เรื่องนี้เป็นเรื่องของน้องชายเราเองค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนนะคะว่า น้องชายเราเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านค่ะ มีพี่สาว 3คน
น้องชายเราถูกเลี้ยงดูมาถือว่าดีค่ะ ไม่สบายมากแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ก็ใช้ชีวิตปกติมาเรื่อยๆค่ะ
น้องเราถือว่าสบายที่สุดในบรรดาลูกค่ะ พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยค่ะ มีถึงขั้นลงไม้ลงมือและทุบทำลายข้าวของในบ้าน
น้องดูเป็นคนเก็บกดค่ะ ขี้อาย เรียนก็ถือว่าโอเคค่ะ จนในช่วงม.2-3 เริ่มติดเกม แต่ไม่หนักมาก
และพอขึ้นม4 ม.5 เริ่มติดเพื่อน แต่งรถ เริ่มมีแฟน แต่ไม่ติดเกมส์แล้ว กลับบ้าน ตี2ตี3แทบทุกวัน
พอขึ้นชั้นม.6 แต่งตัวไปโรงเรียนทุกวัน แต่สัปดาห์นึงจะเข้าเรียนสัก 1ครั้ง
จนทำให้ต้องหาบ 0 มาเป็นโหล และต้องออกในที่สุด ในวัย 17ปี
ไม่เรียนหนังสือ ไม่มีเพื่อน ไม่คบใคร อยู่แต่บ้าน ติดเกมส์ ไม่ออกไปพอปะผู้คน ไม่ออกมาพบญาติเลย
ทั้งที่แต่ก่อนกว่าจะกลับบ้านก็ตีสองตีสาม แต่งรถ ติดเพื่อน ตอนนี้แม้แต่หน้าบ้านตัวเองก็ไม่เดินออกมา เพราะกลัวคนเห็นตัวเอง
นอนเฉยๆมา 2-3 ปีได้ จนเวลาล่วงเลยมาน้องชายเราอายุ20 ไม่ทำไรเลย งานก็ไม่ไปทำ
มีครั้งนึงเราเคยแนะนำน้องมาทำงานที่ บริษัทเดียวกับเรา ทุกอย่างเหมือนจะดีขึ้น
แต่เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ น้องเราบอกไม่อยากทำแล้ว ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร
-- มารุ้ทีหลังว่า คนที่สอนงานตำหนิว่าถ้าทำไม่เป็นก็กลับบ้านไปนอนไป--
น้องเลยไม่อยากไปอีก ไม่ทนแรงกดดัน หรือคำตำหนิเลย
พอบอกว่าให้หางานทำ หรือให้มีแฟนให้คบเพื่อนบ้าง หวังว่าถ้ามีแฟน แฟนอาจจะดึงออกไปจากจุดนี้ได้
แต่เขาไม่ยอมมีค่ะ และไม่ยอมโต บอกแต่ว่าเดี๋ยวจะมีเองแหละตอนอายุ30 จะโตตอนอายุ30 จะทำงานตอนอายุ 30
เราและแม่ทุกข์ใจมากที่เห็นน้องชายเป็นแบบนี้ ได้แต่ตั้งเหตุผลปลอบใจตัวเองว่ายังดีกว่ามันไปติดคุก ติดยา ไล่แทงไล่ฆ่ากัน
แต่สำหรับในมุมของเรา พวกเด็กเกเรเหล่านั้นก็ยังแข็งแกร่งอยู่ในโลกอันโหดร้ายนี้ได้อย่างสบาย แต่น้องของเราเปราะบางเหลือเกิน
ก้าวเข้าสู่วัยเกณฑ์ทหาร เราก็ได้แต่ภาวณาให้น้องของเราติดทหารด้วยเถอะ เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้น้องเราเปลี่ยนนิสัย
เพราะคนที่บ้านสอนสั่งไม่ไหวแล้ว อยากให้น้องแข็งแกร่งขึ้น ก็กำลังรอลุ้นอยู่ค่ะ ในเดือน เมษาปี61
พอเราถามน้องเรื่องทหาร ว่าถ้าจับได้ใบแดงขึ้นมาจะทำอย่างไร น้องเราตอบว่า ห้ามพูดอีก
ให้โฟกัสเฉพาะเรื่องเกมส์ เรื่องขนม เรื่องการ์ตูน และให้บอกว่าเขาจับได้ใบดำเท่านั้น ..
