เรื่องราว ครั้งนึงในชีวิต ที่ได้พบเจอมา แม้มันแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ (พอจริงจัง ใจมันก็เลยพังแบบนี้)
15 ธ.ค. 2559 จุดเริ่มต้น ได้รู้จักกับผู้ชายคนนึงผ่านทาง Facebook จากลุ่มคลับยาริส ได้มีการพูดคุย ช่วยเหลือกันเรื่องรถ เพราะวันนั้นรถเรามีปัญหา เค้าเลยอาสามาดูให้ ละก็จะเอารถเราไปซ่อมให้ และเอารถเค้ามาให้เราใช้ (โห.. กล้าให้ขนาดนี้เลยหรอ ดีเนอะ) หลังจากนั้นก็พูดคุยทักทายกันผ่าน Facebook ทุกวัน ยังคุยกันแบบปกติ (แต่เราก็รู้สึกดี เค้าคุยสนุก) แต่เราก็ยังไม่ได้คิดอะไร เพราะเราก็มีคุยกุ๊กกิ๊กกับคนอื่น แต่ก็ไม่ได้คบจริงจังอะไร ผ่านมาสักพัก ก็มีเริ่มหยอด เริ่มมาจีบ เค้าก็ชอบทำเขินๆ นะ ก็น่ารักดี และเค้าก็ไปเห็นรูปๆ นึงของเรา เค้าบอกว่า “เราเป็นคนที่เค้าแอบปลื้มตั้งแต่ขอเป็นเพื่อนใน Facebook และก็ไม่กล้าทัก” และเราก็เริ่มคุยสนิทกัน
24 ธ.ค. 2559 ได้เจอกันอีกที ก็งานมิตติ้งคลับ นั่นแหละ เค้าชวนเราอยากให้เราไป ที่เราไป เพราะเห็นแก่ว่าเค้าเคยช่วยเรา แต่วันนั้นเราก็ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร เพราะเราไม่รู้จักใคร และเราโมโหหิว และเค้ามาแตะเนื้อต้องตัวเอาอีก และยังจะรั้งเราไว้ทั้งๆ ที่ลงกันแล้วว่า อยู่ถึงได้แค่เวลานี้ มันก็เลยมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา แต่ก็ไม่อะไรมากนะ ก็ยังคุยต่อปกติ
หลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร เพราะเค้ากลับไปบ้านที่ ตจว. แต่ก็มีส่งข้อความมาทาง Facebook ว่าคิดถึง อะไรประมานนี้ (เราก็เริ่มรู้สึกว่า เอ! ทำไมต้องมาคิดถึงเราด้วย) ทีแรกก็แอนตี้นะ ไม่ชอบให้คนมาจีบ และคุยไม่กี่วันมาบอกว่าคิดถึงอะไรงี้ ก็คงเป็นพวกเจ้าชู้ พูดไปงั้นๆ ตามประสาผู้ชาย แต่ช่วงนั้นเราก็มีคุยกะผู้ชายอีกคนนึงนะ ช่วงปีใหม่เราก็ไปเที่ยวกับผู้ชายคนนั้น เพราะว่าเราก็ยังเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คบจริงจังอะไรกับใคร เพราะไม่มีใครจริงจังกับเรา
17 ม.ค. 2560 เรานัดเดตกัน ครั้งแรก ไปกินชาบูอินดี้ และก็ไปเดินถ่ายรูปเล่นกัน (เบื้องต้นก็โอเคนะ สามารถดูกันต่อไปได้) ก็คุยสานสัมพันธ์กันต่อไป
หลังจากนั้น เราก็คุยกันสนิทขึ้น เจอกันบ่อยขึ้น เค้าก็พยายามหลายอย่างนะ ที่จะเข้าหาเรา พยายามทำดี พยายามให้เห็นว่าเค้าจริงจัง จริงใจ ทุกเช้าที่เรามาทำงาน รถเรามันจอดที่ทำงานไม่ได้ เราต้องเอาไปจอดที่ท่าเรือและนั่งวินมาอีกที แต่บางครั้งเค้าก็มาคอยรับเรา ซื้อกับข้าว ซื้อดอกไม้มาให้เรา และตอนเย็นถ้าเค้าว่างเค้าก็มารับเรา และก็ขับรถตามกันมาบ้านเรา และก็ไปนั่งกินข้าว นั่งคุยกัน จนประมาน 2 ทุ่ม ค่อยเข้าบ้าน เป็นแบบนี้เกือบทุกวัน
22 ม.ค. 2560 เป็นวันหยุด เค้าก็ชวนไปบ้านเพื่อน ไปกินหมูกะทะ ไปรู้จักใครต่อใคร เหมือนเป็นการเปิดตัวแหละ
