คือเรากับแฟนคบกันมา 2 ปีแล้วคะ ตั้งแต่เราเรียนมหาลัยจนตอนนี้เราจบมาทำงานได้ 1 ปีแล้วคะ ที่นี้ บ้านเค้ากับบ้านเราอยู่คลละจังหวัดคะ เค้าอยู่ในกรุงเทพ เราอยู่ต่างจังหวัดข้ามไปอีกสองสามจังหวัด พอเรียนจบ ก็ถึงช่วงหางาน ด้วยความที่เรากลัวจะมีปัญหาเรื่องเวลาจะมีให้เค้าน้อยบวกกับถ้าอยู่ไกลจะเจอเค้าได้น้อยลงกลัวไปกันไม่รอด เลยเลือกหางานที่อยู่ใกล้ๆเค้า เพราะตอนเรียนก็อยู่หอไกลบ้านอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างคือแม่เรามีน้องอีกสองคนอยู่เป็นเพื่อนเลยตัดสินใจมาทำงานที่นี้คะ คบกันมาเรื่อยๆ ที่อยู๋เรากับบ้านเค้าขับรถมาประมาน 15 นาทีถึงคะ เค้าเริ่มบ่นเวลาเราอยากให้เค้ามาหา เค้าบอกว่ามาบ่อยๆพ่อแม่บ่น ทั้งๆที่เมื่อก่อนเค้าเที่ยวเล่นกับเพื่อนกลับบ้านตี1ตี2 เกือบทุกวัน เราก็เริ่มมีปัญหา สุดท้ายเค้าพูดมาว่า เราไม่ได้อยู่บ้านนิ่ ไม่เข้าใจหรอก แต่เค้าไม่มีความคิดว่าเราย้ายมาอยู่นี้ใกล้ๆเค้าทำไมเลย การคบกันของเราสองคนพ่อแม่รับรู้คะ แต่แรกๆแม่เราไม่ยอมเลยเพราะเราเป็นลูกที่อยู่ในกรอบของพ่อแม่มาตลอด คบใครคุยกับใครเมื่อแม่รู้เค้าจะโทรไปให้เลิกยุ้งกับเราตลอด จนมาคนนี้เราทำให้เค้ารู้เองตั้งแต่เราเรียนปีสุดท้าย เราคิดว่าเราโตแล้วมันไม่ใช่วัยที่ไม่เหมาะสมอีกต่อไป จริงๆก็กะจะบอกตอนเรียนจบได้งานแล้วแหละคะ แต่แฟนเรามีปัญหาคิดว่าเราไม่จริงจังเลยไม่ยอมบอกทางครอบครัว หาว่าเราคิดว่าเค้ายังไม่ใช่ เราเลยลองทำให้แม่เรารู้ สุดท้ายเราก็ทะเลาะกับแม่คะ ทะเลาะกันหนักมาก เพราะเราไม่ยอมเลิกเราคิดว่าเหตุผลที่จะเลิกมันยังไม่พอเพราะเราไม่ได้ทำอะไรเสียหายอีกอย่างวัยเราก็ใกล้จะเรียนจบจะทำงานแล้ว สุดท้ายทะเลาะกับแม่อยู่ 2เดือนไม่คุยกับแม่เลย ไม่กลับบ้านเลย ตอนนั้นเราคิดว่าเราไม่ผิดคะ จนคบกันมาเรื่อยๆ มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องกลับบ้านจนกลับมาคุยกับแม่ปกติ แต่แม่ก็ยังไม่เปิดใจนะคะ คุยเรื่องแฟนทีไรก็มีปัญหากันตลอดจนเราไม่เอาเรื่องแฟนเรามาพูดกับแม่อีกเลยเพราะกลัวทะเลาะกันอีก จนคบกันมาเรื่อยๆเกือบได้ 2 ปี มีเรื่องทะเลาะกับแฟนตามประสา บางครั้งเค้าเอาเรื่องแม่เรามาพูดว่ารับเค้าไม่ได้ เราไม่คุยกับแม่เรื่องเค้าบ้างละ ไม่จริงจังกับเค้าบ้างละ เราพยายามอธิบายนะคะ ว่าที่ยอมทะเลาะกับแม่ไม่คุยกับแม่เลย 2เดือน ไม่พูดเพราะไม่อยากทะเลาะกับแม่ อยากคุยกับแม่ดีๆได้บ้าง นี้เพราะเราไม่เลือกเธอหรอ ไม่ฟังแม่ขัดใจแม่ไม่ใช่เพราะเค้าหรอ ทุกรอบ มีอะไรที่เราทุ่มเทแล้วเสียสละเพื่อเค้าไปเยอะมากนะคะพอมานั่งคิดดูตอนนี้ เราเลือกที่จะทิ้งชีวิตเพื่อเค้าไปแล้ว ประโยคนี้ขอไม่อธิบายนะคะว่าหมายความว่ายังไง เราเลือกจะตัดอนาคตในการได้งานได้เงินที่ดีกว่านี้ได้ แต่เลือกจะอยู่แบบนี้ ได้เงินน้อย ยอมกินน้อย เพื่อจะส่งเงินให้ทางบ้านได้พอใช้แทนที่จะได้ที่ที่ ให้เงินเยอะกว่านี้ได้โดยไม่ต้องอดๆอยากๆแบบนี้เพื่อมาอยู่ใกล้ๆเค้า คือเราจบปริญตรีวิศวกรรมไฟฟ้ามาคะ แล้วพ่อเพิ่งเสียไปได้ไม่นานนัก ทางบ้านเกินช็อตเรื่องเงินอยู๋พอสมควร มันมีทางเลือกเยอะแยะมากมายตอนเค้าเรียกไปสัมภาษณ์ แต่เราไม่ไป เราเลือกจะอยู่ใกล้เค้าแทนที่จะอยู่ใกล้ๆแม่เราได้ ถ้าให้บอกว่าลองให้เค้าทำแบบที่เรายอมทิ้งไปได้ไหมเค้าไม่ทำแน่นอนคะ ลองให้เราเลือกอยู่ที่บ้านให้เค้ามาทำงานใกล้ๆเค้าคงไม่ทำ ยอมทิ้งชีวิตแบบเราเค้าคงไม่ทิ้ง เรายังไม่ได้ทำงานคะเค้าอยู่บ้านจนเราบอกว่าควรจะหางานทำหาเงินใช้เองได้แล้วเพราะเค้าก็เรียนไม่จบอายุน้อยกว่าเรา 1ปี เค้าหาว่าเราไปดูถูกเค้าเราเลยจะหางานแต่ไกลจากเรามาก เรายอมรับนะคะว่าเราระแวงกลัวเค้าไปไกลแล้วจะไปติดสาวที่ทำงานเพราะตอนที่คบกันตอนมีปัญหากับเราเค้าเคยไปหวั่นไหวกับเพื่อนเก่าเค้าคุยโทรศัพท์ เป็นชั่วโมง คุยไลน์แต่ลบ จนมาง้อเราที่ห้อง เราเห็นไลน์เค้าถึงรู้ เราถามว่าคุยทำไมบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ยุ่งกับคนนี้ คือเคยมีปัญหากับคนเก่าคนนี้คะ จนเค้าบล็อคเฟสเพื่อนเค้าไป แต่แอบคุยไลน์กัน ตั้งแต่นั้นเราระแวงมาตลอดว่าเค้าจะแอบทำแบบนี้ไหม เค้าไปถามเพื่อนคนนั้นคะ ว่าคิดยังไงกับเค้า เพื่อนตอบว่าคิดเหมือนเดิม คือเค้าเคยคบกัน เราเจ็บปวดมาก แต่ก็ยอมคืนดี แล้วให้เค้าจัดการตัดขาดไปสะ แต่ยอมรับคะ ภายในใจยังระแวงในตัวเค้ามาเสมอ เราบอกเค้ามาทำงานที่เดียวกับเราไม่ได้หรอเค้าก็รับคนอยู่ เค้าบอกได้ตังน้อย เราเลยบอกทีเราไม่เห็นคิดเรื่องพวกนี้เลยยังมองแค่อยู่ใกล้เธอก็พอ จนทะเลาะกันไปป่านนี้เค้าก็ยังไม่เริ่มทำงาน จนตอนนี้คบกันได้ 2 ปีแล้วคะ ชีวิตเค้ายังไม่เริ่มทำอะไรเลย ตอนนี้แม่เราเริ่มเปิดใจแล้วคะ คุยไลน์กับแม่เค้าจะถามถึงแฟนเราเองตลอด ถามว่าโอเคกันไหม ทะเลาะกันบ้างหรือป่าว พร้อมแล้วพามาให้แม่รู้จักด้วยนะ คือเราดีใจมากไม่คิดว่าจะมีดมเมนตืที่แม่จะเข้าใจเรื่องนี้ จนสองสามวันก่อน เราคุยกันเรื่องอนาคตคือหลังแต่งงาน ก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันคะ ว่าถ้ามั่นคงกันเมื่อไร เราส่งน้องชายเรียนจบมหาลัยแล้วเราตกลงจะแต่งงานกัน(ถ้ายังอยู่รอด 555) กลับมาเรื่องอนาคตที่ว่า คือหลังแต่งงาน เราบอกเค้าว่าหลังแต่งแยกบ้านอยู่นะ ออกมาอยู่กันสองคนสร้างครอบครัว เค้าบอกเค้าจะอยู่บ้าน เรารู้สึกไม่โอเค ก็ทะเลาะกันไป ทะเลาะกันมา เค้าถามว่ามาอยู่บ้านเค้ายากมากใช่ไหม เราเลยบอกเหตุผลของเราไป
