จากเป็น หรือ จากตาย
เป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองทั้ง 2 อย่าง
แต่สำหรับผม ผมไม่ได้เลือกเลยครับเพราะมันเข้ามาในชีวิตผมทั้ง 2 ความจากลา
เริ่มต้นจากวัยหนุ่ม สมัยเรียน ม3 ผมได้คบกับ ผู้หญิงคนหนึ่งครับ เราดูใจการและตกลงคบกัน เธออาศัยอยุ่กับป้าครับ ป้าไม่ชอบเธอและป้าของเธอคือเพื่อนสนิทแม่ผมเอง
เราสองคนเจออุปสรรคเรื่องความรัก ซึ่งป้าของเธอคอยพูดเรื่องราวไม่ดีให้แม่ผมฟังเป็นระยะ แต่แม่ผมท่านเป็นคนไม่เชื่อคนง่ายครับ เราสองคนพิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นว่า เราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เราพากันเรียนจนจบ ม 3 และพ่อแม่ผมก็ยอมรับเธอ
เราสองคนแยกย้ายกันเรียนครับ ผมเข้าเรียน วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ส่วนเธอเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ผมต้องไปอาศัยอยู่หอพักเนื่องจากบ้านและวิทยาลัยของผมห่างประมาณ 60 กิโลเมตร
ผมใช้เวลาทุกวันหยุดกลับมาหาเธอ เราคบกันอย่างมีความสุขครับ จนผมจบ ปวช3 เธอจบ ม.6 3ปีที่คบกันมีทะเลาะกันบ้างแต่ผมไม่เคยพูดจาหยาบคายและไม่เคยทำร้ายเธอ ทำให้เรายังคบกันไปเรื่อยๆ
หลังจากจบ ปวช ผมสอบได้ทุนการศึกษา ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเรียนวิทยาลัยที่เดิมแต่ต้องไปฝึกงาน กรุงเทพ ทุกๆเทอมที่2 ของการศึกษา
เธอสอบได้มหาลัยในตัวเมืองครับ เราห่างกันอีกประมาณ 40กิโล ชีวิตรักของเราปกติครับ จนกระทั้ง
วันที่เธอเข้าเรียนมหาลัยเธอเริ่มเปลี่ยนไป ทะเลาะกันบ่อยขึ้น ผมพยายามไปหาเธออยู่บ่อยครั้ง และทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
มีอยู่ครึ่งหนึ่ง เราทะเลาะกันผ่านโทรศัพย์ เธอบอกว่าผมติดเพื่อนและสนใจเธอน้อยลง ด้วยความโมโหผมเผลอตะคอกไส่เธอและนั้นคือความผิดพลาดของผมอย่างร้ายแรง
เธอเงียบอยู่ชั่วครู่และขอวางสาย!! ผมพยายามง้อเธอโดยการไปหาเธอในวันหยุด พาเธอไปดูหนัง นั่งทานข้าวริมทะเล เธอทำตัวปกติมากครับ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คืนนั้นผมขอเธอนอนพักที่ห้องเนื่องจากเราไปดูหนังกลับมาดึกมากและผมไม่อยากกลับเนื่องจากที่พักเธอและที่พักผมห่างกันประมาณ 40 กิโล เธอบอกกับผมว่า จะมีเพื่อนผู้ชาย มาพักด้วย(เป็นเพื่อนของรูมเมทเธอครับ)
งั้นเราไปนอนที่อื่นกันให้เพื่อนอยู่กับเพื่อน ผมพูดกับเธอ
เธอบอกว่า เอางี้กลับไปก่อน แล้วเค้าจะไปนอนบ้านพี่สาวเพื่อนและให้ ผู้ชายนอนหอเธอคนเดียว
ผมตกลงครับผมกลับมาหอพักถึงประมาณ 3 ทุ่ม และได้โทรติดต่อเธอ เธอไม่รับสาย ตัดสาย และเมื่อรับก็มีอารมหงุดหงิด โดยไม่ทราบสาเหตุ ผมเลยสงสัยขับรถกลับไปหาเธออีกในคืนนั้นเธอบอกว่านอนอยู่บ้านพี่สาวของรูมเมท แต่ใต้หอยังมีมอเตอร์ไซค์เธอจอดอยู่ครับ
ผมพยายามขึ้นไปบนหอและยืนฟังอยู่หน้าห้อง มีเสียงผู้ชาย และผู้หญิงสองคน
ยืนฟังอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจเคาะประตูหลังจากนั้นเสียงก็เงียบลงราวกลับไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น
ผมพยายามเรียกและขู่จะโทรบอกแม่เธอว่ามีผู้ชายอยู่ในห้อง เธอเลยยอมเปิดประตูให้ครับ
ภาพที่ผมเห็นเป็นอย่างที่คิดครับ ชายคนนั้นอยู่ในห้องเธอและเพื่อน
(ผมเคยเห็นผู้ชายคนนี้พยายามจีบเธอหลายครั้งและเพื่อนของเธอก็พยายามติดต่อให้และทราบมาว่าเธอแอบคุยกันบ่อยช่วงเราทะเลาะกัน)
ไช่ครับผมหงุดหงิดมาก และพยายามพาเธอมาคุยนอกห้อง ผมกระชากเธอออกจากห้องโดยตลอดเวลาคบกันผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เราคุยกันและเธอยอมรับว่าเธอแอบคุยกับ ผช คนนั้น
ผมเลยพาเธอขึ้นไปคุยบนห้อง มีผม เธอ รูมเมท และ ผช คนนั้น ผมตัดสินใจให้เธอเลือก เพราะคิดว่าเธอคงเลือกผม และสิ่งที่ผมคิดใว้มันไม่เป็นไปตามนั้นครับ เธอเลือกเขาต่อหน้าผม ความรู้สึกตอนนั้นมันอธิบายไม่ถูก ผมน้อมรับและเดินออกมาก่อนจะกอดเธอและจากกันด้วยดี
การจากเป็นของผม ความรู้สึกของคนที่คบมา3-4ปี กับคนที่มาทีหลัง และเธอเลือกเขา มันสุดจะบรรยายครับ ผมทรมานมาก และพยายามง้อเธอ แต่สุดท้ายเราก็จากกันด้วยดีครับ
เธอให้เหตุผลว่า ผมไม่เคยตะคอกเธอไม่เคยรุนแรงกับเธอ และวันนั้นที่ผมทำ ผมคงไม่ไหวแล้วจริงๆ ซึ่งเธอก็บอกว่าเธอผิดเองที่ทำแบบนี้และขอให้ผมเจอคนที่ดีกว่า
เราห่างกันไปสักพัก ซึ่งเราก็ยังติดต่อกันครับไปมาหาสู่ในฐานะคนเคยรู้จัก และเธอพยายามขอคืนดี และกลับมาคบกับผม ซึ่งผมก็บอกว่าให้เธอไปเลิกกับเขามาก่อน อารมตอนนั้นคือถ้าเธอไม่ชัดเจนไม่เลิกกับ ผช คนนั้น ผมก็จะไม่กลับไปคบครับ
เราใช้สถานะนี้ติดต่อกัน เธอก็พยายามกับมาคบกับผมให้ได้ จนวันนั้นก็มาถึงครับ
ผมตื่นเช้ามาพร้อมเสียงโทรศัพย์จากน้องสาวของเธอ เธอเสียชีวิตครับ จากอุบัติเหตุรถชนไหล่ทางเมื่อคืนที่ผ่านมา
น้ำตาลูกผู้ชายไหลโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกายอ่อนแรงแทบยืนไม่ไหว ความรู้สึกกับการเสียคนคนนึงไปมันช่างโหดร้ายมากสำหรับผม ถึงแม้เราจะเลิกกันไปแล้ว แต่เรายังติดต่อกันและไปมาหาสู่กันตลอด ภาพสุดท้ายที่ผมเจอเธอยังจำได้ชัดเจน เธอโบกมือให้ผมและผมก็ยิ้มกลับให้เธอ โดยผมไม่คิดว่า วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกัน
