สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน ผมเขียนกระทู้นี้ขึ้นเพื่อจะแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยเงินหนึ่งพันบาทในเมืองโอซาก้า จุดหมายปลายทางของใครหลายๆคนที่วางแผนมาเที่ยวในญี่ปุ่น กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับทีเข้ามารับชม
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถ้ามีเงินเหลือติดตัวอยู่ 1,000 บาท คือหนึ่งพันบาทไทยนะครับ ทุกคนคงคิดว่ามันจะอยู่รอดได้หรอนี่ในญี่ปุ่น ผมขอตอบว่าอยู่ได้ครับ วันนี้ผมเลยอยากจะเสนอวิธีการบริหารเงินในกระเป๋าว่าจะเที่ยวยังไงด้วยเงิน 1,000 บาท เผื่อเป็นแนวทางสำหรับอยู่เที่ยวหนึ่งวันในโอซาก้ากันนะครับบบบ
ก่อนอื่น จะอธิบายถึงการจัดสรรงบประมาณนะครับ การบริหารเงินในกระเป๋าของผมคือ มีเงินอยู่ 1,000 บาท ตีเป็นเงินเยนก็ประมาณ 3,350 เยนครับ (อิงตามเรท ก.ค. 60) ผมแบ่งส่วนแรกไว้สำหรับที่พัก 2,100 เยนครับ และที่เหลือ 1,250 เยนเป็นค่าอาหาร ค่าขนม
ปัจจัยสำคัญที่จะอยู่รอดได้คือค่าที่พักครับ ผมหาดูโรงแรมในโอซาก้าหลายๆที่แล้ว เมื่อเทียบราคาห้องพัก การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก ฯลฯ ผมก็มาได้ที่ โรงแรม Hotel Chuo อยู่ตรงสถานีรถไฟใต้ดิน Dobutsuen Mae หรือถ้านั่ง JR Osaka Loop Line ก็ลงตรงสถานี Shin Imamiya ออกจากประตูสถานีรถไฟ ข้ามถนนแล้วเดินไม่ถึงนาทีก็ถึงแล้ว
ก่อนหน้านี้ผมดูโรงแรมอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงกัน เห็นห้องราคาถูกกว่าก็มีครับ แต่ไม่มีห้องอาบน้ำให้ใช้ฟรี คือถ้าอยากใช้ก็ต้องหยอดเหรียญจ่ายตังค์เพิ่ม แถมยังจับเวลาน้ำไหลด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆก็มีไม่ครบ เลยตัดสินใจไม่เอาดีกว่า
เมื่อผมออกจากสถานีรถไฟ Dobutsuen Mae ทางออก 3 เดินขึ้นบันไดมาเจอสี่แยกใหญ่ หันมองทางซ้าย เห็นตึก Abeno Harukas ตึกสูงสีฟ้าตั้งตระหง่าน เดินไปทางนั้นอีกนิดก็จะเจอโรงแรมครับ ด้านหน้ามีที่นั่งสำหรับสูบบุหรี่ ทางซ้ายมือเป็นที่จอดจักรยานยืมฟรี มีตู้ขายน้ำ และตู้ขายบุหรี่หยอดเหรียญ
ผมแจ้งชื่อให้กับเจ้าหน้าที่ และก็ได้กุญแจห้องมาพร้อมจ่ายเงินค่าห้องไป 2,100 เยน (ประมาณ 630 บาท) ตามปกติแล้วที่นี่จะให้เช็คอินหลังบ่ายสอง แต่เผอิญวันที่ผมมาถึงประมาณ 8.30 น. ห้องว่างพอดีก็เลยขอเข้าได้พักเลย ห้องพักที่ได้คือห้อง 807 ครับ เป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น เปิดเข้าห้องก็ตะลึงเล็กน้อย แต่โรงแรมญี่ปุ่นก็จะประมาณนี้ครับ ขนาดเล็ก กะทัดรัด ผมเข้าห้องมาวางของ เปลี่ยนเสื้อผ้า นอนพักสักแป๊ปก่อนไปลุยต่อข้างนอก
ภาพล็อบบี้โรงแรม
ในห้องมีทีวี ตู้เย็นขนาดเล็ก รีโมทและกระดาษทิชชู่วางบนโต๊ะ ทางซ้ายเป็นถังขยะ ทางขวามือเป็นปลั๊กไฟ อีกด้านเป็นราวแขวนเสื้อผ้า ชุดอาบน้ำ และด้านล่างคือผ้าปูที่นอน ผ้าห่มกับหมอน