1. เวลาเราทะเลาะกัน เวลาเรารู้สึกไม่ดี น้อยใจไม่พอใจอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่เค้า เราทำได้แค่เก็บแล้วพูดออกมาไม่ได้ เพราะทั้งหมดคือฝั่งเค้าไม่ใช่บ้านเรา นี้คือสิ่งที่ ผญ หลายๆคนเผชิญนะคะ อยู่ด้วยกันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีปัญหา
2. เราไม่อยากให้แม่เรารู้สึก ว่าเราทิ้งแม่ตัวเองไปเพื่อไปดูแลพ่อแม่สามี ซึ่ง แม่เค้ามีพ่อเค้าอยู่ด้วย คนรอบข้างเค้ามีแต่ญาติๆอยู่ใกล้ๆ ต่างจากแม่เรา คือพ่อเราเสียแล้ว น้องชายก็คงทำงานเราไม่อยากดึงอนาคตน้องชายเราไว้เพราะเราจะมาอยู๋กับผัว น้องเราเก่งกว่าเราเยอะมาก เราอยากให้เค้ามีอนาคตที่ดี ดังนั้น แม่จะอยู่บ้านกับน้องสาวแค่สองคนแล้วแม่เราก็มีโรคประจำตัว พูดถึงจุดนี้เราควรจะดูแลฝั่งไหนมากกว่ากัน
เค้าบอกรวยมาจากไหนจะแยกบ้านอยู่ เราบอกว่า ก็ช่วยกันสิ เราไม่คิดจะไปเกาะเค้ากินอยู่แล้วเพราะเราก็คงยังจะทำงานอยู่ดี ช่วยกันสร้างช่วยกันผ่อน ทำไมจะทำไม่ได้ เค้าบอกที่แต่งเพราะอยากให้เราไปดูแลพ่อแม่เค้า อ้าวว แล้วแม่เราละ พอได้ยินประโยคนี้เรามองเค้าเปลี่ยนไปทันที เรารู้สึกว่าที่ผ่านมาเราเป็นลูกเนรคุณแม่ไปเลย 555 แล้วถ้าเลือกเค้าเราก็คงเนรคุณจิงๆ เราคิดว่าเค้าไม่มีเรากับครอบครัวฝั่งเราอยู่ในความคิดเค้าเลยสักนิด เราเลือกแต่ตัวเค้าเองและครอบครัวเค้ามาโดยตลอดและคงจะตลอดไป จนเราเปลี่ยนไปคะ เราบอกถ้าแยกบ้านอยู่ไม่ได้เราก็จะไม่แต่ง แล้วจะไม่ไปต่อ เค้าบอกเราเอาเรื่องอนาคตมามโน เราว่าเราไม่มโนนะ เค้าคิดกับอนาคตของเค้าไว้แบบนั้น ที่เราเป็นแบบนี้ก็เพราะความคิดของเค้า เรารู้สึกว่าเค้าไม่ยอมเสียอะไรเพื่อเราเลย เค้าเลือกจะดึงทุกอย่างไว้กับตัวโดยไม่สนว่าใครจะต้องตัดอะไรเพื่อเค้าไหม หลายคนอาจมองว่าเราทิ้งเค้าง่ายนะคะ แต่ก่อนหน้านี้มีเรื่องอะไรที่เราเจ็บปวดมากมายแต่เราก็เลือกที่จะอยู่ เค้าเคยทำคนเก่าของเค้าท้องมีเด็กแต่ปิดบังเราไว้จนเราจับได้เอง เค้าบอกเค้าลืม เราจับได้ว่าเค้าแอบสูบบุหรี่แต่บอกกับเราเลิกแล้ว อีกหลายเรื่องที่เราไม่เคยรับได้เลยแล้วยืนคำขาดกับเค้าว่าอย่าทำแต่เราก็ยังทำและเราก็ดันจับได้ตลอด