ระฟ้า แห่ง ความเหงา

...สายลมพัดโชย กลิ่นไอฟากฟ้า รู้สึกมีชีวิตชีวา กวาดสายตามองฟ้าอันยิ่งใหญ่ พบเห็นเมืองที่วุ่นวายอยู่ด้านล่าง ความรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของ กรุงเทพฯ ที่มีมายาวนาน ยามค่ำคืนกลับเป็นเมืองที่จะดูเหมือนสงบนิ่ง ยามไม่สบายใจทำให้มีเรื่องต้องให้คิดมาก พร้อมกับนำแขนทั้งสองข้างมาพาดตรงราวระเบียง แล้วมองเหม่อลอยไปเรื่อย
"อืม ! รู้สึกดีขึ้น" แต่มันเหมือนขาดอะไรไปอย่างสองอย่าง ที่มันหาไม่ได้อีกแล้ว

     คอนโดมิเนียมสุดหรูบนตึกระฟ้า ตอบโจทย์ได้ครบทุกอย่างหรือไม่ ด้วยเพราะความเป็นส่วนตัว ระบบป้องกันคนนอกพื้นที่ ระบบ Floor Lock ทำให้ปิดกั้นตัวเองไปโดยสิ้นเชิง แต่มันก็ดีแล้วนี่...
   แล้วจึงได้พบกับความเหงาเมื่อเวลาอยู่คนเดียว จึงหันกลับไปมองภาพตอนเด็ก ๆ ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น , บ้านเดี่ยวชั้นเดียว ที่เราเกิด ที่เราเติบโตมา ตั้งแต่ปากซอย ไม่ว่าจะบ้านหลังนั้น ซอยย่อยตรงนี้ ปากซอยข้างหน้า รู้จักเกือบทุกคน เคยเข้า -  ออกเกือบทุกบ้าน ยิ่งซอยเราเอง รู้จักทั้งซอยเลยก็ยังว่าได้ พอตกเย็น คุณยาย คุณป้า คุณแม่บ้าน ลูก เด็กเล็กแดง ทั้งหลายออกมาพบเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย มีกิจกรรมทำกันไปเรื่อยเปื่อย บ้างก็เม้ากัน บ้างก็ทำกับข้าวมาแบ่งกันกิน เด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นกัน ปั่นจักรยานกัน พอคิดถึงก็มีความสุขดีนะ
    พ่อ แม่ เราที่ให้เราได้มีความสุขกับภาพในตอนนั้น และ พ่อ แม่ เราก็มีความสุขกับเพื่อนบ้านที่สนิทกันทุกคน ทุกหลัง

    แต่ในวันนี้ พ่อ แม่ เราบางครอบครัว ก็เริ่มเปลี่ยนตำราชีวิต ที่ได้ย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียม รู้สึกว่าดูสง่า ดูมีฐานะ แต่เบื้องลึกแล้ว "ความเหงา" กำลังเปลี่ยนตำราชีวิตโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่รู้จักใคร ความเป็นส่วนตัวจึงทำให้ปิดกั้นทุกคนเข้าหากัน มีเพื่อนเป็นโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต เหมือนอยู่คนเดียว นาน ๆ ทีอาจจะได้มีสังคมพบปะกันบ้าง สิ่งที่น่าห่วงอีกอย่าง รุ่นลูก รุ่นหลาน ก็จะไม่แตกต่างอะไรกับเรา แต่เพื่อนบ้านที่ดีที่สุดนั้น อยู่ใกล้เรามาก แต่เราไม่ได้คิดถึงเลย

ใคร ? : ก็พวกที่แจ้งปัญหา ร้องเรียน แจ้งซ่อม จ่ายค่าส่วนกลาง

   นั้นแหละครับเพื่อนบ้านเราที่เขาจะไม่ลืมเรา และ จะคอยช่วยเหลือเราตลอด
   แต่บางคนกลับไม่ให้ความสำคัญ คอยกลั่นแกล้ง คอยดูถูก ใช้ทำนู้นทำนี้ เรื่องมากไปหน่อย

