ขอความเห็น คำแนะนำในมุมมองของคนเป็นพ่อแม่หน่อยค่ะ ว่าแบบไหนที่เรียกว่า"เถียง"

เรามักจะทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยๆตั้งแต่เด็ก ตอนอยู่บ้านเราจะเป็นคนเงียบ ๆ หน้าตาดูเครียดๆ หงุดหงิดง่าย
ไม่สุงสิงกับใคร ไม่แสดงความเห็น ดูเหมือนไม่คิดอะไร ไม่ยินดียินร้ายกับใคร และเราโดนส่งไปอยู่หอตั้งแต่มัธยมต้น เราต้องดูแลตัวเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเอง อยู่เอง เมื่อก่อนเราคิดว่าเราเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเราค่อนข้างเก็บกด เก็บความรู้สึก เก็บไปคิดคนเดียวบ่อยๆ และมักจะร้องไห้ง่ายๆกับเรื่องครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นตอนอบรมธรรมะที่จัดเป็นประจำของโรงเรียน หรือเรื่องเพื่อน ละคร หนังต่างๆ บางครั้งนั่งคิดแล้วก็ร้องไห้คนเดียว เราเป็นคนรับรู้ถึงความรู้สึกคนอื่นได้ เรารู้ว่าคนรอบข้างคิดว่าอะไร ถ้าเราทำแล้วเขาจะเสียใจเราก็จะไม่ทำ เราเป็นพี่คนโต มีน้องสองคนที่จะอยากได้นู้นนี่เราก็จะเลี่ยงเป็นตอบว่าอะไรก็ได้ พอเขาแย่งตำแหน่งที่นอนเราก็จะตอบว่านอนตรงไหนก็ได้ เราไม่อยากไปแย่งอะไรเลยจะยอมได้หมดซะเกือบหมด และเมื่อเราได้ไปอยู่หอสักพัก พอเรากลับบ้านแล้วทะเลาะกับพ่อ เราก็จะรู้สึกอยากกลับหอ เราจะหนีเพราะเราไม่อยากทะเลาะ เพราะคำพูดเค้าทำเราเสียใจมาก และเรารู้ว่าเค้าแค่โกรธ แต่มันก็แรงเกินไปสำหรับเรา สิ่งที่พ่อพูดประจำคือเราชอบเถียง คำพูดที่มันฝังใจเราคือพ่อเคยไล่เราออกจากบ้านเพราะพ่อรู้ว่าเราไม่ไป ตอนนั้นเราอยู่ชั้นประถม พ่อเคยว่าเราเป็นเด็กขี้อิจฉาเพราะเราน้อยใจน้องและไม่พอใจถ้าได้ไม่เท่าเทียมหรือน้องมาเอาของของเราตอนเด็กๆ และที่ราไม่เคยลืมคือพ่อบอก ที่พ่อให้เราเพราะเห็นว่าเราเป็นลูก พ่อก็จะให้ตามที่พ่อควรให้ คำคำนี้ทำเรานอนร้องไห้อยู่5 6ปี ตอนอยู่มัธยม เพราะคิดทุกครั้งก็ร้องตลอด ความรู้สึกที่เรารับรู้คือถ้าเราไม่ใช่ลูก เค้าคงจะไม่ใยดีใดใดทั้งสิ้น นั่นคือเรื่องตอนประถม และหลังจากนั้นพอเราโตขึ้นเรามีเพื่อนที่สนิท เรามีความสุขมาก เราได้รู้ว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนรักความสนุกสนาน มีเพื่อนมากมาย คุยเก่ง เฮฮา เสียงดัง เป็นคนตรงๆ ชอบเครียปัญหา ปรับความเข้าใจซึ่งๆหน้ากับเพื่อนเพื่อรักษามิตรภาพตลอด เพื่อนเราก็จะเป็นคนที่เฮฮา รักเพื่อน ชอบนัดกินเที่ยวแต่การเรียนก็ไม่ทิ้ง แต่เราไม่ใช่คนที่ขยันหัวชนฝา ผลการเรียนจะอยู่กลางๆค่อนไปทางดี โดนที่เรามีความสุขกับชีวิตแบบนี้ เรามีแต่ความรู้สึกว่าอยากอยู่ด้วยตัวเอง ไม่อยากขอความช่วยเหลือจากที่บ้านอาจจะเพราะพอทะเลาะเราจะรู้สึกว่าเรามีศักศรีของเรานิดนึง