สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นกระทู้แรกของเราเลย
เรามีปัญหาทุกข์ใจกับเรื่องความรักมานานมาก
เราเคยเป็นแฟนกับผช.คนนึงเขาเป็นเด็กตั้งแต่สมัยม.ต้นคือก็เจอกันตามsocial ตามประสาวัยรุ่น คือเราเป็นเด็กตจว. เขาเรียนอยู่กทม. คุยกันมาซักพักก็เลยตัดสินใจคบกันเป็นแฟน แล้วก็คบกัน-เลิกกัน-คบกัน-เลิกกัน วนเวียนอยู่อย่างนี้ ก็ประมาณ 12ปีคะ (ตลอดระยะเวลานั้นพอเริ่มโตก็มีโอกาสได้นัดเจอกันที่กทม.บ้าง) แต่ช่วงเวลาที่เลิกกันไป บางทีก็ต่างฝ่ายต่างมีแฟนใหม่ แต่ก็ยังคุยกันเป็นเพื่อนมาตลอด คอยปรึกษากันมาเรื่อยๆ
ตอนนี้เราก็เรียนจบและได้ย้ายเข้ามาทำงานที่กทม. แล้วพอเขารู้เขาก็ดีใจมาก (แต่เราทั้งคู่ต่างมีแฟนอยู่แล้ว) ก็ได้มีการนัดเจอกันและได้เริ่มคุยกันบ่อยขึ้น ทำให้เริ่มคุยถึงเรื่องเก่าๆ แล้วความรู้สึกเดิมๆกลับมาอีกครั้ง แต่เราก็กล้าพูดนะว่าเราคิด แล้วเขาก็บอกเราว่าเขาก็คิดเหมือนกัน แล้วเรื่องความรักทั้งเราและเขามันก็มีปัญหาตั้งแต่ก่อนที่เราจะย้ายมาทำงานที่กทม.อีก เขาก็มาปรึกษาเรื่องปัญหาความรักของเขาจริงๆเราก็ไม่อยากให้คำปรึกษาอะไรมาก ถ้าพูดไปมันก็จะดูเป็นการยุแยงให้เขาเลิกกันไปอีก (ไอ่เราก็ได้แต่บอกว่าใจเย็นๆอย่างเดียว) แล้วทุกครั้งที่เจอกันเขาก็จะพยายามพูดคำหวานใส่ หรือการกระทำอย่างเช่น ลูบหัว กอดคอ (เราว่าใครเจอแบบนี้ก็ตายเหมือนกันอะ) คือเมื่อก่อนเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นเขาทำอะไรแบบนี้เลย ปกติเขาจะดูเป็นคนไม่โรแมนติกเอาซะเลย แล้วพอมาทำแบบนี้มันยิ่งทำให้เรารู้สึกดีมากขึ้นไปอีก แต่จะไปรู้สึกมากขนาดนั้นมันก็จะไม่ดีเพราะเราก็ยังมีแฟนอยู่ซึ่งเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย (จริงๆเรากับแฟนก็มีปัญหาที่เราก็อึดอัดอยู่พอสมควร เคยคุยกันหลายครั้งมากๆ ตอนนี้เราก็เริ่มรู้สึกเฉยๆกับเขาพยายามประคองมาตลอด แต่ไม่ได้หมายความว่าได้กลับมาเจอกับแฟนเก่าครั้งนี้นะคะ อันนี้ปัญหาเกิดมาก่อนหน้านี้ซักพักใหญ่แล้ว)
เราพยายามตีตัวออกห่างหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง
ไม่รู้จะสรรหาคำว่าทุกข์ใจแบบไหนมาแทน
เราคิดมาซักพักละว่าจริงๆแล้ว การอยู่คนเดียว อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ความรักที่ยังไงก็ยังลืมไม่ได้ซักที
เรามีปัญหาทุกข์ใจกับเรื่องความรักมานานมาก
เราเคยเป็นแฟนกับผช.คนนึงเขาเป็นเด็กตั้งแต่สมัยม.ต้นคือก็เจอกันตามsocial ตามประสาวัยรุ่น คือเราเป็นเด็กตจว. เขาเรียนอยู่กทม. คุยกันมาซักพักก็เลยตัดสินใจคบกันเป็นแฟน แล้วก็คบกัน-เลิกกัน-คบกัน-เลิกกัน วนเวียนอยู่อย่างนี้ ก็ประมาณ 12ปีคะ (ตลอดระยะเวลานั้นพอเริ่มโตก็มีโอกาสได้นัดเจอกันที่กทม.บ้าง) แต่ช่วงเวลาที่เลิกกันไป บางทีก็ต่างฝ่ายต่างมีแฟนใหม่ แต่ก็ยังคุยกันเป็นเพื่อนมาตลอด คอยปรึกษากันมาเรื่อยๆ
ตอนนี้เราก็เรียนจบและได้ย้ายเข้ามาทำงานที่กทม. แล้วพอเขารู้เขาก็ดีใจมาก (แต่เราทั้งคู่ต่างมีแฟนอยู่แล้ว) ก็ได้มีการนัดเจอกันและได้เริ่มคุยกันบ่อยขึ้น ทำให้เริ่มคุยถึงเรื่องเก่าๆ แล้วความรู้สึกเดิมๆกลับมาอีกครั้ง แต่เราก็กล้าพูดนะว่าเราคิด แล้วเขาก็บอกเราว่าเขาก็คิดเหมือนกัน แล้วเรื่องความรักทั้งเราและเขามันก็มีปัญหาตั้งแต่ก่อนที่เราจะย้ายมาทำงานที่กทม.อีก เขาก็มาปรึกษาเรื่องปัญหาความรักของเขาจริงๆเราก็ไม่อยากให้คำปรึกษาอะไรมาก ถ้าพูดไปมันก็จะดูเป็นการยุแยงให้เขาเลิกกันไปอีก (ไอ่เราก็ได้แต่บอกว่าใจเย็นๆอย่างเดียว) แล้วทุกครั้งที่เจอกันเขาก็จะพยายามพูดคำหวานใส่ หรือการกระทำอย่างเช่น ลูบหัว กอดคอ (เราว่าใครเจอแบบนี้ก็ตายเหมือนกันอะ) คือเมื่อก่อนเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นเขาทำอะไรแบบนี้เลย ปกติเขาจะดูเป็นคนไม่โรแมนติกเอาซะเลย แล้วพอมาทำแบบนี้มันยิ่งทำให้เรารู้สึกดีมากขึ้นไปอีก แต่จะไปรู้สึกมากขนาดนั้นมันก็จะไม่ดีเพราะเราก็ยังมีแฟนอยู่ซึ่งเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย (จริงๆเรากับแฟนก็มีปัญหาที่เราก็อึดอัดอยู่พอสมควร เคยคุยกันหลายครั้งมากๆ ตอนนี้เราก็เริ่มรู้สึกเฉยๆกับเขาพยายามประคองมาตลอด แต่ไม่ได้หมายความว่าได้กลับมาเจอกับแฟนเก่าครั้งนี้นะคะ อันนี้ปัญหาเกิดมาก่อนหน้านี้ซักพักใหญ่แล้ว)
เราพยายามตีตัวออกห่างหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง
ไม่รู้จะสรรหาคำว่าทุกข์ใจแบบไหนมาแทน
เราคิดมาซักพักละว่าจริงๆแล้ว การอยู่คนเดียว อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด