"อยากแชร์ความรู้สึกกับเพื่อนๆครับว่าเพื่อนๆมีความเห็นอย่างไรและมีประสบการณ์อย่างไรบ้าง ผมแอบชอบเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่ปี1ขอใช้นามสมมติว่า"วลิต"แล้วกันครับมาจากตัวย่อของชื่อจริงเข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ"
ผมเจอวลิตครั้งแรกตอนวันปฐมนิเทศคณะตอนปี1 ผมหลงตึกเพราะรุ่นพี่บอกว่าให้ไปที่หอประชุมแต่ผมดันหลงมาอีกหอประชุมนึงและตัดสินใจเดินมาถามพี่ยามตรงลานจอดรถ ขณะเดียวกันแม่ของวลิตก็ขับรถมาเปิดกระจกถามยามเช่นกันเพราะหลงเหมือนกัน5555 ผมมองไปในรถแวปแรกเห็นวลิตคิดในใจ "เชี่ยน่ารักหว่ะ สงสัยน้องเขามาส่งพี่แต่เลย" (จากมุมผมมันโผล่มาแค่หัวครับเพราะตัวเล็กมาก) แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นชุดนศ.ถึงรู้ว่าเป็นนศ. และหลังจากนั้นแม่ของวลิตเห็นว่าผมหลงเหมือนกันเลยชวนผมไปพร้อมกันตอนนั้นยังไม่ได้ถึงขั้นชอบเลยไม่เขินมากสุดท้ายพอถึงหอประชุมก็แยกกันทั้งๆที่ยังไม่ได้คุยกันซักคำ...
ครั้งที่2ผมเจอวลิตในวันรับน้องของมหาลัยตอนงานเลิกผมอยู๋กับเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน (งานนี้ทุกคณะทำกิจกรรมร่วมกันหมด) ผมก็พยายามมองหาอยู่ทั้งวันแต่ไม่เจอ ไม่ร็ไปอยู่แถวไหนจนผมตัดใจเพราะเพื่อนเองก็ชวนกลับบ้านกันแล้ว(ผมกับเพื่อนขับรถไปกลับ) ในขณะที่ตัดสินใจเดินกลับผมหันไปเห็นวลิตพอดีตอนแรกก็คิดว่าหน้าตาคุ้นๆเพราะผมเองก็ไม่ชัวเนื่องจากตอนที่เจอครั้งแต่เห็นแค่นิดเดียว แต่รู้สึกว่าใช่และบวกกับเห็นแม่วลิต(ผมจำแม่วลิตได้เพราะแม่วลิตชวนคุยตลอดทางแต่เจ้าวลิตนี่นั่งเงียบตลอดทางเลย) พอไปทักก็อย่างที่คิด แม่วลิตจำผมได้แต่วลิตจำผมไม่ได้ จนผมบอกขอบคุณแม่วลิตที่ช่วยไปส่ง วลิตเลยจำผมได้หลังจากนั้นก็แยกย้ายกลับบ้าน(วันนั้นวลิตน่ารักมากก>///<)
เปิดเทอมการเปิดเทอมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร็สึกทั้งหมดครับ ทีแรกผมยังไม่ได้รู้สึกอะไรมากจนได้มาเรียนด้วยกันตอนเปิดเทอม ก่อนหน้านี้ผมก็พยายามไลน์ชวนคุยตลอดแต่แบบเพื่อนนะครับไม่ได้รุกอะไร คุยแต่เรื่องคณะ เรื่องเรียนบ้างไรบ้าง เปิดเทอมผมเลยได้ลงวิชาเสรีเดียวกัน แต่วิชาหลักแทบไม่ได้เรียนด้วยกันเลยครับเพราะเลขที่ออยู่ห่างกันมาก ตอนที่เรียนวิชาเสรีนี่แหละครับที่ผมมีความสุขที่สุดถึงแม้วิชาจะน่าเบื่ออาจารย์เขียนไม่รู้เรื่องให้การบ้านเยอะ และข้อสอบก็ยากแต่ผมก็มีความสุขมาก(อ่อผมลืมบอกไปว่าผมเริ่มหวั่นไหวกับวลิต ตอนช่วงแรกๆที่เปิดเทอมตอนไหนตอบไม่ได้รู้สึกตัวอีกทีก็ชอบเขาไปแล้ว) แต่ก็มีตัวขัดความสุขตลอดมันจะมีเพื่อนคนนึงที่อยู่คนละคณะและหน้าหม้อมากเรียนวิชาเสรีเดียวกัน มันชอบเข้ามาหยอกวลิตแกล้งวลิตทำเป็นกุ๊งกิ๊งๆเล่นซะผมอยากโบกซักทีสองที พอกลับบ้านตอนมึดๆหน่อยผมก็ไลน์คุยกับวลิตปกติผมก็ถามว่า"วลิตรู้ไม๊ว่าไอนั่นหน่ะ

หม้ออยู่" วลิตตอบว่า "เออกูรู้อยู่แล้ว แต่แค่ทำเฉยๆไป" ผมก็เลยบอกว่า "อือก็ปล่อยมันละกันไม่ต้องไปสนใจอะไร" ในใจก็รู้สึกโชคดีที่วลิตไม่ได้คิดอะไรกับมัน หลังจากนั้นทุกครั้งมันก็มาหยอกวลิตทุกครั้งที่มีเรียนคาบนี้และมีครั้งนึงมันถามว่า"มันมาคุยด้วยแบบนี้แฟนไม่หึงหรอ" (มันหมายถึงผมมันคิดว่าผมกับวลิตเป็นแฟนกัน) วลิตเลยตอบว่า"มันเป็นเพื่อนกูไม่ใช่แฟน" ผมนี่เซ็งเลยโม้ๆไปหน่อยไม่ได้หรอครับเพื่อน... หลังจากนั้นมันก็มาหยอกบ่อยขึ้นเรื่อยๆพอร็ว่าผมไม่ได้เป็นแฟนวลิต แต่พอไม่ได้เรียนวิชาเดียวกันมันก็เลิกยุ่งไปหาคนอื่นหม้อต่อ...ก็ดีไปแต่ก็ยังมีรุ่นพี่หล่อๆจากคณะอื่นมาจีบอีกเต็มไปหมดจนเพื่อนคนอื่นๆของวลิตก็แซวว่าทำไมไม่คบกับพี่เขาหล่ะหล่อมากเลยนะ แต่วลิตบอกว่า"หล่ออะมันก็ดีแต่กูไม่ได้สนใจคนหล่อ" ปล.ข้อนี้ได้ใจผมไปเต็มๆ
และเวลาผ่านไปไวเหมือนย่อหน้าผมเริ่มรู้สึกกับวลิตมากขึ้นวลิตไม่เคยมาทำดีกับผมเลย ถ้าให้พูดคือเราต่างคนต่างเอาด้าน

ใส่กัน555 มันฟังดูแปลกๆนะครับแต่เราเหมือนกันเรื่องความ

จนแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว และมันทำให้ผมหวั่นไหวยิ่งเวลาผ่านไปผมก็ยิ่งไม่กล้าบอกความรู้สึก เรายิ่งสนิทกันมากขึ้นแม่เขาไว้ใจให้ผมดูแลวลิตบ้างครั้งแม่วลิตไม่สดวกมารับผมนี่ยินดีอาสาไปส่งให้เลย และเวลามีกิจกรรมนอกาสถานที่ แม่วลิตก็มันจะถามวลิตว่าผมไปด้วยไม๊ถ้าผมไม่ได้ไปแม่วลิตก็เริ่มจะลังเลจนบางทีผมเองก็แอบดีใจ^^ (ไม่รู้ผมคิดไปเองรึปล่าวนะ5555) แต่ก็มีวันหนึ่งที่ทำให้ใจผมแทบสลายผมถามวลิตว่า "ว่ากูกับนี่สนิทกันไม๊" วลิตตอบว่า "เป็นเพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุดแล้ว" ผมนี่เจ็บแปล๊บเลยตรงคำว่า"เพื่อน" TOT แต่มันไม่ใช่แค่นั้น ผมเลยแกล้งถามอีกว่า "นี่ถ้ามีแฟน แฟนรู้ว่ากูกับึงสนิทขนาดนี้แฟนไม่หึงตายเลยหรอวะ555"มันตอบกลับมาว่า "เอ่าไม่รู้หรอว่ากูมีแฟนแล้ว..." (นั่นแหละครับเป็นจุดที่พังที่และผมพูดไม่ออกเลยดีนะแค่พิมพ์เลยตีเนียนต่อได้) ผมก็เลยตอบไปประมานว่า "เอ๊าสาสไม่เห็นบอกกูเลย" มันตอบกลับมาว่า "โทษทีกูลืม" ผมก็ 555กลับไปแต่ในใจนี่มืดมนยิ่งกว่าอะไร
หลังจากนั้นผมพยายามหลายครั้งพยายามที่จะลดความรู้สึกตัวเองให้น้อยลงซักนิดก็ยังดี แต่มันทำไม่ได้เลยวลิตตรงสเปคผมทุกอย่างไม่ว่าจะหน้าตา ส่วนสูง แต่นั่นไม่สำคัญเท่านิสัย หลายครั้งผมแอบจินตนาการว่าผมได้เป็นแฟนกับวลิตเราคงไม่ใช่คู่ที่จะมามุ้งมิ้งเหมือนคู่อื่น แต่ก็คงไม่ขาดความหวานเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่เป็นสิ่งที่ผมวาดฝันไว้ ผญ.ในอุดมคติของผมอยู่ตรงหน้าผมแล้วแต่ผมทำอะไรไม่ได้เลยเข้าไปใกล้มากกว่าคำว่าเพื่อนไม่ได้เลย (ขอโทษแฟนวลิตด้วยนะครับTOT) และแล้วเวลาผ่านไปจนจบปี1 ในช่วงปิดเทอมแต่ละครั้งผมห่างกับวลิตผมพยายามไม่คิดถึงอยู่ทุกวันถึงแม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับผมก็เถอะแต่มันอดคิดถึงไม่ได้เลยมันอยากทักไปหาทุกๆวันแต่ทักบ่อยมากๆมันก็ลำคาญเพราะเป็นแค่เพื่อนจะคุยอะไรกันทุกวัน ผมเคยแอบชอบผญ. มาหลายคนในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และเคยมีแฟนมาบ้าง แต่ไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างนี้เลยมันไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูปตัวผมเองก็ไม่ใช่คนหน้าตาขี้เหล่ถึงจะไม่ได้หล่อเหลาเอาการแต่ก็พอมีผญ.