เรายิ่งเครียดหนัก เราไม่รู้เลยว่า น้องชายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ในเมื่อแต่ก่อนก็ขี้อาย แต่ไม่ถึงขั้นไม่พบใครแบบนี้
กลัวคนอื่นเห็นตัวเอง จนตอนนี้ขาวซีดเหมือนพวกผีดิบไปแล้วค่ะ
เราพยายามชวนน้องเราคุยในเฟสบุคให้เค้ารู้สึกว่าในโลกนี้ยังมีเราเป็นพี่สาวนะ
ในเฟสบุคของน้องชายเรา มีเราคนเดียวเป็นเพื่อน เพราะเฟสเขาเอาไว้ดูการ์ตูนอย่างเดียวค่ะ
เรามาทำงานด้วยและเรียนด้วยในต่างจังหวัดค่ะ ก็เลยไม่ค่อยได้เจอหรืออบรมสั่งสอนน้องของเรามากนัก
เราใช้วิธีเชิงหลอก เชิงจริงในการสอนค่ะ ถ้าสั่งเขา เขาจะไม่ทำและจะอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหค่ะ
เช่นการทำความสะอาดห้องนอน จะมีฝุ่นเยอะค่ะ เขาไม่ให้ใครเข้าไปทำความสะอาดเลย
เพราะกลัวฝุ่นโดนคอมพ์ของเขาค่ะ ใครเข้าไปก็จะตวาด เราใช้วิธีการคือ ถามเขาค่ะว่ารู้จักตัวไรฝุ่นมั้ย
มีคนที่นี่ตายเพราะไรฝุ่น และส่งรูปไรฝุ่นไปรัวๆค่ะ บอกว่าอันตรายมากๆถ้าสูดดมเข้าไปมันจะตายได้
น้องเรากลัวตายมากๆ กลัวผีมาก เราก็จะใช้วิธีแบบนี้ในการบอกน้องให้ทำความสะอาดแทนการสั่ง
คนอื่นเห็นอาจจะเอือมได้ค่ะเพราะไม่ดุไม่ด่า ทำเหมือนน้องเป็นเทวดา แต่เราเคยทำมาหมดทุกวิธีแล้วค่ะ
ไม่สำเร็จเหตุการณ์รุนแรงขึ้น จึงเลือกใช้วิธีสอนเชิงหลอกเชิงจริงเอาค่ะ เพราะน้องจะเชื่อฟังมากที่สุด
เราทุกข์ใจมากอยากให้แม่สบายใจ ก็เคยพาน้องมาอยู่ด้วยค่ะประมาณ 3เดือน พยายามชวนน้องไปกินไปเที่ยว ก็ไปบ้างค่ะ
ถ้าชวนไปในที่ที่เค้าอยากไป เช่นไปกินอาหารญี่ปุ่น ไปกินชาบู น้องจะชอบมากเพราะการ์ตูนที่เขาดูเป็นการ์ตูนของญี่ปุ่นค่ะ
พวกวันพีช นารูโตะค่ ไปดูหนังก็ไปค่ะ ถ้าเป็นการ์ตูนหรือหนังฟอมยักษ์ เขาจะไปในที่ที่เขาอยากไปเท่านั้น
และเค้าไม่ไว้ใจใครเลย นอกจากเราค่ะที่เป็นพี่สาว แต่เรามีพี่น้อง4คนนะคะ ญ3 ช1 น้องชายเราไม่ยุ่งด้วย
และไปอยากคุยไม่อยากเจอเลยค่ะ พี่สาวก็ไม่อยากคุยกับน้องค่ะ เพราะน้องเป็นแบบนี้ เรียกง่ายๆว่าไม่เอาไหน
สุดท้ายนี้ที่เราพิมพ์มายาวๆ เราไม่รู้เลยค่ะว่าอะไรที่ทำให้น้องเราเป็นแบบนี้ไปได้ทั้งที่แต่ก่อนไม่ใช่เลย
เราจะแก้ไขยังไง มีใครเป็นแบบนี้ไหมคะ เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ เราจะช่วยน้องเรายังไงดี


โรคไม่กล้าเข้าสังคม กลัวสังคม โรคส่วนตัวสูง
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนนะคะว่า น้องชายเราเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านค่ะ มีพี่สาว 3คน
