***เพิ่งสมัครใหม่ ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนนะครับ จึงตั้งกระทู้เป็นคำถาม
เวลา...และร้านขายของเก่า
..................................
กาลครั้งหนึ่ง...
เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดัง...ฟังดูเกรี้ยวกราด
ลมกรรโชกแรงจนหน้าต่างแทบหลุดลอยออกไป
ความพยายามเพื่อให้ได้สัมผัสในความเย็นของสายฝน
ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรดีขึ้นเลย...
นอกจากเปียก...
ลมยังคงพัดกระหน่ำแรงเช่นนั้น
ฝนยังคงซัดสาดเช่นเดิม
คงไม่ต้องกล่าวถึงในเรื่องของสายฝนและลมอีก...
..................................
ใต้กองไม้อันอับชื้น...
ปรากฎร่างของสิ่งมีชีวิต...
ผมเดินผ่านกองไม้นั้น
สิ่งมีชีวิตนั้น...
พุ่งพรวดออกมาผ่านผมไปแบบฉิวเฉียว
นี่หากก้าวเท้าไวกว่านี้นิดเดียว...
คงจะระโยงระยางไปด้วยสายน้ำเกลือ
..................................
สิ่งมีชีวิต...ที่เพิ่งผ่านไป...
ชูคอเป็นขดอวดลวดลาย...
และแสดงท่าทีให้ดูน่าเกรงขาม
ผมหยุดจ้อง...
พร้อมเอ่ยคำบางคำออกมาหลังจากที่อุทานเพราะความตกใจ
..................................
“ นั่นแหละ...ชีวิตที่เสมือนคลื่นทะเล
ที่มาเป็นระลอก ๆ แล้วก็หายจากไป...”
..................................
ลมและฝนสงบลง...
แต่ยังคงตกปรอย ๆ อยู่ไม่ขาดสาย
ผมเคยได้ยินเรื่องราวของพระมหาเถระผู้หนึ่ง
ที่ท่านมีปัญญามาก...และสามารถนับเม็ดฝนที่ตก ณ ดินแดนไกลนามว่าป่าหิมวันต์ได้
และผมคงไม่มีทางที่จะนับได้เช่นนั้น
มีเพียงอายุที่นับได้...
ซึ่งบัดนี้ก็ก้าวล่วงมาแล้ว 28 ปี
..................................
ผมชอบประโยคหนึ่งในหนังสือนิยายเรื่อง "พันหนึ่งเม็ดทราย" ของ "คุณ ฯคีตกาล" ที่ได้กล่าวไว้
“...หนึ่งกำมือเม็ดทราย...เปรียบดั่งกาลเวลาทั้งชีวิต แม้ผ่านไปสักพันหนึ่งราตรี
ยังเหลือเม็ดทรายในมืออีกหลายพัน
พันหนึ่งเม็ดทรายคงพอสำหรับการลืมความเศร้าอันเกิดจากการพลัดพราก
จงอย่าให้นานกว่านั้น เพราะคนเรามีเรื่องต้องทำมากกว่านั่งนับเม็ดทราย...”
..................................
ซึ่งหากถ้าจะต้องนับเช่นนั้น
ผมคงต้องนับอีกหลายพัน
...และอีกหลายต่อหลายพัน...
..................................
นี่ผมกำลังจะเล่าเรื่องอะไรฤา ?
เอาเป็นว่า...
เนื่องในวันเกิดนี้...
ผมได้ถูกกาลเวลากลืนกินชีวิตและแก่ขึ้นมาอีกหนึ่งปีเต็ม ๆ
ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีเอาเสียเลย...
ชีวิตที่น้อยนัก...
เต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ที่กำลังจะเดินทางมาพบเจอกับผม
แต่นั่นมันเรื่องของเวลาที่ยังไม่มาถึง...
ช่างปะไร...
อย่าไปสนมัน
เพราะผมคิดไว้เสมอว่า
“อดีตเพียงความทรงจำ...อย่าอาลัยในอดีตนั้นที่ผ่านไปและไม่สามารถย้อนกลับไปได้”
..................................
เรื่องเล่านี้...มิได้หมายเอาสิ่งใดหรือความหมายใด
เพียงเล่าลอยหลุดไปเรื่อย ๆ
ไม่มีความหมาย...
ไร้คำตอบจากคำถามที่ผู้อ่านกำลังสงสัยว่าต้องการเสนอประเด็นใด
................................
ฝนและลมนั้น...หยุดแล้ว
ทิ้งความชื่นฉ่ำไว้เบื้องหลัง
และนี่คือฤดูกาลที่น่าชื่นชมที่สุดสำหรับผม
..................................
สิ่งมีชีวิตตัวนั้น...
ฝนและลม...
เวลาที่กำลังกลืนกิน…
อดีต…
ปัจจุบัน…
อนาคต...
เรื่องเล่าของนิทานก่อนตื่น…
ความมืดที่กำลังกัดกินแสงสว่าง...
เปลวไฟที่กำลังมอดดับ...
ร้านขายของเก่า...ที่มีแต่ความทรงจำ
และอีกหนึ่งใจ...ที่กำลังโบยบิน...
..................................
บางที...
และบางครั้ง...
เราก็อาจทำอะไร...
ที่ไร้ความหมาย...
แต่สิ่งนั้น...
บางทีก็ออกมาจากใจ...
บางที
และบางครั้ง...
คุณก็ไม่อยากตื่น...
เพื่อให้ได้อยู่ในฝันนั้น...ต่อไป
.......................