เข้าหาบ้างทั้งเพื่อนและรุ่นพี่บ้างคนก็น่ารักมากจนเพื่อนผมด่าว่า"นี่โง่หรือโง่เนี่ยน่ารักขนาดนี้ทำไมปฏิเสธเขาวะ" ผมก็ตอบแค่ "แฮะๆ"ตลอดเวลาตั้งแต่รู้จักกันมา มีหลายคนที่เข้าหาผมอาจจะเพราะด้วยปัจจัยบางอย่าง แต่ไม่ว่าคนที่เขามาจะดีกับผมหรือสวยน่ารักแค่ไหน ผมก็ไม่หวั่นไหวกับใครเลย แต่ผมกับหวั่นไหวทุกครั้งที่เจอวลิตผญ.ที่ไม่เคยพยายามทำดีกับผมเลยเรียกว่าไม่เคยคิดจะทำเลยมากกว่า ด่าผมทุกวันเตะผมทุกวัน (แต่มันเตะทีไรน่ารักทุกทีเพราะตัวมันเล็กมากไม่ถึง 150 cm) แค่นั่งพิมแล้วนึกถึงเรื่องเก่าๆก็น้ำตาคลอหน่อยๆพอนึกถึงความเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะได้คบกับเธอ มันก็เจ็บในใจแปล๊บๆทุกที
ล่าสุดเมื่อไม่กี่อาทิตที่ผ่านมาวลิตเล่าให้ผมฟังว่าช่วงหลังๆตั้งแต่ต้นเทอมก่อนแฟนมันเงียบๆไปหายไปเลยทักไปเย็นตอบอีกทีเที่ยงคืนว่า"นอนแล้วนะ" (พวกเราเวลามีอะไรที่ไม่สบายใจจะปรึกษากันตลอด) และมีเพื่อนของวลิตเล่าให้วลิตฟังว่าเห็นแฟนของเดินกับผู้หญิงบ่อยๆและมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับผญ. อันนี้ก็อยู่ที่วลิตว่ามันจะคิดยังไงแต่มันก็มาปรึกษาผม ว่าทุกวันนี้มันเป็นแฟนกันก็เหมือนไม่ได้เป็นเท่าที่ผมเห็นมันก็จริง ไม่เคยเห็นแฟนมันทักมาคุยบ้างเลยไม่เคยเห็นแฟนมันสนใจใส่ใจวลิตเลย จนบางทีผมเองก็ลืมไปเหมือนกันว่าวลิตมีแฟนผมก็ได้แต่พูดให้มันใจเย็นๆแล้วเรื่องผญ.อาจไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิด ซักพักมันก็เริ่มตัดเพ้อว่าจะเลิกๆ ผมก็ยังบอกให้ใจเย็นๆคิดดูดีๆก่อน แต่ก็แกล้งหลอกถามไปว่า" ว่ากูหน้าตาโอเคไม๊" วลิตตอบว่า "หน่ะหน้าตาดีแต่ติดที่ความ

" ผมก็เลยถามต่อว่า "ถ้าเต็ม 10 ให้เท่าไหร่" วลิตตอบว่า"ให้9/10แต่หักความ

เหลือ5พอ"ผมเลยด่ากลับ "ไอเวร5555" พอผมเช็คแล้วว่าผมไม่ได้ขี้เหล่สำหรับมันถึงมันจะไม่สนใจหน้าตาก็เถอะแต่ก็อยากมั่นใจในระดับหนึ่ง ผมก็แอบหลอกๆถามไปว่า "สมมติว่าเลิกกับแฟนจริงๆแล้วถ้ากูจีบตอนนี้ยังทันไม๊?" วลิตตอบอย่างรวดเร็วว่า "5555ไม่ทันแล้วไอสัสเป็นเพื่อนที่กูสนิทที่สุด" ผมก็รัวเลข5ไปตามระเบียบ... และตอนนี้ผมเข้ามาอยู่ในเฟรนโซนอย่างสมบูรณ์แบบ.