เราติดเพื่อนมากและยิ่งเหินห่างกับครอบครัวมากขึ้น เราไม่เคยขออะไรแต่ถ้าเขาให้เราก็ไม่ได้ปฏิเสธ เราจะเลี่ยงที่จะอยู่กับครอบครัว เราไม่ชอบการอยู่บ้านนานๆเพราะอยู่นานก็จะต้องทะเลาะกับพ่อแล้วพาลทำอารมณ์ไม่ดีกันไปหมด จนที่บ้านเริ่มพูดว่าเราไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่เคยอยู่บ้านนานๆ พอมีอะไรเขาเลยไม่ค่อยชวน ไม่บอก แต่พอเขามหาลัย เราโดนแยกกับเพื่อน เราเริ่มกลับมารู้ตัวว่าเพื่อนโตไปก็ต้องแยกเดินตามทางตัวเอง แต่ครอบครัวเขาไม่เคยไปไหนเขาคอยซับพอทเราทุกเรื่องเราเลยกลับมามีมุมอารมณ์ดี พูดคุยกับที่บ้านมากขึ้น แต่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าทำไมเราถึงเป็นคนสองบุคคลิก ที่อยู่กับที่บ้านจะเป็นอีกแบบอยู่กับเพื่อนจะเป็นอีกแบบเคยคิดว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวเราเองจนตอนนี้เราเรียนจบมหาวิทยาลัย เราก็ไม่เอาความทรงจำที่เป็นเหมือนฝันร้ายมาตอกย้ำเราตั้งแต่ขึ้นมหาลัยแล้ว เพราะเรามีอะไรให้คิดให้ทำให้รับผิดชอบมากขึ้น จริงๆยังทะเลาะอยู่เรื่อยๆ แต่เราเลือกที่จะไม่เก็บมาคิด เลยทำให้ลืมเรื่องราวอื่นๆไปเพราะไม่ได้พีคจนจำฝังใจ แต่เราก็รู้ว่าเรายังไม่โตพอที่จะไปเทียบกับผู้ใหญ่ได้ เรายังมีความเป็นเด็กที่ยังไม่เอาไหนในบางครั้งบางเรื่อง เราชอบมองตัวเองและพยายามปรับปรุงข้อด้อยเสมอ แต่เราอาจจะอ่อนไหวกับคำพูดคนที่มันทำร้ายจิตใจเกินไปอยู่สักหน่อย ล่าสุดเราเพิ่งทะเลาะกับพ่อ อีกครั้งและมันทำให้เกิดคำถามมากมายที่เราไม่สามารถถามเพื่อนออกไปได้ เรารู้สึกไม่มีใครให้พูดได้ นอกจากตัวเอง ถ้าเราเอาไปพูดลงโซเชี่ยลที่เล่นประจำก็กลายเป็นเอาปัญหาส่วนตัวมาเล่าอีก เล่าเพื่อน เพื่อนที่เคยสนิทรับฟังสมัยก่อนก็ห่างไปแล้ว เพื่อนใกล้ตัวก็จะเป็นสไตล์รับฟังแต่ให้คำแนะนำไม่ได้หรือให้คำแนะนำไม่ถูก แต่หากมาถามในนี้อาจมีคนแนะนำได้อีกทั้งยังช่วยแก้ข้อสงสัยให้กับคนอื่นที่อาจมีปัญหาเดียวกันกับเราด้วยก็เป็นได้ค่ะ
ปล.เรารู้ค่ะว่าพ่อเขาก็รักเราแหล่ะ(ใช่มั้ยคะ?) พ่อก็ช่วยเราเยอะในเรื่องอื่นๆ พ่อเป็นคนเก่งที่เราชื่นชมว่าเราอยากเป็นอย่างพ่อ อยากเก่งอย่างพ่อ มันเลยทำให้เรายิ่งเจ็บค่ะ ... และเรารู้ว่าพ่อเป็นคนใจร้อน พูดไม่ค่อยคิด และไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นส่งผลทางที่ไม่ดีด้วยในอีกแง่นึงหรือเชื่อมั่นในความคิดและการกระทำตัวเองสูงนั่นแหล่ะค่ะ ซึ่งเราว่าเราก็มีส่วนคล้ายพ่อหลายอย่างค่ะ
เอาล่ะค่ะ อาจจะเกริ่นข้อมูลเบื้องต้นงงๆเพราะเล่าไปก็รู้สึกตกหลงเลยกลับไปเสริม เลยอาจจะอ่านขัดๆไปบ้างค่ะ ยังไงก็ขออภัยค่ะ
คำถามที่ว่าก็คือ...