28 ม.ค. 2560 เราชวนเขามาเที่ยวบ้านที่นครนายก และมีปู่เรามาด้วย เค้าเทคแคร์ ดูแล ทั้งปู่ ทั้งเราดี ดูน่ารักมาก และวันนี้ ตัวเราเองก็เหมือนยอมรับในตัวเค้าแล้ว เราโพสต์รูปคู่ลง Facebook ก็แท็กด้วยนะ แต่ก็แอบเห็นว่าเค้าปิดกั้น ไม่ให้โชว์หน้าไทม์ไลน์เค้า ก็ถามหาเหตุผลนะ เค้าก็บอกว่า “จะเซอร์ไพรพี่ชาย ยังไม่อยากให้เค้ารู้ว่าเค้ามีแฟนแล้ว” มันไม่น่าเชื่อหรอก แต่เราก็ไม่รู้จะพูดไงเหมือนกันอ่ะ ก็ปล่อยไปก่อน ที่เราโพสต์ไป ก็เหมือนเราเปิดตัว ว่าเราจะคบกับเค้าจริงๆ ไม่ได้หลบซ่อนอะไร พอถึงเวลาค่ำคืน ญ กับ ช อยู่ 2 คนก็อย่างว่า ทีแรกก็ไม่คิดว่าเค้าจะกล้านะ แต่เค้าก็ทำ เราก็เข้าใจนะ ก็เป็นธรรมชาติของผู้ชาย และเราเองก็ให้ เพราะเราเห็นเค้าดูจริงจัง เราเองก็จริงจัง เค้ายังพูดอีกนะว่า “เสี่ยงไปเลย ถ้าไม่รักก็เกลียด แค่นั้นเอง”
หลังจากได้เสียกันไปแล้ว ก็ยังดีเหมือนเดิม แต่ก็ผูกพันธ์กันมากขึ้น มีทั้งความรัก ความคิดถึง ความห่วงใย ความใส่ใจ มีทุกอย่างที่คนรักกันควรจะมี ที่เค้าทำดูมีความจริงจัง จริงใจมาก มีความพยายาม ทุ่มเทเพื่อเรา
4 ก.พ. 2560 งานมิตติ้งยาริส งานใหญ่ เราชวนเค้าไปด้วย และก็ไปเจอเพื่อนเค้ามากมายในกลุ่ม ทุกคนก็ยิ่งรู้จักเราสองคน พวกเพื่อนๆ เค้ารับรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็เริ่มมีกิจกรรมและก็ออกงานร่วมกันบ่อยขึ้น เป็นที่รู้จักว่าเราคู่กัน ก็ยิ่งเพิ่มความสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเวลาไปไหนกัน เรากลับบ้านดึก เราก็จะนอนกับเค้า แต่เค้าไม่ได้พาเราไปห้องเค้านะ เค้าพาเราไปเปิดโรงแรมนอนทุกครั้ง ก็เกิดความสงสัยอีก เราก็ถาม แต่ได้คำตอบมาว่า “ที่ห้องอ่ะ ยังมีข้าวของของแฟนเก่าอยู่ ไม่อยากให้เราไปเห็น เคยสัญญากับแฟนเก่าไว้ ว่าจะไม่พาใครมาในที่ของเรา” มันก็ไม่เคลียร์หรอกในคำตอบ แต่เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง พูดจนเหนื่อย ก็ไม่ชนะ ก็ปล่อยไปก่อน ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปด้วยดี ยังใส่ใจ เทคแคร์ ดูแลกันเหมือนเดิม และเราก็พามาบ้าน มาเจอญาติพี่น้อง เค้าก็ดูเข้ากับทุกคนดี ใครๆ ก็ชอบเค้า เพราะเค้าชอบคุย ขี้เล่น ทำกับข้าวเก่ง ร้องเพลงเพราะ

10 ก.พ. 2560 วันนี้เราโกหกเค้า ว่าเราจะไปทำงาน แต่จริงๆ แล้ว เราไปหาผู้ชายคนนั้น ที่เราเคยคุยก่อนหน้าที่จะมาเจอเค้า เพราะเราจะไปเก็บของของเราที่ยังอยู่ที่ห้องของผู้ชายคนนั้น คือเราก็อยากจะจบ เพื่อที่จะได้มีเค้าคนเดียว จะได้ไม่มีปัญหากัน แล้วที่เราเลือกโกหก ก็เพราะไม่อยากให้เค้าไม่สบายใจ ไม่อยากให้ระแวง ให้มันจบๆ ไปแบบเงียบๆ แล้วมาเริ่มต้นใหม่ เพราะเราเริ่มมีความตั้งใจกับเค้า เราเลือกเค้าแล้วที่จะมาเป็นคู่ชีวิต เราก็ขนของกลับมา เย็นนี้มีนัดกับเค้าไปงานมิตติ้ง แต่ก็เริ่มมีความงี่เง่า มีทะเลาะกันบ้างนิดหน่อย ตามประสาลิ้นกะฟัน
