ช่วยผมด้วย ผมเหนื่อยมากคิดไม่ตกเลยครับ

ตื่นเต้น เคยแต่อ่าน ไม่เคย Comment ได้แต่เก็บไปคิด ครั้งแรกเลย สวัสดีครับ ผมอายุ 27 ปี (07/2017) ผมจะเล่าเรื่องราวของผมก่อนนะครับแล้วก็มีเรื่องอยากจะขอคำปรึกษาละช่วยหาทางแก้ไขปัญหาครับ

               -    ตัวผมเองเปิดร้านขายยา เปิดมา 2 ปี 8 เดือนครับ อาชีพเภสัชกร จบ ป.ตรี เภสัชศาสตร์, ป.โท สาธารณสุขศาสตร์ ผมทำร้านยามาเองตั้งแต่ 0 โดยมีแม่เป็นแหล่งเงินทุน ผมไม่ connection กับเพื่อนเพราะผมเลิกกับแฟนที่คบกันสมัยเรียน ผมเลือกถอยออกมาจะกลุ่มเพื่อนสนิท เพราะผมไม่อยากรับรู้เรื่องของเธอ (เสียใจเรื่องขาด connection)

               -    ผมมีพี่ชาย 1 คน แต่งงานแล้ว พี่ชายกับภรรยาสร้างครอบครัวและสร้างกิจการกันอยู่ กทม. คงไม่ได้กลับมาอยู่ดูแลแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วครับ ตรงนี้การดูแลแม่คงต้องเป็นหน้าที่ลูกที่ดีของผมแล้วล่ะครับ เรามีกันอยู่แค่ 3 คน พี่ชาย แม่และผม (พ่อเสียไปตั้งแต่ผมและพี่ชายอายุยังน้อยครับ คิดว่าน่าจะประมาณ 20ปีได้แล้วครับ) เมื่อก่อนบ้านที่แม่อยู่ แม่จะอยู่กับตายาย ปัจจุบันท่านเสียไปหมดแล้วครับ แม่เลยต้องอยู่บ้านคนเดียว แม่ยังแข็งแรงดีครับยังทำงานรับราชการครู อีกประมาณ 2-3 ปีจะเกษียณแล้วครับ

               -    การทำงานในร้านไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง(เป็นเภสัชเอง) เสียภาษีครบถ้วน ปัญหาจะเป็นเรื่องจุกจิกมากกว่าครับ เช่น การจัดการกับเด็กวัยรุ่น (บางคน) มาหาซื้อยาแก้ไอเพื่อไปเสพ มั่วสุมกัน มีหลายครั้งที่ถูกข่มขู่ ทั้งดักรอหน้าร้าน และเข้าขอดูหลังเคาเตอร์ขายยาว่ามียาที่ต้องการหรือไม่ (ร้านเราเป็นร้านในแหล่งชุมชน) อาจจะไม่ได้มีรถวิ่งพลุกพล่านตลอดเวลา เลยรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย หลายวันก่อนพึ่งอ่านข่าว มีกรณีที่เภสัชไม่ยอมขายยาแก้ไอให้เด็กวันรุ่น มีการยิ่งปืนขึ้นฟ้าขู่ เหตุเพราะว่าไม่พอใจที่ไม่ขายยาให้) ข้อนี้เริ่มเห็นความไม่ปลอดภัยแล้วนะ ผมอยู่ร้านคนเดียว มีแค่กล้องวงจรปิดในร้าน

               -    เปิดร้านทุกวัน 7.30am-10.00pm ไม่มีวันหยุดราชการ หรือวันหยุดใดๆ (หยุดครั้งล่าสุด 19-2-2017 ไปงานแต่งงานพี่ชายนั้นคือวันที่ได้พัก) แต่ที่วางแผนหรือทำสถิติบันทึกจำนวนลูกค้าเอาไว้ ทุกวันที่ 16 ของเดือน(วันหวยออก) จะมีจำนวนลูกค้าน้อยกว่าทุกๆวัน เลยจะเริ่มหยุดร้านทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน จะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป มองตัวเองที่ผ่านมา ทำไมเราเหมือนติดคุกเลย

               -    คิดว่าไปเกินสิ้นปี 60 จะสามารถคืนทุนค่ายา ค่าใช้จ่าย Build –in ทั้งหมดภายในร้านให้แม่ได้ทั้งหมดครับ

               -    ห้องที่เช่าอยู่เป็นตึกแถวครับ 2 ชั้น เป็นห้องริมสุดด้านหน้าติดถนน ด้านซ้ายติดกับซอยครับ อยู่ตรงข้ามโรงเรียนมัธยม เช่า 2,000 บาท/เดือน (ไม่แพงครับ เราไม่ได้อยู่ในเมือง) ค่าน้ำ ประมาณ 30-40 บาท/เดือน ค่าไฟ 500-800 บาท/เดือน ผมไม่ได้นอนที่ร้านครับ กลับไปนอนบ้านแม่ ห่างจากร้านประมาณ 2-3 กม.

