เราเป็นพนักงานออฟฟิสแห่งนึงที่เป็นบริษัทที่มีสาขาอยู่ทุกจังหวัด เราเป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ผอมๆ ดำๆ ชอบแต่งตัวเป็นป้า ไม่ตามแฟชั่น ในชีวิตเราจึงไม่ค่อยมีผู้ชายมาจีบเท่าไหร่ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนับได้ 1 คนถ้วน เราเป็นคนที่ขยันตั้งใจทำงาน ไม่ค่อยเกี่ยงงาน ใครให้ช่วยทำอะไรก็ทำ ทำอะไรได้หลายอย่าง แม้ไม่ใช่งานในหน้าที่ จึงเป็นที่รักของพวกบอสทั้งหลาย ออฟฟิสเรามีหลายแผนก นั่งอยู่รวมๆ กัน เลยสามารถเรียกใช้งานกันได้ทั่วๆ
มีอยู่วันนึง ก็มีบอสคนนึงมาทาบทามเราให้ไปทำงานที่แผนกเค้าได้มั้ย เพราะลูกน้องเค้าลาออกไป และเราทำงานดีมาก อยากให้เราไปทำงานด้วย เราก็ยอมย้ายไปเพราะอยากทำงานใหม่ๆ ด้วย บอสก็เป็นคนที่เก่งมากๆ เราอยากทำงานกับคนเก่งๆ พอเราย้ายไปบอสก็ดูแลเราดีมาก ชื่นชมผลงานเรา คอยให้กำลังใจเรา คอยสอนงานเราทุกอย่าง เวลาต้องไปหาลูกค้า ก็ชอบที่จะให้เราไปด้วย พอตอนกลับก็หาร้านอาหารดีๆ เลี้ยงเรา เราขอลาไป ตปท. ก็ให้เราไปแล้วแถมเงินพ๊อกเก็ตมันนี่ให้เราไว้ซื้อของมาฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วย เราก็เป็นปลื้มได้บอสที่ดี ดีมากๆ โดยที่ไม่รู้อะไรเลย ณ ตอนนั้น
เรื่องความเจ้าชู้ของบอสคนนี้ก็เป็นที่กล่าวขานไปทั่ว มีเมียหลายคน เพื่อนเราเล่าว่า เค้าเคยจีบเด็กลูกจ้าง จนแอบกินกัน จนเด็กคนนั้นมานั่งชูคอทำตัวเหนือกว่าพนักงานทั่วไป ทั้งที่เป็นแค่ลูกจ้างรายวัน บอสโยนงานเด็กคนนั้นให้พนักงานคนอื่นทำเฉยเลย แล้วก็มีมาแบบว่า เมียน้อยที่ 1 ตามมาดักตบเด็กคนนี้ที่ลานจอดรถที่ออฟฟิสด้วย มีเรื่องเล่ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายสัญญาจ้างหมด เด็กคนนั้นก็ออกไป และไปมีสามีใหม่ บอสก็เฮิร์ทอยู่พักนึง เราก็รับฟังมา แต่ไม่เคยสนใจเลยไง เรื่องงานส่วนเรื่องงาน ไม่คิดว่าวันนึงจะเวียนมาเข้าตัว
มีอยู่วันนึง บอสต้องไปพบลูกค้าที่ ตจว. เค้าก็ให้เราไปด้วย เราก็ดีใจ ได้ไปเที่ยวทะเล ได้พักโรงแรมหรูเปิดห้องสวีทให้เราเลย เพราะลูกค้าเป็นเจ้าของโรงแรมไง แต่ก็แปลกใจ บอสทำไมไม่เอาคนขับรถไปด้วยนะ แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะคิดว่าอาจจะเกรงใจเจ้าของโรงแรมถ้าต้องเปิดหลายๆ ห้อง เราก็ไปกับบอสสองต่อสอง เหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยดี จนถึงเวลากลางคืน หลังจากทานอาหารร่วมกับเจ้าของโรงแรมแล้ว บอสก็ชวนเราไปนั่งดริ๊งกันริมทะเลสองต่อสอง บรรยากาศสุดจะโรแมนติก แต่เราไม่ได้คิดอะไรเลยไง ชวนคุยแต่เรื่องงาน จนดื่มกันไปพอมึนๆ เค้าดึงมือเราไปจับ แล้วบอกว่าเค้ารักเรามากนะ เราล่ะรักเค้ามั่งมั้ย ความรู้สึกเรานี่แบบเห้ยยยยย มันชาไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า คือไม่เคยรู้เลยไง ว่าที่ผ่านมาคือจีบเราหรอ แอบคิดอะไรกับเราหรอ แต่สำหรับเรา เราไม่รู้เลย ไม่เคยคิดเกินเลย คืออึ้ง งงแตก
