มีเรื่องอยากบอกเฉยๆ ณ วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2560 ที่บริษัทแห่งนึง ซึ่งผลิตเกี่ยวกับอาหาร (ของหวานที่บ้านผมเรียกว่า ไอติม) ย่านอุตสาหกรรมนวนคร เรื่องมีอยู่ว่า.. ผมและเพื่อนร่วมงานอีกสองคน รวมเป็นสามคนนั่งอยู่ที่แถวโรงรถของบริษัท แล้วมีคนอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งคน อยู่คนละแผนกซึ่งทำงานอยู่บริเวณนั้น เป็นเวลาช่วงบ่ายๆ ซึ่งวันนั้นในไลน์ผลิตไม่มีผลิต เหมือนเป็นวันฟรีเดย์หนึ่งวัน ซึ่งเพื่อนผมคนนึงก็ได้มีการนั่งกินส้มตำกับไอศกรีมอยู่ อยู่ดีๆคนที่นั่งอยู่กับผมก็มีสายโทรศัพท์เข้าจากหัวหน้า ถามเราว่าเราสามคนกินเบียร์กันหรอ ซึ่งมันผิดกฎของบริษัทค่อนข้างรุนแรง แต่คือผมสามคนไม่ได้กินและไม่มีหลักฐานใดๆทั้งสิน แต่ดันมีคนโทรไปรายงานกับฝ่ายบุคคล ซึ่งฝ่ายบุคคลรวมถึงออฟฟิศทั้งหมดจะหยุดเสาร์อาทิตย์แต่ฝ่ายผลิตจะหยุดแค่วันอาทิตย์ แน่นอนมีคนโทรไปฟ้อง และมีคนที่ต้องสงสัยคือคนที่ทำงานอยู่บริเวณนั้น แล้วสักแปป รปภ. ก็เดินมาถามว่าเราสามคนกินเบียร์กันหรอ ซึ่งฝ่ายบุคคล ชื่อยัย ษ..? โทรมาบอกว่าให้มาตรวจสอบ ผมก็ยืนยันว่าไม่ได้กิน แล้วทางฝ่ายบุคคลบอกว่าให้ รปภ. เขียนรายงานส่งด้วย แต่วันนั้นทาง รปภ. ไม่ได้เขียนไป เพราะมันไม่มีอะไรที่ผิดปกติ
แต่จนเรื่องมาถึงวันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม 2560 ผมได้ขึ้นไปถามกับฝ่ายบุคคลว่าใครเป็นคนรายงานเท็จว่าพวกผม ใส่ร้ายกันแบบไม่มีหลักฐาน และถ้าเป็นจริงพวกผมโดนใบเตือนหรือไล่ออกได้ทันทีเลย แต่แน่นอนเขาไม่บอก ว่าใครเป็นคนรายงาน ซึ่งเขาปกป้องแบบสุดๆ ณ ตอนที่คุยกันตอนนั้น บอกว่าไม่มีอะไรๆ ไม่มีใครแจ้งอะไร และก็ย้อนบอกมาว่า ผิดตั้งแต่กินส้มตำแล้ว ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะผิด GMP แต่ไปดูแม่บ้านซึ่งฝ่ายบุคคลเป็นคนดูแลโดยโคตรตรง นั่งกินข้างนอกหลังโรงอาหารทุกวันแล้วยังมาพูด จริงๆมีหลายจุดเลยแหละที่กินนอกโรงอาหาร แต่ผมก็ยังสงสัยไม่มีใครแจ้งได้ไง แล้วเขาก็บอกว่าจะไปเล่น รปภ ว่าทำไมไม่เขียนรายงานส่งตามที่เขาสั่ง และคำถามสุดท้ายของผมคือ จะมีบทลงโทษหรือดำเนินการกับคนที่แจ้งรายงานเท็จหรือใส่ร้ายคนร่วมงานหรือป่าว ฝ่ายบุคคลมันตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ทีอะไร ยังไม่ต้องร้อนตัว ซึ่งคิดในใจกูร้อนตัวหรอว่ะเนี่ย หรือว่าใช่ 555
จนวันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2560 ทาง รปภ บอกผมว่า ทางฝ่ายบุคคลมาบังคับให้เขียนรายงานเรื่องวันนั้นส่งด้วย สรุปคือ บังคับให้ รปภ เขียนรายงานว่าผมสามคนทำอะไรตรงไหน แต่คนที่แจ้งรายงานเท็จ กับไม่ถูกตรวจสอบอะไรเลยว่า ทำไมถึงพูดและแจ้งกับฝ่ายบุคคลไปแบบนั้น ทั้งที่มันไม่ใช่ความจริงและไม่มีหลักฐานอะไรเลย
และเมื่อเช้าของวันที่ 26 นี่แหละ ต้องมีการมิตติ้งก่อนเริ่มงาน เรื่องจากข้างบนลงมาทันที เจาะจงพวกผมสามคนชัดเจน ว่าห้ามไปตรงนั้นตรงนี้ ห้ามกินตรงนั้นตรงนี้ (ย้อนกลับไปวรรคที่สองได้เลย) แล้วทุกคนก็รู้เรื่องวันนั้นไง เหมือนพวกผมสามคนทำให้คนอื่นโดนกดดันหรือระวังตัวไปอีก เพราะเหมือนเรื่องมาจากพวกผม
ตกลงคืออยู่ดีๆผมสามคนก็โดยเขียนชื่อลงในรายงาน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ารายงานเขียนไปยังไง เพราะเขาไม่ให้ผมดูแน่นอนและไม่รู้ว่าในอนาคตเรื่องเงินขึ้น เรื่องคะแนน มันจะมีผลแค่ไหน ซึ่งที่นี่ก็ให้โบนัสไม่เหมือนที่อื่นอยู่แล้ว ตัดคะแนนให้โบนัส ลบคนนี้ไปบวกให้อีกคน ประมาณนี้ ซึ่งสำหรับผม ผมว่ามันก็เรื่องใหญ่อยู่นะ กับการโดนเขียนรายงานของบริษัทซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีๆแน่นอน เหมือนกับเช่น QA กับ PD ยิ่ง QA จับผิดได้มาก ก็ได้ผลงานมาก PD ก็มีแต่เท่าทุนกับโดนอย่างเดียว คงจะเหมือนๆ ยิ่งเขามีเรื่องรายงานคงได้ผลงานหรือได้หน้ากันไป
ซึ่งเรื่องก็มีประมาณนี้ คือ อยู่เฉยก็โดนเขียนรายงาน แต่คนที่โกหกแจ้งข้อมูลแบบตั้งใจใส่ร้าย กลับไม่โดนอะไรเลย ซึ่งก็รู้ว่าใคร แล้วนี่ก็ไม่ใช่การฟ้องครั้งแรกของมัน ซึ่งทุกวันนี้และตั้งนานมาแล้ว ไม่มีใครสนใจมันเลย ทำงานก็โดนย้ายมาจากอีกจุด ไม่มีใครเอา ซึ่งที่มันเคยฟ้องไปหลายๆ ตัวมันเองยังทำเลย แต่ไม่มีใครฟ้องหรือยุ่งกับมันเลย ก็แปลกดีเนอะ ไม่รู้จะอยากได้หน้าไปถึงไหน
ส่วนตัวฝ่ายบุคคลที่รับเรื่องรายงานเท็จ ก็ไม่มีวิจารณญานอะไรเลย มีการศึกษา มีตำแหน่ง มีอำนาจในการสั่ง แต่กับไม่มีจิตสำนึกในการตรวจความจริงอะไรเลย ฟังความข้างเดียว ซึ่งข้างนั้น

โกหกอีกต่างหากก็อย่าง คนอย่างพวกผมจะมีสิทธิ์พูดอะไรได้ ก็เขาเลือกจะเข้าอีกฝั่ง หัวหน้าผมก็บอกปล่อยไปๆ ฮึ ก็เขาจะทำจะเขียนจะสั่งให้เขียนสั่งให้ผิด สังคมโรงงาน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เอาหน้าทำผลงานเป็นหลัก