นั่งพักสักครู่ รอชาร์ตแบตมือถือให้เต็มอีกนิด นั่งดูทีวีช่องรายการญี่ปุ่นไปพลาง ระหว่างนั้นผมหยิบคู่มือโรงแรมมาอ่านดู เห็นเขียนว่าจักรยานยืมฟรี ผมเลยวางแผนว่าจะเที่ยวรอบๆโอซาก้าฝั่งมินามิ (ฝั่งใต้) พวกเทนโนจิ ชินเสะไค นัมบะ ผมเลยตัดสินใจยืมจักรยานโรงแรมมาปั่นเที่ยว เห็นสถานที่เที่ยวอยู่ไม่ไกลกันจากโรงแรม ไม่ต้องเสียค่ารถไฟด้วย
ผมเอากุญแจห้องไปแลกกุญแจจักรยานมาซึ่งเป็นกฎของทางโรงแรม พี่พนักงานเค้าใจมากครับ ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี ผมเลยเอ่ยถามไปว่า มีที่ท่องเที่ยวอะไรแนะนำบ้าง พี่พนักงานก็ยื่นแผนที่มาให้และอธิบายให้ผมฟังด้วยภาษาอังกฤษ ผมเอ่ยปากบอกว่าผมพูดญี่ปุ่นพอได้บ้าง พี่เค้าก็ชวนผมคุยด้วยภาษาญี่ปุ่นเลยครับ ผมก็พอฟังรู้เรื่อง และแล้วผมก็เดินออกมา พี่พนักงานทักทายกลับมา อิตเตะรัชไช แปลประมาณว่า ไว้กลับมาใหม่นะ หรือ See you later อะไรทำนองนั้น ก่อนออกจากโรงแรม ผมก็ไปเติมน้ำใส่กระบอกเตรียมไว้ใส่เป้ไว้ไปเที่ยวข้างนอก
ผมออกมาข้างนอกโรงแรมก็หยิบกุญแจจักรยานเตรียมพร้อม เสียบมันไปตรงรู้ข้างล้อ พร้อมออกเดินทางแล้วครับ
เส้นทางที่ผมวางแผนไว้คือ
ตลาดสดคุโระมง (Kuromon Ichiba) → สวนเทนโนจิ → ชมวิวตึก Abeno Harukas → วันชิเทนโนจิ → นัมบะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตามภาพผมสรุปเส้นทางปั่นจักรยานไว้เป็นลำดับ A ถึง I
ส่วนตลาดชินเสะไค (J) ผมไปมาอีกวัน
เริ่มต้นเส้นทางจากหน้าโรงแรม ขับจักรยานไปทางขวามือ เลี้ยวขวาไปตามสี่แยกจะเจอห้างดองกี้โฮเตะขนาดใหญ่ ข้ามแยก แล้วขับไปตามถนนใหญ่ ผ่านสถานี Ebisucho ข้ามแยกอีกทีแล้วลัดเลาะเข้าซอยเล็กขนานถนนก็จะเจอตลาดคุโระมง ระยะทาง 2 กม. ปั่นจักรยานใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ (ในรูป 24 นาทีเป็นระยะทางเดินเท้านะครับ คนละอันกัน)
เดินเข้ามาในตลาดก็จะเจอร้านรวงมากมาย ทั้งอาหาร ขนมขบเคี้ยว ข้าวของเครื่องใช้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารซีฟู้ด ปิ้งย่างกันให้ทานสดใหม่เลย มีทั้งปูหิมะ กุ้ง หอยเชลล์ ปลาไหลญี่ปุ่นย่างซอสเทอริยากิ สนนราคาก็ไม่ได้ถูกไม่แพงมากนัก ผมเดินไปเรื่อยๆก็ไปสะดุดร้านขายโอเด้ง ผมเลยซื้อมาทาน 4 ชิ้น ราคา 440 เยน รสชาติอร่อยใช้ได้
ที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าซื้ออาหารตามทางเดิน ผมแนะนำให้ซื้อแล้วทานหน้าร้านเลย ทานเสร็จก็ฝากเจ้าของร้านทิ้ง เพราะที่ญี่ปุ่นแทบไม่มีถังขยะตามทางเท้า เพราะบ้านเมืองที่นี่เค้ารักษาความสะอาดมาก ปกติผมอยู่ที่ไทยก็ชอบเดินไปกินไป (แต่ทิ้งขยะเป็นที่นะ) มาที่นี่หาถังขยะไม่ได้ ก็เลยต้องกินหน้าร้านเลย ณ บัดนาว
