ผี
ผีเกิดขึ้นมาเพราะความโง่ของคน แล้วก็กลับมาทำอันตรายคนน่าจะพูดคำว่าสมน้ำหน้า ความโง่ของคนก็ทำอันตรายคนโดยไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นได้ ที่นี้เรามาดูกันต่อไปในเรื่องนี้ว่าทำไมผีจึงไม่มีในโลกของสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานตัวไหนกลัวผีสัตว์เดรัจฉานตัวไหนถูกผีหลอกบ้างไม่มีทางที่จะค้นพบได้
ถ้าอย่างนั้นสัตว์เดรัจฉานเช่นสุนัขเป็นต้นต้องดีกว่าคนเพราะว่าไม่มีผีที่จะคอยรบกวน และก็จะยังชนะผีหรือกินซากผีซะด้วยซ้ำไป นี้เป็นที่เห็นได้ว่าในโลกของสัตว์เดรัจฉานนั้นไม่มีผี
ผีเพิ่งจะมีในโลกของคนที่ฉลาดกว่าสัตว์เดรัจฉาน เพราะฉลาดโง่นั่นเอง เมื่อแรกเมื่อมีสัตว์ในโลกมีแต่สัตว์เดรัจฉานอย่างแน่นอนก็ยังไม่มีผี พอมีครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างนี้ขึ้นมาก็ยังไม่มีผี จนกระทั่งมีคนป่าแท้ๆขึ้นมาก็ยังไม่มีผี ต่อเมื่อคนป่าค่อยๆฉลาดขึ้นมาจะเป็นคนบ้านนี่หละ จึงจะมีผี เพราะว่ามันรู้จักคิดรู้จักนึกมากกว่าใครจนสามารถสร้างความเชื่อระบบใดระบบหนึ่งได้ สร้างความกลัวอันเป็นที่หล่อเลี้ยงความเชื่อระบบใดระบบหนึ่งได้
จิตจึงมีความคิดไปในทำนองที่ให้รู้สึกว่ามีอะไรลึกลับและก็มีความเชื่อในทำนองลึกลับนั้นตามความเห็นของตัวซึ่งเป็นลักษณะของอวิชชา ความคิดในทำนองที่ว่ามีอะไรศักดิ์สิทธิ์ทำนองผีได้เกิดขึ้นแล้วก็ค่อยๆสอนให้มากขึ้น แล้วก็ระดมความเชื่อให้มากขึ้น ผีก็สร้างสถาบันขึ้นมาได้สำเร็จบนความโง่ของมนุษย์นั้นเอง
เนี้ยลองคิดให้ดีเองเถิดว่าในโลกสัตว์เดรัจฉานไม่มีผีและมามีในโลกของมนุษย์เช่นนี้มันน่าละอายสักเท่าไร ถ้าเราจะรับมติความคิดความเห็นในเรื่องนี้กันอย่างไร ทีนี้เรามองดูสมัยนี้ที่ความรู้หรือการศึกษาเจริญก้าวหน้าไปมากขึ้น ความเชื่อที่เคยมีอยู่แต่ก่อนนั้นมันก็จางไปจางไป แม้แต่เพียงชั่วห้าสิบปีในชั่วอายุผมนี้ ก็รู้สึกมันจางไปมากเหลือเกิน ความเชื่อนี้จางไปมากเท่าไร ผีก็ค่อยๆจางลงเท่านั้น และในที่สุดก็หมดไปหลายอย่างหลายประการ
แต่เป็นที่แน่นอนว่าถ้าคนยุคจรวดปรมาญูนี้กลับไปโง่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ผีก็จะกลับมาอีก จะเป็นผีศาลพระภูมิ หรือผีเรือนหรือผีเทพารักษ์หรือผีอะไรก็ตามจะกลับมาอย่างสมบูรณ์อีก แต่ถ้าการศึกษานำไปในทางที่ไม่ให้มีความเชื่ออย่างนี้ ผีก็จะตายไปเอง ไม่ต้องมีใครฆ่า ไม่ต้องมีใครปราบ
พุทธทาส อินทปัญโญ
๒๔ เมษายน ๒๕๑๐