               -    จำนวนลูกค้า หาค่าเฉลี่ยจากของปี 60 อยู่ที่ 70- 100 คน/วัน เรื่องการจ่ายยาบริการลูกค้าผมว่าผมทำไหว ที่จะต้องเหนื่อยจะเป็นเรื่องเอกสามากกว่า บัญชีรายรับรายจ่าย บัญชียากำกับการขายยาบ้างตัวและส่วนเรื่องเอกสารนี้กลืนกินชีวิตของผมไปทั้งหมด

ปัญหาที่ผมคิดตรึกตรองเอาเองเป็นแบบนี้ครับ

               -    ผมหมดไฟกับการทำร้านแล้วครับ (ผมยอมแพ้) ผมพยายามมองหาแรงบรรดาลใจหลายๆอย่างแล้วครับ
               -    เริ่มนอนไม่หลับ เครียด ปวดหัวไมเกรนบ่อยมากๆๆๆ ม้วนท้อง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องกินยา แล้วผลคือต้องกินยาเพื่อให้ตัวเองหลับไป จะได้มีแรงตื่นขึ้นมาทำงานวันต่อไป เพิ่มปัญหาสุขภาพเรื้อรังคือปวดแขน ปวดมาตั้งแต่เรียน ป.ตรี (รักษามาหลายวิธีแล้วครับไม่หายครับ)
               -    ผมรู้สึกว่าทำไม่มันดูไม่มั่นคงเลยคับ วันไหนไม่เปิดร้านเราจะไม่มีรายรับ แต่ว่าคนเราต้องมีค่าใช้จ่ายทุกวันไงครับ ถ้าเกิดวันหนึ่งวันใดผมล้มป่วยลง ผมจะไม่สามารถหาเงินได้เลยเพราะงานของผมยังเป็น active income อยู่คับ กลัวว่าจะถึงวันที่หาไม่ไหวครับ
               -    ทำเองทุกอย่างไหนร้าน ตั้งแต่ความสะอาดร้าน ติดราคา จัดของขึ้นชั้น สั่งยาจากร้านขายส่ง 4 ร้าน ร้านในจังหวัด 2 ร้าน และร้านจังหวัดใกล้เคียง 2 ร้าน คุยกับบริษัทยาอีก 5 บริษัท  (ยี่ปั่วในจังหวัดจะต้องไปรับยาเอง ส่วนนี้แม่จะไปรับให้หลังจากแม่เลิกงาน อีก 2 ร้านของต่างจังหวัดจะมีบริการส่งให้ครับ) เหนื่อยมากๆ ทุกอย่างขึ่นอยู่กับผมคนเดียว

                ผมไม่อยากทำร้านต่อแล้ว อยากจะออกไปสอบทำงานราชการ (เข้าใจครับว่ามันไม่สามารถเข้าไปอยู่ในระบบราชการได้ง่ายๆ หลายคนคงบอกว่ารอให้ได้งานราชการแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้ทำร้านแล้วจริงๆ จะพยายามสอบให้สามารถทำงานราชการให้ได้ครับ) ติดแต่ว่าผมต้องดูแลแม่ ไม่อยากจะเสียใจภายหลังว่าไม่ดูแลแม่  หรือว่าผมต้องทำใจทำร้านต่อไปเพื่อให้สามารถอยู่กับแม่ แต่มันก็จะทำให้สุขภาพจิตแย่ ครอบครัวเราไม่ได้เดือนร้อนไม่มีเรื่องหนี้สิน ฐานะปานกลาง พี่ชายกับแม่รับราชการทั้งคู่ ช่วยผมคิดหน่อยครับ ผมไม่อยากอยู่ไปแบบนี้เลยครับ ทำลายสุขภาพสุด ๆ ไม่ภูมิใจแล้วก็ไม่มีความสุขกับจำนวนเงินใน บ/ช ที่เพิ่มขึ้นแล้ว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่