13 ก.พ. 2560 เค้ารู้แล้วแหละว่า วันนั้นเราโกหกเค้า เค้าก็ดูเครียด ไม่พอใจ ร้องไห้ เสียใจมาก ที่เราทำกับเค้าแบบนั้น (นึกในใจเรื่องมันไม่ได้หนักหนา ถึงขั้นดราม่า น้ำตาไหลป่ะ) เราเองก็รู้สึกผิดมาก แต่เราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำอะไรไม่ดี เราแค่อยากจะเคลียร์ตัวเอง เพื่อมีแค่เค้าคนเดียว เราเองก็เป็นทุกข์จากการที่เราทำผิด แต่เค้าก็ยังอยู่กับเรา พรุ่งนี้เป็นวันวาเลนไทน์ เค้าก็มีช่อกุหลาบใหญ่มาให้เราในวันนี้ เพราะพรุ่งนี้เค้าบอกว่า เค้าไม่ว่าง พอถึงวันวาเลนไทน์ วันนั้นเราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน เค้าเงียบๆ ไป เราก็เสียใจนะ เพราะเราคิดว่าเค้าคงเสียใจที่เราโกหกเค้า (แต่จริงๆแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าไปไหน ทำอะไร ก็ยังสงสัยอยู่)
18 ก.พ. 2560 เป็นวันหยุด เราก็มาขลุกอยู่ที่บ้านพี่เรา ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเต็มๆ ทั้งวันทั้งคืน แต่เค้าเป็นคนชอบดื่ม ขี้เมาอ่ะ มีกิจกรรมทำร่วมกัน เฮฮา ปาร์ตี้ มีความสุขมากอ่ะ ใครๆ ก็ว่ารักกันดี กุ๊กกิ๊ก น่ารัก แต่มีสิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้และน่าสงสัยก็คือ เวลาที่อยู่กับเราตลอดเนี่ย เค้าไม่เคยจับมือถือเลย และปิดเครื่องตลอด เราก็ถามอีก คำตอบที่ได้ก็คือ “อยากใช้เวลาอยู่กับเราให้เต็มที่ เดี๋ยวจะหาว่าเล่นแต่มือถือ ไม่สนใจเรา" มันก็ไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไรหรอกนะ มันดูแปลกๆ อ่ะ แต่ก็ปล่อยไปก่อน
25 ก.พ. 2560 เป็นวันหยุด แต่ว่า เรามาเที่ยวกันไกลหน่อย ออก ตจว. มากับเพื่อนสนิทเค้า อีกคนนึง ก็ไปเที่ยวกัน ดูแลกัน ถ่ายรูปกัน ดูรักกันดี มีความสุข
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็ยังปกติดีเหมือนเดิม ออกงานคู่กันบ่อยขึ้น เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว ยังมารับส่ง ซื้ออาหารและดอกไม้มาให้ มารับไปกินข้าวเย็นกันเหมือนอย่างเคย แต่ช่วงนี้ เขาดูงานเยอะ จะไม่ค่อยว่างมาหาบ่อย เหมือนอย่างช่วงแรกๆ แต่ยังคุยกันหวานซึ้งเหมือนอย่างทุกวัน
25 มี.ค. 2560 งานมิตติ้งยาริส งานแข่งรถที่ใหญ่พอควร แต่ไม่ถึงกับมีนักข่าวนะ วันนี้เป็นอีกวันที่เป็นความปราบปลื้ม ติดตรึงอยู่ในใจ เค้าทำเซอร์ไพร ขอแต่งงาน กับเรา ท่ามกลางผู้คนมากมาย เพื่อนฝูงมาคอยเชียร์และเป็นพยาน เพราะสิ่งที่เค้าทำ มันเลยทำให้เรารักเค้าหมดหัวใจ และฝากชีวิตที่เหลือทั้งหมดไว้ที่เค้า ความสงสัยที่เคยมีในใจก็ลบเลือนไป เพราะเราคิดว่า เค้าทำถึงขนาดนี้ แปลว่าเขาจริงจัง คิดจะใช้ชีวิตร่วมกับเราแล้วจริงๆ เราก็โพสต์ใน Facebook เรา เพื่อประกาศให้ใครๆ ได้รู้ ทุกคนก็มาร่วมแสดงความยินดี และก็มี Facebook นึงซึ่งมีนามสกุลเดียวกับเค้ามา Comment แบบแปลกๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจ เราก็ถามเค้าว่านี่คือใคร นามสกุลเดียวกัน แต่ไม่เห็นเป็นเพื่อนคุณใน Facebook คุณเลย คำตอบคือ “หลาน ไม่ค่อยถูกกัน เกลียดมัน ไม่อยากเป็นเพื่อนด้วย” มันน่าแปลกอีกละ น่าสงสัยจริงๆ แต่ก็ปล่อยไป และเค้าก็เปลี่ยนโปรไฟล์ Facebook ของเค้าเป็นรูปคู่ของเราตอนขอแต่งงาน ได้สักพักนึงเค้าก็ลบ ละก็อ้างว่า “ยังไม่อยากให้พี่ชายรู้ จะเซอร์ไพร” มันก็น่าสงสัย แต่เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าความจริงคืออะไร ก็ปล่อยไป

