SCB Card มีหลักการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตยังไง ชำระล่าช้า 1 วัน เท่านั้น เรื่องบานปลาย

ยืมlogin เจ้าของเพื่อมา สอบถาม ช่องทางการติดต่อการขอยกเว้นดอกเบี้ยบัตร SCB ที่เราคิดว่าเราไม่ควรต้องจ่าย

EDIT แก้ไขข้อความ ขอจบกระทู้ะจ้ะ   เนื่องจาก Login ยืมเขามา หมดเวลายืม  และตอนนี้ได้รับข้อมูลที่ต้องการทราบทั้งจาก CALL CENTER ที่โทรมาเมือเช้า ขอบคุณค่ะ เรารอแค่คำเดียวค่ะ "ทางเราจะให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านนี้โดยตรงติดต่อคุณกลับไปนะคะ"   และขอบคุณสมาชิกพันทิป 2 ท่านนะคะ ที่หลังไมล์อธิบายแยกประเด็นให้ได้รับความรู้และตอบปัญหาของเราอย่างเข้าใจง่ายๆ  

และขอบคุณคำพูดแปลกๆ (พิมพ์เอาสะใจ)ของบางท่านนะคะ  แม้ไม่ได้ประโยชน์กับเรื่องนี้แต่ได้ประโยชน์ทางด้านจิตใจมากค่ะ  

เพี้ยนชนะเลิศ

ปล  ขอลบบทสนทนาของเรากับธนาคาร และข้อความยั่วยุต่อต่อมหงุดหงิดบางคน เพื่อลดอารมณ์คนต่อว่านะจ้ะตะเอง เพราะเดี้ยวเจ้าของ Login จะตกใจ
       เรามีข้อสงสัยกับบัตรเครดิตของเรา  (ตามรูป)  
      กรณีของเดือนที่มีปัญหานี้ ยอดค่าใช้จ่ายเรียกเก็บมา 346,626.80 บาท  กำหนดจ่ายคือ 13/6/60  เราไม่สะดวกไปจ่ายเนื่องจากทำงานอยู่   และเงินค่อนข้างมาก  ในบัญชีมีเงินอยู่ราวๆ  30,000 บาทมั้ง จึงวิ่งหาตู้ ATM กสิกรเพื่อเบิกเงินแต่ลิมิตต่อวันนั้นคือ 200,000 บาท เราเบิกเงินจากกสิกรออกมา 200,000 เต็มวงเงินแล้วนำไปวิ่งหาตู้ฝากของ SCB  แล้วจึงทำการจ่ายผ่านแอปของธนาคารในวันที่ 14/6/60  จำนวน 20,000 บาท + 190,000 บาท  รวม 2 ครั้งเป็นเงิน 210,000 บาท   
     เพื่อนๆ อาจสงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนี้   สาเหตุเพราะเราเข้าใจว่า หากเราจ่ายวันที่ 14/6/60  เราจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าปรับจ่ายช้า   (คือ SCB  เขาให้จ่ายช้าได้มากที่สุดคือ 1 วัน  ค่ะ 1 วันเท่านั้น ฉะนั้นติดธุระยังไง นอน รพ  จะเป็นจะตาย เขาไม่ฟังทั้งนั้น  ปรับค่าทวงถาม  ค่าดอกเบี้ยทันที) ซึ่งเรากลัวมาก  เพราะเราเพิ่งจะโดนปรับเพราะจ่ายช้าไป 2 -3 วัน ราวๆ 3000 บาทมั้ง  คือเราก็พยายามเข้าใจเขาว่าเราผิดเองที่มัวแต่ไปวิ่งทำมาหากินอยู่ ไม่ยอมกลับมาจ่ายเงินตามกำหนด   เราก็ต้องยอมกันไป   แต่เราบอกเลยว่า  ไม่มีบัตรเครดิตค่ายไหนทำแบบนี้  อย่างน้อย  3-7 วันนการจ่ายช้า    แต่เราก็ยังเลือกที่จะใช้เพราะอะไรก็งง หาสาเหตุไม่ได้  แต่ตอนนี้เราเลิกใช้อย่างจริงจัง คือหักบัตรทิ้งเลย  ป้องกันอาการเผลอใจ อิๆ

      มาว่าต่อค่ะ   ยังไม่จบหลังจากเราจ่ายไปแล้ว 210,000  บาท  เงินเราก็หมดพอดี ก็ชะล่าใจว่าไงคงไม่โดนดอกเบี้ย ไม่โดนค่าจ่ายช้าละมัง  หรือเลวร้ายที่สุดคือโดนดอกเบี้ยไม่เกิน 2 วันของจำนวนเงินที่ยังจ่ายขาดไปคือ  136,626.80 บาท  เรามีกำหนดกลับ กทม วันอาทิตย์ ก็กะว่าธนาคารในห้างเปิด  ยังไงก็มาทำจ่ายภายในวันอาทิตย์ทัน  เพราะเงินที่เหลือต้องมาเขียนเบิกที่ธนาคารออมสินเท่านั้น  เงินสดไม่มีแล้วที่จะเบิกจากเอทีเอ็มได้  
    ก็เป็นไปตามนั้น วันอาทิตย์เช้าเรามาถึง กทม ก็ไปห้างทำการเบิกแล้วจ่ายเต็มจำนวน 136,626.80 บาท   จบกันไปและคิดว่า  เราพยายามอย่างมากแล้วที่จะใช้หนี้โดยไม่ให้ใครเดือดร้อน

    แต่เมื่อใบแจ้งหนี้รอบบัญชีเดือน 6 มาถึง เราก็เงิบบวกของขึ้น  อ้าว  ไรวะเนี่ย ความพยายามความตั้งใจของเราไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่ไหม  ดอกเบี้ยมาเลย  5,645.21  บาท  สำหรับคนอื่น (Call center) อาจจะเล็กน้อย(เสียง เธอบ่งบอกว่าแค่เนี้ยะ!!!!)  แต่สำหรับเรามันมาก มากขนาดที่เราเอาไว้กินข้าวได้ครึ่งเดือน  ฉะนั้นก็ต้องถาม ถามไป 2-3 รอบ  call center โทรกลับมาไงก็ไม่ยอม  เขาจะคิด  แต่ไม่ได้ชี้แจงว่าคิดยังไง  ถึงวันไหน ยอดเงินเท่าไร   ล่าสุด 2-3 วันก่อนโทรมาอีก  บอกว่าจะลดดอกเบี้ยให้ 50%  เราก็ยังไม่ตกลง  และขอทราบแผนก เบอร์โทร สถานที่ที่จะไปติดต่อทำเรื่องด้วยตัวเอง  คุณCall center ตอบมาว่า "ไม่มีค่ะ  เราไม่สามารถให้คุณติดต่อได้อีก นี่เป็นขั้นสุดท้ายแล้ว"  อ้าว....
         
   กรณีนี้อยากถามความเห็นผู้มีประสบการณ์ตรง ผู้มีความรู้ด้านนี้ว่า ท่านคิดเห็นว่ายังไงคะ  เราอยากสู้ต่อค่ะ  แต่ไม่รู้ต้องติดต่อทางใด  เลยมาอาศัยเวปบอร์ดนี้เพื่อให้ผู้รู้แนะนำช่องทางการติดต่อค่ะ


แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่