**ช่วยด้วยค่ะ ดิฉันกำลังถูกดำเนินคดีจากนายจ้างอย่างไม่เป็นธรรม**

สวัสดีค่ะทุกท่าน  ดิฉันขอเล่าเรื่องดังนี้นะคะ  ดิฉันเคยทำงานอยู่ที่บ.อสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่อ.นาหม่อม จ.สงขลา  เริ่มงานวันแรกวันที่ 7/11/2559
ด้วยตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการตลาด พ่วงด้วย  เนื่องจากบ.มีขนาดเล็กจึงต้องทำหลายหน้าที่ ในปลายปี2559  บ.ของดิฉันให้ สนง.บัญชีเป็นผู้ปิดงบการเงินให้  และต่อมาปี2560  ดิฉันก็รับภาระหน้าที่ทั้งหมดที่สนง.บัญชีมี   มาทำเองแต่เพียงผู้เดียวเนื่องจากทาง บ.ต้องการทราบถึงงบภายใน และภายนอกพร้อมๆกัน แต่ดิฉันยังไม่มีลูกน้องนะคะ ดิฉันทำหลายหน้าที่ ทั้งล้างจาน แม่บ้าน บัญชี บุคคล ขาย การตลาด อย่างไม่ได้ขาดตกบกพร่อง ต่อมาทางพี่ที่ สนง.บัญชี ก็กำชับกับดิฉันว่า อย่าลืมไปขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีนะ เพราะผู้สอบจะเซ็นต์งบไม่ได้ถ้าไม่มีใครรับรองว่าเป็นผู้ทำบัญชี  ต่อมาในเดือน พ.ค .2560  ดิฉันจึงเสนอเรื่องนี้ต่อผู้บริหารจนอนุมัติ และ จ่ายเงินให้ดิฉันเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี   ดิฉันเป็นผู้ดูแลบัญชีของบ.รวมถึงปกส.และภาษีต่างๆ  และในหลายครั้งที่ต้องมีการต้องเซ็นต์ชื่อเจ้าของบ.เพื่อ นำส่งภาษี  นำส่งปกส. และเรื่องอื่นๆ เพื่อให้งานบัญชีไม่สะดุด  แต่ต้องขอเกริ่นก่อนนะคะ ว่า นายตามหนังสือรับรอง เรียกว่า A ไม่ใช่เจ้าของตัวจริงเป็นเพียงนอมินี  พี่ชายของเขาต่างหากที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง เนื่องด้วยเหตุผลทางภาษี แบล็คลิสต์  คดีความไม่น้อยกว่า 20คดี ทำให้เขาทำตัวเสมือนไม่มีตัวตน เรียกว่า นายบี   ธุรกิจที่ดิฉันทำไม่ใช่ธุรกิจที่ขาว แต่มันดำและทำอสังหาริมทรัพย์ ทีนีคงพอทราบว่าเป็นธุรกิจอย่างไรนะคะ  ต่อมาเขานำธุรกิจดำมาทำและใช้ชื่อดิฉันในการเปิดเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้เครือข่ายส่งข้อมูลมาทุกวันที่ 1 กับ 16 ดิฉันเห็นท่าไม่มีจึงตัดสินใจลาออกเพราะมองอนาคตแล้วว่าไม่น่ารอดเลย แจ้งทางโทรศัพท์แก่นาง ซี ซึ่งเป็นผู้จัดการที่ดิฉันทำงานอยู่และเป็นพี่สาวของ เอ และบี  เนื่องจากที่นี่ทำธุรกิจในเครือญาติมีไม่ต่ำกว่า  8 คนดิฉันกับลูกน้องอีกเป็นบุคคลภายนอก  และต่อมาวันที่ 31พ.ค 2560 ดิฉันจึงเขียนใบลาออก ครั้งที่ 1 ให้แก่นางซี และต่อมาวันที่ 2-3 ดิฉันตัดสินใจอยู่ต่อเนื่องจากงานบัญชีที่ทำทั้งหมด 8 เล่ม 4 บริษัทจะยกให้ลูกน้องทำคนเดียวมันเลยขอร้องให้อยู่ต่อเลยตัดสินใจอยู่ต่อ และแจ้งแก่นาง ซี   ต่อมานายบีแจ้งกับนางซีว่าจะเอาน้องสาวอีกคนมาทำงานแทนดิฉัน ดิฉันจึงต้องออกโดยปริยาย จึงเขียนใบลาออกครั้งที่ 2 ให้แก่นางซี และเริ่มทำการสะสางงานต่างๆที่ทำให้ลูกน้องเหนื่อยน้อยที่สุด  ต่อมาวันที่ 7 มิ.ย 60 ช่วง10 โมงดิฉันเดินทางไปหาดใหญ่เรื่องจดมิเตอร์ประปาให้ลูกบ้าน และแวะไปแจ้งแก่ปกส.