ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียง 23/7/2560- เล่าเรื่องเทพเทวีไอยคุปต์

กระทู้คำถาม

ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน  ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีครับอมยิ้ม17 สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันอาทิตย์ MC WANG JIE (แอ๊ด) เข้าประจำการครับอมยิ้ม36

อันที่จริงต้องมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ แต่เผอิญคอมที่ใช้อยู่ขัดข้อง ต้องลงวินโดวส์ใหม่ จึงขอให้น้องๆช่วยตั้งแทน และผมก็จะประจำการสองวันรวดคือวันนี้และวันพรุ่งนี้อีก 1 วัน เป็นการชดเชย

วันนี้ นำเรื่องราวของ เทพเจ้าไอยคุปต์ (อียิปต์) มาฝากครับ

คงไม่มีอารยธรรมโบราณใด ที่ผูกพันกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าที่หลากหลายเท่าชาวอียิปต์ เทพเจ้าของอียิปต์มักอยู่ในรูปของสัตว์นานาชนิดที่พบเห็นได้รอบ ๆ ตัว ต่างจากเทพเจ้าในจินตนาการของชาวกรีกและฮินดู หรือเทพเจ้าอื่นๆ

ชาวอียิปต์มีเรื่องเทพเจ้ามาไม่ต่ำกว่า 6 พันปี ยุคแรกๆ จะเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพแห่งอาหารเป็นต้น แต่เมื่ออียิปต์พัฒนาเข้าสู่ยุคฟาโรห์ เทพแห่งอียิปต์ก็พัฒนาซับซ้อนขึ้นเป็นลำดับ มีเทพประจำเมือง ประจำอาชีพ และเทพที่เคยใหญ่บางองค์ก็กลายเป็นเทพขั้นรองไป เทพที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ คือเทพที่ยังเหลือปรากฎให้คนในปัจจุบันได้พบเห็นในรูปของภาพวาด รูปปั้น เครื่องประดับ และงานศิลป์ต่างๆ หรือแม้แต่มัมมี่ของสัตว์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นตัวแทนเทพเจ้า และเป็นเทพองค์ “ดัง” ที่คนอียิปต์โบราณส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือ ดังต่อไปนี้


(1) "รา (RA) " สุริยเทพ (บางคนก็เรียก "เร")
เป็นสุริยเทพซึ่งเป็นใหญ่เหนือเทพทั้งปวง รา เป็นเทพบิดรแห่งเทพทั้งปวง และเทพแห่งการสร้างสรรค์ ชื่อของพระองค์มาจากคำว่า เร และ อาเมน ซึ่งชื่อ เร มาจากอียิปต์ตอนบน และ อาเมน มาจากอียิปต์ตอนล่าง (ซึ่งในทางภูมิศาสตร์ อียิปต์ตอนบนจะอยู่ทางทิศใต้ ส่วนอียิปต์ตอนล่างจะอยู่ทางเหนือ นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดเรื่องหนึ่งของอาณาจักรไอยคุปต์โบราณ) และเมื่อสองอาณาจักรมารวมกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น อาเมน เร และเมื่อเวลาผ่านไปนับพันปี ชื่อ อาเมน เร ก็กลายเป็น อาเมน รา หรือ อามอน รา และสุดท้ายก็เรียกกันสั้นๆ ว่า "เร" หรือ "รา"

แผนที่แสดง อียิปต์ตอนบน กับอียิปต์ตอนล่าง ซึ่งสวนทางกับภูมิศาสตร์

สัญลักษณ์ของสุริยเทพ รา คือ รูปจานกลมแห่งดวงอาทิตย์ (Solar Disk) บางครั้งตั้งอยู่บนเรือ (Solar Boat) ที่พายเคลื่อนข้ามท้องฟ้าทุกวัน ๆ บางครั้งก็เป็นรูปเหยี่ยวที่มีจานกลมอยู่บนเศียร เพราะเชื่อกันว่า เหยี่ยวคือนกที่สามารถบินได้ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด

บางช่วงในยุคกลาง เทพรา และ "โอซิริส" กลายเป็นสหายกัน ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติวิสัย เพราะโอซิริส อยู่ใต้โลก (นรก) และ รา อยู่บนสวรรค์, เทพองค์อื่นๆ ล้วนอยากเป็นสหายกับราทั้งสิ้น เพราะเชื่อว่าเมื่อเป็นสหายของราแล้ว ราอาจจะเปิดเผยพระนามลับให้ได้รู้ แต่ราก็มีศัตรูบ้างเหมือนกัน เช่นเทพ "เซ็ธ" แต่เซ็ธก็ช่วยราปราบ "อาเป็บ" เทพอสรพิษได้ และการที่เซ็ธได้เคยช่วยรานั้น ทำให้หลายคนเชื่อว่าเซธนั้นแท้ที่จริงมิใช่จะเลวทรามไปหมด, "ไอซิส" เป็นอีกหนึ่งเทพที่เป็นศัตรูของรา เธอหลอกล่อให้ราเปิดเผยพระนามที่แท้จริง เพื่อโอซิริส สวามีของนางจะได้เป็นกษัตริย์แห่งเทพทั้งปวง

เชื่อกันว่า รา จะมีพลังอำนาจมากที่สุดเหนือเทพองค์ใดๆ พลังอำนาจนั้นอยู่ในพระนามลับ และคนที่รู้เท่านั้นจะสามารถใช้พลังนั้นได้ ซึ่งก็มีเพียงราพระองค์เดียว พระองค์มีพลังครอบคลุมทั้งดินแดน จะเสกสร้างอะไรก็ได้ พระองค์สร้างมนุษย์ สร้างโลกและสวรรค์ นี่แหละคือพลังของพระองค์  วันหนึ่งเทพีไอซิสอยากได้พลังอำนาจจากพระองค์ นางจึงส่งอสรพิษไปเพื่อวางยาพระองค์ และเมื่อราถูกพิษจนกำเริบ จึงได้ยอมแพ้และยินยอมบอกพระนามลับ เทพธิดาไอซิสจึงเนรเทศราไปอยู่ใน "ดูแอ็ต" (Duat แปลว่า โลกวิญญาณ), เพื่อให้โอซิริสผู้สวามีได้เป็นกษัตริย์

รา มีทายาทเป็นธิดา กับ "นุต" (Nut) ซึ่งเป็นหลานสาวตัวเอง โดยตั้งชื่อธิดานั้นว่า "ฮาเธอร์" (Hathor) เทพีแห่งความรัก, และทายาทอีกสององค์คือ "ซู" (Shu) เทพแห่งอากาศ และ "เทฟนุต" (Tefnut) เทพีแห่งหยาดน้ำค้างยามเช้า, ทั้งสองมีทายาท 2 องค์คือ "นุต" เทพีแห่งท้องฟ้า (ซึ่งภายหลังกลายเป็นชายาของ รา ผู้เป็นปู่) และ "เก๊บ" (Geb) เทพแห่งปฐพี, สององค์นี้มีทายาทคือ "ไอซิส" (Isis) เทพีแห่งเรือน, "เนฟธีส" (Nephthys) เทพีแห่งความตรอมตรม, "เซ็ต" (Set) เทพแห่งทะเลทรายและความแห้งแล้ง และ "โอซิริส" (Osiris) เทพแห่งชีวิตหลังความตาย, พวกเขาจับคู่กันแล้วมีทายาทอีกสององค์คือ "อนูบิส" (Anubis) เทพแห่งความตาย และ "ฮอรัส" (Horus) เทพแห่งสงครามและฟาโรห์

สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของสุริยเทพ "รา" คือ "แมลงสแคแร็บ" ซึ่งถ้าใครไปเที่ยวที่อียิปต์ จะเห็นมีตัวแมลงนี้ขายเป็นที่ระลึก

(2) อามุน (หรือ อาเมน,อามอน = AMUN)

เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองธีบส์ มีรูปเป็นชาย เศียรประดับอาภรณ์รูปขนนกยาว ยุคหลังพระนามเพี้ยนเป็น อาตอน หรือ อาเตน ในยุคของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 4 ได้ทรงพยายามให้คนอียิปต์ทั้งมวลหันมาเคารพเทพอาเตนเพียงองค์เดียว ซึ่งนับเป็นความพยายามในการปฎิวัติความเชื่อครั้งใหญ่ โดยฟาโรห์เองได้เปลี่ยนพระนามเป็น อัคเคนาเตน (Akhenaten) และฟาโรห์องค์ต่อมาก็ทรงพระนามที่เกี่ยวข้อง คือ ตุตันคาเมน เป็นต้น อาเตน หรืออามุน ถือเป็นสุริยเทพ เหมือนกับ รา ซึ่งภายหลังสองชื่อนี้จะมารวมกัน เป็น "อามุน รา" (หรือ อามอน รา) พระนามเดิมของ อามุน ทีแรกถูกบันทึกว่า "อิมน์" (Imn) ซึ่งแปลว่า "สิ่งที่ซ่อนเร้น" อักขระซึ่งเป็นสระนั้นมิได้จารึกด้วยอักษรเฮียรโรกลิฟฟิคซึ่งใช้ับันทึกภาษาอียิปต์โบราณ แต่นักอียิปต์วิทยา (Egyptologists) คิดว่า พระนามนั้นต้องออกเสียงว่า "ยาห์มานูห์" ในตอนแรก และในภาษาค็อปติค จารึกเป็น "อาโมน" (Amoun)

เทพอามุน มีรูปลักษณ์เป็นมนุษย์ นั่งบนบัลลังก์ ที่พระเศียรสวมมงกุฏทรงสูงมีต้นพลัมคู่สองคู่ชี้ขึ้นข้างบน บางทีอาจหมายถึงขนหางนก ให้ระลึกถึงสถานภาพในเบื้องต้นของพระองค์ ซึ่งเป็นวายุเทพ

อามุน มีความสำคัญมากกว่าเทพ "เม็นธู" (Menthu) เทพแห่งสงครามประจำท้องถิ่นแห่ง "ธีบีส" (Thebes) เม็นธู ก็ถูกเรียกว่า เป็นโอรสแห่งอามุน, เพราะเทพี "มุต" (Mut) (ชายาของอามุน) เป็นหมัน จึงเชื่อกันว่า พระนาง กับเทพอามุน ก็เลยรับเทพเมนธูมาเป็นบุตรบุญธรรม

(3) เทพี "นุต" หรือ "นัต" (NUT)


เป็นเทพีแห่งท้องฟ้า และเป็นพระมเหสีของเทพเร มีโอรส-ธิดา 5 องค์ และล้วนเป็นเทพสำคัญทั้ง 5 องค์ คือ โอซิริส ไอซิส เนฟธิส เซธ และ ฮาร์มาคิส

ตำนานเล่าว่า เทพีนุต จะกลืนกิน "รา" ผู้เป็นสุริยเทพ ทุกคืน และจะคายเพื่อให้ รา กำเนิดใหม่ ในทุกๆเช้า

เป็นที่น่าแปลกใจว่า แม้ตามวิหาร เพดานห้องฝังศพฟาโรห์หรือเชื้อพระวงศ์ หลายแห่งที่มีชื่อเสียงจะปรากฏภาพของพระนาง แต่ก็มักถูกมองข้าม ผู้คนไม่ค่อยสนใจ มักมองผ่านๆ

นุตเป็นเทพีแห่งท้องฟ้า แต่ก็เป็นเทพีเพื่อการอื่นอีก มีพระนามอีก 3 คือ นูอิต (Nuit), เนเว็ต (Newet) และ นูเอธ (Nueth), พระนางได้รับการนับถือว่าเป็น "เทพมารดา" แห่งเทพทั้งปวง แม้กระทั่ง "รา" ซึ่งเป็นปู่ด้วย !!! เพราะพระนางต้องกลืนกินราทุกคืน ๆ และคายออกให้พระองค์เกิดใหม่ทุก ๆ เช้า !! นอกจากนั้น พระนางยังเป็น "พระมารดาแห่งกายสวรรค์" เสียงสรวลของพระนางจะกลายเป็นฟ้าร้องฟ้าผ่า และเสียงร่ำไห้จะกลายเป็นสายฝน พระนางมักคอยประคองพระอาทิตย์ให้ข้ามขอบฟ้า และยังมีส่วนร่วมสำคัญในพิธีศพ บางครั้งจะมีภาพของพระนางบนโลงศพของชาวอียิปต์โบราณ นุ้ต เป็น 1 ใน 9 เทพเทวีหลักๆ พระนางคือสัญลักษณ์แห่งฟ้าและสวรรค์ ชาวอียิปต์เรียกพระนางว่า"พระมารดาแห่งนภากาศ" (The Mother of the Sky) และพระนางคือเทพีที่เก่าแก่มากที่สุดองค์หนึ่ง

เพราะพระนางเป็นเทพีแห่งฟ้าสวรรค์ จึงมีศักดิ์สูงกว่าเทพ "เก๊บ" เทพแห่งผืนปฐพี, ปลายองคุลีหัตถ์ของพระนางปรากฏใกล้เศียรของเก๊บ และนิ้วเท้าก็ปรากฏใกล้เท้าของเก๊บเช่นกัน ภาพเขียนรูปพระนางมักเป็นสีน้ำเงินเข้มและไร้เชือก แม้นักอียิปต์วิทยาบางคนเชื่อว่าพระนางมีเชือกสายรุ้งประดับอยู่กับดวงดาวรอบพระกาย ภาพของพระนางมักปรากฏบนเพดานห้องฝังศพ ในลักษณะกางปีกนก หรือมีแจกันบนพระเศียร และหลายครั้งที่พระนางปรากฏตัวเป็นรูปแม่โค ขณะกำลังประคองพระอาทิตย์ข้ามขอบฟ้า แม่โคนั้นเองคือสัญลักษณ์บอกความเป็นพระมารดา

เทพีนุต เป็นเทพีที่สวยและใจดี มีความรักและห่วงใย พระนางเสน่หากับ "ธอธ" เทพแห่งวิทยาการ และ "เก๊บ" เทพแห่งผืนพสุธา, พระนางเป็นเทพมารดาผู้แข็งแกร่งและเป็นอิสระเสรี เพราะพระนางไม่อภิเสกกับใครเป็นการเฉพาะ พระนางจะทำในสิ่งที่ประสงค์ และยามกริ้วขึ้นมาละก็ ใครก็อย่ามาขวางทางเสียให้ยาก (ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้.....ไม่ว่าจะคนหรือเทพี ก็พอๆกันอมยิ้ม16)
นุตมีสัมพันธ์กับเก๊บผู้เป็นน้องชายฝาแฝด และธอธ เทพแห่งอาลักษณ์และปัญญา เพราะพระนางคือเทพีแห่งฟ้าและเก๊บเป็นเทพแห่งปฐพี ดังนั้นตอนเช้าทั้งสองจึงต้องแยกกัน กลางคืนจึงจะอยู่ด้วยกัน ซึ่งทำให้กำเนิดความมืด มีตำนานเล่าว่าปฏิทินชาวอียิปต์โบราณเดิม 1 ปี มี 360 วันเท่านั้น, นุตทรงรักกับเก๊บและธอธ แต่ต้องอภิเสกกับรา เมื่อราทรงทราบความสัมพันธ์อย่างลับๆนี้ก็กริ้ว และทรงสาบว่า พระนางจะไม่อาจมีโอรสหรือธิดาได้เลยตลอดปี นุตเสียพระทัยมาก จึงไปขอให้ธอธช่วย ธอธจึงไปพนันกับ "โคนซู" (Khonsu) เทพจันทรา โดยขอวันเพิ่มอีก 5 วันเพื่อที่ตนและนุตจะได้มีลูกด้วยกัน 5 องค์ๆละวัน และปรากฏว่าธอธชนะพนัน (ไม่รู้เล่นอะไรกัน?อมยิ้ม19) นุตจึงมีทายาทออกมาจนได้ 5 องค์ คือ โอซิริส,ฮอรัส,เซ็ต,ไอสิส และเน็ฟธี ตามลำดับ และวันทั้ง 5 ที่ได้เพิ่ม คือวันที่ 27-31 ธันวาคม ถูกขนานนามว่า "วันแห่งปีศาจ" (Demon Days), พระนางกับ รา ก็มีธิดาด้วยกัน 1 องค์ คือ "เซคเม็ท" (Sekhmet) เทพีแห่งสีหะ ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็น "ฮาเธอร์" (Hathor) เทพีแห่งความรักและสันติภาพผู้งดงามและเป็นที่เคารพบูชาและยังเป็นเทพีผู้พิทักษ์อีกด้วย

เครดิตข้อมูล=http://www.2by4travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

และ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ MC แปลเองทั้งหมด
https://simple.wikipedia.org/wiki/List_of_Egyptian_gods_and_goddesses

ยังมีต่ออีกเยอะ พบกันใหม่พรุ่งนี้อีก 1 วันครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่