[CR] รีวิว Sena Vs Biotherm มันก็จะ ‘แพลงก์ตอน’ เยอะๆ หน่อย

สวัสดีค่ะ

วันนี้จะมาเม้าท์มอยสกินแคร์ที่ทดลองใช้มาระยะหนึ่งแล้วให้ทุกคนได้อ่านกัน คือตัวเองนี่ยอมรับว่าเป็นคนที่บ้าอะไร อินอะไรก็จะบ้าซื้อแต่อย่างนั้น อย่างล่าสุดนี่อินเรื่องของ ‘แพลงก์ตอน’ มากกกกกกกกกก สกินแคร์ตัวไหนที่เขาบอกว่ามีแพลงก์ตอนเป็นส่วนผสมก็ไปหาซื้อมาลอง

เริ่มจากตัวแรกอย่างน้ำตบ Biotherm ที่มีแพลงก์ตอนเป็นส่วนผสม สำหรับเราก็ดีระดับหนึ่ง ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น แต่จะใช้แค่ตอนกลางคืน เพราะสำหรับคนผิวมันแบบเรา เราว่าเหนอะหนะไปหน่อยถ้าจะใช้ตอนกลางวัน ก็ใช้ตัวนี้เรื่อยมา

จนล่าสุดกลับมาจากเที่ยวหน้าเยินมาก เลยได้ถอยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอนมาอีก 2 ตัว ได้แก่ Biotherm Life Plankton Sensitive Emulsion และ Sena Marine Plankton Aging Serum Concentrate เรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ของแต่ละแบรนด์ที่ปล่อยออกมาเวลาไล่ๆ กันเลยทีเดียว


มาเริ่มกันที่ตัวแรกอย่าง Sena Marine Plankton Aging Serum Concentrate


เซรั่มแพลงก์ตอนเข้มข้นที่เคลมว่าช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ เป็นเซรั่มที่สามารถฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นจากทุกปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผิวอักเสบ สิว ริ้วรอย จุดด่างดำต่างๆ ให้ดีขึ้นนั่นเอง ส่วนประกอบหลักๆ จะมีสารสกัดจากแพลงก์ตอนเข้มข้น 10 % นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่สำคัญอย่างโสมขาว  สารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก หลักๆ เลยตัวนี้จะเน้นเรื่องของการฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงขึ้น  โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาพวกสิว ฝ้า รูขุมขนกว้าง หรือสัญญาณแห่งวัยต่างๆ  อย่างพวกริ้วรอย ตัวนี้ก็ช่วยได้


เนื้อเซรั่มจะเป็นแบบเนื้อเหมือนกำมะหยี่ นุ่มๆ ลื่นๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทาแล้วซึมเข้าสู่ผิวได้ไว ไม่มัน ไม่เหนอะหนะ เราใช้เป็นทั้ง Day Cream และ Night Cream ช่วงที่มีสิวบุกเยอะๆ นอนน้อย ตัวนี้สามารถกอบกู้ผิวที่พังๆ ให้กลับมาฟื้นคืนได้ดีเลยแหละ ผิวจะดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเรื่องริ้วรอยโดยส่วนตัวอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจนอะไรมาก เพราะริ้วรอยยังไม่มาเยือนเลย ประทับใจมากจนสอยขวดที่ 2 มาตุนไว้เรียบร้อย

เราซื้อมาจากเว็บที่ขายออนไลน์ ราคาปกติ 1,890 บ. แต่เราได้มาในราคา 1,150 บ. ปริมาณสุทธิ 50 Ml เฉลี่ยราคาจะอยู่ที่ 23 บ. / Ml

ตัวต่อมาคือ Biotherm Life Plankton Sensitive Emulsion


อันนี้ซื้อมาแบบคาดหวังสุดพลังว่าจะดีสุดๆ โนสนโนแคร์ว่าบล็อกเกอร์ต่างๆ จะอวยแค่ไหน ชอบตรงเป็นเนื้อ Emulsion ที่คิดว่าคงไม่หนักหน้า และอีกเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจซื้อคือคำว่า Sensitive ที่มั่นใจว่าน่าจะดีต่อผิวบอบบางแพ้ง่ายแบบเราแน่นอน


ส่วนผสมหลักที่ใส่มาคือแพลงก์ตอนนั่นเอง ใส่มาที่ความเข้มข้น 5% รวมทั้งวิตามิน B3 และ Squalane ซึ่งเอาจริงๆ เราก็ไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องส่วนผสมอะไรมากหรอก รู้แค่งูๆ ปลาๆ ว่าตัวไหนช่วยเรื่องอะไรบ้าง สารบางตัวเราแพ้ เลยต้องใส่ใจในเรื่องการอ่านส่วนผสม ตัวนี้เป็นเนื้อ Emulsion ที่เนื้อขาวข้นเล็กน้อย ทาง่าย ซึมได้ไว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ดี เรามักจะใช้ก่อนทาซีรั่มตัวข้างบน ก็พบว่าช่วยเสริมการทำงานได้ดี แต่ที่ไม่ชอบมากที่สุดคือกลิ่น กลิ่นแรงมาก ได้กลิ่นละจะมึนๆ หัวหน่อย แล้วเวลาทาลงไปบนหน้าจะมีอาการร้อนผ่าวๆ ต้องรอสักพักอาการนี้ถึงจะหายไป เริ่มงงว่าสรุปว่าเราแพ้หรืออะไร? แต่ถ้าแพ้ก็ต้องมีผื่นมาสิ จนไปเจอคอมเม้นต์บอกว่าถ้ามีอาการร้อนที่ผิวหน้าแสดงว่าผิวเราบริเวณนั้นโดนแดดเผา วานกูรูมาใครข้อสงสัยให้ทีนะคะว่าจริงไหม?

ตัวนี้เราซื้อมาจากห้าง ราคาเต็ม 1,900 บ. แต่มีโปรโมชั่นลด 10% เลยเหลือ 1,710 บ. ปริมาณสุทธิ 75 Ml เฉลี่ยราคาจะอยู่ที่ 22.8 บ. / Ml

ผลลัพธ์การใช้
หลังจากที่ใช้มาหลายเดือน จนตอนนี้เซรั่มของ Sena หมดไปแล้ว 1 ขวด ส่วนเจ้า Biotherm พร่องไปบ้าง ดูจากปริมาณที่ใช้ไป แอบชอบเจ้าตัว Sena มากกว่า เพราะช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีมาก ทั้งเรื่องจุดด่างดำจากสิว รูขุมขนที่กว้างสำหรับเราได้ดีมากกกก ทาก่อนนอนตื่นมาจะหน้านิ่มๆ ไบร์ทๆ ส่วนตัว Biotherm เราจะใช้วันไหนที่รู้สึกว่าผิวโดนแดดมาเยอะ เหมือนตัวนี้ช่วยปลอบประโลมผิวที่เจอแดดหรือมลภาวะมา แต่อย่างที่บอกจะมีอาการร้อนผ่าวๆ ในตอนแรก ก่อนจะค่อยๆ หายไป ทั้งนี้การเลือกใช้สกินแคร์ต่างๆ ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลนะคะ
ชื่อสินค้า:   Sena, Biotherm
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่