สวัสดีค่ะ... วันนี้จะขอมาแชร์ประสบการณ์ความรักของเราบ้าง ปกติเคยตั้งแต่กระทู้คำถาม นี่เป็นครั้งแรกที่มาตั้งกระทู้เล่าเรื่องแบบนี้ ผิดพลาด ติดขัดยังไง ขอโทษไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะคะ... เหตุผลที่มาเขียนเล่าเรื่องตัวเองเคือ อ่านกระทู้เกี่ยวกับปสก.ความรักพังๆมาหลายกะทู้ หลายๆคนนั้นน่าเห็นใจ เพราะเจอมาหนักมาก พอหลังจากอ่านแล้วมันทำให้เรารู้สึกว่า เห้ยย! ที่เราเจอมามันไม่เลวร้ายเท่าเค้าเลย มันทำให้มุมมองความคิดหลายๆอย่างเปลี่ยนไป และบางกระทู้มันทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น ดังนั้น เราเลยอยากให้คนที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของเรา (จะมีใครอ่านมั้ยเราไม่รู้) มีกำลังใจ และเข้มแข็งจนผ่านมันไปได้เหมือนเราในวันนี้... ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าปสก.นี้ผ่านมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว และเป็นช่วงที่เรากำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เรายังคงจำได้แม่น เพราะมันเป็นที่สุดของเราเลย ขอเริ่มเรื่องปูพื้นจากครอบครัวเราก่อนละกัน พ่อกับแม่เราแยกทางกันตั้งแต่เรา ป.1 พ่อมีครอบครัวใหม่ ซึ่งก่อนเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเราอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงมาตลอด เจอแม่บ้างเดือนละครั้งทุกสิ้นเดือน แต่ถึงเราจะอยู่กับครอบครัวใหม่ของพ่อ แต่ขอบอกเราว่าเราสนิทกับแม่เลี้ยงเรามาก และเค้าก็รักและเป็นห่วงเรามากเหมือนแม่แท้ๆของเราเลย เราจะเรียกแม่เลี้ยงเราว่าพี่ เพราะอายุเท่าๆกับพี่ชายเรา และเค้าสวยมาก (แม่เราก็สวย) ... แอบนอกเรื่องนิดนึง555... พอจบม.6 เราสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ตอนนั้นเราเป็นรุ่นสุดท้ายที่สอบ Admission (O-net และ A-net )หลังจากนั้นเป็น. Gat -Pat เราตัดสินใจเลือกมหาลัยที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ เพราะเราไม่อยากอยู่บ้าน อยากลองใช้ชีวิตเป็นเด็กหอ เพราะพ่อกับพี่(แม่เลี้ยง) บอกว่าถ้าติดมหาลัยในกรุงเทพ ไกลแค่ไหนก็จะให้ไป-กลับ บ้านเท่านั้น หรืออีกทางคือเลือกมหาลัยที่อยู่ในจังหวัดเดียวกับที่แม่เราทำงาน บอกตรงๆตอนนั้นช่วงวัยรุ่น ที่บ้านเคร่งครัดมากกับกฎระเบียบต่างๆ เช่นต้องกลับบ้านเวลานั้นเวลานี้ ไปไหนต้องบอก ตอนมอต้นนี่ขอไปเที่ยวห้างกับเพื่อนยังไม่เคยได้ไป ไปนอนบ้านเพื่อนนี่ไม่มีหวัง ไปได้แค่ทัศนศึกษาหรือเข้าค่ายกับรร.