เตือนภัยฟิลเลอร์

เราอยากเล่าเหตุการณ์ที่เกิดกับตัวเอง เพื่อเตือนสาวๆ ที่อยากสวยทางลัด โดยใช้ฟิลเลอร์

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราได้ฉีดฟิลเลอร์กับหมอท่านหนึ่งในจังหวัดชลบุรี
จุดที่เรามีปัญหาคือบริเวณแก้ม หว่างคิ้ว จมูก เราเลือกหมอท่านนี้เพราะ
ดูจากมีใบอนุญาติประกอบสถานพยาบาลชัดเจน หมอดูน่าเชื่อถือ ดูแลดี
เพราะก่อนหน้านี้เราก็ได้ทำเลเซอร์ โฟโน IPL กับที่นี่มาแล้ว
ก่อนฉีด หมอบอกเราว่า ฟิลเลอร์ตัวนี้ผ่าน FDA สามารถสลายได้เอง
ในเวลา 1-2 ปี และบอกเราว่า หมอเองก็ฉีดที่ระหว่างคิ้ว ชี้ให้เราดู
ปลอดภัยแน่นอน เราฉีดหลายจุดมาก หว่างคิ้ว สันจมูก แก้ม คาง
แต่ไม่ได้ฉีดพร้อมกันนะ ฉีดหว่างคิ้วก่อน คือฉีดแล้วสวยแลยทันทีอ่ะ
ก็ติดใจ ไปฉีดอีก เรื่อยๆ น่าจะ 3-4 ครั้งได้

หลังจากที่ฉีดไป 1 ปีก็แล้ว 2 ปีก็แล้ว มันก็ยังไม่สลายอ่ะ คือจับดู
จะเป็นก้อนนิ่ม ๆ รู้สึกได้ อยู่ครบทุกจุดเลย  พอดีหลังจากฉีด
เราก็ไม่ได้ไปที่คลีนิคอีก เพราะต้องเลี้ยงลูกเล็ก แล้วก็เสียดายเงิน
ด้วย รอจน ปีที่แล้ว (คือมันผ่านมา 5 ปีแล้วอ่ะ ก็กลัว)
จุดที่มีปัญหาเห็นได้ชัดเลยคือ แก้มทั้งสองข้าง
มันเป็นก้อนกลมๆ ประมาณ 2 ซม.ได้ ก็เลย Line ไปถามน้องพนักงานที่
คลีนิค เธอบอกว่า "ได้พี่ หมอฉีดสลายได้ มีคนมาฉีดสลายหลายคนแล้ว
พอดีเขาอยากเสริม เขาก็มาฉีดสลาย" "ปลอดภัยพี่ ไม่มีปัญหา"
แล้วเธอก็นัดหมอให้ วันที่ไปพบหมอ หมอให้แปะยาชาทิ้งไว้ก่อน
1 ชม. หมอฉีดเข้าที่แก้มแล้วกด แรงมาก เวลากดเจ็บกว่าตอนฉีดอีก
ผลคือแก้มข้างขวายุบลง เหมือนกดให้แบนลง จากเดิมที่กลมๆ
ก็เลยดูเหมือนหายไป แต่แก้มข้างซ้ายบวมเป่ง แล้วปวดมาก
เหมือนอักเสบ บวมแดง ร้อนไปครึ่งหน้า หมอรีบไปซื้อยาแก้อักเสบ
มาให้ทาน วันรุ่งขึ้นเหมือนจะเป็นไข้ แล้วหน้าก็บวม หมอนัดไปพบอีก
หลังจากนั้น 5 วัน เขาบอกว่าฉีดสลายไม่ได้แล้วต้องผ่าออก
เราบอกไม่อยากผ่า กลัวมาก ให้หมอช่วยติดต่อดูว่ามีหมอท่านอื่นไหม
ที่รับทำโดยไม่ต้องผ่า  

หมอเงียบหายไปเป็นอาทิตย์ ไม่ติดต่อ เราโทรไปถาม เขาก็บอกว่าจะถามให้
แล้วเขาก็ให้ชื่อหมอกับ ชื่อโรงพยาบาลมา เราโทรไปนัด คุยกับหมอคนใหม่
เขาก็บอกว่า มีวิธีเดียวต้องผ่า จากในปาก จะได้ไม่เห็นแผล เรากลัวอ่ะ ไม่กล้า
กลัวหลายอย่าง ต้องรักษาแผล ต้องพักฟื้น กลัวผลข้างเคียงที่หมอ
บอกไม่หมด แฟนเราบอกให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ถามหลายๆหมอ
เผื่อมีวิธีอื่น จะโทรไปหาหมอคนเดิม ก็ทำท่าไม่อยากรับผิดชอบแล้ว
จริงๆ ก่อนหน้าที่จะไปพบหมอท่านใหม่นี้ เราแอบไปถามหมอศัลยกรรม
แถวชลบุรีมาแล้ว เขาก็บอกว่าต้องผ่าเหมือนกัน หลังจากผ่าต้องนอนที่คลีนิคสามวัน
เพื่อดูอาการ  ต้องใส่สายเดรนน้ำเลือดทางปาก ผ่าเหมือนผ่าตัดโหนกแก้ม
เราเครียดมาก ก็ใช้วิธีเอาถุงน้ำร้อน ประคบบ่อยๆ ตอนกลางคืน บวกกับกินยาแก้อักเสบ
อาร์โคเซีย 90mg กินไป 1แผง ก็เว้น 1 เดือน ก็กินใหม่ กินไปประมาณ 3 แผง
ก้อนที่อยู่บนแก้ม ก็เล็กลง เหลือประมาณ 3 ซม