เราต้องตั้งสติอย่างเร่งด่วน แล้วค่อยๆ ปฏิเสธไปแบบสุภาพว่า เรารู้สึกดีกับบอสนะ แต่เราไม่เคยคิดเรื่องชู้สาวเลย และเราก็อยากอยู่แบบโสดไปตลอด เราเคยมีแฟนมีความรักแล้วผิดหวัง เราเลยไม่อยากจะผิดหวังอีก เรากลัวเสียใจ อยู่เป็นพี่เป็นน้องกันดีกว่านะ เค้าก็บอกว่าถ้าไม่ลองดูจะรู้ได้ไงว่าจะเสียใจล่ะ อาจจะมีความสุขก็ได้นะ เราก็นึกในใจแบบหูย เป็นเมียน้อยเนี่ยนะ จะมีความสุข คิดได้ไง แล้วเค้าก็บอกว่า เรานี่เด็กจัง ไม่รู้หรือไงว่าที่เค้าแสดงออกต่างๆ นาๆ อะเพราะรัก อยากดูแลเรา เราก็ค่อยๆ พูดกับเค้าดีๆ นะ ยกเหตุผลร้อยแปด เราตอนนั้นคิดไรไม่ออกแล้ว อยู่ดีๆ มาโอบไหล่ จับมือ เอามือไปหอม โอย กลัวมาก มาพักกันสองต่อสอง ดีนะเปิดห้องคนละห้อง แล้วห้องพักอยู่คนละชั้นกัน หรือดีนะที่ไม่ใช้มุขว่าห้องพักหมด เหลือห้องเดียว แล้วเราก็เลยบอกว่า เมาละ ปวดท้องด้วย ขอกลับก่อนนะคะ แล้วก็รีบวิ่งกลับห้องเลย มานั่งตั้งสติต่อ เรื่องราวที่เค้าทำดีกับเรา มันย้อนเข้าสมองมาเป็นฉากๆ แบบ เห้ย นั่นคือเหมือนในละครเลย พระเอกแอบทำดีกับนางเอกต่างๆ นา เพราะแอบรัก นางเอกก็ไม่รู้ตัว สุดท้ายพระเอกมาสารภาพ เรื่องก็จบแบบแฮปปี้เอ้นดิ้ง แล้วชีวิตจริงล่ะ แล้วเราล่ะ ทำไมเป็นงี้ล่ะ คืนนั้นนอนไม่หลับทั้งคืน ห้องพักสวยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร
ใจนึงก็นึกโมโหว่า แหม่ คิดได้นะ จะให้เราเป็นเมียน้อย ไม่นึกถึงพ่อแม่เรามั่งหรือไง คือที่บ้านเรามีฐานะ เราไม่ต้องทำงานที่บ้านเราก็เลี้ยงเราได้ หรือไปทำกิจการพ่อเราต่อก็ได้ แต่เราอยากหาประสบการณ์ไง แล้วบอสเราอะมีเมียเยอะไง เงินเดือนเยอะก็จริง แต่ลูกหลายคน ลูกมาจากสามเมีย แปดคนมั้งนะ สุดท้ายบอสก็ไม่ค่อยเหลือเงินเดือนเท่าไหร่นะ ส่งลูกเรียนเงินหมด คือความคิดเรา คนจะเป็นเมียน้อย อย่างน้อยๆ ต้องได้บ้าน ซื้อรถ ซื้อคอนโดให้สิ นี่อะไร จะได้เป็นเมียน้อยแบบต้องส่งเสียสามีหรอ เอ๊ะหรือเค้าหวังเงินจากเรา นี่เล่าให้ฟังขำๆนะ ถึงเค้าจะรวยมากเราก็ไม่เอาอยู่ดี เพราะสงสารลูกเมียเค้า เมียที่ 1 เค้าเคยป่วย เราเป็นลูกน้องที่ดี ชวนเพื่อนๆ ไปเยี่ยมที่ รพ. เมียเค้าแลหน้าหมองๆ ดูไม่ค่อยยิ้มเลย ทั้งที่ตอนไปเยี่ยมก็หายแล้ว จะกลับบ้านได้แล้ว ตอนนั้นบอสก็ถามนะว่าเรามาทำไม เราก็แบบใสๆ อ้าวเมียบอสป่วย พวกหนูก็ต้องมาเยี่ยมดิ
เราทำงานมานาน เห็นสังคมชู้สาวในออฟฟิสก็ปวดหัวละ ผู้ชายมีเมียน้อย ผู้หญิงมีผัวเยอะ อีรุงตุงนัง เพื่อนชอบว่าเรา แกมันเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน หัวใจแกมันตายด้าน เราว่ามันก็จริงนะ เราชอบอยู่คนเดียว สุขน้อยๆแต่ไม่ต้องทุกข์เยอะ