ว่าสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง เนื่องจากต้องเอาเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันไปเคลียงานและสอนงานคนใหม่และต้องแจ้งก่อนวันที่ 15 ไม่เช่นนั้น บ.จะโดนปรับ โดยดิฉันก็เซ็นต์ชื่อเจ้าของบ.ตามปกติ เพื่อยื่นแบบ โดยคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ทำมาและยังปกติกันดีอยู่     ช่วงเที่ยงพี่ต.  สอบถามเรื่องเงินค่าสติกเกอร์ทางไลน์ จำนวนประมาณ3,000 บาทเหตุใดจึงเบิกไม่ได้ ดิฉันมีอำนาจดูแลเรื่องของการตั้งประมาณการคชจ.จึงตอบตามความจริง และเป็นสื่อกลางสอบถามถามจากนายบี และนายต.  จนนายต.โมโหที่ถูกสั่งพักงานเนื่องจากนายบีแจ้งกับดิฉันอย่างนั้น ดิฉันจึงต้องแจ้งกับนายต.เช่นนั้น ต่อมานางซี สงสัยการสนทนาระหว่างดิฉันกับ นายต.จึงออกกลอุบายให้นำเอกสารไปให้นายบีเซ็นต์ทั้งๆที่เซ็นต์เองตลอด จากนั้นแอบเข้า ไลน์ส่วนตัวของดิฉันถ่ายรูปบทสนทนาแล้วส่งหาไลน์กลุ่ม  นายบีโมโหมากและอยากคุยกับดิฉัน ดิฉันจึงตอบกลับไปว่าดิฉันไม่ชอบคนที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลผู้อื่นขอไม่ร่วมงานด้วย  และในวันนั้นดิฉันจึงไปแจ้งความเพราะดิฉันยังไม่ได้ออกจากระบบเฟชบุค อีเมล์ เลยจึงจำต้องแจ้งความระหว่างนั้นดิฉันได้รับโทรศัพท์ขมขู่ตลอดถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากดิฉันเป็นคนเก็บเงินดำให้เขา เพื่อส่งให้ในวันที่ 16 มิ.ย 60 ประมาณ 20,000กว่าบาท โดยนาบบีข่มขู่และห้ามหักเงินเดือนจากเงินส่วนนี้ ดิฉันจึงโอนให้หมด โดยนายบียืยยันด้วยศักดิ์ศรีว่าจะให้เงินเดือน(มีคลิปเสียง) จากนั้นวันที่ 1 ก.ค ดิฉันก็ไม่ได้รับเงิน แต่ก็ไม่ได้ทวงถามแต่อย่างไร จากนั้นดิฉันได้รายงานตัวเพื่อรับเงินว่างงาน แต่เงินไม่เข้าจึงถามปกส.  ปกส.แจ้งว่าเขาแจ้งเปลี่ยนสถานะเป็นไล่ออก  และโทรถามบี บีบอกว่าจะดำเนินคดีดิฉันข้อหาปลอมแปลงเอกสารจนถึงที่สุดให้ติดคุกหลายๆปี  ทำให้ดิฉันหมดที่พึ่งต้องให้ศาลแรงงานเป็นสื่อกลาง เพื่อไกล่เกลี่ยเนื่องจากดิฉันต้องการให้ต่างคนต่างอยู่และต้องการเพียงเงินว่างงานมาเลี้ยงดูลูกชายเนื่องจากดิฉันตกงานแต่ 4,800 เท่านั้น ดิฉันไม่รู้ต้องทำอย่างไรดีค่ะทางนั้นอยากให้ดิฉันเข้าไปคุยในถิ่นของเขาไม่ยอมมาไกล่เกลี่ยที่ศาลเลย ใครก็ได้ช่วยทีค่ะ  ปล.ดิฉันคิดว่าคงรู้ความลีบกับบ.เขาหลายเรื่องนะคะ เขาจึงไม่ปล่อยดิฉันและ  ดิฉันไม่เคยเขียนเช็คหรือยักยอกเงินบ.เลยนะคะเพราะไม่เคยถือเงิน ที่เซ็นต์แบบวันนั้นก็ทำตามหน้าที่ของผู้ทำบัญชีจริงๆค่ะ  ใครช่วยหาทางรอดให้หนูหลุดพ้นจากที่ทำงานเก่าทีนะคะ  ...ขอร้อง

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ผมอ่านไม่หมดนะ   กรณีถูกไล่ออกจะได้ 50 เปอร์เซ็นของค่าจ้างอัตราเฉลี่ยน  แต่ไม่เกิน 15,000  ระยะเวลา

ไม่แน่ใจปัจจุบันยัง 6 เดือนไหม  ส่วนลาออก 30 เปอร์เซ็นเช่นกัน  แต่ได้แค่ 3 เดือน   คร่าวๆ นะครับ

ลายละเอียดปรึกษาประกันสังคมและศาลแรงงาน   ส่วนคดีความต่างๆ ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่