ก็ยอมเจ็บและเลือกเค้ามาเรื่อยๆจนเรื่องนี้ เรามองเค้าเหนแก่ตัวไปเลย เพียงแค่เรื่องเล็กๆแค่กินข้าว เราซื้อยำมาแค่ถุงเดียว แล้วห้องเราก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้กินอีก จิงๆคือเรามีตังติดตัวซื้อมาได้แค่นั้นหลังจากกลับจากที่ทำงาน เค้ามาหาเรา เราก็ชวนกิน เรากินแบบไม่สนใจเราเลยว่าเราจะได้กินไหม อิ่มไหม มีไรให้กินอีกไหม จนใกล้หมด เราเอือมมาก เลยบอกว่ากินเถอะ เค้าก็กินจนหมด แล้วเค้าถามอิ่มไหมน่ะ 5555 คือในความคิดเราคิดขึ้นมาปาดดด เมิงน่าจะคิดได้ป่ะว่ะ ว่ากูจะอิ่มไหมอ่ะ -สะขนาดนั้น แล้วคือเค้าสามารถกลับไปกินกับข้าวที่แม่ทำรอไว้ที่บ้านได้ต่อไง แต่คือตรูมีแค่นั้นให้กินง่ะ เห็นแก่ตัวแม้กระทั่งเรื่องกิน นั้นคือความคิดที่เรามีตอนนั้น เรามองเค้าไม่ดีไปเลย ไม่รู้สึกอะไรกับเค้าอีกแล้ว หลังจากเค้ากลับ เราถามเค้าซ้ำ มายังยืนยันกับความคิดนั้นใช่ไหมที่จะอยู่บ้าน ถ้ายังคิดแบบนั้นเราไม่ไปต่อและนะ เค้าบอกใช่ เค้ายังคิดแบบนั้น เราเลย เลือกจะถอยออกมา เราแย่มากไหมคะ แต่ตอนนี้เรามองเค้าเปลี่ยนไปเลยจากที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเค้ามาตลอด แต่ไม่เป็นไรคะ ถึงเค้าจะมองว่าเราใจร้าย เราคิดว่าถึงเวลาที่เราจะเห็นแก่ตัวบ้างแล้วรึป่าว คิดถึงครอบครัวเราสักที
ขอบคุณที่ยอมอ่านคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้างคะ
คิดยังไงกับความคิดแบบนี้ของฝั่งชาย
1. เวลาเราทะเลาะกัน เวลาเรารู้สึกไม่ดี น้อยใจไม่พอใจอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่เค้า เราทำได้แค่เก็บแล้วพูดออกมาไม่ได้ เพราะทั้งหมดคือฝั่งเค้าไม่ใช่บ้านเรา นี้คือสิ่งที่ ผญ หลายๆคนเผชิญนะคะ อยู่ด้วยกันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีปัญหา
2. เราไม่อยากให้แม่เรารู้สึก ว่าเราทิ้งแม่ตัวเองไปเพื่อไปดูแลพ่อแม่สามี ซึ่ง แม่เค้ามีพ่อเค้าอยู่ด้วย คนรอบข้างเค้ามีแต่ญาติๆอยู่ใกล้ๆ ต่างจากแม่เรา คือพ่อเราเสียแล้ว น้องชายก็คงทำงานเราไม่อยากดึงอนาคตน้องชายเราไว้เพราะเราจะมาอยู๋กับผัว น้องเราเก่งกว่าเราเยอะมาก เราอยากให้เค้ามีอนาคตที่ดี ดังนั้น แม่จะอยู่บ้านกับน้องสาวแค่สองคนแล้วแม่เราก็มีโรคประจำตัว พูดถึงจุดนี้เราควรจะดูแลฝั่งไหนมากกว่ากัน