จากนั้นมาบอสเค้าก็ทำตัวเป็นปกตินะ ขับรถกลับก็คุยเรื่องงานเหมือนเดิม กลับไปทำงานก็ทำตัวเหมือนเดิม ดีกับเรายังไงก็ยังเหมือนเดิม เราก็ทำตัวเหมือนเดิม เหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น มีแอบชวนไปดินเนอร์บ่อยๆ เราปฏิเสธ เค้าก็ไม่ว่าไร แล้วเราไม่ยอมอยู่ทำงานดึกกับบอสสองคนแล้ว เวลาไปข้างนอก ถ้าคนขับรถไม่ไปด้วย เราก็จะอ้างเหตุป่วยติดธุระนั่นนี่นู่นไม่ยอมไปด้วย จนเวลาผ่านไปหลายเดือน บอสเราก็ได้เลื่อนตำแหน่ง ต้องย้ายไปอยู่ จังหวัดอื่น เรื่องราวก็จบกันไป
เวลาผ่านไปสองสามปี เพราะโลกมันกลม เราก็ได้ไปรู้จักลูกสาวคนนึงของบอส จากการทำงานที่ต้องโคกันของอีก บ.นึง สมมติเธอชื่อน้องบี น้องบีเป็นสาวสวย ทำงานเก่ง บุคลิกดี พึ่งเรียนจบมา เพอร์เฟคไปหมด น้องบี พอรู้ว่าเราเคยเป็นลูกน้องเก่าพ่อเค้า ก็คุยกับเราอย่างสนิทสนม เราก็ไม่คิดอะไรไง น้องน่ารัก เราก็รู้สึกดีด้วย ทำงานไปคุยกันไปมา กลายเป็นสนิทกัน ไปกินข้าวกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง แล้วก็วกมาคุยเรื่องแฟนว่าทำไมเราไม่มีแฟน เราก็บอกว่าเราเกลียดผู้ชาย 55 เค้าก็หัวเราะแล้วบอกว่า เค้าอยากเลิกกับแฟนคนปัจจุบันมากเลย แต่เลิกไม่ได้ แฟนไม่ดี แต่เค้ารักมาก เราก็ไม่รู้จะแนะนำว่าไง เราไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านนี้ไง เราก็บอกถ้าผู้ชายไม่ดี ก็เลิกๆ กันไปเถอะ น่ารักแบบนี้หาใหม่ได้สบายเลย น้องบีก็บอก พยายามแล้วแต่เลิกไม่ได้จริง เพราะรักคำเดียว เราก็เออออ คือไม่รู้เบื้องลึกไง
จนมาวันนึง เฟสบุ๊คมันก็ขึ้นหน้าเฟสแนะนำเพื่อนขึ้นมา เป็นรูปผู้ชายคนนึง เราก็ว่า หน้าคุ้นๆ มองไปมา อ้าวแฟนน้องบีนี่นา เราเคยเห็นแว๊บๆ อยู่แป๊บนึงตอนที่ไปงานน้องบีรับปริญญา เราเลยกดเข้าไปดู อ้าว ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟสกับน้องบี คนเป็นแฟนกันทำไมไม่เป็นเพื่อนกัน เลื่อนๆ ดูลงมาอีก อ้าว เค้าแต่งงานแล้ว เห้ย เลื่อนลงมาอีก อ้าวเค้ามีลูกแล้ว แล้วเค้าก็แบบรักเมียและลูกมาเลยนะ และคือทุกโพสเปิดพับบลิคไง วันวาเลนไทน์หวานกับเมียยังไง เซอร์ไพรซ์ยังไง ลงเฟสหมด เห่อลูกเล็กๆ มากด้วย
