์ และไทย ก็สนุกดีได้ประสพการณ์ใหม่ ๆ ได้เดินทาง แต่อย่างว่าแหละชีวิตลูกจ้างเมื่ออ๊อฟฟิสต้องย้ายจากไทยไปสิงคโปร์ บทบาทที่ทำมา 5 ปี ต้องจบลงพร้อมด้วย golden hand check จากกันด้วยดีด้วยเงินก้อนโตพอสมควรในการบอกเลิกจ้าง ทีนี้อายุเราก็ 52 ปีนี้จะไปทำอะไรกิน ก็เอาว่ะมาลองเปิดร้านขายของเอาเงินเก็บที่สะสมมาทั้งชีวิตไปซื้ออาคารพาณิชย์มาคูหานึงติดถนนใหญ่แถวสัตหีบ ซื้อมาปีกว่าแล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไรกับมัน ก็เหมือนกับคนทั่วไปที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิตไม่เคยทำธุรกิจ คำถามยอดฮิตก็เกิดขึ้น จะขายอะไร ทำธุรกิจอะไรดี เริ่มจากคิดจะขายประกันภัยรถยนต์ตามเพื่อนลงทุนไปสอบใบอนุญาติซึ่งข้อสอบยากมาก ๆ แต่เราสอบครั้งเดียวผ่านเลย จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำจนบัตรหมดอายุเหตุผลก็คือใคร ๆ เขาก็ขายกันรวมทั้งเซเว่นและซื้อออนไลน์ หลังจากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาว่าจะขายอาหารดีทั้งที่ทอดไข่เป็นอย่างเดียวหรือจะขายของดีก็เรื่มจากที่ตนถนัดคืออุปกรณ์เซฟตี้ แต่ก็ขายกันเกลื่อนแทบจะชนกันตายและไม่รู้จะเริ่มยังไงก็เริ่มคิดจะซื้อเฟรนด์ไชน์แต่สอบถามคนที่ทำอยู่จึงรู้ว่าเจ้าของเฟรนด์ไชน์ก็แค่ต้องการขายสินค้าในสต๊อคให้เราดีบ้างหมดอายุบ้าง ก็เลยเลิกคิด หลายคนแนะนำให้ขายอุปกรณ์ฮาร์ดแว ก็เหมือนเดิมติดต่อเฟรนด์ไชน์แต่ครั้งนี้เจ้าของเฟรนด์ไชน์เองยังเตือนว่าอย่าทำเลยเธอบอกว่าเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงเงินเดือนเยอะ ๆ ต้องมาขายของที่สามเดือนแรกอาจไม่มีคนเข้าร้านเลยและหลายคนทนไม่ได้ต้องเลิกไปพร้อมของที่ขายไม่ได้จากเงินลงทุน 5-6 แสนบาท แต่เธอยังแนะนำต่ออีกว่าถ้าพ้น 4-5 เดือนไปแล้วเกิดมีลูกค้ารายได้สูงสุดไม่เกินสามหมื่นบาทจะรับไหวมั้ย เธอบอกว่าเตือนด้วยความหวังดีเพราะเธอเองก็อยากได้เงินกับเราในการขายเฟรนด์ไชน์ก็อีกนั่นแหละจริง ๆ ก็คือระบายสินค้า ผมก็เลยเปลี่ยนใจ เริ่มลังเล เอ หรือจะกลับไปทำงานประจำอีก แต่ใครหล่ะจะจ้างอายุขนาดนี้เงินเดือนสูงขนาดนี้ และความน่าเบื่อของการเป็นมนุษย์เงินเดือน แล้วก็ไม่มีคนจ้างจริง ๆ ก็เลยคิดเดินหน้าทำธุรกิจกับไอ้อาคารพาณิชย์ที่ตอนนี้เป็นแค่บ้านพักตากอากาศสำหรับตัวเองและครอบครัวมาเที่ยวทะเลแถวนั้น ความคิดกลับมาวนเวียนอยู่ที่เดิมคือขายอาหารแล้วอาหารอะไรดี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ข้าวมันไก่ อาหารอีสาน ไปเรียนเอาตามที่เขาเปิดสอนทำอาหารที่แพงมากเป็นหลักหมื่นแถมกลับมาทำไม่เหมือนต้นตำรับ จะซื้อสูตรและสอนทำให้ด้วยแต่คุณพระคุณเจ้าราคาสูตรเกือบแสน เฟรนด์ไชน์ก็ไม่ต่างกัน วนไปวนมาอย่างนี้ตึกที่ซื้อไว้เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกถ้าจะทำร้านอาหารก็ต้องซื้อโต๊ะเก้าอี้อุปกรณ์ทำอาหาร ถ้าจะทำอ๊อฟฟิสขายประกัน พรบ.ก็ไม่ยากแค่มีโต๊ะทำงานและที่นั่งลูกค้า แต่ถ้าจะขายสินค้าต้องมีชั้นวางของราคาก็เหยียบ ๆ แสน ขณะที่ยังคิดไม่ตกอยู่นั้นวันนึงขณะขับรถกลับจากอาคารพาณิชย์ดังกล่าวที่สัตหีบจะกลับบ้านที่กรุงเทพฯ โดยคิดว่าสรุปจะทำเป็นร้านอาหารโดยไปหาเรียนทำอาหารซึ่งก็ยังไม่รู้อีกว่าจะขายอาหารอะไร ขณะขับรถอยู่นั้นแวบนึงก็นึกถึงเพื่อนร่วมงานเก่าคนนึงที่เคยเป็นผู้บริหารและออกไปทำธุรกิจแนะนำให้นำเข้าเชือกช่วยชีวิตจากอาคารสูงมาขายเพราะยังไม่มีใครทำ เออ เราก็ไปมาหลายประเทศหลายโรงแรมไม่เคยเห็นตัวนี้มีที่เดียวคือที่ไต้หวัน แล้วช่วงนั้นข่าวไฟไหม้ตึกสูงที่ลอนดอนกำลังดังมีคนโดดหนีไฟลงมาตายมากมาย ก็เลยเอาว่ะทำตัวนี้แหละ ทีนี้จะนำเข้ายังไงไอ้เราก็ไม่มีความรู้ ก็เลยเข้าไปใน Alibaba และตามด้วย pre-order ต่าง ๆ เริ่มนำเข้าตัวนี้มาตัวแรก แล้วก็มันส์เลยช๊อบแหลก เอามาลงขายออนไลน์ทำแบบขำ ๆ ก่อนจนมาเริ่มเอาจริง ซื้อชั้นวางของมือสองแต่สภาพใหม่มากเพราะห้างใหญ่แถวลาดพร้าวเจ๊ง ร้านของเก่าแถวบ้านเหมามาขาย ถึงจะเป็นของมือสองแต่ก็หมดไปเกือบห้าหมื่น ร้านพร้อม คนพร้อม และนี่คือที่มาของร้าน raksafety.com

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่