สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 28
จบใหม่เริ่ม 18K ก็ถือว่าเยอะนะครับ... เยอะกว่าผมหลายเท่า
ความรู้สึกนี้อาจเกิดจากคุณไม่แฮปปี้กับหลาย ๆ สิ่งรอบตัวก็เป็นได้ครับ
ผมขอเดาพี่ ๆ ที่ทำงาน จขกท. เพียงคุยเล่นกันโดยสมมุติและอาจไม่รู้ว่าเงินเดือนใครได้เท่าไร อาจหมายถึงของเขาตอนเข้ามาใหม่ ๆ แต่มีประสบการณ์มาจากที่เก่า เป็นต้น ฯลฯ โปรดไม่นำมาใส่ใจ และโฟกัสเรื่องอื่นครับ
กรณีผม...
ผมได้เงินเดือนต่ำกว่าบริษัทใหญ่ ๆ เขาจ้างกันและกล้าใช้คำว่า 'ผมถูกกดเงินเดือน' แต่ผมก็ทำงานแบบถวายหัวตัวตาย...
ออฟฟิศเริ่ม 8 เช้า ผมมา 7 เช้า ออฟฟิศเลิก 6 เย็น ผมออกจากออฟฟิศ 2 ทุ่ม วันหยุดผมคิดและวางแผนงานต่าง ๆ และนำงานกลับมานั่งวิเคราะห์และทำที่บ้าน ทุกวันของผมคือการทำงานให้เจ้านาย และทำราวกับเจ้าของบริษัท จนคนรอบข้างสมเพชเวทนาว่า เพื่อนที่สนิทแบบด่ากันได้ด่าผมว่า "แกมันคือไอ้มนุษย์เงินเดือนหน้าโง่ ทำให้ตายแกก็ไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทหรอก"
แต่ผมคงเป็นควาย ถูกเพื่อนด่าแซะกระแนะกระแหน ก็หน้าหนาทำงานอย่างถวายหัวต่อไป... ต่อไป.. และต่อไป
จนกระทั่งปัจจุบัน... จากเงินเดือนเท่าขี้ผง
ผมขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจยอดขายปีละแปดหลัก เพราะประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานที่ผ่านมา
และเจ้านายเก่า ๆ ที่ผมเคยทำงานด้วยก็สนใจ ไว้ใจ และมีโอกาสที่จะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคตครับ
แน่นอนว่า สมัยทำงานประจำก็เคยมีความคิดเกิดขึ้นบ่อย ๆ ว่า คุ้มไหมที่ทำอยู่ ทำไปทำไม เขาเอาเปรียบเราหรือเปล่า ฯลฯ แต่ผมเลือกที่จะปรับโฟกัสและหาเหตุผลในการทำสิ่งนั้น ๆ ว่ามันมีบางอย่างที่กำไร และกำไรจากการทำงานหนักกว่าเงินเดือนคือผมได้เรียนรู้วิชาบริหารธุรกิจจากธุรกิจของจริง จากนั้นผมคิดเสมอว่า 'การทำงานคือการเรียนบริหารธุรกิจที่มีคนจ่ายเงินเดือนให้ผมเรียน' และสิ่งที่ทำไปทั้งหมด ผมเอามันมาใช้สร้างธุรกิจส่วนตัวได้จริง ๆ ---- วันนี้ ผมคืนทุนหมดแล้ว ทั้งเงิน เวลา และคุณภาพชีวิต
ทั้งหมดทั้งมวลสรุปปิดคือ "มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วเราจะรู้ว่าวันนี้เราควรคิดและทำอะไร อย่างไร และทำไปทำไม"
ความรู้สึกนี้อาจเกิดจากคุณไม่แฮปปี้กับหลาย ๆ สิ่งรอบตัวก็เป็นได้ครับ
ผมขอเดาพี่ ๆ ที่ทำงาน จขกท. เพียงคุยเล่นกันโดยสมมุติและอาจไม่รู้ว่าเงินเดือนใครได้เท่าไร อาจหมายถึงของเขาตอนเข้ามาใหม่ ๆ แต่มีประสบการณ์มาจากที่เก่า เป็นต้น ฯลฯ โปรดไม่นำมาใส่ใจ และโฟกัสเรื่องอื่นครับ
กรณีผม...
ผมได้เงินเดือนต่ำกว่าบริษัทใหญ่ ๆ เขาจ้างกันและกล้าใช้คำว่า 'ผมถูกกดเงินเดือน' แต่ผมก็ทำงานแบบถวายหัวตัวตาย...