เรานี่แบบเห้ย น้องบี รู้มั้ย เค้ามีเมียมีลูกแล้ว แถมเปิดโชว์สาธารณะแบบไม่กลัวบีเห็น เอาไงดีจะบอกบีดีมั้ย แล้วถ้าบีรู้แล้วล่ะ ถ้าเราไปพูด เดี๋ยวบีเสียใจ แล้วถ้าบีไม่รู้ล่ะ โดนหลอกล่ะ คิดไปร้อยแปด จนนึกถึงเพื่อนน้องบีคนนึง ที่เราเคยไปกินข้าวด้วย เราเลยแกล้งบอกว่าผ่านไปแถวออฟฟิสเค้า เราไม่มีเพื่อนกินข้าวลงมากินเป็นเพื่อนเราหน่อย พอได้คุยกับเพื่อนน้องบี ทีแรกเราก็เลียบๆ เคียงๆ ถามนั่นนี่นู่น พอวกมาเรื่องแฟนน้องบี เราก็บ่นว่าวันนั้นเห็นเฟสคนหน้าคล้ายแฟนน้องบีเลย แต่มีครอบครัวแล้ว เท่านั้นแหละ เพื่อนน้องบี ก็เล่าเลย บอกว่า ไม่รู้ไปรักกันตอนไหน บีไม่ยอมเล่า รู้แต่ว่า บีรู้ว่ามีครอบครัวแล้ว แต่บีเลิกไม่ได้ รักๆ เลิกๆ มาหลายที พอผู้ชายมาง้อ ก็ดีกันใหม่ ผู้ชายบอกว่า จะเลิกกับเมีย มาอยู่กับบี บีก็เลยยอม และรอ โหยยย ถ้าเป็นแบบนี้ ใครเตือนก็คงไม่ฟังสินะ
จนมาวันนี้ก็ผ่านไปสองสามปีแล้ว เราก็ยังเห็นน้องบี โพสเฟส กล่าวถึงแฟนอยู่เรื่อยๆ งอนกันมั่ง หวานกันมั่ง ภูมิใจในตัวแฟนมั่ง แต่ไม่เคยลงรูปแฟนเลย
ส่วนฝ่ายแฟนก็โพสเฟสหวานๆ กับภรรยาและลูกเหมือนเดิม เปิดสาธารณะเหมือนเดิม ไม่สนใจเลยว่าน้องบีจะเห็นมั้ย เพื่อนๆ น้องบีล่ะ จะเห็นมั้ย ที่ทำงานน้องบีจะเห็นมั้ย เฟสบุ๊คมันฉลาดมากเลยนะ อยู่ดีๆ ก็แนะนำเพื่อนที่คุณอาจรู้จักเป็นผู้ชายคนนี้มาได้ ตลก
ส่วนบอสเรา ก็เป็นคนเจ้าชู้เหมือนเดิม ข่าวล่าสุด เมียที่สองไปดักตบเมียที่สี่ที่คอนโดของเมียที่สี่ และบอสกำลังทำเรื่องกู้เงินเพื่อเอาไปจ่ายค่าเทอมให้ลูกคนที่เท่าไหร่ไม่รู้ไปเรียนต่างประเทศ
ส่วนน้องบี ถ้าได้ผ่านเข้ามาอ่าน แล้วรู้สึกว่าเรื่องมันคล้ายเรื่องตัวเองจัง เราอยากบอกในฐานะพี่สาวที่รักและเป็นห่วงน้องนะคะว่า เลิกเถอะ เลิกได้สิ จะรักแค่ไหนก็ต้องเลิกได้ นึกถึงหน้าแม่ไว้นะคะ ตอนเด็กๆ เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรง เคยเห็นแม่ร้องไห้เพราะพ่อไม่กลับบ้านไม่ใช่เหรอคะ แม่ร้องไห้เสียใจตั้งแต่เราเด็ก จนทุกวันนี้แม่ยังทำใจไม่ค่อยได้เลย และถ้าแม่รู้เรื่องเรา แม่จะเสียใจต่อขนาดไหนคะ อนาคตเรายังอีกไกลนะคะ ผู้ชายคนนั้นเค้าไม่เลิกกับเมียหรอกค่ะ หรือถึงจะเลิก น้องบีจะมีความสุขหรือคะ ที่แย่งมาได้ ลูกเค้าล่ะ ยังเล็กอยู่เลย นึกถึงเราตอนเด็กสิ เสียใจมั้ยที่พ่อไม่อยู่บ้าน แล้วไงคะ เราก็ไปทำร้ายคนอื่นต่อ เพราะความรักที่เห็นแก่ตัวของเรา แบบนี้จะดีหรือคะ
ส่วนบอสเรา ถ้าได้รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง เป็นเมียน้อยคนอื่นเค้า จะเสียใจมั้ยนะ จะรู้สึกอะไรมั้ย จะบอกลูกมั้ยว่าเป็นเมียน้อยคนอื่นมันไม่ดี ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงควรรักษาไว้ หรือจะบอกลูกว่าเป็นเมียน้อยคนอื่นไปก็ดีนะ เดี๋ยวมันจะมีความสุขไปเอง อันนี้เราอยากรู้จริงๆ ว่าบอสจะรู้สึกยังไงแต่ไม่กล้าถามบอสค่ะ
ส่วนคุณผู้ชายที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้และมีเมียน้อย ถ้าเป็นคุณจะรู้สึกยังไง หรือรู้สึกเฉยๆ เป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องธรรมชาติ เราคิดมากไปเอง อะไรงี้