สุดท้ายนี้เผื่อแฟนวลิตมาอ่านแล้วรู้สึกว่าคือตัวเองขอโทษแฟนวลิตด้วยที่เราแอบชอบแฟนนาย(แต่ดูแลแฟนดีๆหน่อยดิวะครับน่ารักขนาดนี้ดีขนาดนี้ยังปล่อยปะละเลยไม่เข้าใจความรู้สึกมันมั่งเลย โชคดีแค่ไหนแล้วที่มีคนอย่างนี้เป็นแฟน เข้าใจทุกอย่าง ขนาดไม่เคยใส่ใจมันเลย แต่อ้างมาโง่ๆมันก็พร้อมจะเชื่อเพราะมันรักแต่กับไม่เคยใส่ใจมันเลย เห็นใจกูบ้างอิจฉาขนาดไหนแต่ทำอะไรไม่ได้ไม่อยากไปแทรงกลางระหว่างคน2คนได้แต่หวังให้ทำตัวดีขึ้นแล้วทำให้วลิตมีความสุข)
และวลิตถ้าอ่านเจอกระทู้นี้แล้วพอรู้ตัวถึงแม้ว่าจะอ่านแต่นิยายก็เถอะตอนนี้ตี1ตอนที่กูพิมอยู่กูยังเห็นเล่น Stardew valleyอยู่เลย กูอยากบอกหลายครั้งแล้วแต่กูพูดไม่ได้ อ่านกระทู้นี้แล้วคิดเอาเองแล้วกันว่าใช่ไม๊ในจุดนี้ต้องบอกเลยว่า "เพื่อนกูรักว่ะ"
แอบชอบเพื่อนสนิท
ผมเจอวลิตครั้งแรกตอนวันปฐมนิเทศคณะตอนปี1 ผมหลงตึกเพราะรุ่นพี่บอกว่าให้ไปที่หอประชุมแต่ผมดันหลงมาอีกหอประชุมนึงและตัดสินใจเดินมาถามพี่ยามตรงลานจอดรถ ขณะเดียวกันแม่ของวลิตก็ขับรถมาเปิดกระจกถามยามเช่นกันเพราะหลงเหมือนกัน5555 ผมมองไปในรถแวปแรกเห็นวลิตคิดในใจ "เชี่ยน่ารักหว่ะ สงสัยน้องเขามาส่งพี่แต่เลย" (จากมุมผมมันโผล่มาแค่หัวครับเพราะตัวเล็กมาก) แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นชุดนศ.ถึงรู้ว่าเป็นนศ. และหลังจากนั้นแม่ของวลิตเห็นว่าผมหลงเหมือนกันเลยชวนผมไปพร้อมกันตอนนั้นยังไม่ได้ถึงขั้นชอบเลยไม่เขินมากสุดท้ายพอถึงหอประชุมก็แยกกันทั้งๆที่ยังไม่ได้คุยกันซักคำ...
ครั้งที่2ผมเจอวลิตในวันรับน้องของมหาลัยตอนงานเลิกผมอยู๋กับเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน (งานนี้ทุกคณะทำกิจกรรมร่วมกันหมด) ผมก็พยายามมองหาอยู่ทั้งวันแต่ไม่เจอ ไม่ร็ไปอยู่แถวไหนจนผมตัดใจเพราะเพื่อนเองก็ชวนกลับบ้านกันแล้ว(ผมกับเพื่อนขับรถไปกลับ) ในขณะที่ตัดสินใจเดินกลับผมหันไปเห็นวลิตพอดีตอนแรกก็คิดว่าหน้าตาคุ้นๆเพราะผมเองก็ไม่ชัวเนื่องจากตอนที่เจอครั้งแต่เห็นแค่นิดเดียว แต่รู้สึกว่าใช่และบวกกับเห็นแม่วลิต(ผมจำแม่วลิตได้เพราะแม่วลิตชวนคุยตลอดทางแต่เจ้าวลิตนี่นั่งเงียบตลอดทางเลย) พอไปทักก็อย่างที่คิด แม่วลิตจำผมได้แต่วลิตจำผมไม่ได้ จนผมบอกขอบคุณแม่วลิตที่ช่วยไปส่ง วลิตเลยจำผมได้หลังจากนั้นก็แยกย้ายกลับบ้าน(วันนั้นวลิตน่ารักมากก>///<)
เปิดเทอมการเปิดเทอมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร็สึกทั้งหมดครับ ทีแรกผมยังไม่ได้รู้สึกอะไรมากจนได้มาเรียนด้วยกันตอนเปิดเทอม ก่อนหน้านี้ผมก็พยายามไลน์ชวนคุยตลอดแต่แบบเพื่อนนะครับไม่ได้รุกอะไร คุยแต่เรื่องคณะ เรื่องเรียนบ้างไรบ้าง เปิดเทอมผมเลยได้ลงวิชาเสรีเดียวกัน แต่วิชาหลักแทบไม่ได้เรียนด้วยกันเลยครับเพราะเลขที่ออยู่ห่างกันมาก ตอนที่เรียนวิชาเสรีนี่แหละครับที่ผมมีความสุขที่สุดถึงแม้วิชาจะน่าเบื่ออาจารย์เขียนไม่รู้เรื่องให้การบ้านเยอะ และข้อสอบก็ยากแต่ผมก็มีความสุขมาก(อ่อผมลืมบอกไปว่าผมเริ่มหวั่นไหวกับวลิต ตอนช่วงแรกๆที่เปิดเทอมตอนไหนตอบไม่ได้รู้สึกตัวอีกทีก็ชอบเขาไปแล้ว) แต่ก็มีตัวขัดความสุขตลอดมันจะมีเพื่อนคนนึงที่อยู่คนละคณะและหน้าหม้อมากเรียนวิชาเสรีเดียวกัน มันชอบเข้ามาหยอกวลิตแกล้งวลิตทำเป็นกุ๊งกิ๊งๆเล่นซะผมอยากโบกซักทีสองที พอกลับบ้านตอนมึดๆหน่อยผมก็ไลน์คุยกับวลิตปกติผมก็ถามว่า"วลิตรู้ไม๊ว่าไอนั่นหน่ะ
และเวลาผ่านไปไวเหมือนย่อหน้าผมเริ่มรู้สึกกับวลิตมากขึ้นวลิตไม่เคยมาทำดีกับผมเลย ถ้าให้พูดคือเราต่างคนต่างเอาด้าน
หลังจากนั้นผมพยายามหลายครั้งพยายามที่จะลดความรู้สึกตัวเองให้น้อยลงซักนิดก็ยังดี แต่มันทำไม่ได้เลยวลิตตรงสเปคผมทุกอย่างไม่ว่าจะหน้าตา ส่วนสูง แต่นั่นไม่สำคัญเท่านิสัย หลายครั้งผมแอบจินตนาการว่าผมได้เป็นแฟนกับวลิตเราคงไม่ใช่คู่ที่จะมามุ้งมิ้งเหมือนคู่อื่น แต่ก็คงไม่ขาดความหวานเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่เป็นสิ่งที่ผมวาดฝันไว้ ผญ.ในอุดมคติของผมอยู่ตรงหน้าผมแล้วแต่ผมทำอะไรไม่ได้เลยเข้าไปใกล้มากกว่าคำว่าเพื่อนไม่ได้เลย (ขอโทษแฟนวลิตด้วยนะครับTOT) และแล้วเวลาผ่านไปจนจบปี1 ในช่วงปิดเทอมแต่ละครั้งผมห่างกับวลิตผมพยายามไม่คิดถึงอยู่ทุกวันถึงแม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับผมก็เถอะแต่มันอดคิดถึงไม่ได้เลยมันอยากทักไปหาทุกๆวันแต่ทักบ่อยมากๆมันก็ลำคาญเพราะเป็นแค่เพื่อนจะคุยอะไรกันทุกวัน ผมเคยแอบชอบผญ. มาหลายคนในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และเคยมีแฟนมาบ้าง แต่ไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างนี้เลยมันไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูปตัวผมเองก็ไม่ใช่คนหน้าตาขี้เหล่ถึงจะไม่ได้หล่อเหลาเอาการแต่ก็พอมีผญ.