น้องชายเราถูกเลี้ยงดูมาถือว่าดีค่ะ ไม่สบายมากแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ก็ใช้ชีวิตปกติมาเรื่อยๆค่ะ
น้องเราถือว่าสบายที่สุดในบรรดาลูกค่ะ พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยค่ะ มีถึงขั้นลงไม้ลงมือและทุบทำลายข้าวของในบ้าน
น้องดูเป็นคนเก็บกดค่ะ ขี้อาย เรียนก็ถือว่าโอเคค่ะ จนในช่วงม.2-3 เริ่มติดเกม แต่ไม่หนักมาก
และพอขึ้นม4 ม.5 เริ่มติดเพื่อน แต่งรถ เริ่มมีแฟน แต่ไม่ติดเกมส์แล้ว กลับบ้าน ตี2ตี3แทบทุกวัน
พอขึ้นชั้นม.6 แต่งตัวไปโรงเรียนทุกวัน แต่สัปดาห์นึงจะเข้าเรียนสัก 1ครั้ง
จนทำให้ต้องหาบ 0 มาเป็นโหล และต้องออกในที่สุด ในวัย 17ปี
ไม่เรียนหนังสือ ไม่มีเพื่อน ไม่คบใคร อยู่แต่บ้าน ติดเกมส์ ไม่ออกไปพอปะผู้คน ไม่ออกมาพบญาติเลย
ทั้งที่แต่ก่อนกว่าจะกลับบ้านก็ตีสองตีสาม แต่งรถ ติดเพื่อน ตอนนี้แม้แต่หน้าบ้านตัวเองก็ไม่เดินออกมา เพราะกลัวคนเห็นตัวเอง
นอนเฉยๆมา 2-3 ปีได้ จนเวลาล่วงเลยมาน้องชายเราอายุ20 ไม่ทำไรเลย งานก็ไม่ไปทำ
มีครั้งนึงเราเคยแนะนำน้องมาทำงานที่ บริษัทเดียวกับเรา ทุกอย่างเหมือนจะดีขึ้น
แต่เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ น้องเราบอกไม่อยากทำแล้ว ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร
-- มารุ้ทีหลังว่า คนที่สอนงานตำหนิว่าถ้าทำไม่เป็นก็กลับบ้านไปนอนไป--
น้องเลยไม่อยากไปอีก ไม่ทนแรงกดดัน หรือคำตำหนิเลย
พอบอกว่าให้หางานทำ หรือให้มีแฟนให้คบเพื่อนบ้าง หวังว่าถ้ามีแฟน แฟนอาจจะดึงออกไปจากจุดนี้ได้
แต่เขาไม่ยอมมีค่ะ และไม่ยอมโต บอกแต่ว่าเดี๋ยวจะมีเองแหละตอนอายุ30 จะโตตอนอายุ30 จะทำงานตอนอายุ 30
เราและแม่ทุกข์ใจมากที่เห็นน้องชายเป็นแบบนี้ ได้แต่ตั้งเหตุผลปลอบใจตัวเองว่ายังดีกว่ามันไปติดคุก ติดยา ไล่แทงไล่ฆ่ากัน
แต่สำหรับในมุมของเรา พวกเด็กเกเรเหล่านั้นก็ยังแข็งแกร่งอยู่ในโลกอันโหดร้ายนี้ได้อย่างสบาย แต่น้องของเราเปราะบางเหลือเกิน
ก้าวเข้าสู่วัยเกณฑ์ทหาร เราก็ได้แต่ภาวณาให้น้องของเราติดทหารด้วยเถอะ เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้น้องเราเปลี่ยนนิสัย
เพราะคนที่บ้านสอนสั่งไม่ไหวแล้ว อยากให้น้องแข็งแกร่งขึ้น ก็กำลังรอลุ้นอยู่ค่ะ ในเดือน เมษาปี61
พอเราถามน้องเรื่องทหาร ว่าถ้าจับได้ใบแดงขึ้นมาจะทำอย่างไร น้องเราตอบว่า ห้ามพูดอีก
ให้โฟกัสเฉพาะเรื่องเกมส์ เรื่องขนม เรื่องการ์ตูน และให้บอกว่าเขาจับได้ใบดำเท่านั้น ..