สุดท้ายนี้ เราได้ระบายแล้ว สบายใจ อึดอัดมานานหลายปี เล่าให้ใครฟังไม่ได้ เล่าให้ที่บ้านฟังก็ไม่ได้ เล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟังก็ไม่ได้ เห้ออออออออออ
คุณผู้ชายที่มีเมียน้อย จะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของตัวเองก็เป็นเมียน้อยด้วย
มีอยู่วันนึง ก็มีบอสคนนึงมาทาบทามเราให้ไปทำงานที่แผนกเค้าได้มั้ย เพราะลูกน้องเค้าลาออกไป และเราทำงานดีมาก อยากให้เราไปทำงานด้วย เราก็ยอมย้ายไปเพราะอยากทำงานใหม่ๆ ด้วย บอสก็เป็นคนที่เก่งมากๆ เราอยากทำงานกับคนเก่งๆ พอเราย้ายไปบอสก็ดูแลเราดีมาก ชื่นชมผลงานเรา คอยให้กำลังใจเรา คอยสอนงานเราทุกอย่าง เวลาต้องไปหาลูกค้า ก็ชอบที่จะให้เราไปด้วย พอตอนกลับก็หาร้านอาหารดีๆ เลี้ยงเรา เราขอลาไป ตปท. ก็ให้เราไปแล้วแถมเงินพ๊อกเก็ตมันนี่ให้เราไว้ซื้อของมาฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วย เราก็เป็นปลื้มได้บอสที่ดี ดีมากๆ โดยที่ไม่รู้อะไรเลย ณ ตอนนั้น
เรื่องความเจ้าชู้ของบอสคนนี้ก็เป็นที่กล่าวขานไปทั่ว มีเมียหลายคน เพื่อนเราเล่าว่า เค้าเคยจีบเด็กลูกจ้าง จนแอบกินกัน จนเด็กคนนั้นมานั่งชูคอทำตัวเหนือกว่าพนักงานทั่วไป ทั้งที่เป็นแค่ลูกจ้างรายวัน บอสโยนงานเด็กคนนั้นให้พนักงานคนอื่นทำเฉยเลย แล้วก็มีมาแบบว่า เมียน้อยที่ 1 ตามมาดักตบเด็กคนนี้ที่ลานจอดรถที่ออฟฟิสด้วย มีเรื่องเล่ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายสัญญาจ้างหมด เด็กคนนั้นก็ออกไป และไปมีสามีใหม่ บอสก็เฮิร์ทอยู่พักนึง เราก็รับฟังมา แต่ไม่เคยสนใจเลยไง เรื่องงานส่วนเรื่องงาน ไม่คิดว่าวันนึงจะเวียนมาเข้าตัว
มีอยู่วันนึง บอสต้องไปพบลูกค้าที่ ตจว. เค้าก็ให้เราไปด้วย เราก็ดีใจ ได้ไปเที่ยวทะเล ได้พักโรงแรมหรูเปิดห้องสวีทให้เราเลย เพราะลูกค้าเป็นเจ้าของโรงแรมไง แต่ก็แปลกใจ บอสทำไมไม่เอาคนขับรถไปด้วยนะ แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะคิดว่าอาจจะเกรงใจเจ้าของโรงแรมถ้าต้องเปิดหลายๆ ห้อง เราก็ไปกับบอสสองต่อสอง เหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยดี จนถึงเวลากลางคืน หลังจากทานอาหารร่วมกับเจ้าของโรงแรมแล้ว บอสก็ชวนเราไปนั่งดริ๊งกันริมทะเลสองต่อสอง บรรยากาศสุดจะโรแมนติก แต่เราไม่ได้คิดอะไรเลยไง ชวนคุยแต่เรื่องงาน จนดื่มกันไปพอมึนๆ เค้าดึงมือเราไปจับ แล้วบอกว่าเค้ารักเรามากนะ เราล่ะรักเค้ามั่งมั้ย ความรู้สึกเรานี่แบบเห้ยยยยย มันชาไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า คือไม่เคยรู้เลยไง ว่าที่ผ่านมาคือจีบเราหรอ แอบคิดอะไรกับเราหรอ แต่สำหรับเรา เราไม่รู้เลย ไม่เคยคิดเกินเลย คืออึ้ง งงแตก