ผีอย่างพุทธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ผีเกิดขึ้นมาเพราะความโง่ของคน แล้วก็กลับมาทำอันตรายคนน่าจะพูดคำว่าสมน้ำหน้า ความโง่ของคนก็ทำอันตรายคนโดยไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นได้ ที่นี้เรามาดูกันต่อไปในเรื่องนี้ว่าทำไมผีจึงไม่มีในโลกของสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานตัวไหนกลัวผีสัตว์เดรัจฉานตัวไหนถูกผีหลอกบ้างไม่มีทางที่จะค้นพบได้
ถ้าอย่างนั้นสัตว์เดรัจฉานเช่นสุนัขเป็นต้นต้องดีกว่าคนเพราะว่าไม่มีผีที่จะคอยรบกวน และก็จะยังชนะผีหรือกินซากผีซะด้วยซ้ำไป นี้เป็นที่เห็นได้ว่าในโลกของสัตว์เดรัจฉานนั้นไม่มีผี
ผีเพิ่งจะมีในโลกของคนที่ฉลาดกว่าสัตว์เดรัจฉาน เพราะฉลาดโง่นั่นเอง เมื่อแรกเมื่อมีสัตว์ในโลกมีแต่สัตว์เดรัจฉานอย่างแน่นอนก็ยังไม่มีผี พอมีครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างนี้ขึ้นมาก็ยังไม่มีผี จนกระทั่งมีคนป่าแท้ๆขึ้นมาก็ยังไม่มีผี ต่อเมื่อคนป่าค่อยๆฉลาดขึ้นมาจะเป็นคนบ้านนี่หละ จึงจะมีผี เพราะว่ามันรู้จักคิดรู้จักนึกมากกว่าใครจนสามารถสร้างความเชื่อระบบใดระบบหนึ่งได้ สร้างความกลัวอันเป็นที่หล่อเลี้ยงความเชื่อระบบใดระบบหนึ่งได้
จิตจึงมีความคิดไปในทำนองที่ให้รู้สึกว่ามีอะไรลึกลับและก็มีความเชื่อในทำนองลึกลับนั้นตามความเห็นของตัวซึ่งเป็นลักษณะของอวิชชา ความคิดในทำนองที่ว่ามีอะไรศักดิ์สิทธิ์ทำนองผีได้เกิดขึ้นแล้วก็ค่อยๆสอนให้มากขึ้น แล้วก็ระดมความเชื่อให้มากขึ้น ผีก็สร้างสถาบันขึ้นมาได้สำเร็จบนความโง่ของมนุษย์นั้นเอง
เนี้ยลองคิดให้ดีเองเถิดว่าในโลกสัตว์เดรัจฉานไม่มีผีและมามีในโลกของมนุษย์เช่นนี้มันน่าละอายสักเท่าไร ถ้าเราจะรับมติความคิดความเห็นในเรื่องนี้กันอย่างไร ทีนี้เรามองดูสมัยนี้ที่ความรู้หรือการศึกษาเจริญก้าวหน้าไปมากขึ้น ความเชื่อที่เคยมีอยู่แต่ก่อนนั้นมันก็จางไปจางไป แม้แต่เพียงชั่วห้าสิบปีในชั่วอายุผมนี้ ก็รู้สึกมันจางไปมากเหลือเกิน ความเชื่อนี้จางไปมากเท่าไร ผีก็ค่อยๆจางลงเท่านั้น และในที่สุดก็หมดไปหลายอย่างหลายประการ
แต่เป็นที่แน่นอนว่าถ้าคนยุคจรวดปรมาญูนี้กลับไปโง่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ผีก็จะกลับมาอีก จะเป็นผีศาลพระภูมิ หรือผีเรือนหรือผีเทพารักษ์หรือผีอะไรก็ตามจะกลับมาอย่างสมบูรณ์อีก แต่ถ้าการศึกษานำไปในทางที่ไม่ให้มีความเชื่ออย่างนี้ ผีก็จะตายไปเอง ไม่ต้องมีใครฆ่า ไม่ต้องมีใครปราบ
พุทธทาส อินทปัญโญ
๒๔ เมษายน ๒๕๑๐