เท่านั้น พอม.ปลายถึงได้เริ่มปล่อย เพราะมีเรียนพิเศษ ทำรายงาน กีฬาสี ดูหนัง เดินห้าง กับเพื่อนบ้าง (เซนทรัล อยู่หลัง รร. ส่วนเมเจอร์อยู่หน้า รร. อดใจไม่เดินได้ไง 555) ต่อๆๆ หลังจากประกาศผลสอบปรากฎว่าเราติดที่ๆเราตั้งใจไว้ คือเราตั้งใจเลือกที่จะไปอยู่ใกล้ๆแม่ แทนเรียนในกทม. ซึ่งเราโชคดีมากที่แม่เราให้เราอยู่หอใน (หอในมหาวิทยาลัย) เพราะตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อบ้าน ประกอบกับแม่เรา นางหาข้อมูลมาแล้วว่าอยู่ปี1 กิจกรรมจะเยอะมาก เลิกมืดๆค่ำๆ ซึ่งเค้าไม่สะดวกมารับมาส่งเรา ... ดังนั้น เราจึงได้อยู่หอสมใจ อิอิ... ตื่นเต้นมากตอนนั้น ชีวิตชั้นกำลังจะเป็นอิสระครั้งแรก ตอนนั้นมีเพื่อนจากห้องเดียวกันติดไปด้วย 1 คน ก็เลยจับมือกันอยู่ห้องเดียวกัน ... หอในมหาลัยนี้ 1 ห้องพัก 4 คน เราโชคดีในเรื่องรูมเมทมาก(คห.ส่วนตัว) เพราะพื้นฐานครอบครัว การปฏิบัติตัว และวัฒนธรรมครอบครัวนั้นคล้ายๆกัน ซึ่งเพื่อนทุกคนมาจากปริมณฑล และกทม. (ไม่ได้เหยียดคนจังหวัดอื่น หรือภาคอื่นนะคะ) ดังนั้น เราจึงไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ... หลังจากเข้ามาอยู่หอ ก่อนเปิดเรียนมันก็จะมีรับน้อง ประชุมเชียร์ ว้าก กันไปตามประสา ระบบ Sotus ของเด็กปี 1 นอกจากกิจกรรมรับน้องแล้ว อีกอย่างนึงที่โดดเด่นมากในมหาลัยรเราคือการมีพี่เทค น้องเทค ...คืออะไร ? พี่เทค น้องเทคคือ การที่รุ่นพี่หรือรุ่นน้อง ถูกชะตากัน หรือคุยกัน สนิทกัน แล้วมาขอดูแลในระหว่างที่เรียน เช่น ซื้อขนมให้ พาไปเลี้ยงข้าว คอยช่วยเหลือเรื่องเรียน ใครมีรถอาจจะช่วยไปรับไปส่งตึกเรียน พาไปกินนมกับปังเย็น เลี้ยงเบียร์เลี้ยงเหล้า ปรึกษาเรื่องต่างๆ แล้วแต่จะเทคกัน เพราะฉะนั้นรุ่นพี่ส่วนใหญ่ก็จะใช้โอกาสนี้ในการจีบน้อง หรือน้องจีบพี่ก็แล้วแต่ โดยจะเริ่มจากการขอเทคกันก่อน แล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์... และแล้วเรื่องของเราก็เริ่มมาจากตรงนี้เช่นกัน เราไม่ใช่คนสวย แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด แต่เชื่อมั้ย ตอนนั้นเรามีพี่เทคครบทุกคณะเลย ทั้งหญิงและชาย พี่เทคผู้หญิงเรามีคนเดียว นอกนั้นผู้ชายมาขอเทคหมดจ้า พี่เทคคนแรกเราเป็นหญิง รุ่นพี่สาขาเดียวกัน ส่วนคนที่สอง ขอแทนว่าพี่ N เป็นวิศวะเครื่องกล(เป็นคนที่มาจีบและเกือบได้คบกัน) คนที่สาม เป็นวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม(ข้ามไปได้เลยคนนี้) และคนที่สี่ ขอแทนว่าพี่ T (เป็นวิศวะเกี่ยวกับอะไรที่ต้องอยุกลางทะเลและพวกแท่นขุดเจาะ...ในช่วงแรกนั้นเราจะไปไหนมาไหนกะพี่ N บ่อยมาก คือเค้าจะคอยมารับมาส่งเราไปเรียนพาไปกินข้าวซื้อขนม แชทกัน คุยกัน ตามประสาคนจีบกันอ่ะเนอะ เนื่องจากช่วงนั้นเรามีปัญหากับแฟนที่อยุกทม. เราคิดว่าเค้าไม่สนใจเรา ทิ้งเราแล้ว เราเลยสานสัมพันธ์กับพี่ N จนกระทั่งมีเรื่องเกิดขึ้น ตอนนั้น Hi 5 กำลังเป็นที่นิยมก่อนที่เฟสบุคจะมาเสียบแทน แฟนเรามาโพส์ด่าพี่ N ในHi5 เราอย่างยาวเหยียด ซึ่งพี่ N เค้าก็เห็น หลังจากนั้นความสัมพันธ์เราก็สั่นคลอน จากที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวัน เค้าก็ค่อยๆหายไป คือเหมือนกับว่าเค้านอย และไม่รู้จะอยู่ไปทำไมในเมื่อเรามีเจ้าของ เค้าเลยขออยู่ห่างๆอย่างห่วงๆดีกว่า เราก้เศร้าแปปนึงแต่เราก็กลับไปคุยกะแฟนเราเหมือนเดิม แต่ก็ระหองระแหงบ่อยๆ ในที่สุด เราก็ได้รุ้จักกับพี่ T ผ่านทาง MSN พี่เค้าแอดเรามา ตอนนั้นยังไม่เคยเห็นหน้ากันแต่รุ้ว่าเป็นพี่ในมหาลัย ก็คุยกันและพี่T เค้าจะเป็นคนกวนตีนมากๆตอนที่คุยกันแรกๆ หลังจากคุยกันถูกคอเค้าก็มาขอเราเป็นน้องเทค และนัดเจอกันไปกินข้าว 1 ครั้งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร และเกร็งๆนิดหน่อย แต่มันมีเหตุการณ์นึงที่ทำให้เราเริ่มสนิทกับพี่T เมื่อเรามีซ้อมแสตนเชียร์ ปกติจะเลิกตี 1 ตี2 ทุกวันช่วงนั้น(บอกเลยซ้อมกันโหดมาก) แล้ววันนั้นฝนตก เราก็ไม่มีรถกลับ มอเตอร์ไซค์เพื่อนก็เต็มหมด เราเลยโทรหาพี่ N ที่ตอนนั้นลดสถานะกันแล้วแต่เค้ายังเป็นพี่เทคเราอยุ่ เราขอให้เค้าออกมารับเราเพราะฝนมันปรอยๆ ถ้าเดินกลับกลัวไม่ทันมันจะตกหนักก่อน แต่เค้ากลับตอบเรามาว่าฝนมันตกอยู่พี่จะไปรับได้ไง คือถ้าเป็นเมื่อก่อนเค้าจะไม่ลังเลเลย แต่ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไป เราก้เสียใจนิดนึงแต่ก็ไม่เป็นไร เค้ามีสิทธิ์จะปฏิเสธ พอดีกับพี่T โทรมาหาหลังจากนั้นถามว่าอยุ่ไหน เราก็บอกไปว่าเราอยุ่ใต้ตึกเรียนแต่ฝนตกกลับไม่ได้ เชื่อมั้ยคะ ว่าเค้ามาถึงที่ภายใน 5 นาที ขับมอไซค์ตากฝนปรอยๆมาจากหอนอก เราแบบประทับใจเลยตอนนั้น เพราะยังไม่สนิทกันแต่เค้าทำให้เราขนาดนี้ หลังจากนี้จะเริ่มสนิทกันละ และพัฒนาความสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด ... กลายมาเป็นว่าเราสนิทกับพี่T