เราหาข้อมูลในเน็ตเรื่อย เรื่องการสลายฟิลเลอร์ การเอาฟิลเลอร์ออก
แต่ข้อมูลมีน้อยมาก เจอที่นึงบอกว่าสามารถดูดออกได้ โทรไปถาม
เป็นคลีนิคอยู่นน คนที่ตอบน่าจะเป็นหมอ ตอบแบบใส่อารมณ์ เราก็ไม่
มั่นใจ แล้วแฟนบอกว่าถ้าจะทำอีกให้ดูดีๆ ทำโรงพยาบาลดีกว่า อย่าทำ
ที่คลีนิค เราหาไปเรื่อย จนเจอชื่อหมอท่านนึง เป็นอาจารย์อยู่จุฬา แต่
ออกตรวจตามโรงพยาบาลเอกชนด้วย เลยติดต่อไป นัดคุยเมื่อวาน
หมอบอกดูดออกได้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะออกไหม เราตกลงทำ ใช้เวลาไม่นาน
หมอฉีดยาชา แล้วเจาะดูดโดยใช้เข็มหัวทู่ ดูดออกมารอบแรกเป็นเหมือน
หนอง รอบสองเหมือนจะมีน้ำเลือดผสมอยู่ พอหมอดูดออก ก้อนเจ้าปัญหา
ยุบลงเห็นๆ เลย (ขอโทษด้วยที่ไม่มีรูป) เราดูดออกข้างซ้ายข้างเดียว
ส่วนแก้มข้างขวามันยังอยู่ แต่แบนเรียบลงหลังจากฉีดสลาย ไม่เป็นก้อนนูน
ก็เลยไม่อยากไปยุ่งกับมัน

เท่าที่คุยกับคุณหมอนนท์ (ขออนุญาติเอ่ยชื่อนะคะ) เรามีส่วนผิดด้วยที่ไม่
ศึกษาข้อมูลก่อนฉีด จึงอยากเตือนสาวๆ ที่อยากฉีดฟิลเลอร์ต้องดู
1. หมอ ตรวจดูชื่อได้จากแพทยสภา จะมีให้เราใส่ชื่อเพื่อเสริจหาว่าเป็น
   แพทย์จริงไหม มีใบอนุญาติ เชี่ยวชาญด้านใด
   (หมอนนท์ หาชื่อหมอที่ฉีดให้เรา เขาแค่จบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ได้เรียน
   ด้านเสริมความงามเลย) ยังไงเลือกหมอที่เรียนด้านนี้ตรงก็เสี่ยงน้อยกว่า

2. ถามประเภทฟิลเลอร์ที่ฉีด ฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ไทย คือ
    1.Esthelis Basic, Esthelis Soft, Fortelis Extra, Modelis
    2.Juvederm Forma , Juvederm Refine, Juvederm Ultra, Juvederm Ultra XC, Juvederm Ultra Plus, Juvederm Ultra Plus XC
    3.Restylane, Restylane Lipp, Restylane Perlane, Restylane Sub Q, Restylane Touch, Restylane Vital Light ,Restylane Vital Light Injector
    4.Perfectha Subskin, Perfectha Deep, Perfectha compliment
    5.Revanesse Ultra
    ขอบคุณข้อมูลจาก Doctor Grace ค่ะ

3. ตอนฉีด ต้องขอดูกล่องฟิลเลอร์ ดูกระทั่งเวลาหมอดูดฟิลเลอร์ออกจากขวดนั้น

มันเป็นอะไรที่ต้องระวังขนาดนั้นเลยหรือ แล้วความเสี่ยงก็อยู่ที่ตัวเรา
ทุกวันนี้หมอคนนั้น ก็ยังรับฉีดอยู่ สำหรับเราเป็นบทเรียนราคาแพง
เพราะวันนี้ถึงจะดูดสารนั้นออกมาแล้ว แต่มันยังไม่หมด ยังเหลืออยู่เป็นก้อนเล็กๆ
ที่เราคิดว่าคงไม่เอาออกแล้ว ไม่อยากเสี่ยงกับหน้าที่เป็นหลุม
เวลาเอาสารออกจนหมด ถ้ามันยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จะอยู่กับมันอย่างนี้แหละ

เราคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา อาจมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่