จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ...ก็มาจากการที่พี่สาว (พี่สะใภ้ของแฟน)
ชวนไปเที่ยวสุราษฎร์ ด้วยสาเหตุว่าอยากจะพบปะกัน
ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเลยค่ะ เอาซิ ไปก็ได้เปิดหูเปิดตา
ตอนนั้นแฟนกับเราก็ยังคบกันดีนะ
พอตกลงกับพี่สาวได้ก็จองตั๋วทันทีไม่รอรี Booking ไปได้ช่วงวันหยุดพระใหญ่พอดีเชียว
...แต่แล้วจุดไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อแฟนขอเลิกกับเราซะยังงั้น... ก็ไม่รู้หรอกว่าแฟนเป็นอะไร
คิดว่าน่าจะเพราะไม่มีเวลาให้กัน (แฟนอยู่ไกลทำงานต่างแดน)....แต่ก็รอนะ...Pass ไป...
แล้วแพลนเที่ยวที่เตรียมไว้ล่ะ??!!......เอ่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไปก็ไปซิ คิดซะว่าไปหาพี่สาวละกัน
..................................................................................................................................
พอวันเดินทางก็แอบตื่นเต้นกับการผจญภัยคนเดียวในครั้งนี้
บินเดี่ยวในประเทศเป็นครั้งแรก เราก็ฝากชีวิตไว้กับ AirAsia
.
.
.
ขับรถไปจอดไว้ที่สนามบินดอนเมือง
ก่อนเข้า Gate เราก็เอาป้ายนี้มาฝากกันซะหน่อย
เข้าเกตเเล้วก็บินกันเลยค่ะ....
.
......Warp.......

และแล้วเราก็มาถึงสนามบินสุราษฏร์ธานี
พี่สาวของเราก็มารอรับถึงสนามบินตั้งแต่ครึ่งชม.ก่อนเครื่องจอด
..
.
ที่แรกเราก็มุ่งหน้าไปยัง Ban Na Sarn Station
ไปถึงเราก็ได้เจอขุ่นพ่อ ขุ่นแม่ และญาติๆที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น พอวางเป๋าเสร็จก็ลุยหลังบ้านเลยจ่ะ รออะไร...
รูปแรกขอต้อนรับด้วยต้นที่รอคอย...นั่นก็คือ ทุเรียน...!!

ใครจะไปคิดฝันว่าต้นนางจะสูงขนาด....นี่ถ้าเซอร์ไอแซ็กนิวตัน ค้นพบกฏแรงโน้มถ่วงใต้ต้นทุเรียน เราคงไม่ได้เรียน Physic กันจนทุกวันนี้
ตามมาติดๆด้วย เจ้าเงาะรูปงาม
คุณพ่อบอกว่ามาตอนนี้ไวไปหน่อยนึงเงาะที่นี่ดังเงาะโรงเรียน หวานอร่อยแม้ว่าลูกจะเขียวปื้ด
(แล้วคุณพ่อก็ลองเเกะให้กินตรงนั้นเลย....แบบว่า...ฟินมากกกกกก....)

ลองกองหวานยองไย
เจ้าลองกองนี้เห็นแล้วก็อดสับสนระหว่างนางกับลางสาดไม่ได้ ถามไปถามมาได้ความว่านางจะยางเยอะกว่าเม็ดโตและขมกว่าลางสาดนั่นเอง

สุดท้ายก็มาจบที่โอ้เเม่ชะนีเรือนงาม หล่นลงมาแบกับดิน เลยได้ชิมซะเลย

หวานเเหล่มลิ้นซะไม่มี แตกต่างจากที่เคยกินชะนีในเมืองที่จะออกขมซ่าๆ ก็ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน


สุดท้ายก็ได้มาเป็นกะละมัง

แปะไว้ก่อนจ่ะ....Zzzz
ลุยเดี่ยวเที่ยวสวนผลไม้ @บ้านนาสาร
ชวนไปเที่ยวสุราษฎร์ ด้วยสาเหตุว่าอยากจะพบปะกัน
ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเลยค่ะ เอาซิ ไปก็ได้เปิดหูเปิดตา
ตอนนั้นแฟนกับเราก็ยังคบกันดีนะ
พอตกลงกับพี่สาวได้ก็จองตั๋วทันทีไม่รอรี Booking ไปได้ช่วงวันหยุดพระใหญ่พอดีเชียว
...แต่แล้วจุดไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อแฟนขอเลิกกับเราซะยังงั้น... ก็ไม่รู้หรอกว่าแฟนเป็นอะไร
คิดว่าน่าจะเพราะไม่มีเวลาให้กัน (แฟนอยู่ไกลทำงานต่างแดน)....แต่ก็รอนะ...Pass ไป...
แล้วแพลนเที่ยวที่เตรียมไว้ล่ะ??!!......เอ่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไปก็ไปซิ คิดซะว่าไปหาพี่สาวละกัน
..................................................................................................................................
พอวันเดินทางก็แอบตื่นเต้นกับการผจญภัยคนเดียวในครั้งนี้
บินเดี่ยวในประเทศเป็นครั้งแรก เราก็ฝากชีวิตไว้กับ AirAsia
.
.
.
ขับรถไปจอดไว้ที่สนามบินดอนเมือง
ก่อนเข้า Gate เราก็เอาป้ายนี้มาฝากกันซะหน่อย
เข้าเกตเเล้วก็บินกันเลยค่ะ....
.
......Warp.......
และแล้วเราก็มาถึงสนามบินสุราษฏร์ธานี
พี่สาวของเราก็มารอรับถึงสนามบินตั้งแต่ครึ่งชม.ก่อนเครื่องจอด
..
.
ที่แรกเราก็มุ่งหน้าไปยัง Ban Na Sarn Station
ไปถึงเราก็ได้เจอขุ่นพ่อ ขุ่นแม่ และญาติๆที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น พอวางเป๋าเสร็จก็ลุยหลังบ้านเลยจ่ะ รออะไร...
รูปแรกขอต้อนรับด้วยต้นที่รอคอย...นั่นก็คือ ทุเรียน...!!
ใครจะไปคิดฝันว่าต้นนางจะสูงขนาด....นี่ถ้าเซอร์ไอแซ็กนิวตัน ค้นพบกฏแรงโน้มถ่วงใต้ต้นทุเรียน เราคงไม่ได้เรียน Physic กันจนทุกวันนี้
ตามมาติดๆด้วย เจ้าเงาะรูปงาม
คุณพ่อบอกว่ามาตอนนี้ไวไปหน่อยนึงเงาะที่นี่ดังเงาะโรงเรียน หวานอร่อยแม้ว่าลูกจะเขียวปื้ด
(แล้วคุณพ่อก็ลองเเกะให้กินตรงนั้นเลย....แบบว่า...ฟินมากกกกกก....)
ลองกองหวานยองไย
เจ้าลองกองนี้เห็นแล้วก็อดสับสนระหว่างนางกับลางสาดไม่ได้ ถามไปถามมาได้ความว่านางจะยางเยอะกว่าเม็ดโตและขมกว่าลางสาดนั่นเอง
สุดท้ายก็มาจบที่โอ้เเม่ชะนีเรือนงาม หล่นลงมาแบกับดิน เลยได้ชิมซะเลย
หวานเเหล่มลิ้นซะไม่มี แตกต่างจากที่เคยกินชะนีในเมืองที่จะออกขมซ่าๆ ก็ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน
แปะไว้ก่อนจ่ะ....Zzzz