    ใครเขาอยากจะทำให้ละครับ ลองดูนะครับ เวลาเดินเข้า ออก แวะนิติบุคคลซักนิดนึง ทักทายพวกเขาหน่อย นาน ๆ ทีซื้อขนมของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปฝากเขา เชื่อไหมครับ ลูกบ้านไม่ว่าจะมี เป็นร้อยเป็นพัน พวกเขาจำชื่อคุณ และ ครอบครัวของคุณ ได้ทุกคน เพราะเขาได้มองเห็นถึงความใจดีของลูกบ้าน และ พวกเขาก็จะมีเรื่องสนทนากับคุณ ไม่ว่าจะการช่วยเหลืออะไรที่คุณต้องการคุยกันเหมือนลูกบ้าน VIP มีข่าววงในมาแจ้ง การติดต่อตรงถึงคุณ หรือ บางท่านอาจจะกะทำอะไรที่ผิดกฎระเบียบต้องโดนค่าปรับกับโครงการ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น โดนล็อกล้อ ถ้าเป็นลูกบ้านทั่วไป 1000 บาท ไม่มีข้อแม้
แต่ถ้าคุณเป็นลูกบ้าน VIP ละ พวกเขานั่นแหละที่จะช่วยพูดช่วยแก้ตัวให้คุณ ไม่ต้องเสียค่าปรับ มันดูอาจจะผิด แต่สังคมเราวงเล็ก อะไรยอมได้ ก็ยอมกันไป ก็บอกกล่าวตักเตือนไป
    ต่อมาก็... ช่างประจำอาคาร (หลายคนคงส่ายหน้า) ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นเกือบทุกโครงการ แต่ไม่ใช่สำหรับผม ช่างทุกคนไม่ชอบคนเรื่องมาก ไม่ชอบไอ้นี่ จะเอาไอ้นั้น จะซ่อมให้ได้
     เพียงแค่พูดเพราะ ๆ กับเขา ทักทายเขา "งานเยอะไหม พี่รบกวนหน่อย" เวลาให้เขาทำอะไร ไม่จำเป็นต้องให้ทิปเสมอไป แค่เอาน้ำเย็น ๆ หรือ เป็ปซี่ ซักกระป๋อง เขาก็จะบริการคุณแบบว่า มีอะไรให้ผมทำอีกไหมครับ ตรงนู้นผมเห็นมันเป็นแบบเนี่ย เดี๋ยวผมซ่อมให้มั้ยครับ
    โอ้ว.. ทุกอย่างมันง่ายมาก กับคนที่เราเข้าใจถึงหน้าที่ของเขาที่ทำในตอนนั้น และ เมื่อต่อไปห้องคุณ แจ้งซ่อม อะไรมา แปปเดียวเท่านั้นแหละไม่ต้องรอข้ามวันข้ามสัปดาห์ ช่างมาจัดการให้เราเรียบร้อย ส่วนกลางคืนหลับให้สบายไม่ต้องคิดอะไรมาก เบื้องหลังของที่ลูกบ้านในคอนโดหลับไหลกัน
    ผู้ที่จะดูแล ปกป้อง ชีวิต ของเรา กำลังดูแลทำหน้าที่ ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้อยู่
    หัวใจของคอนโดมิเนียม ที่ทำหน้าที่ส่ง ไฟฟ้า ปะปา สัญญานทุกชนิด ระบบเตือนภัย ระบบดับเพลิง กล้องวงจรปิด เขาดูแลด้วยแรงงานเพียง 1 - 2 คนต่อกะเวลาดึก เท่านั้น เตรียมพร้อมฉุกเฉินตลอด เวลาไฟดับพวกเขาจะทิ้งทุกอย่างที่ทำอยู่ วิ่งไปดูมอนิเตอร์ในลิฟท์ มีใครติดอยู่ไหม ทำการช่วยเหลือ ทำการจ่ายไฟฟ้าสำรอง การเรียงลำดับในการจ่ายไฟ ไม่สนุกนะครับ กระแสไฟฟ้ากว่า 5000 แอมป์ ระเบิดที เป็นถ่าน เลยนะครับ การทำงานเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากมาย
    ในขณะที่บางคนด่าทอ ต่อว่า "เนี่ย ฉันติดอยู่ในลิฟท์ มา เกือบ นาที"
:ให้เวลาเขาหน่อยเถอะครับพวกเขาไม่ปล่อยให้คุณอยู่เกิน 2-3 นาทีแน่ ๆ ทุกอย่างเป็นขั้นตอน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่