ออฟฟิศเริ่ม 8 เช้า ผมมา 7 เช้า ออฟฟิศเลิก 6 เย็น ผมออกจากออฟฟิศ 2 ทุ่ม วันหยุดผมคิดและวางแผนงานต่าง ๆ และนำงานกลับมานั่งวิเคราะห์และทำที่บ้าน ทุกวันของผมคือการทำงานให้เจ้านาย และทำราวกับเจ้าของบริษัท จนคนรอบข้างสมเพชเวทนาว่า เพื่อนที่สนิทแบบด่ากันได้ด่าผมว่า "แกมันคือไอ้มนุษย์เงินเดือนหน้าโง่ ทำให้ตายแกก็ไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทหรอก"
แต่ผมคงเป็นควาย ถูกเพื่อนด่าแซะกระแนะกระแหน ก็หน้าหนาทำงานอย่างถวายหัวต่อไป... ต่อไป.. และต่อไป
จนกระทั่งปัจจุบัน... จากเงินเดือนเท่าขี้ผง
ผมขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจยอดขายปีละแปดหลัก เพราะประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานที่ผ่านมา
และเจ้านายเก่า ๆ ที่ผมเคยทำงานด้วยก็สนใจ ไว้ใจ และมีโอกาสที่จะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคตครับ
แน่นอนว่า สมัยทำงานประจำก็เคยมีความคิดเกิดขึ้นบ่อย ๆ ว่า คุ้มไหมที่ทำอยู่ ทำไปทำไม เขาเอาเปรียบเราหรือเปล่า ฯลฯ แต่ผมเลือกที่จะปรับโฟกัสและหาเหตุผลในการทำสิ่งนั้น ๆ ว่ามันมีบางอย่างที่กำไร และกำไรจากการทำงานหนักกว่าเงินเดือนคือผมได้เรียนรู้วิชาบริหารธุรกิจจากธุรกิจของจริง จากนั้นผมคิดเสมอว่า 'การทำงานคือการเรียนบริหารธุรกิจที่มีคนจ่ายเงินเดือนให้ผมเรียน' และสิ่งที่ทำไปทั้งหมด ผมเอามันมาใช้สร้างธุรกิจส่วนตัวได้จริง ๆ ---- วันนี้ ผมคืนทุนหมดแล้ว ทั้งเงิน เวลา และคุณภาพชีวิต
ทั้งหมดทั้งมวลสรุปปิดคือ "มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วเราจะรู้ว่าวันนี้เราควรคิดและทำอะไร อย่างไร และทำไปทำไม"
สมาชิกหมายเลข 3199810 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4818732 ถูกใจ, นุชนาฎนารี ทึ่ง, ต้น หนองกระพ้อ ถูกใจ, ดาวเหนือสุกสกาว ถูกใจ, Essueko ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3661893 ถูกใจ, Louis n Prada ถูกใจ, คาการิ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3868061 ถูกใจรวมถึงอีก 8 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 14
การเดินทางของเราคือ
- เดิน มาหน้าปากซอย (หยิ่งไม่นั่งมอไซค์ - จิงๆคือประหยัด)
- นั่งรถตู้ 25 บาท
- ต่อ ARL 25 บาท
- ต่อ BTS 25 บาท
- เดินเข้าออฟฟิศ
..........................
ขากลับเพื่อความประหยัด จะเดินจากชิดลมมาขึ้น ARL ราชปรารภ ประหยัดไป 30 บาท
แต่ล่าสุดแม้จะยี้มันมา 5 ปี แต่ยอมรับว่าวิธีนี้เร็วสุด คือนั่งสองแถว 7 บาท เดินต่อมาขึ้นเรือ 16 บาท ขึ้นท่าวิทยุ ต่อมอไซค์ 20 บาท วันไหนไม่รีบก็เชิดใส่มอไซค์ เดินจ้า
ล่าสุดพี่สาวเพิ่งตกงาน ต้องส่งเงินช่วยนางค่ากินอีก 55555 ชีวิตเนอะ
- เดิน มาหน้าปากซอย (หยิ่งไม่นั่งมอไซค์ - จิงๆคือประหยัด)
- นั่งรถตู้ 25 บาท
- ต่อ ARL 25 บาท
- ต่อ BTS 25 บาท
- เดินเข้าออฟฟิศ
..........................
ขากลับเพื่อความประหยัด จะเดินจากชิดลมมาขึ้น ARL ราชปรารภ ประหยัดไป 30 บาท
แต่ล่าสุดแม้จะยี้มันมา 5 ปี แต่ยอมรับว่าวิธีนี้เร็วสุด คือนั่งสองแถว 7 บาท เดินต่อมาขึ้นเรือ 16 บาท ขึ้นท่าวิทยุ ต่อมอไซค์ 20 บาท วันไหนไม่รีบก็เชิดใส่มอไซค์ เดินจ้า
ล่าสุดพี่สาวเพิ่งตกงาน ต้องส่งเงินช่วยนางค่ากินอีก 55555 ชีวิตเนอะ
สถาปนิกแก่แดด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3661893 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 3288832 ทึ่ง, การเดินทางของเข็มวิ ถูกใจ, jason Bourne ซึ้ง, สายหมอกในกลุ่มควัน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2716157 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3414783 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
มนุษย์เงินเดือน
พนักงานบริษัท
ระบบขนส่งมวลชน
ปัญหาชีวิต
ทรัพยากรบุคคล
ทำงานเลิก 6 โมงเย็น ใช้เวลาเดินทางไปกลับ 3ชั่วโมง เสียค่าเดินทางวันละเป็น100 แต่เงินเดือน18k สมัยนี้คุ้มไหมคะ
กว่าจะกลับถึงบ้านก็สองทุ่มกว่า แทบไม่มีเวลาชีวิตเหลือไปทำอย่างอื่น
งานที่ทำก็เป็นงานแนวใช้แรงงานหัวสมองและสายตา งานรูทีน
ถ้าเทียบกับเวลาชีวิตที่เสียไปและเงินที่ได้มาเท่านี้คิดว่าคุ้มไหมคะ ในกรณีที่ตัวงานไม่ได้ช่วยพัฒนาสกิลอะไรในตัวเราเลย
ประเด็นไม่ใช่อะไรค่ะ ไปแอบได้ยินพี่ๆที่ทำงานเล่นโจ๊กเรื่องจะตัดเงินเดือน แล้วก็มีพี่คนนึงพูดขึ้นมาว่า สงสารเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ถ้าเกิดเงินเดือนให้ต่ำสุดเลย อ้ะ ประมาณ20kนี้จะเหลืออะไรกิน แล้วก็ขำ 555 เราก็เลยตงิดนิดนึง เราได้18kเองนะ แสดงว่าต่ำกว่ามาตรฐานน้องใหม่ที่บริษัทให้ทุกคนเลย งี้บริษัทเค้าเอาเปรียบเราเกินไปหรือเปล่าคะ