ดิฉันในฐานะประชาชนเสียงเงียบ เตรียมพร้อมแล้ว ที่จะคัดเลือกคนที่จะมาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองชุดต่อไป และตั้งใจเอาไว้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ดิฉันควรจะเลือกพรรคและคนแบบใด
แต่เมื่อตัวเลือกยังไม่พร้อม ดิฉันก็เลยคิดไว้เพียงแค่นี้ก่อนว่า นักการเมืองแบบไหนพรรคแบบไหนที่ดิฉันไม่เลือกมาเป็นรัฐบาลและไม่สนับสนุนคนแบบใดมาเป็นนายกรัฐมนตรี
1. ภาพลักษณ์ Good Product ของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีการศึกษาดี มีฐานะร่ำรวย สวย บุคลิกดี แต่เคยต้องคำพิพากษาคดีต่างๆมาแล้วในอดีต เช่น คดีฉ้อโกง ทุจริตในหน้าที่การงาน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซุกหุ้น หรือไม่ยอมรับกฎหมาย แบบนี้ดีแค่ไหนก็ไม่เลือก
2. ภาพลักษณ์ของการทุจริตคอร์รับชั่น ที่เคยทำมาในอดีต แม้จะมีคำกล่าวว่า นักการเมืองคนนี้โกงแล้วแบ่งประชาชน ก็ไม่สมควรจะมาเป็นผู้แทนของประชาชน ความซื่อสัตย์สุจริตคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกนักการเมือง ไม่เช่นนั้นก็ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
3. ภาพลักษณ์ของผลงานในอดีตที่ผ่านมา..
การนำประชานิยมแบบสุดโต่ง เทงบประมาณลงมาเพื่อหาเสียง บอกว่าจะลดแลกแจกแถม ให้ประชาชนร่ำรวย มีเงินทองด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ จนรัฐต้องสูญเสียรายจ่ายมากมายลงมาละลายน้ำ งบประมาณถึงมือประชาชนไม่เท่าไหร่ แต่ตกหล่นไปลงมือผู้ที่รอรับอยู่ระหว่างทาง ประชานิยมสะสมพอกพูนจนเกิดปัญหาในระบบการเงินของประเทศ และสั่งสมนิสัยแบมือรอรับให้กับประชาชน
4.ภาพลักษณ์ของนโยบายขายฝัน ดูดีในระยะแรกๆแต่พอทำไปก็เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ติดขัดไปหมดทุกๆด้าน ทั้งบุคคลกร งบประมาณการเงินที่ทุ่มเทลงไปมีแต่ขาดทุน
ในระยะยาว กระตุ้นเศรษฐกิจแบบไฟไหม้ฟาง ไม่ยั่งยืนในระยะยาว
5. ภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่คิดอะไรเองไม่เป็น ต้องทำตามนโยบายเจ้าของพรรคที่สังกัด ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ให้ทำอะไรก็ทำทุกอย่าง ราวกับเจ้าของพรรคคือพระเจ้าที่ต้องเชื่อฟัง เพราะมุ่งหวังตำแหน่งที่เจ้าของพรรคจะยื่นให้ ตั้งแต่ ตำแหน่งนายกฯ ไปจนถึงรมต.กระทรวงต่างๆ ตัดสินใจเองไม่ได้แม้แต่เวลาจะออกกฎหมายสักฉบับก็ต้องถามผู้เป็นเจ้าของพรรคก่อน
6.นักการเมืองที่เห็นแก่เงิน..เพราะอำนาจเงินหรือคนที่มีทรัพยากรด้านเงินอย่างล้นเหลือ จะสามารถเรียกนักการเมืองเหล่านี้ มารับใช้แม้ “เงินจะไม่ใช่พระเจ้า แต่ก็คล้ายกับพระเจ้า” ที่เพียงพอต่อการซื้อ ส.ส. หรือสร้างโอกาสพลิกสถานการณ์ทางการเมืองให้กลับมาอีกครั้ง
7. ภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่ใช้มวลชนที่มีความรุนแรงทางการเมือง มาเป็นผู้สนับสนุนตัวเอง สร้าง lone wolf ตัวเดียวและเป็นฝูง เพื่อกดดันการทำงานของฝ่ายตรงข้าม สร้างความชอบธรรมให้แก่นักการเมืองเหล่านี้ อ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชน
ภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองและนักการเมืองทั้ง 7 ข้อที่ดิฉันกล่าวมานี้ เป็นเรื่องที่ต้องหยั่งรู้ให้เท่าทัน เพราะถ้าไม่คำนึงถึงและปล่อยไปเลยตามเลย ประเทศชาติก็คงไม่เดินไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ความทุจริตคอร์รับชั่นจะทวีเพิ่มพูน ประชาชนที่ยากจนจะได้แต่เป็นฐานเสียงให้นักการเมืองเหล่านี้ใช้อำนาจประชาธิปไตยแอบแฝงทำมาหากินร่ำรวยกันในหมู่พวกพ้องญาติพี่น้องตัวเองเท่านั้น






