1 คน 2 จิต...จริงเท็จประการใด?

แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ลักษณะอาการอย่างที่เล่ามา ถ้าชอบดูหนังฝรั่ง หรือซีรี่ย์สืบสวนประเภท criminal minds จะไม่แปลกใจเลยค่ะ
ลองหาอ่านเรื่องโรคบุคลิกภาพแตกแยก (Dissociative identity disorder หรือ Multiple Personality Disorder)
(ไม่ใช่ไบโพล่านะคะ ไบโพล่าจะยังเป็นคนเดิม แค่บางช่วงอารมณ์ดีหรือแอคทีฟกว่าปกติ แล้วอีกบางช่วงซึมเศร้าไปเลย)

เคสต่างๆ ในหนังพวกนี้ โดยมากมีจริงนะคะ ไม่ได้มโนขึ้นมา คือมีคนมีอาการของโรคแบบนี้จริงๆ ที่ผ่านการศึกษาวินิจฉัยโดยแพทย์จริงๆ
หนังก็เอาโรคที่มีอยู่จริง อาการที่ผู้ป่วยเป็นจริงนี่แหละมาสร้างเป็นเรื่องราวขึ้นมา

บุคลิกที่แตกต่างที่คนเป็นโรคนี้สร้างขึ้นมา หลายเคสทำได้ถึงระดับความสามารถยิ่งกว่าที่คุณเล่าอีกค่ะ
บางคนถึงกับมีบางบุคลิกที่เปลี่ยนสำเนียงการพูด หรืออ่านหรือพูดอีกภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว
ทั้งที่อีกบุคลิกทำไม่ได้ หรือแค่งูๆ ปลาๆ ฯลฯ ซึ่งของแบบนี้ ถ้าจะแกล้งทำก็ยากเอาการอยู่นะ ทุ่มเทขนาดไหนแอบเรียนมาไม่ให้ใครรู้
แค่ฉลาดขึ้น(ยังไงบ้าง?) แรงมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย คนปกติเวลาอะดีนาลีนหลั่ง แรงยังมากขึ้นเป็นคนละคนได้เลย

แต่ถ้าอาการนี้มันมากจนส่งผลต่อชีวิตเขาและคนรอบข้าง ถ้าเป็นคนใกล้ชิดหรือพอจะช่วยได้
ควรพาไปพบจิตแพทย์นะคะ จะได้รักษาให้เป็นเรื่องเป็นราว มีบางเคสที่พออาการหนักมากขึ้น
อาจมีบางบุคลิกลุกขึ้นมาทำร้ายคนอื่น หรือกระทั่งทำร้ายอีกบุคลิกของตัวเองได้ค่ะ


เพิ่มเติม .. ลองอ่านอันนี้ค่ะ https://teen.mthai.com/variety/45692.html
เคสนี้มีตั้ง 24 บุคลิก ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เลสเบี้ยนและเกย์ อายุตั้งแต่สามสี่ขวบ ไปจนยี่สิบกว่า
แต่ละบุคลิกพูดด้วยสำเนียงที่แตกต่างกัน มีความรู้ความสามารถ ความสนใจแตกต่างกัน
และยังมีลักษณะท่าทีของแต่ละคนที่แพทย์ลงความเห็นว่าไม่ใช่การแสดงอีกด้วย สองบุคลิกนี่เด็กๆ ไปเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่