พอมาถึงใกล้สงกรานต์ เราก็แอบคิดนะว่า เค้าจะชวนเราไปบ้านเค้า ไปหาพ่อแม่เค้า เพราะว่าถึงขนาดขอแต่งงานแล้ว ก็น่าจะพาไปบ้าน ไปเจอพ่อเจอแม่ ไปทำความรู้จักญาติพี่น้อง แต่เค้าก็ไม่เคยเอ่ยปากชวนเลยแม้แต่น้อย ก็น่าสงสัยเนอะ สรุปช่วงสงกรานต์หลายวัน เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็คุยกันอยู่ แต่ก็มีบางช่วง เค้าเงียบหายไปบ้าง พอถาม ก็ตอบมาว่า “ก็เมา ละก็หลับยาว” พอกลับมาก็มาหาเรา ทุกอย่างก็ดูปกติ แต่พักหลังมานี่ ไม่ค่อยได้เจอ ไม่ได้มาหาเช้าเย็นทุกวันเหมือนเคย เค้าบอกว่าเค้างานเยอะ แต่ก็ยังคุยกันตลอดนะ ในทุกๆ วันเค้าก็พูดวาดฝัน เรื่องของเราต่างๆ นาๆ ดูดี สวยงาม เราก็คิดไปไกล คิดถึงอนาคต คิดว่าเราหยุดอยู่ที่เค้าแน่แท้ คิดว่าเค้าคงรักเราจริงๆ คิดว่าเราจะได้แต่งงานกัน ได้อยู่ด้วยกัน ต้องมีความสุขมากแน่ๆ
6 พ.ค. 2560 วันนี้เรารีบขับรถกลับมาจาก ตจว. เพื่อมาหาเค้า มีนัดไปงานมิตติ้งกันอีก แต่ทีนี้ก็มีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง เสียงดัง เค้าไม่ง้อนะ เค้าเฉยๆ เราก็ร้องไห้หนักมาก นอนไม่หลับ รู้สึกเหนื่อยกับปัญหาที่เริ่มจะมีเข้ามา จนเราคิดเลยว่า เลิกๆ ไป จะได้ไม่มีปัญหาอีก พอเช้าวันรุ่งขึ้นเราต้องพลาดงานแต่งงาน ของเพื่อนสนิทเรา เพราะสภาพเราก็ไม่พร้อมที่จะไปออกงาน และต้องเจอคนแถวบ้านอีกมากมาย เสียดายมากๆ แต่เช้ามาเรากับเค้าก็มาดีกันเหมือนเดิมนะ
14 พ.ค. 2560 มี Facebook ผู้หญิงคนนั้นแหละที่มีนามสกุลเดียวกับเค้า พยายามมาแอดเพื่อนเรา หลายครั้ง เราก็เลยรับ และเจอสิ่งที่น่าช็อคเลย เค้าโพสต์รูปครอบครัว ซึ่งมีเค้า ผู้หญิงคนนั้น และลูกอีก 2 คน เราจับมือถือมือสั่นมากตอนนั้น ก็เลยไลน์ไปถามเค้า เค้าก็ตอบกลับมาว่า “มันเป็นเมียของลูกของพี่ชายพี่ มันแกล้งพี่ เพราะมันเกลียดพี่ ที่พี่เคยไปว่ามัน ว่ามันท้องกับคนอื่น ที่ไม่ใช่หลานเค้าน่ะ เดี๋ยวพี่จะจัดการเอง” เราก็เริ่มไม่ค่อยจะเชื่อละ ก็ให้เค้าไปหาหลักฐานมา แต่ก็ได้นะ ได้หลักฐานเท็จอ่ะ เริ่มคิด เริ่มเครียดละ ปัญหาเริ่มจะหลายเรื่อง ที่มันคาใจ ละไม่เคลียร์

ตัวเราเองก็ป่วย ต้องดูแลรักษาตัวเองให้ดี ห้ามคิดมาก ห้ามเครียด ห้ามร้องไห้ เพราะเรามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ช่วงแรกๆ นั้นเรามีความสุขมาก เราก็ดีขึ้น ไม่เจ็บ ไม่ป่วยเลย เพราะสภาพจิตใจดีไง แต่พอมาพักนี้ก็เริ่มป่วย อาการกำเริบ เพราะคิดมาก และร้องไห้ เราก็บอกกับเค้าแต่แรกนะว่า เราป่วย เค้าก็บอกว่า “รับได้ ดูแลเราได้”
18 พ.ค. 2560 ต้องแอดมิด นอน รพ.เพราะ อาการกำเริบ เนื่องมาจากความเครียดและร้องไห้ เรื่องของเค้านี่แหละ เราเป็นคนที่ไม่เคยเครียดกับเรื่องอะไร นอกจากเรื่องแฟนนี่แหละ แต่เค้าก็มาดูแลเราดีนะ ทำทุกอย่างให้ จ่ายค่ารักษาให้
พอจริงจัง ใจมันก็เลยพังแบบนี้ (คนเราต้องโกหก และสร้างภาพถึงเพียงนี้เชียวหรอ??)