~มาลาริน~** 🙅แบบไหนที่ไม่เลือก
แต่เมื่อตัวเลือกยังไม่พร้อม ดิฉันก็เลยคิดไว้เพียงแค่นี้ก่อนว่า นักการเมืองแบบไหนพรรคแบบไหนที่ดิฉันไม่เลือกมาเป็นรัฐบาลและไม่สนับสนุนคนแบบใดมาเป็นนายกรัฐมนตรี
1. ภาพลักษณ์ Good Product ของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีการศึกษาดี มีฐานะร่ำรวย สวย บุคลิกดี แต่เคยต้องคำพิพากษาคดีต่างๆมาแล้วในอดีต เช่น คดีฉ้อโกง ทุจริตในหน้าที่การงาน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซุกหุ้น หรือไม่ยอมรับกฎหมาย แบบนี้ดีแค่ไหนก็ไม่เลือก
2. ภาพลักษณ์ของการทุจริตคอร์รับชั่น ที่เคยทำมาในอดีต แม้จะมีคำกล่าวว่า นักการเมืองคนนี้โกงแล้วแบ่งประชาชน ก็ไม่สมควรจะมาเป็นผู้แทนของประชาชน ความซื่อสัตย์สุจริตคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกนักการเมือง ไม่เช่นนั้นก็ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
3. ภาพลักษณ์ของผลงานในอดีตที่ผ่านมา..
การนำประชานิยมแบบสุดโต่ง เทงบประมาณลงมาเพื่อหาเสียง บอกว่าจะลดแลกแจกแถม ให้ประชาชนร่ำรวย มีเงินทองด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ จนรัฐต้องสูญเสียรายจ่ายมากมายลงมาละลายน้ำ งบประมาณถึงมือประชาชนไม่เท่าไหร่ แต่ตกหล่นไปลงมือผู้ที่รอรับอยู่ระหว่างทาง ประชานิยมสะสมพอกพูนจนเกิดปัญหาในระบบการเงินของประเทศ และสั่งสมนิสัยแบมือรอรับให้กับประชาชน
4.ภาพลักษณ์ของนโยบายขายฝัน ดูดีในระยะแรกๆแต่พอทำไปก็เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ติดขัดไปหมดทุกๆด้าน ทั้งบุคคลกร งบประมาณการเงินที่ทุ่มเทลงไปมีแต่ขาดทุน
ในระยะยาว กระตุ้นเศรษฐกิจแบบไฟไหม้ฟาง ไม่ยั่งยืนในระยะยาว
5. ภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่คิดอะไรเองไม่เป็น ต้องทำตามนโยบายเจ้าของพรรคที่สังกัด ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ให้ทำอะไรก็ทำทุกอย่าง ราวกับเจ้าของพรรคคือพระเจ้าที่ต้องเชื่อฟัง เพราะมุ่งหวังตำแหน่งที่เจ้าของพรรคจะยื่นให้ ตั้งแต่ ตำแหน่งนายกฯ ไปจนถึงรมต.กระทรวงต่างๆ ตัดสินใจเองไม่ได้แม้แต่เวลาจะออกกฎหมายสักฉบับก็ต้องถามผู้เป็นเจ้าของพรรคก่อน
6.นักการเมืองที่เห็นแก่เงิน..เพราะอำนาจเงินหรือคนที่มีทรัพยากรด้านเงินอย่างล้นเหลือ จะสามารถเรียกนักการเมืองเหล่านี้ มารับใช้แม้ “เงินจะไม่ใช่พระเจ้า แต่ก็คล้ายกับพระเจ้า” ที่เพียงพอต่อการซื้อ ส.ส. หรือสร้างโอกาสพลิกสถานการณ์ทางการเมืองให้กลับมาอีกครั้ง
7. ภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่ใช้มวลชนที่มีความรุนแรงทางการเมือง มาเป็นผู้สนับสนุนตัวเอง สร้าง lone wolf ตัวเดียวและเป็นฝูง เพื่อกดดันการทำงานของฝ่ายตรงข้าม สร้างความชอบธรรมให้แก่นักการเมืองเหล่านี้ อ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชน
ภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองและนักการเมืองทั้ง 7 ข้อที่ดิฉันกล่าวมานี้ เป็นเรื่องที่ต้องหยั่งรู้ให้เท่าทัน เพราะถ้าไม่คำนึงถึงและปล่อยไปเลยตามเลย ประเทศชาติก็คงไม่เดินไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ความทุจริตคอร์รับชั่นจะทวีเพิ่มพูน ประชาชนที่ยากจนจะได้แต่เป็นฐานเสียงให้นักการเมืองเหล่านี้ใช้อำนาจประชาธิปไตยแอบแฝงทำมาหากินร่ำรวยกันในหมู่พวกพ้องญาติพี่น้องตัวเองเท่านั้น