นี่เป็นหน้าตาร้านอาหารซีฟู้ดนานาชนิด เหล่าพ่อค้าแม่ขายก็ต่างร้องเรียกลูกค้าอย่างคึกคัก อิไรไชมะเสะ! อิรัชไช! เรียกได้ว่า มาถึงโอซาก้าแล้วทั้งทีต้องมาเดินตลาดสดเสียหน่อย จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองอย่างแท้จริง
เหลือติดตัวอยู่พันเดียว เที่ยวยังไงในโอซาก้า
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถ้ามีเงินเหลือติดตัวอยู่ 1,000 บาท คือหนึ่งพันบาทไทยนะครับ ทุกคนคงคิดว่ามันจะอยู่รอดได้หรอนี่ในญี่ปุ่น ผมขอตอบว่าอยู่ได้ครับ วันนี้ผมเลยอยากจะเสนอวิธีการบริหารเงินในกระเป๋าว่าจะเที่ยวยังไงด้วยเงิน 1,000 บาท เผื่อเป็นแนวทางสำหรับอยู่เที่ยวหนึ่งวันในโอซาก้ากันนะครับบบบ
ก่อนอื่น จะอธิบายถึงการจัดสรรงบประมาณนะครับ การบริหารเงินในกระเป๋าของผมคือ มีเงินอยู่ 1,000 บาท ตีเป็นเงินเยนก็ประมาณ 3,350 เยนครับ (อิงตามเรท ก.ค. 60) ผมแบ่งส่วนแรกไว้สำหรับที่พัก 2,100 เยนครับ และที่เหลือ 1,250 เยนเป็นค่าอาหาร ค่าขนม
ปัจจัยสำคัญที่จะอยู่รอดได้คือค่าที่พักครับ ผมหาดูโรงแรมในโอซาก้าหลายๆที่แล้ว เมื่อเทียบราคาห้องพัก การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก ฯลฯ ผมก็มาได้ที่ โรงแรม Hotel Chuo อยู่ตรงสถานีรถไฟใต้ดิน Dobutsuen Mae หรือถ้านั่ง JR Osaka Loop Line ก็ลงตรงสถานี Shin Imamiya ออกจากประตูสถานีรถไฟ ข้ามถนนแล้วเดินไม่ถึงนาทีก็ถึงแล้ว
ก่อนหน้านี้ผมดูโรงแรมอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงกัน เห็นห้องราคาถูกกว่าก็มีครับ แต่ไม่มีห้องอาบน้ำให้ใช้ฟรี คือถ้าอยากใช้ก็ต้องหยอดเหรียญจ่ายตังค์เพิ่ม แถมยังจับเวลาน้ำไหลด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆก็มีไม่ครบ เลยตัดสินใจไม่เอาดีกว่า
เมื่อผมออกจากสถานีรถไฟ Dobutsuen Mae ทางออก 3 เดินขึ้นบันไดมาเจอสี่แยกใหญ่ หันมองทางซ้าย เห็นตึก Abeno Harukas ตึกสูงสีฟ้าตั้งตระหง่าน เดินไปทางนั้นอีกนิดก็จะเจอโรงแรมครับ ด้านหน้ามีที่นั่งสำหรับสูบบุหรี่ ทางซ้ายมือเป็นที่จอดจักรยานยืมฟรี มีตู้ขายน้ำ และตู้ขายบุหรี่หยอดเหรียญ
ผมแจ้งชื่อให้กับเจ้าหน้าที่ และก็ได้กุญแจห้องมาพร้อมจ่ายเงินค่าห้องไป 2,100 เยน (ประมาณ 630 บาท) ตามปกติแล้วที่นี่จะให้เช็คอินหลังบ่ายสอง แต่เผอิญวันที่ผมมาถึงประมาณ 8.30 น. ห้องว่างพอดีก็เลยขอเข้าได้พักเลย ห้องพักที่ได้คือห้อง 807 ครับ เป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น เปิดเข้าห้องก็ตะลึงเล็กน้อย แต่โรงแรมญี่ปุ่นก็จะประมาณนี้ครับ ขนาดเล็ก กะทัดรัด ผมเข้าห้องมาวางของ เปลี่ยนเสื้อผ้า นอนพักสักแป๊ปก่อนไปลุยต่อข้างนอก
ภาพล็อบบี้โรงแรม
ในห้องมีทีวี ตู้เย็นขนาดเล็ก รีโมทและกระดาษทิชชู่วางบนโต๊ะ ทางซ้ายเป็นถังขยะ ทางขวามือเป็นปลั๊กไฟ อีกด้านเป็นราวแขวนเสื้อผ้า ชุดอาบน้ำ และด้านล่างคือผ้าปูที่นอน ผ้าห่มกับหมอน