15 ธ.ค. 2559 จุดเริ่มต้น ได้รู้จักกับผู้ชายคนนึงผ่านทาง Facebook จากลุ่มคลับยาริส ได้มีการพูดคุย ช่วยเหลือกันเรื่องรถ เพราะวันนั้นรถเรามีปัญหา เค้าเลยอาสามาดูให้ ละก็จะเอารถเราไปซ่อมให้ และเอารถเค้ามาให้เราใช้ (โห.. กล้าให้ขนาดนี้เลยหรอ ดีเนอะ) หลังจากนั้นก็พูดคุยทักทายกันผ่าน Facebook ทุกวัน ยังคุยกันแบบปกติ (แต่เราก็รู้สึกดี เค้าคุยสนุก) แต่เราก็ยังไม่ได้คิดอะไร เพราะเราก็มีคุยกุ๊กกิ๊กกับคนอื่น แต่ก็ไม่ได้คบจริงจังอะไร ผ่านมาสักพัก ก็มีเริ่มหยอด เริ่มมาจีบ เค้าก็ชอบทำเขินๆ นะ ก็น่ารักดี และเค้าก็ไปเห็นรูปๆ นึงของเรา เค้าบอกว่า “เราเป็นคนที่เค้าแอบปลื้มตั้งแต่ขอเป็นเพื่อนใน Facebook และก็ไม่กล้าทัก” และเราก็เริ่มคุยสนิทกัน
24 ธ.ค. 2559 ได้เจอกันอีกที ก็งานมิตติ้งคลับ นั่นแหละ เค้าชวนเราอยากให้เราไป ที่เราไป เพราะเห็นแก่ว่าเค้าเคยช่วยเรา แต่วันนั้นเราก็ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร เพราะเราไม่รู้จักใคร และเราโมโหหิว และเค้ามาแตะเนื้อต้องตัวเอาอีก และยังจะรั้งเราไว้ทั้งๆ ที่ลงกันแล้วว่า อยู่ถึงได้แค่เวลานี้ มันก็เลยมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา แต่ก็ไม่อะไรมากนะ ก็ยังคุยต่อปกติ
หลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร เพราะเค้ากลับไปบ้านที่ ตจว. แต่ก็มีส่งข้อความมาทาง Facebook ว่าคิดถึง อะไรประมานนี้ (เราก็เริ่มรู้สึกว่า เอ! ทำไมต้องมาคิดถึงเราด้วย) ทีแรกก็แอนตี้นะ ไม่ชอบให้คนมาจีบ และคุยไม่กี่วันมาบอกว่าคิดถึงอะไรงี้ ก็คงเป็นพวกเจ้าชู้ พูดไปงั้นๆ ตามประสาผู้ชาย แต่ช่วงนั้นเราก็มีคุยกะผู้ชายอีกคนนึงนะ ช่วงปีใหม่เราก็ไปเที่ยวกับผู้ชายคนนั้น เพราะว่าเราก็ยังเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คบจริงจังอะไรกับใคร เพราะไม่มีใครจริงจังกับเรา
17 ม.ค. 2560 เรานัดเดตกัน ครั้งแรก ไปกินชาบูอินดี้ และก็ไปเดินถ่ายรูปเล่นกัน (เบื้องต้นก็โอเคนะ สามารถดูกันต่อไปได้) ก็คุยสานสัมพันธ์กันต่อไป
หลังจากนั้น เราก็คุยกันสนิทขึ้น เจอกันบ่อยขึ้น เค้าก็พยายามหลายอย่างนะ ที่จะเข้าหาเรา พยายามทำดี พยายามให้เห็นว่าเค้าจริงจัง จริงใจ ทุกเช้าที่เรามาทำงาน รถเรามันจอดที่ทำงานไม่ได้ เราต้องเอาไปจอดที่ท่าเรือและนั่งวินมาอีกที แต่บางครั้งเค้าก็มาคอยรับเรา ซื้อกับข้าว ซื้อดอกไม้มาให้เรา และตอนเย็นถ้าเค้าว่างเค้าก็มารับเรา และก็ขับรถตามกันมาบ้านเรา และก็ไปนั่งกินข้าว นั่งคุยกัน จนประมาน 2 ทุ่ม ค่อยเข้าบ้าน เป็นแบบนี้เกือบทุกวัน
22 ม.ค. 2560 เป็นวันหยุด เค้าก็ชวนไปบ้านเพื่อน ไปกินหมูกะทะ ไปรู้จักใครต่อใคร เหมือนเป็นการเปิดตัวแหละ