ไปไหนมาไหนด้วยกันไปรับไปส่งตลอด พาไปกินนมกินปังเย็น เค้าเริ่มพาเราไปรุ้จักเพื่อนเค้า คือพี่ C ,พี่ M และพี่ P และตอนหลังมารุ้ว่าที่พาเราไปกินปังเย็นกะเพื่อนเค้าเพราะพี่C แอบปลื้มเรา หลังจากใช้ชีวิตด้วยกันมาเรื่อยๆอย่างพี่อย่างน้อง เค้าช่วยเราถึงขนาดที่ว่า รายงานวิชาเจอร์ของเรา ซึ่งเค้าไม่เคยเรียน เป็นเกี่ยวกับบัญชี ก็มาช่วยเราทำ และแล้วคืนนั้น คืนสำคัญของต้นตอทั้งหมด มันคือคืนที่เราเลิกกับแฟน เลิกจริงๆ โดนบอกเลิก ตอนกำลังนั่งทำอีรายงานนี่แหละจ้า จำได้ว่าร้องไห้หนักมาก ขอร้องเค้าไม่ให้ไปแต่ไม่เป็นผล พี่ T ซึ่งอยู่ใกล้ๆตอนนั้นเค้าเงียบมาก เงียบจริงๆ ตอนที่เรากำลังคุยโทรศัพท์เคลียร์กัน เค้าก็นั่งอยู่ไม่ไกลและกำลังทำรายงานของเรา ย้ำ!ว่าของเรา (นึกย้อนไปแล้วขำนะ555) สุดท้ายก็เลิกคุยและนั่งร้องไห้คนเดียว จนพี่ T มาปลอบแล้วก็พูดจากวนตีนไปเรื่อย จนดีขึ้น วันรุ่งขึ้นเราก็ยังซึมๆ อยู่ แต่เค้าก็มาพาเราไปเกินไ้าง กินข้าว ดูหนัง นั่งเล่นใต้ตึกเรียนตอนกลางคืน คนจะเยอะมาก ... แล้วคืนนั้นเราเกิดไม่อยากกลับหอ หิว อยากหาไรกิน เค้าก็พาเราไปกินข้าวหน้าหอเค้า อร่อยมากค่า! 555 แล้วเราเกิดปวดชิ๊งฉ่อง ซึ่งร้านนั้นไม่มีห้องน้ำ ... ด้วยความที่ไม่คิดอะไรกันตอนนั้น เค้าเลยพาเราไปเข้าห้องน้ำที่ห้องเค้า ... ด้วยความที่หอในที่เราอยู่นั้นไม่มีทีวีในห้อง มีแต่ส่วนกลางซึ่งเราไม่เคยไปนั่งเพราะมันไม่สบายตัว เมื่อยแล้วก็ไม่ชอบดูไอ้ที่เค้าดูๆกัน พอเราเห็นทีวีในห้องเค้าซึ่งเป็นหอนอก โอ้แม่จ้าว!! ทีวี มีเคเบิล มีจานต่อด้วย เราเป็นคนชอบดูหนังคนนึงเลยแหละ เลยแบบเห้ย!! อยากดูหนัง มีทีวี วันหลังขอมาดูนะ พี่T เลยบอกว่าจะดูมั้ย ดูก็เปิดเลยวันนี้นี่แหละ ไม่อยากกลับห้องอยู่แล้วนี่ จะไปไหนก็ไม่รู้ก็อยู่นี่แหละ แล้วเค้าก็ถามเราว่าหายเศร้ารึยัง เราก็บอกว่าดีขึ้นแล้ว ...บอกเลยว่าคืนนั้นมันเป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ จุดเปลี่ยนที่เป็นจุดเริ่มต้นทุกอย่างของความรัก ...
เดี๋ยวมาต่อนะคะ ขอไปเรียบเรียงคำเขียนก่อน ไม่อยากเล่าวกไปวนมาเหมือนข้างบน ที่เราพยายามสาธยายเพื่อให้เข้าใจจุดเริ่มต้น จะพยายามให้มันกระชับขึ้นค่ะ...
แชร์ประสบการณ์ความรักที่เปลี่ยนจากหน้ามือ เป็นหลัง....
เดี๋ยวมาต่อนะคะ ขอไปเรียบเรียงคำเขียนก่อน ไม่อยากเล่าวกไปวนมาเหมือนข้างบน ที่เราพยายามสาธยายเพื่อให้เข้าใจจุดเริ่มต้น จะพยายามให้มันกระชับขึ้นค่ะ...