เข้าหาบ้างทั้งเพื่อนและรุ่นพี่บ้างคนก็น่ารักมากจนเพื่อนผมด่าว่า"นี่โง่หรือโง่เนี่ยน่ารักขนาดนี้ทำไมปฏิเสธเขาวะ" ผมก็ตอบแค่ "แฮะๆ"ตลอดเวลาตั้งแต่รู้จักกันมา มีหลายคนที่เข้าหาผมอาจจะเพราะด้วยปัจจัยบางอย่าง แต่ไม่ว่าคนที่เขามาจะดีกับผมหรือสวยน่ารักแค่ไหน ผมก็ไม่หวั่นไหวกับใครเลย แต่ผมกับหวั่นไหวทุกครั้งที่เจอวลิตผญ.ที่ไม่เคยพยายามทำดีกับผมเลยเรียกว่าไม่เคยคิดจะทำเลยมากกว่า ด่าผมทุกวันเตะผมทุกวัน (แต่มันเตะทีไรน่ารักทุกทีเพราะตัวมันเล็กมากไม่ถึง 150 cm) แค่นั่งพิมแล้วนึกถึงเรื่องเก่าๆก็น้ำตาคลอหน่อยๆพอนึกถึงความเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะได้คบกับเธอ มันก็เจ็บในใจแปล๊บๆทุกที
ล่าสุดเมื่อไม่กี่อาทิตที่ผ่านมาวลิตเล่าให้ผมฟังว่าช่วงหลังๆตั้งแต่ต้นเทอมก่อนแฟนมันเงียบๆไปหายไปเลยทักไปเย็นตอบอีกทีเที่ยงคืนว่า"นอนแล้วนะ" (พวกเราเวลามีอะไรที่ไม่สบายใจจะปรึกษากันตลอด) และมีเพื่อนของวลิตเล่าให้วลิตฟังว่าเห็นแฟนของเดินกับผู้หญิงบ่อยๆและมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับผญ. อันนี้ก็อยู่ที่วลิตว่ามันจะคิดยังไงแต่มันก็มาปรึกษาผม ว่าทุกวันนี้มันเป็นแฟนกันก็เหมือนไม่ได้เป็นเท่าที่ผมเห็นมันก็จริง ไม่เคยเห็นแฟนมันทักมาคุยบ้างเลยไม่เคยเห็นแฟนมันสนใจใส่ใจวลิตเลย จนบางทีผมเองก็ลืมไปเหมือนกันว่าวลิตมีแฟนผมก็ได้แต่พูดให้มันใจเย็นๆแล้วเรื่องผญ.อาจไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิด ซักพักมันก็เริ่มตัดเพ้อว่าจะเลิกๆ ผมก็ยังบอกให้ใจเย็นๆคิดดูดีๆก่อน แต่ก็แกล้งหลอกถามไปว่า" ว่ากูหน้าตาโอเคไม๊" วลิตตอบว่า "หน่ะหน้าตาดีแต่ติดที่ความ
สุดท้ายนี้เผื่อแฟนวลิตมาอ่านแล้วรู้สึกว่าคือตัวเองขอโทษแฟนวลิตด้วยที่เราแอบชอบแฟนนาย(แต่ดูแลแฟนดีๆหน่อยดิวะครับน่ารักขนาดนี้ดีขนาดนี้ยังปล่อยปะละเลยไม่เข้าใจความรู้สึกมันมั่งเลย โชคดีแค่ไหนแล้วที่มีคนอย่างนี้เป็นแฟน เข้าใจทุกอย่าง ขนาดไม่เคยใส่ใจมันเลย แต่อ้างมาโง่ๆมันก็พร้อมจะเชื่อเพราะมันรักแต่กับไม่เคยใส่ใจมันเลย เห็นใจกูบ้างอิจฉาขนาดไหนแต่ทำอะไรไม่ได้ไม่อยากไปแทรงกลางระหว่างคน2คนได้แต่หวังให้ทำตัวดีขึ้นแล้วทำให้วลิตมีความสุข)
และวลิตถ้าอ่านเจอกระทู้นี้แล้วพอรู้ตัวถึงแม้ว่าจะอ่านแต่นิยายก็เถอะตอนนี้ตี1ตอนที่กูพิมอยู่กูยังเห็นเล่น Stardew valleyอยู่เลย กูอยากบอกหลายครั้งแล้วแต่กูพูดไม่ได้ อ่านกระทู้นี้แล้วคิดเอาเองแล้วกันว่าใช่ไม๊ในจุดนี้ต้องบอกเลยว่า "เพื่อนกูรักว่ะ"