เค้าบอกรวยมาจากไหนจะแยกบ้านอยู่ เราบอกว่า ก็ช่วยกันสิ เราไม่คิดจะไปเกาะเค้ากินอยู่แล้วเพราะเราก็คงยังจะทำงานอยู่ดี ช่วยกันสร้างช่วยกันผ่อน ทำไมจะทำไม่ได้ เค้าบอกที่แต่งเพราะอยากให้เราไปดูแลพ่อแม่เค้า อ้าวว แล้วแม่เราละ พอได้ยินประโยคนี้เรามองเค้าเปลี่ยนไปทันที เรารู้สึกว่าที่ผ่านมาเราเป็นลูกเนรคุณแม่ไปเลย 555 แล้วถ้าเลือกเค้าเราก็คงเนรคุณจิงๆ เราคิดว่าเค้าไม่มีเรากับครอบครัวฝั่งเราอยู่ในความคิดเค้าเลยสักนิด เราเลือกแต่ตัวเค้าเองและครอบครัวเค้ามาโดยตลอดและคงจะตลอดไป จนเราเปลี่ยนไปคะ เราบอกถ้าแยกบ้านอยู่ไม่ได้เราก็จะไม่แต่ง แล้วจะไม่ไปต่อ เค้าบอกเราเอาเรื่องอนาคตมามโน เราว่าเราไม่มโนนะ เค้าคิดกับอนาคตของเค้าไว้แบบนั้น ที่เราเป็นแบบนี้ก็เพราะความคิดของเค้า เรารู้สึกว่าเค้าไม่ยอมเสียอะไรเพื่อเราเลย เค้าเลือกจะดึงทุกอย่างไว้กับตัวโดยไม่สนว่าใครจะต้องตัดอะไรเพื่อเค้าไหม หลายคนอาจมองว่าเราทิ้งเค้าง่ายนะคะ แต่ก่อนหน้านี้มีเรื่องอะไรที่เราเจ็บปวดมากมายแต่เราก็เลือกที่จะอยู่ เค้าเคยทำคนเก่าของเค้าท้องมีเด็กแต่ปิดบังเราไว้จนเราจับได้เอง เค้าบอกเค้าลืม เราจับได้ว่าเค้าแอบสูบบุหรี่แต่บอกกับเราเลิกแล้ว อีกหลายเรื่องที่เราไม่เคยรับได้เลยแล้วยืนคำขาดกับเค้าว่าอย่าทำแต่เราก็ยังทำและเราก็ดันจับได้ตลอด ก็ยอมเจ็บและเลือกเค้ามาเรื่อยๆจนเรื่องนี้ เรามองเค้าเหนแก่ตัวไปเลย เพียงแค่เรื่องเล็กๆแค่กินข้าว เราซื้อยำมาแค่ถุงเดียว แล้วห้องเราก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้กินอีก จิงๆคือเรามีตังติดตัวซื้อมาได้แค่นั้นหลังจากกลับจากที่ทำงาน เค้ามาหาเรา เราก็ชวนกิน เรากินแบบไม่สนใจเราเลยว่าเราจะได้กินไหม อิ่มไหม มีไรให้กินอีกไหม จนใกล้หมด เราเอือมมาก เลยบอกว่ากินเถอะ เค้าก็กินจนหมด แล้วเค้าถามอิ่มไหมน่ะ 5555 คือในความคิดเราคิดขึ้นมาปาดดด เมิงน่าจะคิดได้ป่ะว่ะ ว่ากูจะอิ่มไหมอ่ะ -สะขนาดนั้น แล้วคือเค้าสามารถกลับไปกินกับข้าวที่แม่ทำรอไว้ที่บ้านได้ต่อไง แต่คือตรูมีแค่นั้นให้กินง่ะ เห็นแก่ตัวแม้กระทั่งเรื่องกิน นั้นคือความคิดที่เรามีตอนนั้น เรามองเค้าไม่ดีไปเลย ไม่รู้สึกอะไรกับเค้าอีกแล้ว หลังจากเค้ากลับ เราถามเค้าซ้ำ มายังยืนยันกับความคิดนั้นใช่ไหมที่จะอยู่บ้าน ถ้ายังคิดแบบนั้นเราไม่ไปต่อและนะ เค้าบอกใช่ เค้ายังคิดแบบนั้น เราเลย เลือกจะถอยออกมา เราแย่มากไหมคะ แต่ตอนนี้เรามองเค้าเปลี่ยนไปเลยจากที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเค้ามาตลอด แต่ไม่เป็นไรคะ ถึงเค้าจะมองว่าเราใจร้าย เราคิดว่าถึงเวลาที่เราจะเห็นแก่ตัวบ้างแล้วรึป่าว คิดถึงครอบครัวเราสักที
ขอบคุณที่ยอมอ่านคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้างคะ