เรื่องเล่า : การสนทนากับพี่ชายเรื่องการศึกษา (แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน)

กระทู้คำถาม
ช่วงนี้กรุ๊ปครอบครัวก็จะมีแต่เรื่องดีๆ พ่อพึ่งรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตมาเมื่อไม่กี่วัน พี่ชายก็บอกในกรุ๊ปว่า เตรียมตัวมารับปริญญาโท ของพี่เดือนมกราคมด้วยนะ

เราก็พูดขึ้นมาว่า จริงๆไม่เคยดูถูกคนที่การศึกษาเลยนะ  แต่เวลามีคนมาต่อว่าเราที่การศึกษาเหมือนเจ็บมาก

แล้วก็เล่าให้พี่ชายฟังว่า ตอนเรียนมีเพื่อนคนหนึ่งเหมือนสมองไม่ค่อยดี เข้าเรียนนะ ตั้งใจเรียนกว่าเราอีก แต่เหมือนเรียนยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เลยจบแค่ ม.3 แล้วหันมาทำงาน พอเจอกันอีกที เพื่อนชื้อบ้านหลัง2ล้าน รถอีกเกือบล้าน ในขณะที่เราตอนนั้นยังเรียน ป.ตรี แล้วยังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่

พี่ชายก็บอกไม่เคยวัดคนที่การศึกษา แล้วเล่าให้ฟังว่า " มีลูกศิษย์คนหนึ่งแข่งเกมส์ได้รางวัลระดับประเทศ ทุกวันนี้ก็ยังมาหา ทั้งที่ลูกศิษย์บางคนจะไม่มาหาก็ได้ รู้ไหมทำไมถึงมาหา ตอนจะไปแข่งเกมส์ลูกศิษย์คนนี้ได้เข้ามาปรึกษาว่า " ครูครับ ผมจะไปแข่งเกมส์หรือไปสอบเข้ามหาลัยดีครับ "

พี่ชายก็ได้บอกกับเราว่า " พี่ไม่ได้บอกให้ลูกศิษย์คนนี้นะ ว่าไปแข่งเกมส์ดีกว่า หรือไปสอบเข้ามหาลัยดีกว่า แต่ให้เค้าเลือกเอง ระหว่างข้อดีกับข้อเสียอันไหนมากกว่ากัน ถ้าไปแข่งเกมส์พ่อแม่ก็จะด่า ถ้าไปสอบเข้ามหาลัยเพื่อนในทีมเกมส์ก็จะว่า  

ตอนลูกศิษย์เรียนอยู่แข่งเกมส์ชนะก็ได้เงินเดือนละ 20,000 แต่ตอนนี้เซ็นต์สัญญาไปแล้วได้เงินเดือนประมาณ 60,000 หรือ 80,000 นี่แหละ (อันนี้เราจำตัวเลขไม่ได้เอง) แต่ก็ดังระดับประเทศไปแล้ว ซึ่งพี่ก็ได้บอกกับลูกศิษย์ไปภายหลังอีกว่า ถ้าเราอยากเรียนจริงๆ ก็ยังเรียนมอเปิด อย่างราม มสธ ก็ยังได้

แล้วพี่ชายก็พูดต่ออีกว่า " รู้ไหม? ลำไยไหทองคำออกเรียนตอนชั้นอะไร? ม.5 นะ " ทั้งที่คนทั้งประเทศรุมด่า แต่พี่กับมองว่ามันก็ดีนะ ที่ลำไยออกมาตอบว่า " ช่วงนี้หาเงินได้เยอะ ก็อยากจะออกมาหาเงินก่อน ซึ่งอนาคตอยากกับไปเรียนเมื่อไหร่ก็เรียนได้ " พี่ชายบอกว่า มันก็ถูกนะ

เรา : จริงๆเราก็อยากเรียนกฎหมาย ชื้อใบสมัครมาแล้ว แต่คิดว่ายังไม่เรียนตอนนี้ รอให้พร้อมกว่านี้ แล้วไม่เดือดร้อนใครดีกว่า ช่วงนี้กำลังลงทุนทำอะไรหลายๆอย่าง

พี่ชาย : มันอยู่ที่ช่วงจังหวะชีวิต ประสบกาณ์ที่เราผ่านมาด้วย ถ้าเราตั้งใจอ่านหนังสือ สนใจเรียนตั้งแต่แรก ตอนนั้นอาจจะได้เข้าคณะดีๆไปแล้ว แล้วถ้าตอนนั้นติดกฎหมายจริงๆอาจไม่ชอบ เรียนไม่รอดก็ได้

เรา : ทำไมตอนเด็กๆเราไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านนานๆแล้วน่าเบื่อ รู้สึกอึดอัด รุกรี้รุกรน อยู่นิ่งๆไม่ได้ เหมือนสมาธิสั้น แต่พอพักหลังๆชอบหาอะไรอ่าน เหมือนได้ฝึกทักษาการอ่าน แล้วชอบหาอะไรอ่านไปเรื่อย

พี่ชาย : เพราะเราไม่ตั้งใจต่างหาก แต่นิสัยพี่ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆอยู่แล้ว เมื่อก่อนตอนเด็กชอบอ่านการ์ตูนเล่ม 3 บาท 5 บาท หานิยายมาอ่านทีเล่มหนาๆ ห้าหกร้อยหน้า ว่างๆก็ชอบไปหาหนังสือคณะแพทย์มาอ่าน ไม่ใช่อะไรหรอก ตอนเด็กไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีอะไรให้ทำ เลยชอบอ่านหนังสือ

เรา : ตอนเด็กๆ เป็นเด็กขี้สงสัย ชอบถาม ชอบสังเกตุ แต่พอถามแม่ แล้วแม่ก็จะด่า ตอบกลับว่า " จะถามยะหยังแต้ว่า " จนหลังๆเลยไม่ค่อยอยากถาม ซึ่งถ้าเทียบกับเพื่อนที่พ่อแม่เค้าเป็นหมอ พอลูกสงสัยอะไร เค้าก็จะตอบคำถามลูกได้

พี่ก็พูดอีกว่า บางทีก็ต้องเข้าใจแม่ด้วย แม่จบแค่ ป.4 แม่เค้าไม่รู้จริงๆ จริงๆการเป็นเด็กขี้สงสัยมันดีนะ พี่ชายบอกถ้าเมื่อก่อนแม่มีโอกาสได้เรียนสูงกว่านี้ แม่อาจจะมีอาชีพ ทำงานดีกว่าค้าขายตอนนี้ก็ได้

เรา : ใช่ๆแม่อาจจะมีมุมมองที่กว้างขึ้น ต่อยอดการค้า ขยายกิจการ สร้างแฟนไชน์ก็ได้ แต่นับถือแม่จริงๆ ช่วงไหนหาเงินยากๆ ยังคิดอยู่ว่าแม่หาเงินเลี้ยงเรา ส่งเราเรียนมาจนจบได้ยังไงนะ แต่แม่มีความอดทนสูงมาก ทำทุกอย่าง พยายามส่งเราเรียนให้จบ เพราะคิดว่าอยากให้ลูกเรียนสูงๆไม่อยากให้ลำบากเหมือนแม่

แล้วก็เปลี่ยนมาคุยเรื่องธุกิจ การลงทุนต่อ .....

นานๆจะมีเวลากินข้าวด้วยกัน คุยกันที
ปกติต่างคนต่างอยู่ วันๆแทบไม่เจอหน้ากันเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่