เป็นการจากลาที่ผู้ชายคนหนึ่งไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีเวลาตั้งตัว ไม่มีสัญญาณเตือน แลไม่มีทางแก้ไขหรือหวนกลับมา
จนวันนี้ จะ 2 ปีแล้วครับ ผมยังคิดถึงเธอถึงแม้อาจจะมีใครเข้ามาในชีวิตผมบ้าง แต่ผมยังรู้สึกว่าเธอยังอยู่กับผม ทุกสถานที่ ที่เราเคยไปด้วยกัน ทุกเมนูที่เธอชอบ ทุกเพลงที่เคยมอบให้กัน มันยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำไม่เคยจางหาย
รูปคู่ใบแรกที่เราถ่ายด้วยกันมันยังอยู่ที่เดิมและจะรักษามันอย่างดี
แหวนคู่วงแรกของเราฉันยังไส่มันใว้ที่เดิมไม่เคยถอด
เสื้อคู่ของเราก็ยังอยู่ที่เดิมและจะรักษามันอย่างดี
แต่ถึงแม้วันนั้นผมไม่อาจดูแลเธอได้และสุญเสียสิ่งที่ผมรักไป ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปครับ ผมเปิดใจที่จะเริ่มต้นไหม่ และเก็บทุกเรื่องราวเป็นความทรงจำดีๆ ใว้คอยย้ำเตือนผมเสมอว่า '' รักกันเมื่อยังหายใจ''
ขอเป็นกำลังใจให้คนที่สูญเสียคนที่คุณรักไม่ว่าจะสถานะใดก็ตาม
สุดท้ายนี้อยากให้คนที่ยังมีคนที่คุณรัก หันไปหา บอกรักเขาทุกวัน เพราะเราไม่รุ้เลยว่าวันสุดท้ายของกันและกันจะเป็นวันไหน
เพราะว่า ''ครั้งสุดท้าย มักไม่มีสัญญาณเตือน''
นี่แหละครับการจากลาจากชีวิตจริงของผม
แล้วคุณหละครับหากเลือกได้ คุณจะเลือก จากเป็น หรือ จากตาย
''กระดาษขาว''
การจากลา จากเป็น หรือ จากตาย
เป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองทั้ง 2 อย่าง
แต่สำหรับผม ผมไม่ได้เลือกเลยครับเพราะมันเข้ามาในชีวิตผมทั้ง 2 ความจากลา
เริ่มต้นจากวัยหนุ่ม สมัยเรียน ม3 ผมได้คบกับ ผู้หญิงคนหนึ่งครับ เราดูใจการและตกลงคบกัน เธออาศัยอยุ่กับป้าครับ ป้าไม่ชอบเธอและป้าของเธอคือเพื่อนสนิทแม่ผมเอง
เราสองคนเจออุปสรรคเรื่องความรัก ซึ่งป้าของเธอคอยพูดเรื่องราวไม่ดีให้แม่ผมฟังเป็นระยะ แต่แม่ผมท่านเป็นคนไม่เชื่อคนง่ายครับ เราสองคนพิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นว่า เราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เราพากันเรียนจนจบ ม 3 และพ่อแม่ผมก็ยอมรับเธอ
เราสองคนแยกย้ายกันเรียนครับ ผมเข้าเรียน วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ส่วนเธอเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ผมต้องไปอาศัยอยู่หอพักเนื่องจากบ้านและวิทยาลัยของผมห่างประมาณ 60 กิโลเมตร
ผมใช้เวลาทุกวันหยุดกลับมาหาเธอ เราคบกันอย่างมีความสุขครับ จนผมจบ ปวช3 เธอจบ ม.6 3ปีที่คบกันมีทะเลาะกันบ้างแต่ผมไม่เคยพูดจาหยาบคายและไม่เคยทำร้ายเธอ ทำให้เรายังคบกันไปเรื่อยๆ