28 ม.ค. 2560 เราชวนเขามาเที่ยวบ้านที่นครนายก และมีปู่เรามาด้วย เค้าเทคแคร์ ดูแล ทั้งปู่ ทั้งเราดี ดูน่ารักมาก และวันนี้ ตัวเราเองก็เหมือนยอมรับในตัวเค้าแล้ว เราโพสต์รูปคู่ลง Facebook ก็แท็กด้วยนะ แต่ก็แอบเห็นว่าเค้าปิดกั้น ไม่ให้โชว์หน้าไทม์ไลน์เค้า ก็ถามหาเหตุผลนะ เค้าก็บอกว่า “จะเซอร์ไพรพี่ชาย ยังไม่อยากให้เค้ารู้ว่าเค้ามีแฟนแล้ว” มันไม่น่าเชื่อหรอก แต่เราก็ไม่รู้จะพูดไงเหมือนกันอ่ะ ก็ปล่อยไปก่อน ที่เราโพสต์ไป ก็เหมือนเราเปิดตัว ว่าเราจะคบกับเค้าจริงๆ ไม่ได้หลบซ่อนอะไร พอถึงเวลาค่ำคืน ญ กับ ช อยู่ 2 คนก็อย่างว่า ทีแรกก็ไม่คิดว่าเค้าจะกล้านะ แต่เค้าก็ทำ เราก็เข้าใจนะ ก็เป็นธรรมชาติของผู้ชาย และเราเองก็ให้ เพราะเราเห็นเค้าดูจริงจัง เราเองก็จริงจัง เค้ายังพูดอีกนะว่า “เสี่ยงไปเลย ถ้าไม่รักก็เกลียด แค่นั้นเอง”
หลังจากได้เสียกันไปแล้ว ก็ยังดีเหมือนเดิม แต่ก็ผูกพันธ์กันมากขึ้น มีทั้งความรัก ความคิดถึง ความห่วงใย ความใส่ใจ มีทุกอย่างที่คนรักกันควรจะมี ที่เค้าทำดูมีความจริงจัง จริงใจมาก มีความพยายาม ทุ่มเทเพื่อเรา
4 ก.พ. 2560 งานมิตติ้งยาริส งานใหญ่ เราชวนเค้าไปด้วย และก็ไปเจอเพื่อนเค้ามากมายในกลุ่ม ทุกคนก็ยิ่งรู้จักเราสองคน พวกเพื่อนๆ เค้ารับรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็เริ่มมีกิจกรรมและก็ออกงานร่วมกันบ่อยขึ้น เป็นที่รู้จักว่าเราคู่กัน ก็ยิ่งเพิ่มความสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเวลาไปไหนกัน เรากลับบ้านดึก เราก็จะนอนกับเค้า แต่เค้าไม่ได้พาเราไปห้องเค้านะ เค้าพาเราไปเปิดโรงแรมนอนทุกครั้ง ก็เกิดความสงสัยอีก เราก็ถาม แต่ได้คำตอบมาว่า “ที่ห้องอ่ะ ยังมีข้าวของของแฟนเก่าอยู่ ไม่อยากให้เราไปเห็น เคยสัญญากับแฟนเก่าไว้ ว่าจะไม่พาใครมาในที่ของเรา” มันก็ไม่เคลียร์หรอกในคำตอบ แต่เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง พูดจนเหนื่อย ก็ไม่ชนะ ก็ปล่อยไปก่อน ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปด้วยดี ยังใส่ใจ เทคแคร์ ดูแลกันเหมือนเดิม และเราก็พามาบ้าน มาเจอญาติพี่น้อง เค้าก็ดูเข้ากับทุกคนดี ใครๆ ก็ชอบเค้า เพราะเค้าชอบคุย ขี้เล่น ทำกับข้าวเก่ง ร้องเพลงเพราะ
10 ก.พ. 2560 วันนี้เราโกหกเค้า ว่าเราจะไปทำงาน แต่จริงๆ แล้ว เราไปหาผู้ชายคนนั้น ที่เราเคยคุยก่อนหน้าที่จะมาเจอเค้า เพราะเราจะไปเก็บของของเราที่ยังอยู่ที่ห้องของผู้ชายคนนั้น คือเราก็อยากจะจบ เพื่อที่จะได้มีเค้าคนเดียว จะได้ไม่มีปัญหากัน แล้วที่เราเลือกโกหก ก็เพราะไม่อยากให้เค้าไม่สบายใจ ไม่อยากให้ระแวง ให้มันจบๆ ไปแบบเงียบๆ แล้วมาเริ่มต้นใหม่ เพราะเราเริ่มมีความตั้งใจกับเค้า เราเลือกเค้าแล้วที่จะมาเป็นคู่ชีวิต เราก็ขนของกลับมา เย็นนี้มีนัดกับเค้าไปงานมิตติ้ง แต่ก็เริ่มมีความงี่เง่า มีทะเลาะกันบ้างนิดหน่อย ตามประสาลิ้นกะฟัน