เราต้องตั้งสติอย่างเร่งด่วน แล้วค่อยๆ ปฏิเสธไปแบบสุภาพว่า เรารู้สึกดีกับบอสนะ แต่เราไม่เคยคิดเรื่องชู้สาวเลย และเราก็อยากอยู่แบบโสดไปตลอด เราเคยมีแฟนมีความรักแล้วผิดหวัง เราเลยไม่อยากจะผิดหวังอีก เรากลัวเสียใจ อยู่เป็นพี่เป็นน้องกันดีกว่านะ เค้าก็บอกว่าถ้าไม่ลองดูจะรู้ได้ไงว่าจะเสียใจล่ะ อาจจะมีความสุขก็ได้นะ เราก็นึกในใจแบบหูย เป็นเมียน้อยเนี่ยนะ จะมีความสุข คิดได้ไง แล้วเค้าก็บอกว่า เรานี่เด็กจัง ไม่รู้หรือไงว่าที่เค้าแสดงออกต่างๆ นาๆ อะเพราะรัก อยากดูแลเรา เราก็ค่อยๆ พูดกับเค้าดีๆ นะ ยกเหตุผลร้อยแปด เราตอนนั้นคิดไรไม่ออกแล้ว อยู่ดีๆ มาโอบไหล่ จับมือ เอามือไปหอม โอย กลัวมาก มาพักกันสองต่อสอง ดีนะเปิดห้องคนละห้อง แล้วห้องพักอยู่คนละชั้นกัน หรือดีนะที่ไม่ใช้มุขว่าห้องพักหมด เหลือห้องเดียว แล้วเราก็เลยบอกว่า เมาละ ปวดท้องด้วย ขอกลับก่อนนะคะ แล้วก็รีบวิ่งกลับห้องเลย มานั่งตั้งสติต่อ เรื่องราวที่เค้าทำดีกับเรา มันย้อนเข้าสมองมาเป็นฉากๆ แบบ เห้ย นั่นคือเหมือนในละครเลย พระเอกแอบทำดีกับนางเอกต่างๆ นา เพราะแอบรัก นางเอกก็ไม่รู้ตัว สุดท้ายพระเอกมาสารภาพ เรื่องก็จบแบบแฮปปี้เอ้นดิ้ง แล้วชีวิตจริงล่ะ แล้วเราล่ะ ทำไมเป็นงี้ล่ะ คืนนั้นนอนไม่หลับทั้งคืน ห้องพักสวยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร
ใจนึงก็นึกโมโหว่า แหม่ คิดได้นะ จะให้เราเป็นเมียน้อย ไม่นึกถึงพ่อแม่เรามั่งหรือไง คือที่บ้านเรามีฐานะ เราไม่ต้องทำงานที่บ้านเราก็เลี้ยงเราได้ หรือไปทำกิจการพ่อเราต่อก็ได้ แต่เราอยากหาประสบการณ์ไง แล้วบอสเราอะมีเมียเยอะไง เงินเดือนเยอะก็จริง แต่ลูกหลายคน ลูกมาจากสามเมีย แปดคนมั้งนะ สุดท้ายบอสก็ไม่ค่อยเหลือเงินเดือนเท่าไหร่นะ ส่งลูกเรียนเงินหมด คือความคิดเรา คนจะเป็นเมียน้อย อย่างน้อยๆ ต้องได้บ้าน ซื้อรถ ซื้อคอนโดให้สิ นี่อะไร จะได้เป็นเมียน้อยแบบต้องส่งเสียสามีหรอ เอ๊ะหรือเค้าหวังเงินจากเรา นี่เล่าให้ฟังขำๆนะ ถึงเค้าจะรวยมากเราก็ไม่เอาอยู่ดี เพราะสงสารลูกเมียเค้า เมียที่ 1 เค้าเคยป่วย เราเป็นลูกน้องที่ดี ชวนเพื่อนๆ ไปเยี่ยมที่ รพ. เมียเค้าแลหน้าหมองๆ ดูไม่ค่อยยิ้มเลย ทั้งที่ตอนไปเยี่ยมก็หายแล้ว จะกลับบ้านได้แล้ว ตอนนั้นบอสก็ถามนะว่าเรามาทำไม เราก็แบบใสๆ อ้าวเมียบอสป่วย พวกหนูก็ต้องมาเยี่ยมดิ
เราทำงานมานาน เห็นสังคมชู้สาวในออฟฟิสก็ปวดหัวละ ผู้ชายมีเมียน้อย ผู้หญิงมีผัวเยอะ อีรุงตุงนัง เพื่อนชอบว่าเรา แกมันเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน หัวใจแกมันตายด้าน เราว่ามันก็จริงนะ เราชอบอยู่คนเดียว สุขน้อยๆแต่ไม่ต้องทุกข์เยอะ