เรายิ่งเครียดหนัก เราไม่รู้เลยว่า น้องชายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ในเมื่อแต่ก่อนก็ขี้อาย แต่ไม่ถึงขั้นไม่พบใครแบบนี้
กลัวคนอื่นเห็นตัวเอง จนตอนนี้ขาวซีดเหมือนพวกผีดิบไปแล้วค่ะ
เราพยายามชวนน้องเราคุยในเฟสบุคให้เค้ารู้สึกว่าในโลกนี้ยังมีเราเป็นพี่สาวนะ
ในเฟสบุคของน้องชายเรา มีเราคนเดียวเป็นเพื่อน เพราะเฟสเขาเอาไว้ดูการ์ตูนอย่างเดียวค่ะ
เรามาทำงานด้วยและเรียนด้วยในต่างจังหวัดค่ะ ก็เลยไม่ค่อยได้เจอหรืออบรมสั่งสอนน้องของเรามากนัก
เราใช้วิธีเชิงหลอก เชิงจริงในการสอนค่ะ ถ้าสั่งเขา เขาจะไม่ทำและจะอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหค่ะ
เช่นการทำความสะอาดห้องนอน จะมีฝุ่นเยอะค่ะ เขาไม่ให้ใครเข้าไปทำความสะอาดเลย
เพราะกลัวฝุ่นโดนคอมพ์ของเขาค่ะ ใครเข้าไปก็จะตวาด เราใช้วิธีการคือ ถามเขาค่ะว่ารู้จักตัวไรฝุ่นมั้ย
มีคนที่นี่ตายเพราะไรฝุ่น และส่งรูปไรฝุ่นไปรัวๆค่ะ บอกว่าอันตรายมากๆถ้าสูดดมเข้าไปมันจะตายได้
น้องเรากลัวตายมากๆ กลัวผีมาก เราก็จะใช้วิธีแบบนี้ในการบอกน้องให้ทำความสะอาดแทนการสั่ง
คนอื่นเห็นอาจจะเอือมได้ค่ะเพราะไม่ดุไม่ด่า ทำเหมือนน้องเป็นเทวดา แต่เราเคยทำมาหมดทุกวิธีแล้วค่ะ
ไม่สำเร็จเหตุการณ์รุนแรงขึ้น จึงเลือกใช้วิธีสอนเชิงหลอกเชิงจริงเอาค่ะ เพราะน้องจะเชื่อฟังมากที่สุด
เราทุกข์ใจมากอยากให้แม่สบายใจ ก็เคยพาน้องมาอยู่ด้วยค่ะประมาณ 3เดือน พยายามชวนน้องไปกินไปเที่ยว ก็ไปบ้างค่ะ
ถ้าชวนไปในที่ที่เค้าอยากไป เช่นไปกินอาหารญี่ปุ่น ไปกินชาบู น้องจะชอบมากเพราะการ์ตูนที่เขาดูเป็นการ์ตูนของญี่ปุ่นค่ะ
พวกวันพีช นารูโตะค่ ไปดูหนังก็ไปค่ะ ถ้าเป็นการ์ตูนหรือหนังฟอมยักษ์ เขาจะไปในที่ที่เขาอยากไปเท่านั้น
และเค้าไม่ไว้ใจใครเลย นอกจากเราค่ะที่เป็นพี่สาว แต่เรามีพี่น้อง4คนนะคะ ญ3 ช1 น้องชายเราไม่ยุ่งด้วย
และไปอยากคุยไม่อยากเจอเลยค่ะ พี่สาวก็ไม่อยากคุยกับน้องค่ะ เพราะน้องเป็นแบบนี้ เรียกง่ายๆว่าไม่เอาไหน
สุดท้ายนี้ที่เราพิมพ์มายาวๆ เราไม่รู้เลยค่ะว่าอะไรที่ทำให้น้องเราเป็นแบบนี้ไปได้ทั้งที่แต่ก่อนไม่ใช่เลย
เราจะแก้ไขยังไง มีใครเป็นแบบนี้ไหมคะ เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ เราจะช่วยน้องเรายังไงดี