บันทึกนี้ในวันเกิด : เวลา...และร้านขายของเก่า
..................................
กาลครั้งหนึ่ง...
เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดัง...ฟังดูเกรี้ยวกราด
ลมกรรโชกแรงจนหน้าต่างแทบหลุดลอยออกไป
ความพยายามเพื่อให้ได้สัมผัสในความเย็นของสายฝน
ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรดีขึ้นเลย...
นอกจากเปียก...
ลมยังคงพัดกระหน่ำแรงเช่นนั้น
ฝนยังคงซัดสาดเช่นเดิม
คงไม่ต้องกล่าวถึงในเรื่องของสายฝนและลมอีก...
..................................
ใต้กองไม้อันอับชื้น...
ปรากฎร่างของสิ่งมีชีวิต...
ผมเดินผ่านกองไม้นั้น
สิ่งมีชีวิตนั้น...
พุ่งพรวดออกมาผ่านผมไปแบบฉิวเฉียว
นี่หากก้าวเท้าไวกว่านี้นิดเดียว...
คงจะระโยงระยางไปด้วยสายน้ำเกลือ
..................................
สิ่งมีชีวิต...ที่เพิ่งผ่านไป...
ชูคอเป็นขดอวดลวดลาย...
และแสดงท่าทีให้ดูน่าเกรงขาม
ผมหยุดจ้อง...
พร้อมเอ่ยคำบางคำออกมาหลังจากที่อุทานเพราะความตกใจ
..................................
“ นั่นแหละ...ชีวิตที่เสมือนคลื่นทะเล
ที่มาเป็นระลอก ๆ แล้วก็หายจากไป...”
..................................
ลมและฝนสงบลง...
แต่ยังคงตกปรอย ๆ อยู่ไม่ขาดสาย
ผมเคยได้ยินเรื่องราวของพระมหาเถระผู้หนึ่ง
ที่ท่านมีปัญญามาก...และสามารถนับเม็ดฝนที่ตก ณ ดินแดนไกลนามว่าป่าหิมวันต์ได้
และผมคงไม่มีทางที่จะนับได้เช่นนั้น
มีเพียงอายุที่นับได้...
ซึ่งบัดนี้ก็ก้าวล่วงมาแล้ว 28 ปี
..................................
ผมชอบประโยคหนึ่งในหนังสือนิยายเรื่อง "พันหนึ่งเม็ดทราย" ของ "คุณ ฯคีตกาล" ที่ได้กล่าวไว้
“...หนึ่งกำมือเม็ดทราย...เปรียบดั่งกาลเวลาทั้งชีวิต แม้ผ่านไปสักพันหนึ่งราตรี
ยังเหลือเม็ดทรายในมืออีกหลายพัน
พันหนึ่งเม็ดทรายคงพอสำหรับการลืมความเศร้าอันเกิดจากการพลัดพราก
จงอย่าให้นานกว่านั้น เพราะคนเรามีเรื่องต้องทำมากกว่านั่งนับเม็ดทราย...”
..................................
ซึ่งหากถ้าจะต้องนับเช่นนั้น
ผมคงต้องนับอีกหลายพัน
...และอีกหลายต่อหลายพัน...
..................................
นี่ผมกำลังจะเล่าเรื่องอะไรฤา ?
เอาเป็นว่า...
เนื่องในวันเกิดนี้...
ผมได้ถูกกาลเวลากลืนกินชีวิตและแก่ขึ้นมาอีกหนึ่งปีเต็ม ๆ
ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีเอาเสียเลย...
ชีวิตที่น้อยนัก...
เต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ที่กำลังจะเดินทางมาพบเจอกับผม
แต่นั่นมันเรื่องของเวลาที่ยังไม่มาถึง...
ช่างปะไร...
อย่าไปสนมัน
เพราะผมคิดไว้เสมอว่า
“อดีตเพียงความทรงจำ...อย่าอาลัยในอดีตนั้นที่ผ่านไปและไม่สามารถย้อนกลับไปได้”
..................................
เรื่องเล่านี้...มิได้หมายเอาสิ่งใดหรือความหมายใด
เพียงเล่าลอยหลุดไปเรื่อย ๆ
ไม่มีความหมาย...
ไร้คำตอบจากคำถามที่ผู้อ่านกำลังสงสัยว่าต้องการเสนอประเด็นใด
................................
ฝนและลมนั้น...หยุดแล้ว
ทิ้งความชื่นฉ่ำไว้เบื้องหลัง
และนี่คือฤดูกาลที่น่าชื่นชมที่สุดสำหรับผม
..................................
สิ่งมีชีวิตตัวนั้น...
ฝนและลม...
เวลาที่กำลังกลืนกิน…
อดีต…
ปัจจุบัน…
อนาคต...
เรื่องเล่าของนิทานก่อนตื่น…
ความมืดที่กำลังกัดกินแสงสว่าง...
เปลวไฟที่กำลังมอดดับ...
ร้านขายของเก่า...ที่มีแต่ความทรงจำ
และอีกหนึ่งใจ...ที่กำลังโบยบิน...
..................................
บางที...
และบางครั้ง...
เราก็อาจทำอะไร...
ที่ไร้ความหมาย...
แต่สิ่งนั้น...
บางทีก็ออกมาจากใจ...
บางที
และบางครั้ง...
คุณก็ไม่อยากตื่น...
เพื่อให้ได้อยู่ในฝันนั้น...ต่อไป
.......................