แต่ก็เถอะ สำหรับผมคงต้องปล่อย ทำได้แค่นี้ แล้วหาจังหวะเอาคืนบ้าง ถ้ามีโอกาศ 555 แต่คงไม่มี เฮ้อ... ไม่รู้ว่ามีที่อื่นเป็นคล้ายๆกันหรือเปล่า ใส่ร้ายคนร่วมงาน ใช้อำนาจตามใจตน คนกลางแต่ไม่เป็นกลาง คงมีเรื่องอีกมากมายในโลกนี้ บางทีก็ไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากระบายให้ใครฟังหรืออ่านก็ไม่รู้ หรืออาจจะไม่มีใครสนใจเลยก็เป็นได้ แต่ก็ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่าน แชร์ความอึดอัดของคุณลงในเม้นท์ได้เลยนะครับ ถ้าคุณมีเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องดีๆ ที่อยากจะบอกเพื่อความสบายใจของตัวเรา
สุดท้าย ก็ขอสวัสดีครับ
ปล. เรื่องมีอีกเยอะ ไอ้เรื่องในสังคมโรงงาน จะมาเล่าอีกละกัน
( ซ.)
สังคมโรงงาน V.1 (หหห)
แต่จนเรื่องมาถึงวันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม 2560 ผมได้ขึ้นไปถามกับฝ่ายบุคคลว่าใครเป็นคนรายงานเท็จว่าพวกผม ใส่ร้ายกันแบบไม่มีหลักฐาน และถ้าเป็นจริงพวกผมโดนใบเตือนหรือไล่ออกได้ทันทีเลย แต่แน่นอนเขาไม่บอก ว่าใครเป็นคนรายงาน ซึ่งเขาปกป้องแบบสุดๆ ณ ตอนที่คุยกันตอนนั้น บอกว่าไม่มีอะไรๆ ไม่มีใครแจ้งอะไร และก็ย้อนบอกมาว่า ผิดตั้งแต่กินส้มตำแล้ว ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะผิด GMP แต่ไปดูแม่บ้านซึ่งฝ่ายบุคคลเป็นคนดูแลโดยโคตรตรง นั่งกินข้างนอกหลังโรงอาหารทุกวันแล้วยังมาพูด จริงๆมีหลายจุดเลยแหละที่กินนอกโรงอาหาร แต่ผมก็ยังสงสัยไม่มีใครแจ้งได้ไง แล้วเขาก็บอกว่าจะไปเล่น รปภ ว่าทำไมไม่เขียนรายงานส่งตามที่เขาสั่ง และคำถามสุดท้ายของผมคือ จะมีบทลงโทษหรือดำเนินการกับคนที่แจ้งรายงานเท็จหรือใส่ร้ายคนร่วมงานหรือป่าว ฝ่ายบุคคลมันตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ทีอะไร ยังไม่ต้องร้อนตัว ซึ่งคิดในใจกูร้อนตัวหรอว่ะเนี่ย หรือว่าใช่ 555
จนวันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2560 ทาง รปภ บอกผมว่า ทางฝ่ายบุคคลมาบังคับให้เขียนรายงานเรื่องวันนั้นส่งด้วย สรุปคือ บังคับให้ รปภ เขียนรายงานว่าผมสามคนทำอะไรตรงไหน แต่คนที่แจ้งรายงานเท็จ กับไม่ถูกตรวจสอบอะไรเลยว่า ทำไมถึงพูดและแจ้งกับฝ่ายบุคคลไปแบบนั้น ทั้งที่มันไม่ใช่ความจริงและไม่มีหลักฐานอะไรเลย
