จริงๆ แล้วหัวข้อนี้ มีคนถามมีคนแชร์มาเยอะแล้วนะครับ
แต่ผมขอพูดในมุมของผม จากประสบการณ์โดยตรงที่ได้ทำงานมาในบริษัท ทั้ง 2 ประเภทแล้ว
บริษัทใหญ่
1.ดูเป็นระบบมากกว่า ทุกคนทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง ตาม KPI มีโอกาสเติบโตดีกว่า เพราะมี career path ที่จัดเจนเริ่มต้นทำงานอะไร จะเติบโตไปได้อย่างไร ง่ายคือถ้าทำงานต่อไปเรื่อยๆ คุณจะสามารถเติบโตไปตำแหน่งไหนได้บ้าง
2.บางที่มีการ Rotate งานได้เช่น ทำฝ่ายการตลาดแต่ชอบการขายของ หัวหน้าอาจจะสอบถามให้เราย้ายไปทำงานในตำแหน่งอื่นในบริษัทได้
3.มีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน มีหน้าที่หลัก หน้าที่รอง ในกรณีที่เพื่อนในบริษัท ลาหรือขาดงาน เราก็สามารถทำงานแทนได้ (อันนี้ละหน้าที่รอง)
4.มีโปรแกรมหรือคอร์สอบรม ให้เราได้ไปอบรมไปเรียนรู้มาก มีโอกาสได้ความรู้ได้เติบโต เพราะเค้าต้องการฝึกให้เราเก่งในเรื่องนั้นจริงๆ (เก่งเฉพาะทาง)
5.มีสังคมการทำงานที่ต้องแข่งขัน ชิ่งตำแหน่งกันพอสมควร แต่ก็ทำให้เรา active ตลอดเวลา
6.มีรายได้สูงกว่า ฐานเงินเดือนมากกว่า มีสวัสดิการมากกว่า เช่น เบิกค่ารักษาพยาบาลที่มีวงเงินสูงกว่า, มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยหักจากเงินเดือนเราทุกเดือน 3-5% หรือมากกว่านั้น และบริษัทก็จะสมทบเพิ่มให้อีกเท่ากับที่หักเรา เรื่องนี้สำคัญ บางทีทำงานมาสักพักมาดูก้อนนี้ ก็มากอยู่นะครับ, มีการลาพักร้อนที่นานกว่า มากกว่า สามารถลาต่อเนื่องได้ ติดกันเพราะมีคนสามารถทำงานแทนเราได้, มีโบนัสที่ค่อนข้างแน่นอน (มีการันตี)
7.สารถเปลี่ยนงานได้ง่าย ในกรณีที่เราออกจากงานที่นี้ มีบริษัท มากมายที่ต้องการรับเราเข้าทำงาน
ึ8.มีความภาคภูมิใจครับเพราะเอาจริงบริษัทใหญ่มีคนอยากทำงานด้วยมาก บริษัทเองเค้าก็มีตัวเลือกมาก (ให้อารมณ์เหมือนสอบเอ็นทรานซ์)
บริษัทเล็ก
1.ได้ทำงานที่หลากหลาย มีโอกาสได้ทำงานหลายอย่าง บางคนที่ยังไม่รู้จักตัวเองว่าชอบอะไร นี่ละตอบโจยท์พอสมควร
2.ส่วนใหญ่อยู่กันอย่างเป็นกันเอง ค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
3.มีโอกาสในการเติบโต เพราะถ้าเราทำงานอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากบริษัทเล็กเป็นบริษัทใหญ่ เราจะมีโอกาสในการแสดงฝีมือในการทำงาน (ยังมีช่องว่างของความสำเร็จ) และเราจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จขององค์กร
4.มีความเข้าใจการบริหารองค์กรในระดับหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับบริษัท ของเราเองในอนาคต
5.มีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง
คำพูดก่อนเรียนจบที่อาจารย์ได้ถามผมไว้ คือคุณเป็นหางราชสีห์ หรือ หัวสุนัข (ถ้าคุณทำงานบริษัทใหญ่ ก็ใหญ่จริง แต่เป็นแค่หางนะ ถ้าบริษัทเล็ก คุณอาจจะได้เป็นหัวแต่แรกเลยก็ได้) คำถามนี้ก้องอยู่ในหัวทุกครั้ง ว่าเราควรเลือกอะไรดี เราจะทำงานในบริษัทสักกี่ปี แล้วเราเข้าไปทำบริษัทนั้นเพื่อเหตุผลใด มันเป็นที่เรียนรู้เรื่องอะไร และมันต่อยอดไปสู่เป้าหมายของการเป็นเจ้าของกิจการได้หรือไม่ และที่สำคัญมันมีเวลาส่วนตัวให้กับครอบครัวและสุขภาพเรามากน้อยแค่ไหน
พูดในแง่มุมดีๆ ละกัน ส่วนด้านไม่มีก็อาจจะฝากทุกคนช่วยแชร์