หลังจากจบ ปวช ผมสอบได้ทุนการศึกษา ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเรียนวิทยาลัยที่เดิมแต่ต้องไปฝึกงาน กรุงเทพ ทุกๆเทอมที่2 ของการศึกษา
เธอสอบได้มหาลัยในตัวเมืองครับ เราห่างกันอีกประมาณ 40กิโล ชีวิตรักของเราปกติครับ จนกระทั้ง
วันที่เธอเข้าเรียนมหาลัยเธอเริ่มเปลี่ยนไป ทะเลาะกันบ่อยขึ้น ผมพยายามไปหาเธออยู่บ่อยครั้ง และทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
มีอยู่ครึ่งหนึ่ง เราทะเลาะกันผ่านโทรศัพย์ เธอบอกว่าผมติดเพื่อนและสนใจเธอน้อยลง ด้วยความโมโหผมเผลอตะคอกไส่เธอและนั้นคือความผิดพลาดของผมอย่างร้ายแรง
เธอเงียบอยู่ชั่วครู่และขอวางสาย!! ผมพยายามง้อเธอโดยการไปหาเธอในวันหยุด พาเธอไปดูหนัง นั่งทานข้าวริมทะเล เธอทำตัวปกติมากครับ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คืนนั้นผมขอเธอนอนพักที่ห้องเนื่องจากเราไปดูหนังกลับมาดึกมากและผมไม่อยากกลับเนื่องจากที่พักเธอและที่พักผมห่างกันประมาณ 40 กิโล เธอบอกกับผมว่า จะมีเพื่อนผู้ชาย มาพักด้วย(เป็นเพื่อนของรูมเมทเธอครับ)
งั้นเราไปนอนที่อื่นกันให้เพื่อนอยู่กับเพื่อน ผมพูดกับเธอ
เธอบอกว่า เอางี้กลับไปก่อน แล้วเค้าจะไปนอนบ้านพี่สาวเพื่อนและให้ ผู้ชายนอนหอเธอคนเดียว
ผมตกลงครับผมกลับมาหอพักถึงประมาณ 3 ทุ่ม และได้โทรติดต่อเธอ เธอไม่รับสาย ตัดสาย และเมื่อรับก็มีอารมหงุดหงิด โดยไม่ทราบสาเหตุ ผมเลยสงสัยขับรถกลับไปหาเธออีกในคืนนั้นเธอบอกว่านอนอยู่บ้านพี่สาวของรูมเมท แต่ใต้หอยังมีมอเตอร์ไซค์เธอจอดอยู่ครับ
ผมพยายามขึ้นไปบนหอและยืนฟังอยู่หน้าห้อง มีเสียงผู้ชาย และผู้หญิงสองคน
ยืนฟังอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจเคาะประตูหลังจากนั้นเสียงก็เงียบลงราวกลับไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น
ผมพยายามเรียกและขู่จะโทรบอกแม่เธอว่ามีผู้ชายอยู่ในห้อง เธอเลยยอมเปิดประตูให้ครับ
ภาพที่ผมเห็นเป็นอย่างที่คิดครับ ชายคนนั้นอยู่ในห้องเธอและเพื่อน
(ผมเคยเห็นผู้ชายคนนี้พยายามจีบเธอหลายครั้งและเพื่อนของเธอก็พยายามติดต่อให้และทราบมาว่าเธอแอบคุยกันบ่อยช่วงเราทะเลาะกัน)
ไช่ครับผมหงุดหงิดมาก และพยายามพาเธอมาคุยนอกห้อง ผมกระชากเธอออกจากห้องโดยตลอดเวลาคบกันผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เราคุยกันและเธอยอมรับว่าเธอแอบคุยกับ ผช คนนั้น
ผมเลยพาเธอขึ้นไปคุยบนห้อง มีผม เธอ รูมเมท และ ผช คนนั้น ผมตัดสินใจให้เธอเลือก เพราะคิดว่าเธอคงเลือกผม และสิ่งที่ผมคิดใว้มันไม่เป็นไปตามนั้นครับ เธอเลือกเขาต่อหน้าผม ความรู้สึกตอนนั้นมันอธิบายไม่ถูก ผมน้อมรับและเดินออกมาก่อนจะกอดเธอและจากกันด้วยดี