นั่งพักสักครู่ รอชาร์ตแบตมือถือให้เต็มอีกนิด นั่งดูทีวีช่องรายการญี่ปุ่นไปพลาง ระหว่างนั้นผมหยิบคู่มือโรงแรมมาอ่านดู เห็นเขียนว่าจักรยานยืมฟรี ผมเลยวางแผนว่าจะเที่ยวรอบๆโอซาก้าฝั่งมินามิ (ฝั่งใต้) พวกเทนโนจิ ชินเสะไค นัมบะ ผมเลยตัดสินใจยืมจักรยานโรงแรมมาปั่นเที่ยว เห็นสถานที่เที่ยวอยู่ไม่ไกลกันจากโรงแรม ไม่ต้องเสียค่ารถไฟด้วย
ผมเอากุญแจห้องไปแลกกุญแจจักรยานมาซึ่งเป็นกฎของทางโรงแรม พี่พนักงานเค้าใจมากครับ ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี ผมเลยเอ่ยถามไปว่า มีที่ท่องเที่ยวอะไรแนะนำบ้าง พี่พนักงานก็ยื่นแผนที่มาให้และอธิบายให้ผมฟังด้วยภาษาอังกฤษ ผมเอ่ยปากบอกว่าผมพูดญี่ปุ่นพอได้บ้าง พี่เค้าก็ชวนผมคุยด้วยภาษาญี่ปุ่นเลยครับ ผมก็พอฟังรู้เรื่อง และแล้วผมก็เดินออกมา พี่พนักงานทักทายกลับมา อิตเตะรัชไช แปลประมาณว่า ไว้กลับมาใหม่นะ หรือ See you later อะไรทำนองนั้น ก่อนออกจากโรงแรม ผมก็ไปเติมน้ำใส่กระบอกเตรียมไว้ใส่เป้ไว้ไปเที่ยวข้างนอก
ผมออกมาข้างนอกโรงแรมก็หยิบกุญแจจักรยานเตรียมพร้อม เสียบมันไปตรงรู้ข้างล้อ พร้อมออกเดินทางแล้วครับ
เส้นทางที่ผมวางแผนไว้คือ
ตลาดสดคุโระมง (Kuromon Ichiba) → สวนเทนโนจิ → ชมวิวตึก Abeno Harukas → วันชิเทนโนจิ → นัมบะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เริ่มต้นเส้นทางจากหน้าโรงแรม ขับจักรยานไปทางขวามือ เลี้ยวขวาไปตามสี่แยกจะเจอห้างดองกี้โฮเตะขนาดใหญ่ ข้ามแยก แล้วขับไปตามถนนใหญ่ ผ่านสถานี Ebisucho ข้ามแยกอีกทีแล้วลัดเลาะเข้าซอยเล็กขนานถนนก็จะเจอตลาดคุโระมง ระยะทาง 2 กม. ปั่นจักรยานใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ (ในรูป 24 นาทีเป็นระยะทางเดินเท้านะครับ คนละอันกัน)
เดินเข้ามาในตลาดก็จะเจอร้านรวงมากมาย ทั้งอาหาร ขนมขบเคี้ยว ข้าวของเครื่องใช้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารซีฟู้ด ปิ้งย่างกันให้ทานสดใหม่เลย มีทั้งปูหิมะ กุ้ง หอยเชลล์ ปลาไหลญี่ปุ่นย่างซอสเทอริยากิ สนนราคาก็ไม่ได้ถูกไม่แพงมากนัก ผมเดินไปเรื่อยๆก็ไปสะดุดร้านขายโอเด้ง ผมเลยซื้อมาทาน 4 ชิ้น ราคา 440 เยน รสชาติอร่อยใช้ได้
ที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าซื้ออาหารตามทางเดิน ผมแนะนำให้ซื้อแล้วทานหน้าร้านเลย ทานเสร็จก็ฝากเจ้าของร้านทิ้ง เพราะที่ญี่ปุ่นแทบไม่มีถังขยะตามทางเท้า เพราะบ้านเมืองที่นี่เค้ารักษาความสะอาดมาก ปกติผมอยู่ที่ไทยก็ชอบเดินไปกินไป (แต่ทิ้งขยะเป็นที่นะ) มาที่นี่หาถังขยะไม่ได้ ก็เลยต้องกินหน้าร้านเลย ณ บัดนาว
นี่เป็นหน้าตาร้านอาหารซีฟู้ดนานาชนิด เหล่าพ่อค้าแม่ขายก็ต่างร้องเรียกลูกค้าอย่างคึกคัก อิไรไชมะเสะ! อิรัชไช! เรียกได้ว่า มาถึงโอซาก้าแล้วทั้งทีต้องมาเดินตลาดสดเสียหน่อย จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองอย่างแท้จริง