คือเราอยากรู้วิธีการระบายความอึดอัดอ่ะค่ะ
เราอยากเล่าเรื่องของเราให้ฟังก่อนค่ะ ขอโทษนะคะมันอาจจะยาวหน่อย เป็นเรื่องที่โดนมาจริงๆค่ะ
เราอยู่กับย่าเราแล้วก็พ่อเลี้ยงเรา พ่อแม่ทิ้งเราไปตั้งแต่เด็กเลยค่ะ พวกเขาก็เลี้ยงดูเราอย่างดีนะคะแต่เรารู้สึกไม่ดีกับย่าเท่าไหร่เลยค่ะ เราจำได้สมัยเราเด็กๆมันฝังใจมากๆ เวลาเราทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเขาเราจำได้ว่าเขาชอบมาด่าเราว่าอิ-อก หรือไม่ก็โตไปคงเป็น--หรี่เหมือนแม่เมิง แล้วก็คำหยาบอีกสารพัดเลยค่ะ ตั้งแต่สมัยเราอนุบาลจนเรื่อยๆมา พอเรียนเกรดไม่ดีเขาจะตีเราจนเราสำลัก จนเราร้องไห้ แล้วเราเป็นคนที่หวั่นไหวง่ายคือถ้าโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็จะร้องไห้ มีวันนึงเราร้องไห้หนักมากๆ จนเขารำคาญ เขาเอามือที่สวมถุงพลาสติกมาอุดปากเราจนฟันน้ำเราหลุดเลย จนเราไม่สามารถร้องไห้ต่อหน้าเขาได้เพราะเรากลัวว่าเขาจะด่าเราอีก ถ้าร้องต่อหน้าพ่อเลี้ยงเขาก็รำคาญเหมือนกัน แต่เขาแค่ตวาดเฉยๆค่ะ เวลาเราเสียใจเขาไม่เคยปลอบหรืออะไรเลยค่ะ ชอบมาด่าเราว่าสำออย และก็ชอบมาบอกเรื่องเสียเงินกับการเลี้ยงดูเมิงมามากแค่ไหน มาเป็นภาระให้เนี่ย เราก็คิดว่ามันก็เรื่องจริงแต่บางครั้งมันก็เสียใจ ตอนประถมเราเรียนแต่เราอยู่ห้องท้ายไปหน่อย เขามักจะบอกว่าเราว่าเรามันไม่ได้เรื่องจนวันเกรดออกเราสอบได้ที่หนึ่งของห้อง ตอนอยู่ร.ร.เขาก็ไม่อะไร พอตอนกลับจู่ๆเขาก็มาพูดกับเราว่า'ถึงเมิงจะสอบได้ที่หนึ่งแต่ก็เก่งไม่เท่าห้องคิงหรอก'เรารู้สึกท้อใจอย่างบอปไม่ถูก เราเคยคิดจะฆ่าตัวตายอยู่ครั้งนึงแล้วย่าเขารู้ เขาก็บอกว่าเมิงอยากตายก็ตายไปสิตามใจเราก็เริ่มรู้สึกใจเราชาไปเลย หลังจากขึ้นมัธยมต้นเราก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไหร่เลยค่ะเรียนเอาแค่เกรดกลางๆ เราเบื่อ เราไม่รู้ว่าจะระบายยังไง
เราเลยติดเกมค่ะ ตอนมัธยมเราติดเกม เรารู้สึกได้ด้วยตัวเองเลยว่าเรามีความรู้สึกเปลี่ยนไป เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น แล้วเราก็เศร้าน้อยลง จนวันนึงพ่อเลี้ยงสั่งห้ามเราไม่ให้เล่นเกมเด็ดขาด เราเสียใจมาก เราไม่มีที่ระบาย เรานอนร้องไห้บ่อยมาก เราก็ไม่ได้เล่นเกมจนจะขึ้นมหาลัย พ่อเลี้ยงชอบเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเรื่องว่าญาติพี่น้องฝั่งเขาสอบติดจุฬา ธรรมศาสตร์ บ้าง เราก็คิดว่าเขาเก่งจริงๆ ต่างกับเรามาก เราเรียนกลางๆไม่ได้เก่งอะไรเลย เราแทบไม่มีกำลังใจเรียนด้วยซ้ำ แต่เราก็เรียนแบบกลางๆไปเรื่อยๆ เพื่อนเคยมาทักว่าเราเป็นคนที่ยิ้มง่ายแต่ยิ้มเหมือนฝืนๆ เศร้าๆ ครูก็เคยทักเหมือนกันค่ะ แต่เราก็ไม่ติดใจอะไร เรารู้สึกว่าอุดมคติของย่าเราแปลกมากๆ เขามักกลัวเรื่องที่เราจะไปออกนอกลู่นอกทางบ่อยๆ ที่เรารู้เพราะเวลาเขาด่าเขาตอบด่าเป็นเกี่ยวกับอวัยวะเพศอ่ะค่ะคือคำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขนาดเราไปงานติวแบรนด์ฟรีเขายังหาว่าเราโกหก แอบหนีเที่ยว ทั้งๆที่เราบอกไปแล้วเหมือนเขาไม่ได้ฟังไม่ได้ใส่ใจคำพูดเราเลย จนเรารู้สึกพอโตมามัธยมปลายเราเริ่มรู้สึกว่าเราหงุดหงิดง่ายมากเวลาเราหงุดหงิดเราจะปวดหัวมากๆ เวลาเราอธิบายเขาก็บอกว่าเถียงเพราะว่าเราคงขึ้นเสียงไปด้วย จนวันนึงเราทะเลาะกันเรื่องผ้าห่ม ความจริงแล้วเขาผิดแต่เขาไม่ยอมรับเพราะเรารู้เขาก้มลงราบเท้าเราแล้วบอกกุยอมเมิงเลย วันนั้นเราไปทำงานพิเศษเราไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะเรารู้สึกไม่ดี เราไม่ได้ตั้งใจให้เขามากราบเลย เราอยากตายไปเลยตอนนั้น เขาก็โทรมาด่าเราตอนเราทำงาน เราก็มีความหวังว่าพอสอบติดมหาลัยไกลๆเราจะไปอยู่หอ
สรุปว่าเราก็ติดที่ๆนึงที่มันไกลจริงๆค่ะ แต่เขาไม่ให้อยู่หอให้ไปกลับ ซึ่งเรามาคำนวณค่าใช้จ่าย รวมๆยังแพงกว่าไปอยู่หอ แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ พอเราไปอธิบายที่เขามองว่าเถียงเขาก็ด่าเราอีก วันนึงเราอ่านหนังสือทำการบ้าน เขาด่าเราเรื่องนอนดึกเพราะทำการบ้านของเรียนซัมเมอร์ แล้วมาด่าเราว่าโง่ที่ทำการบ้านไม่ได้เลยนอนดึก ถ้ามันลำบากก็ไม่ต้องเรียน เราปรี๊ดมากเลยเถียงกับเขาซักพักเขาเดินกรี๊ดรอบบ้านไปมาเลยค่ะ เราตกใจมากเลยวิ่งหนีเข้าห้องไปเลย เขาตะโกนว่ากุจะฆ่าเมิง พร้อมกับกรี๊ดไปด้วย เรากลัวมาก เรารู้แค่ว่าเราหนีไปไหนไม่ได้ งานพิเศษเราไปขอเขาทำเขาตะโกนด่าเรากลางถนนว่าถ้าเมิงทำงานก็ไม่ต้องเรียนลาออกไปเลย แล้วเขาก็มาด่าเราเป็นภาระนู้นนี่นั่นทีหลัง เราไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ แล้วเราเริ่มรู้สึกว่าหลังๆ เราอารมณ์ไม่ค่อยปกติ เราชอบเหม่อ แล้วจู่ๆในหัวก็เริ่มคิดอะไรไม่ดีบ่อยๆ บางครั้งนั่งอยู่น้ำตาก็ไหลออกมาเอง
เราเลยคิดว่าเราอยากจะรับมืออ่ะค่ะ พอจะมีวิธีบรรเทาความเกลียดหรือวิธีควบคุมอารมณ์ไหมคะ เราอยากแก้ไขไม่อยากให้ใจเราคิดไม่ดีกับเขาอ่ะค่ะ เพราะเขาก็เลี้ยงเรามา เราระบายเล่าให้เพื่อนฟังบ่อยจนเรากลัวเขารำคาญเรา เพราะเราเกิดเรื่องบ่อยมาก
อาจจะพิมพ์วกวนไปหน่อยนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ
เราอยากหาวิธีจัดการกับอารมณ์อ่ะค่ะ
เราอยากเล่าเรื่องของเราให้ฟังก่อนค่ะ ขอโทษนะคะมันอาจจะยาวหน่อย เป็นเรื่องที่โดนมาจริงๆค่ะ
เราอยู่กับย่าเราแล้วก็พ่อเลี้ยงเรา พ่อแม่ทิ้งเราไปตั้งแต่เด็กเลยค่ะ พวกเขาก็เลี้ยงดูเราอย่างดีนะคะแต่เรารู้สึกไม่ดีกับย่าเท่าไหร่เลยค่ะ เราจำได้สมัยเราเด็กๆมันฝังใจมากๆ เวลาเราทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเขาเราจำได้ว่าเขาชอบมาด่าเราว่าอิ-อก หรือไม่ก็โตไปคงเป็น--หรี่เหมือนแม่เมิง แล้วก็คำหยาบอีกสารพัดเลยค่ะ ตั้งแต่สมัยเราอนุบาลจนเรื่อยๆมา พอเรียนเกรดไม่ดีเขาจะตีเราจนเราสำลัก จนเราร้องไห้ แล้วเราเป็นคนที่หวั่นไหวง่ายคือถ้าโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็จะร้องไห้ มีวันนึงเราร้องไห้หนักมากๆ จนเขารำคาญ เขาเอามือที่สวมถุงพลาสติกมาอุดปากเราจนฟันน้ำเราหลุดเลย จนเราไม่สามารถร้องไห้ต่อหน้าเขาได้เพราะเรากลัวว่าเขาจะด่าเราอีก ถ้าร้องต่อหน้าพ่อเลี้ยงเขาก็รำคาญเหมือนกัน แต่เขาแค่ตวาดเฉยๆค่ะ เวลาเราเสียใจเขาไม่เคยปลอบหรืออะไรเลยค่ะ ชอบมาด่าเราว่าสำออย และก็ชอบมาบอกเรื่องเสียเงินกับการเลี้ยงดูเมิงมามากแค่ไหน มาเป็นภาระให้เนี่ย เราก็คิดว่ามันก็เรื่องจริงแต่บางครั้งมันก็เสียใจ ตอนประถมเราเรียนแต่เราอยู่ห้องท้ายไปหน่อย เขามักจะบอกว่าเราว่าเรามันไม่ได้เรื่องจนวันเกรดออกเราสอบได้ที่หนึ่งของห้อง ตอนอยู่ร.ร.เขาก็ไม่อะไร พอตอนกลับจู่ๆเขาก็มาพูดกับเราว่า'ถึงเมิงจะสอบได้ที่หนึ่งแต่ก็เก่งไม่เท่าห้องคิงหรอก'เรารู้สึกท้อใจอย่างบอปไม่ถูก เราเคยคิดจะฆ่าตัวตายอยู่ครั้งนึงแล้วย่าเขารู้ เขาก็บอกว่าเมิงอยากตายก็ตายไปสิตามใจเราก็เริ่มรู้สึกใจเราชาไปเลย หลังจากขึ้นมัธยมต้นเราก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไหร่เลยค่ะเรียนเอาแค่เกรดกลางๆ เราเบื่อ เราไม่รู้ว่าจะระบายยังไง
เราเลยติดเกมค่ะ ตอนมัธยมเราติดเกม เรารู้สึกได้ด้วยตัวเองเลยว่าเรามีความรู้สึกเปลี่ยนไป เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น แล้วเราก็เศร้าน้อยลง จนวันนึงพ่อเลี้ยงสั่งห้ามเราไม่ให้เล่นเกมเด็ดขาด เราเสียใจมาก เราไม่มีที่ระบาย เรานอนร้องไห้บ่อยมาก เราก็ไม่ได้เล่นเกมจนจะขึ้นมหาลัย พ่อเลี้ยงชอบเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเรื่องว่าญาติพี่น้องฝั่งเขาสอบติดจุฬา ธรรมศาสตร์ บ้าง เราก็คิดว่าเขาเก่งจริงๆ ต่างกับเรามาก เราเรียนกลางๆไม่ได้เก่งอะไรเลย เราแทบไม่มีกำลังใจเรียนด้วยซ้ำ แต่เราก็เรียนแบบกลางๆไปเรื่อยๆ เพื่อนเคยมาทักว่าเราเป็นคนที่ยิ้มง่ายแต่ยิ้มเหมือนฝืนๆ เศร้าๆ ครูก็เคยทักเหมือนกันค่ะ แต่เราก็ไม่ติดใจอะไร เรารู้สึกว่าอุดมคติของย่าเราแปลกมากๆ เขามักกลัวเรื่องที่เราจะไปออกนอกลู่นอกทางบ่อยๆ ที่เรารู้เพราะเวลาเขาด่าเขาตอบด่าเป็นเกี่ยวกับอวัยวะเพศอ่ะค่ะคือคำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขนาดเราไปงานติวแบรนด์ฟรีเขายังหาว่าเราโกหก แอบหนีเที่ยว ทั้งๆที่เราบอกไปแล้วเหมือนเขาไม่ได้ฟังไม่ได้ใส่ใจคำพูดเราเลย จนเรารู้สึกพอโตมามัธยมปลายเราเริ่มรู้สึกว่าเราหงุดหงิดง่ายมากเวลาเราหงุดหงิดเราจะปวดหัวมากๆ เวลาเราอธิบายเขาก็บอกว่าเถียงเพราะว่าเราคงขึ้นเสียงไปด้วย จนวันนึงเราทะเลาะกันเรื่องผ้าห่ม ความจริงแล้วเขาผิดแต่เขาไม่ยอมรับเพราะเรารู้เขาก้มลงราบเท้าเราแล้วบอกกุยอมเมิงเลย วันนั้นเราไปทำงานพิเศษเราไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะเรารู้สึกไม่ดี เราไม่ได้ตั้งใจให้เขามากราบเลย เราอยากตายไปเลยตอนนั้น เขาก็โทรมาด่าเราตอนเราทำงาน เราก็มีความหวังว่าพอสอบติดมหาลัยไกลๆเราจะไปอยู่หอ
สรุปว่าเราก็ติดที่ๆนึงที่มันไกลจริงๆค่ะ แต่เขาไม่ให้อยู่หอให้ไปกลับ ซึ่งเรามาคำนวณค่าใช้จ่าย รวมๆยังแพงกว่าไปอยู่หอ แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ พอเราไปอธิบายที่เขามองว่าเถียงเขาก็ด่าเราอีก วันนึงเราอ่านหนังสือทำการบ้าน เขาด่าเราเรื่องนอนดึกเพราะทำการบ้านของเรียนซัมเมอร์ แล้วมาด่าเราว่าโง่ที่ทำการบ้านไม่ได้เลยนอนดึก ถ้ามันลำบากก็ไม่ต้องเรียน เราปรี๊ดมากเลยเถียงกับเขาซักพักเขาเดินกรี๊ดรอบบ้านไปมาเลยค่ะ เราตกใจมากเลยวิ่งหนีเข้าห้องไปเลย เขาตะโกนว่ากุจะฆ่าเมิง พร้อมกับกรี๊ดไปด้วย เรากลัวมาก เรารู้แค่ว่าเราหนีไปไหนไม่ได้ งานพิเศษเราไปขอเขาทำเขาตะโกนด่าเรากลางถนนว่าถ้าเมิงทำงานก็ไม่ต้องเรียนลาออกไปเลย แล้วเขาก็มาด่าเราเป็นภาระนู้นนี่นั่นทีหลัง เราไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ แล้วเราเริ่มรู้สึกว่าหลังๆ เราอารมณ์ไม่ค่อยปกติ เราชอบเหม่อ แล้วจู่ๆในหัวก็เริ่มคิดอะไรไม่ดีบ่อยๆ บางครั้งนั่งอยู่น้ำตาก็ไหลออกมาเอง
เราเลยคิดว่าเราอยากจะรับมืออ่ะค่ะ พอจะมีวิธีบรรเทาความเกลียดหรือวิธีควบคุมอารมณ์ไหมคะ เราอยากแก้ไขไม่อยากให้ใจเราคิดไม่ดีกับเขาอ่ะค่ะ เพราะเขาก็เลี้ยงเรามา เราระบายเล่าให้เพื่อนฟังบ่อยจนเรากลัวเขารำคาญเรา เพราะเราเกิดเรื่องบ่อยมาก
อาจจะพิมพ์วกวนไปหน่อยนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