13 ก.พ. 2560 เค้ารู้แล้วแหละว่า วันนั้นเราโกหกเค้า เค้าก็ดูเครียด ไม่พอใจ ร้องไห้ เสียใจมาก ที่เราทำกับเค้าแบบนั้น (นึกในใจเรื่องมันไม่ได้หนักหนา ถึงขั้นดราม่า น้ำตาไหลป่ะ) เราเองก็รู้สึกผิดมาก แต่เราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำอะไรไม่ดี เราแค่อยากจะเคลียร์ตัวเอง เพื่อมีแค่เค้าคนเดียว เราเองก็เป็นทุกข์จากการที่เราทำผิด แต่เค้าก็ยังอยู่กับเรา พรุ่งนี้เป็นวันวาเลนไทน์ เค้าก็มีช่อกุหลาบใหญ่มาให้เราในวันนี้ เพราะพรุ่งนี้เค้าบอกว่า เค้าไม่ว่าง พอถึงวันวาเลนไทน์ วันนั้นเราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน เค้าเงียบๆ ไป เราก็เสียใจนะ เพราะเราคิดว่าเค้าคงเสียใจที่เราโกหกเค้า (แต่จริงๆแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าไปไหน ทำอะไร ก็ยังสงสัยอยู่)
18 ก.พ. 2560 เป็นวันหยุด เราก็มาขลุกอยู่ที่บ้านพี่เรา ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเต็มๆ ทั้งวันทั้งคืน แต่เค้าเป็นคนชอบดื่ม ขี้เมาอ่ะ มีกิจกรรมทำร่วมกัน เฮฮา ปาร์ตี้ มีความสุขมากอ่ะ ใครๆ ก็ว่ารักกันดี กุ๊กกิ๊ก น่ารัก แต่มีสิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้และน่าสงสัยก็คือ เวลาที่อยู่กับเราตลอดเนี่ย เค้าไม่เคยจับมือถือเลย และปิดเครื่องตลอด เราก็ถามอีก คำตอบที่ได้ก็คือ “อยากใช้เวลาอยู่กับเราให้เต็มที่ เดี๋ยวจะหาว่าเล่นแต่มือถือ ไม่สนใจเรา" มันก็ไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไรหรอกนะ มันดูแปลกๆ อ่ะ แต่ก็ปล่อยไปก่อน
25 ก.พ. 2560 เป็นวันหยุด แต่ว่า เรามาเที่ยวกันไกลหน่อย ออก ตจว. มากับเพื่อนสนิทเค้า อีกคนนึง ก็ไปเที่ยวกัน ดูแลกัน ถ่ายรูปกัน ดูรักกันดี มีความสุข
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็ยังปกติดีเหมือนเดิม ออกงานคู่กันบ่อยขึ้น เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว ยังมารับส่ง ซื้ออาหารและดอกไม้มาให้ มารับไปกินข้าวเย็นกันเหมือนอย่างเคย แต่ช่วงนี้ เขาดูงานเยอะ จะไม่ค่อยว่างมาหาบ่อย เหมือนอย่างช่วงแรกๆ แต่ยังคุยกันหวานซึ้งเหมือนอย่างทุกวัน
25 มี.ค. 2560 งานมิตติ้งยาริส งานแข่งรถที่ใหญ่พอควร แต่ไม่ถึงกับมีนักข่าวนะ วันนี้เป็นอีกวันที่เป็นความปราบปลื้ม ติดตรึงอยู่ในใจ เค้าทำเซอร์ไพร ขอแต่งงาน กับเรา ท่ามกลางผู้คนมากมาย เพื่อนฝูงมาคอยเชียร์และเป็นพยาน เพราะสิ่งที่เค้าทำ มันเลยทำให้เรารักเค้าหมดหัวใจ และฝากชีวิตที่เหลือทั้งหมดไว้ที่เค้า ความสงสัยที่เคยมีในใจก็ลบเลือนไป เพราะเราคิดว่า เค้าทำถึงขนาดนี้ แปลว่าเขาจริงจัง คิดจะใช้ชีวิตร่วมกับเราแล้วจริงๆ เราก็โพสต์ใน Facebook เรา เพื่อประกาศให้ใครๆ ได้รู้ ทุกคนก็มาร่วมแสดงความยินดี และก็มี Facebook นึงซึ่งมีนามสกุลเดียวกับเค้ามา Comment แบบแปลกๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจ เราก็ถามเค้าว่านี่คือใคร นามสกุลเดียวกัน แต่ไม่เห็นเป็นเพื่อนคุณใน Facebook คุณเลย คำตอบคือ “หลาน ไม่ค่อยถูกกัน เกลียดมัน ไม่อยากเป็นเพื่อนด้วย” มันน่าแปลกอีกละ น่าสงสัยจริงๆ แต่ก็ปล่อยไป และเค้าก็เปลี่ยนโปรไฟล์ Facebook ของเค้าเป็นรูปคู่ของเราตอนขอแต่งงาน ได้สักพักนึงเค้าก็ลบ ละก็อ้างว่า “ยังไม่อยากให้พี่ชายรู้ จะเซอร์ไพร” มันก็น่าสงสัย แต่เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าความจริงคืออะไร ก็ปล่อยไป