จากนั้นมาบอสเค้าก็ทำตัวเป็นปกตินะ ขับรถกลับก็คุยเรื่องงานเหมือนเดิม กลับไปทำงานก็ทำตัวเหมือนเดิม ดีกับเรายังไงก็ยังเหมือนเดิม เราก็ทำตัวเหมือนเดิม เหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น มีแอบชวนไปดินเนอร์บ่อยๆ เราปฏิเสธ เค้าก็ไม่ว่าไร แล้วเราไม่ยอมอยู่ทำงานดึกกับบอสสองคนแล้ว เวลาไปข้างนอก ถ้าคนขับรถไม่ไปด้วย เราก็จะอ้างเหตุป่วยติดธุระนั่นนี่นู่นไม่ยอมไปด้วย จนเวลาผ่านไปหลายเดือน บอสเราก็ได้เลื่อนตำแหน่ง ต้องย้ายไปอยู่ จังหวัดอื่น เรื่องราวก็จบกันไป
เวลาผ่านไปสองสามปี เพราะโลกมันกลม เราก็ได้ไปรู้จักลูกสาวคนนึงของบอส จากการทำงานที่ต้องโคกันของอีก บ.นึง สมมติเธอชื่อน้องบี น้องบีเป็นสาวสวย ทำงานเก่ง บุคลิกดี พึ่งเรียนจบมา เพอร์เฟคไปหมด น้องบี พอรู้ว่าเราเคยเป็นลูกน้องเก่าพ่อเค้า ก็คุยกับเราอย่างสนิทสนม เราก็ไม่คิดอะไรไง น้องน่ารัก เราก็รู้สึกดีด้วย ทำงานไปคุยกันไปมา กลายเป็นสนิทกัน ไปกินข้าวกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง แล้วก็วกมาคุยเรื่องแฟนว่าทำไมเราไม่มีแฟน เราก็บอกว่าเราเกลียดผู้ชาย 55 เค้าก็หัวเราะแล้วบอกว่า เค้าอยากเลิกกับแฟนคนปัจจุบันมากเลย แต่เลิกไม่ได้ แฟนไม่ดี แต่เค้ารักมาก เราก็ไม่รู้จะแนะนำว่าไง เราไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านนี้ไง เราก็บอกถ้าผู้ชายไม่ดี ก็เลิกๆ กันไปเถอะ น่ารักแบบนี้หาใหม่ได้สบายเลย น้องบีก็บอก พยายามแล้วแต่เลิกไม่ได้จริง เพราะรักคำเดียว เราก็เออออ คือไม่รู้เบื้องลึกไง
จนมาวันนึง เฟสบุ๊คมันก็ขึ้นหน้าเฟสแนะนำเพื่อนขึ้นมา เป็นรูปผู้ชายคนนึง เราก็ว่า หน้าคุ้นๆ มองไปมา อ้าวแฟนน้องบีนี่นา เราเคยเห็นแว๊บๆ อยู่แป๊บนึงตอนที่ไปงานน้องบีรับปริญญา เราเลยกดเข้าไปดู อ้าว ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟสกับน้องบี คนเป็นแฟนกันทำไมไม่เป็นเพื่อนกัน เลื่อนๆ ดูลงมาอีก อ้าว เค้าแต่งงานแล้ว เห้ย เลื่อนลงมาอีก อ้าวเค้ามีลูกแล้ว แล้วเค้าก็แบบรักเมียและลูกมาเลยนะ และคือทุกโพสเปิดพับบลิคไง วันวาเลนไทน์หวานกับเมียยังไง เซอร์ไพรซ์ยังไง ลงเฟสหมด เห่อลูกเล็กๆ มากด้วย
เรานี่แบบเห้ย น้องบี รู้มั้ย เค้ามีเมียมีลูกแล้ว แถมเปิดโชว์สาธารณะแบบไม่กลัวบีเห็น เอาไงดีจะบอกบีดีมั้ย แล้วถ้าบีรู้แล้วล่ะ ถ้าเราไปพูด เดี๋ยวบีเสียใจ แล้วถ้าบีไม่รู้ล่ะ โดนหลอกล่ะ คิดไปร้อยแปด จนนึกถึงเพื่อนน้องบีคนนึง ที่เราเคยไปกินข้าวด้วย เราเลยแกล้งบอกว่าผ่านไปแถวออฟฟิสเค้า เราไม่มีเพื่อนกินข้าวลงมากินเป็นเพื่อนเราหน่อย พอได้คุยกับเพื่อนน้องบี ทีแรกเราก็เลียบๆ เคียงๆ ถามนั่นนี่นู่น พอวกมาเรื่องแฟนน้องบี เราก็บ่นว่าวันนั้นเห็นเฟสคนหน้าคล้ายแฟนน้องบีเลย แต่มีครอบครัวแล้ว เท่านั้นแหละ เพื่อนน้องบี ก็เล่าเลย บอกว่า ไม่รู้ไปรักกันตอนไหน บีไม่ยอมเล่า รู้แต่ว่า บีรู้ว่ามีครอบครัวแล้ว แต่บีเลิกไม่ได้ รักๆ เลิกๆ มาหลายที พอผู้ชายมาง้อ ก็ดีกันใหม่ ผู้ชายบอกว่า จะเลิกกับเมีย มาอยู่กับบี บีก็เลยยอม และรอ โหยยย ถ้าเป็นแบบนี้ ใครเตือนก็คงไม่ฟังสินะ