ทำงานบริษัทใหญ่หรือเล็กดีกว่ากัน
แต่ผมขอพูดในมุมของผม จากประสบการณ์โดยตรงที่ได้ทำงานมาในบริษัท ทั้ง 2 ประเภทแล้ว
บริษัทใหญ่
1.ดูเป็นระบบมากกว่า ทุกคนทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง ตาม KPI มีโอกาสเติบโตดีกว่า เพราะมี career path ที่จัดเจนเริ่มต้นทำงานอะไร จะเติบโตไปได้อย่างไร ง่ายคือถ้าทำงานต่อไปเรื่อยๆ คุณจะสามารถเติบโตไปตำแหน่งไหนได้บ้าง
2.บางที่มีการ Rotate งานได้เช่น ทำฝ่ายการตลาดแต่ชอบการขายของ หัวหน้าอาจจะสอบถามให้เราย้ายไปทำงานในตำแหน่งอื่นในบริษัทได้
3.มีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน มีหน้าที่หลัก หน้าที่รอง ในกรณีที่เพื่อนในบริษัท ลาหรือขาดงาน เราก็สามารถทำงานแทนได้ (อันนี้ละหน้าที่รอง)
4.มีโปรแกรมหรือคอร์สอบรม ให้เราได้ไปอบรมไปเรียนรู้มาก มีโอกาสได้ความรู้ได้เติบโต เพราะเค้าต้องการฝึกให้เราเก่งในเรื่องนั้นจริงๆ (เก่งเฉพาะทาง)
5.มีสังคมการทำงานที่ต้องแข่งขัน ชิ่งตำแหน่งกันพอสมควร แต่ก็ทำให้เรา active ตลอดเวลา
6.มีรายได้สูงกว่า ฐานเงินเดือนมากกว่า มีสวัสดิการมากกว่า เช่น เบิกค่ารักษาพยาบาลที่มีวงเงินสูงกว่า, มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยหักจากเงินเดือนเราทุกเดือน 3-5% หรือมากกว่านั้น และบริษัทก็จะสมทบเพิ่มให้อีกเท่ากับที่หักเรา เรื่องนี้สำคัญ บางทีทำงานมาสักพักมาดูก้อนนี้ ก็มากอยู่นะครับ, มีการลาพักร้อนที่นานกว่า มากกว่า สามารถลาต่อเนื่องได้ ติดกันเพราะมีคนสามารถทำงานแทนเราได้, มีโบนัสที่ค่อนข้างแน่นอน (มีการันตี)
7.สารถเปลี่ยนงานได้ง่าย ในกรณีที่เราออกจากงานที่นี้ มีบริษัท มากมายที่ต้องการรับเราเข้าทำงาน
ึ8.มีความภาคภูมิใจครับเพราะเอาจริงบริษัทใหญ่มีคนอยากทำงานด้วยมาก บริษัทเองเค้าก็มีตัวเลือกมาก (ให้อารมณ์เหมือนสอบเอ็นทรานซ์)
บริษัทเล็ก
1.ได้ทำงานที่หลากหลาย มีโอกาสได้ทำงานหลายอย่าง บางคนที่ยังไม่รู้จักตัวเองว่าชอบอะไร นี่ละตอบโจยท์พอสมควร
2.ส่วนใหญ่อยู่กันอย่างเป็นกันเอง ค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
3.มีโอกาสในการเติบโต เพราะถ้าเราทำงานอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากบริษัทเล็กเป็นบริษัทใหญ่ เราจะมีโอกาสในการแสดงฝีมือในการทำงาน (ยังมีช่องว่างของความสำเร็จ) และเราจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จขององค์กร
4.มีความเข้าใจการบริหารองค์กรในระดับหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับบริษัท ของเราเองในอนาคต
5.มีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง
คำพูดก่อนเรียนจบที่อาจารย์ได้ถามผมไว้ คือคุณเป็นหางราชสีห์ หรือ หัวสุนัข (ถ้าคุณทำงานบริษัทใหญ่ ก็ใหญ่จริง แต่เป็นแค่หางนะ ถ้าบริษัทเล็ก คุณอาจจะได้เป็นหัวแต่แรกเลยก็ได้) คำถามนี้ก้องอยู่ในหัวทุกครั้ง ว่าเราควรเลือกอะไรดี เราจะทำงานในบริษัทสักกี่ปี แล้วเราเข้าไปทำบริษัทนั้นเพื่อเหตุผลใด มันเป็นที่เรียนรู้เรื่องอะไร และมันต่อยอดไปสู่เป้าหมายของการเป็นเจ้าของกิจการได้หรือไม่ และที่สำคัญมันมีเวลาส่วนตัวให้กับครอบครัวและสุขภาพเรามากน้อยแค่ไหน
พูดในแง่มุมดีๆ ละกัน ส่วนด้านไม่มีก็อาจจะฝากทุกคนช่วยแชร์