พอมาถึงใกล้สงกรานต์ เราก็แอบคิดนะว่า เค้าจะชวนเราไปบ้านเค้า ไปหาพ่อแม่เค้า เพราะว่าถึงขนาดขอแต่งงานแล้ว ก็น่าจะพาไปบ้าน ไปเจอพ่อเจอแม่ ไปทำความรู้จักญาติพี่น้อง แต่เค้าก็ไม่เคยเอ่ยปากชวนเลยแม้แต่น้อย ก็น่าสงสัยเนอะ สรุปช่วงสงกรานต์หลายวัน เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็คุยกันอยู่ แต่ก็มีบางช่วง เค้าเงียบหายไปบ้าง พอถาม ก็ตอบมาว่า “ก็เมา ละก็หลับยาว” พอกลับมาก็มาหาเรา ทุกอย่างก็ดูปกติ แต่พักหลังมานี่ ไม่ค่อยได้เจอ ไม่ได้มาหาเช้าเย็นทุกวันเหมือนเคย เค้าบอกว่าเค้างานเยอะ แต่ก็ยังคุยกันตลอดนะ ในทุกๆ วันเค้าก็พูดวาดฝัน เรื่องของเราต่างๆ นาๆ ดูดี สวยงาม เราก็คิดไปไกล คิดถึงอนาคต คิดว่าเราหยุดอยู่ที่เค้าแน่แท้ คิดว่าเค้าคงรักเราจริงๆ คิดว่าเราจะได้แต่งงานกัน ได้อยู่ด้วยกัน ต้องมีความสุขมากแน่ๆ
6 พ.ค. 2560 วันนี้เรารีบขับรถกลับมาจาก ตจว. เพื่อมาหาเค้า มีนัดไปงานมิตติ้งกันอีก แต่ทีนี้ก็มีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง เสียงดัง เค้าไม่ง้อนะ เค้าเฉยๆ เราก็ร้องไห้หนักมาก นอนไม่หลับ รู้สึกเหนื่อยกับปัญหาที่เริ่มจะมีเข้ามา จนเราคิดเลยว่า เลิกๆ ไป จะได้ไม่มีปัญหาอีก พอเช้าวันรุ่งขึ้นเราต้องพลาดงานแต่งงาน ของเพื่อนสนิทเรา เพราะสภาพเราก็ไม่พร้อมที่จะไปออกงาน และต้องเจอคนแถวบ้านอีกมากมาย เสียดายมากๆ แต่เช้ามาเรากับเค้าก็มาดีกันเหมือนเดิมนะ
14 พ.ค. 2560 มี Facebook ผู้หญิงคนนั้นแหละที่มีนามสกุลเดียวกับเค้า พยายามมาแอดเพื่อนเรา หลายครั้ง เราก็เลยรับ และเจอสิ่งที่น่าช็อคเลย เค้าโพสต์รูปครอบครัว ซึ่งมีเค้า ผู้หญิงคนนั้น และลูกอีก 2 คน เราจับมือถือมือสั่นมากตอนนั้น ก็เลยไลน์ไปถามเค้า เค้าก็ตอบกลับมาว่า “มันเป็นเมียของลูกของพี่ชายพี่ มันแกล้งพี่ เพราะมันเกลียดพี่ ที่พี่เคยไปว่ามัน ว่ามันท้องกับคนอื่น ที่ไม่ใช่หลานเค้าน่ะ เดี๋ยวพี่จะจัดการเอง” เราก็เริ่มไม่ค่อยจะเชื่อละ ก็ให้เค้าไปหาหลักฐานมา แต่ก็ได้นะ ได้หลักฐานเท็จอ่ะ เริ่มคิด เริ่มเครียดละ ปัญหาเริ่มจะหลายเรื่อง ที่มันคาใจ ละไม่เคลียร์
ตัวเราเองก็ป่วย ต้องดูแลรักษาตัวเองให้ดี ห้ามคิดมาก ห้ามเครียด ห้ามร้องไห้ เพราะเรามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ช่วงแรกๆ นั้นเรามีความสุขมาก เราก็ดีขึ้น ไม่เจ็บ ไม่ป่วยเลย เพราะสภาพจิตใจดีไง แต่พอมาพักนี้ก็เริ่มป่วย อาการกำเริบ เพราะคิดมาก และร้องไห้ เราก็บอกกับเค้าแต่แรกนะว่า เราป่วย เค้าก็บอกว่า “รับได้ ดูแลเราได้”
18 พ.ค. 2560 ต้องแอดมิด นอน รพ.เพราะ อาการกำเริบ เนื่องมาจากความเครียดและร้องไห้ เรื่องของเค้านี่แหละ เราเป็นคนที่ไม่เคยเครียดกับเรื่องอะไร นอกจากเรื่องแฟนนี่แหละ แต่เค้าก็มาดูแลเราดีนะ ทำทุกอย่างให้ จ่ายค่ารักษาให้