จนมาวันนี้ก็ผ่านไปสองสามปีแล้ว เราก็ยังเห็นน้องบี โพสเฟส กล่าวถึงแฟนอยู่เรื่อยๆ งอนกันมั่ง หวานกันมั่ง ภูมิใจในตัวแฟนมั่ง แต่ไม่เคยลงรูปแฟนเลย
ส่วนฝ่ายแฟนก็โพสเฟสหวานๆ กับภรรยาและลูกเหมือนเดิม เปิดสาธารณะเหมือนเดิม ไม่สนใจเลยว่าน้องบีจะเห็นมั้ย เพื่อนๆ น้องบีล่ะ จะเห็นมั้ย ที่ทำงานน้องบีจะเห็นมั้ย เฟสบุ๊คมันฉลาดมากเลยนะ อยู่ดีๆ ก็แนะนำเพื่อนที่คุณอาจรู้จักเป็นผู้ชายคนนี้มาได้ ตลก
ส่วนบอสเรา ก็เป็นคนเจ้าชู้เหมือนเดิม ข่าวล่าสุด เมียที่สองไปดักตบเมียที่สี่ที่คอนโดของเมียที่สี่ และบอสกำลังทำเรื่องกู้เงินเพื่อเอาไปจ่ายค่าเทอมให้ลูกคนที่เท่าไหร่ไม่รู้ไปเรียนต่างประเทศ
ส่วนน้องบี ถ้าได้ผ่านเข้ามาอ่าน แล้วรู้สึกว่าเรื่องมันคล้ายเรื่องตัวเองจัง เราอยากบอกในฐานะพี่สาวที่รักและเป็นห่วงน้องนะคะว่า เลิกเถอะ เลิกได้สิ จะรักแค่ไหนก็ต้องเลิกได้ นึกถึงหน้าแม่ไว้นะคะ ตอนเด็กๆ เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรง เคยเห็นแม่ร้องไห้เพราะพ่อไม่กลับบ้านไม่ใช่เหรอคะ แม่ร้องไห้เสียใจตั้งแต่เราเด็ก จนทุกวันนี้แม่ยังทำใจไม่ค่อยได้เลย และถ้าแม่รู้เรื่องเรา แม่จะเสียใจต่อขนาดไหนคะ อนาคตเรายังอีกไกลนะคะ ผู้ชายคนนั้นเค้าไม่เลิกกับเมียหรอกค่ะ หรือถึงจะเลิก น้องบีจะมีความสุขหรือคะ ที่แย่งมาได้ ลูกเค้าล่ะ ยังเล็กอยู่เลย นึกถึงเราตอนเด็กสิ เสียใจมั้ยที่พ่อไม่อยู่บ้าน แล้วไงคะ เราก็ไปทำร้ายคนอื่นต่อ เพราะความรักที่เห็นแก่ตัวของเรา แบบนี้จะดีหรือคะ
ส่วนบอสเรา ถ้าได้รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง เป็นเมียน้อยคนอื่นเค้า จะเสียใจมั้ยนะ จะรู้สึกอะไรมั้ย จะบอกลูกมั้ยว่าเป็นเมียน้อยคนอื่นมันไม่ดี ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงควรรักษาไว้ หรือจะบอกลูกว่าเป็นเมียน้อยคนอื่นไปก็ดีนะ เดี๋ยวมันจะมีความสุขไปเอง อันนี้เราอยากรู้จริงๆ ว่าบอสจะรู้สึกยังไงแต่ไม่กล้าถามบอสค่ะ
ส่วนคุณผู้ชายที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้และมีเมียน้อย ถ้าเป็นคุณจะรู้สึกยังไง หรือรู้สึกเฉยๆ เป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องธรรมชาติ เราคิดมากไปเอง อะไรงี้
สุดท้ายนี้ เราได้ระบายแล้ว สบายใจ อึดอัดมานานหลายปี เล่าให้ใครฟังไม่ได้ เล่าให้ที่บ้านฟังก็ไม่ได้ เล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟังก็ไม่ได้ เห้ออออออออออ