และเมื่อเช้าของวันที่ 26 นี่แหละ ต้องมีการมิตติ้งก่อนเริ่มงาน เรื่องจากข้างบนลงมาทันที เจาะจงพวกผมสามคนชัดเจน ว่าห้ามไปตรงนั้นตรงนี้ ห้ามกินตรงนั้นตรงนี้ (ย้อนกลับไปวรรคที่สองได้เลย) แล้วทุกคนก็รู้เรื่องวันนั้นไง เหมือนพวกผมสามคนทำให้คนอื่นโดนกดดันหรือระวังตัวไปอีก เพราะเหมือนเรื่องมาจากพวกผม
ตกลงคืออยู่ดีๆผมสามคนก็โดยเขียนชื่อลงในรายงาน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ารายงานเขียนไปยังไง เพราะเขาไม่ให้ผมดูแน่นอนและไม่รู้ว่าในอนาคตเรื่องเงินขึ้น เรื่องคะแนน มันจะมีผลแค่ไหน ซึ่งที่นี่ก็ให้โบนัสไม่เหมือนที่อื่นอยู่แล้ว ตัดคะแนนให้โบนัส ลบคนนี้ไปบวกให้อีกคน ประมาณนี้ ซึ่งสำหรับผม ผมว่ามันก็เรื่องใหญ่อยู่นะ กับการโดนเขียนรายงานของบริษัทซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีๆแน่นอน เหมือนกับเช่น QA กับ PD ยิ่ง QA จับผิดได้มาก ก็ได้ผลงานมาก PD ก็มีแต่เท่าทุนกับโดนอย่างเดียว คงจะเหมือนๆ ยิ่งเขามีเรื่องรายงานคงได้ผลงานหรือได้หน้ากันไป
ซึ่งเรื่องก็มีประมาณนี้ คือ อยู่เฉยก็โดนเขียนรายงาน แต่คนที่โกหกแจ้งข้อมูลแบบตั้งใจใส่ร้าย กลับไม่โดนอะไรเลย ซึ่งก็รู้ว่าใคร แล้วนี่ก็ไม่ใช่การฟ้องครั้งแรกของมัน ซึ่งทุกวันนี้และตั้งนานมาแล้ว ไม่มีใครสนใจมันเลย ทำงานก็โดนย้ายมาจากอีกจุด ไม่มีใครเอา ซึ่งที่มันเคยฟ้องไปหลายๆ ตัวมันเองยังทำเลย แต่ไม่มีใครฟ้องหรือยุ่งกับมันเลย ก็แปลกดีเนอะ ไม่รู้จะอยากได้หน้าไปถึงไหน
ส่วนตัวฝ่ายบุคคลที่รับเรื่องรายงานเท็จ ก็ไม่มีวิจารณญานอะไรเลย มีการศึกษา มีตำแหน่ง มีอำนาจในการสั่ง แต่กับไม่มีจิตสำนึกในการตรวจความจริงอะไรเลย ฟังความข้างเดียว ซึ่งข้างนั้น
แต่ก็เถอะ สำหรับผมคงต้องปล่อย ทำได้แค่นี้ แล้วหาจังหวะเอาคืนบ้าง ถ้ามีโอกาศ 555 แต่คงไม่มี เฮ้อ... ไม่รู้ว่ามีที่อื่นเป็นคล้ายๆกันหรือเปล่า ใส่ร้ายคนร่วมงาน ใช้อำนาจตามใจตน คนกลางแต่ไม่เป็นกลาง คงมีเรื่องอีกมากมายในโลกนี้ บางทีก็ไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากระบายให้ใครฟังหรืออ่านก็ไม่รู้ หรืออาจจะไม่มีใครสนใจเลยก็เป็นได้ แต่ก็ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่าน แชร์ความอึดอัดของคุณลงในเม้นท์ได้เลยนะครับ ถ้าคุณมีเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องดีๆ ที่อยากจะบอกเพื่อความสบายใจของตัวเรา
สุดท้าย ก็ขอสวัสดีครับ
ปล. เรื่องมีอีกเยอะ ไอ้เรื่องในสังคมโรงงาน จะมาเล่าอีกละกัน
( ซ.)