การจากเป็นของผม ความรู้สึกของคนที่คบมา3-4ปี กับคนที่มาทีหลัง และเธอเลือกเขา มันสุดจะบรรยายครับ ผมทรมานมาก และพยายามง้อเธอ แต่สุดท้ายเราก็จากกันด้วยดีครับ
เธอให้เหตุผลว่า ผมไม่เคยตะคอกเธอไม่เคยรุนแรงกับเธอ และวันนั้นที่ผมทำ ผมคงไม่ไหวแล้วจริงๆ ซึ่งเธอก็บอกว่าเธอผิดเองที่ทำแบบนี้และขอให้ผมเจอคนที่ดีกว่า
เราห่างกันไปสักพัก ซึ่งเราก็ยังติดต่อกันครับไปมาหาสู่ในฐานะคนเคยรู้จัก และเธอพยายามขอคืนดี และกลับมาคบกับผม ซึ่งผมก็บอกว่าให้เธอไปเลิกกับเขามาก่อน อารมตอนนั้นคือถ้าเธอไม่ชัดเจนไม่เลิกกับ ผช คนนั้น ผมก็จะไม่กลับไปคบครับ
เราใช้สถานะนี้ติดต่อกัน เธอก็พยายามกับมาคบกับผมให้ได้ จนวันนั้นก็มาถึงครับ
ผมตื่นเช้ามาพร้อมเสียงโทรศัพย์จากน้องสาวของเธอ เธอเสียชีวิตครับ จากอุบัติเหตุรถชนไหล่ทางเมื่อคืนที่ผ่านมา
น้ำตาลูกผู้ชายไหลโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกายอ่อนแรงแทบยืนไม่ไหว ความรู้สึกกับการเสียคนคนนึงไปมันช่างโหดร้ายมากสำหรับผม ถึงแม้เราจะเลิกกันไปแล้ว แต่เรายังติดต่อกันและไปมาหาสู่กันตลอด ภาพสุดท้ายที่ผมเจอเธอยังจำได้ชัดเจน เธอโบกมือให้ผมและผมก็ยิ้มกลับให้เธอ โดยผมไม่คิดว่า วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกัน
เป็นการจากลาที่ผู้ชายคนหนึ่งไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีเวลาตั้งตัว ไม่มีสัญญาณเตือน แลไม่มีทางแก้ไขหรือหวนกลับมา
จนวันนี้ จะ 2 ปีแล้วครับ ผมยังคิดถึงเธอถึงแม้อาจจะมีใครเข้ามาในชีวิตผมบ้าง แต่ผมยังรู้สึกว่าเธอยังอยู่กับผม ทุกสถานที่ ที่เราเคยไปด้วยกัน ทุกเมนูที่เธอชอบ ทุกเพลงที่เคยมอบให้กัน มันยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำไม่เคยจางหาย
รูปคู่ใบแรกที่เราถ่ายด้วยกันมันยังอยู่ที่เดิมและจะรักษามันอย่างดี
แหวนคู่วงแรกของเราฉันยังไส่มันใว้ที่เดิมไม่เคยถอด
เสื้อคู่ของเราก็ยังอยู่ที่เดิมและจะรักษามันอย่างดี
แต่ถึงแม้วันนั้นผมไม่อาจดูแลเธอได้และสุญเสียสิ่งที่ผมรักไป ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปครับ ผมเปิดใจที่จะเริ่มต้นไหม่ และเก็บทุกเรื่องราวเป็นความทรงจำดีๆ ใว้คอยย้ำเตือนผมเสมอว่า '' รักกันเมื่อยังหายใจ''
ขอเป็นกำลังใจให้คนที่สูญเสียคนที่คุณรักไม่ว่าจะสถานะใดก็ตาม
สุดท้ายนี้อยากให้คนที่ยังมีคนที่คุณรัก หันไปหา บอกรักเขาทุกวัน เพราะเราไม่รุ้เลยว่าวันสุดท้ายของกันและกันจะเป็นวันไหน
เพราะว่า ''ครั้งสุดท้าย มักไม่มีสัญญาณเตือน''
นี่แหละครับการจากลาจากชีวิตจริงของผม
แล้วคุณหละครับหากเลือกได้ คุณจะเลือก จากเป็น หรือ จากตาย
''กระดาษขาว''