ทำไมผู้ใหญ่ไม่ชอบให้เด็กแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก ความคิด ของตัวเองหรอคะ ?
ผู้ใหญ่ไม่ชอบให้คนที่เด็กกว่าบอกเขาหรอคะว่าตัวเขาเองทำอะไรลงไป เช่น หากคุณอารมณ์เสียใส่คำพูดที่พูดกับลูก แล้วลูกบอกว่ามาอารมณ์เสียใส่ลูกทำไม หรือพูดประมาณว่า จะว่ากันทำไม แค่บอกก็เข้าใจแล้ว ประโยคประมาณนี้ คุณพ่อคุณแม่คิดว่ามันหยาบคายรึป่าวคะ ?
คิอเราได้ทำบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดเป็นเรื่องเล็กๆภายในบ้านค่ะ คือพ่อบอกให้ไปทำ เราก็ทำ แต่เราทำผิดวิธทำให้พ่อเรียกมาสอนแล้วเกิดมีปปากเสียงกันหลังจากนั้น คือพ่อชอบบอกว่า "เนี้ยก็ลูกชอบเถียง" แต่เราบอกว่า"เราไม่ได้เถียง แต่กำลังบอกว่าแค่พูดดีดีก็ได้" คือจะบ่นๆด่าๆไปให้ได้อะไรในเมื่อเราทำผิดพลาดโดนที่เราไม่รู้เราก็ยอมรับว่าไม่รู้ ส่วนเขาจะสอนแล้วตำหนิต่อว่า ว่าเนี้ยเห็นมั้ย ทำแบบนี้มันยุ่งยาก ใครเขาทำกันแบบนี้เนี้ยแก้ยากรู้มั้ย บลาๆ เราก็บอกว่า"แล้วจะว่ากันทำไม ทำผิดไปแล้วก็แค่แก้ไข สอนครั้งเดียวก็รู้แล้วว่ารอบหน้าต้องทำยังไง" แต่เขาก็บอกว่า "เนี้ยเรากำลังเถียง" !!? พอเราบอกว่าไม่ได้เถียงเขาก็บอกว่าเราเป็นลูกมีสิทธิอะไรมาด่าพ่อแม่ มีสิทธิอะไรมาสั่งพ่อแม่ (เค้าคงคิดว่าสั่งเรื่องให้หยุดพูดหยุดด่าประมาณนั้น) เราก็บอกว่าเรายังไม่ได้ด่าอะไรเลยไม่ได้สั่งด้วย เค้าก็ไม่ยอมโต้เถียงกันเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนเค้าก็บอกว่าเนี้ยก็เพราะลูกนิสัยไม่ดีแบบนี้เลยต้องสอน เพราะว่าลูกเป็นเด็กนิสัยไม่ดี ลูกบ้านอื่นเขาไม่เถียงพ่อแม่แบบเรา ลูกบ้านอื่นเขาแค่ฟังแล้วก็เงียบไว้ แต่เราไม่ใช่คนที่ยอมให้คนอื่นเข้าใจเจตนาเราผิด และเรามั่นใจว่าหลายๆคนก็เป็นแบบเรา แต่อาจจะจริงที่ส่วนใหญ่ลูกอาจจะเงียบ แต่เราคิดว่าเราไม่ผิดทำไมต้องยอมรับเหมือนเราผิดด้วย เราแค่บอกเฉยๆ ทำไมเขาไม่เคยฟังไม่เคยเข้าใจ และสุดท้ายเค้าบอกว่า นิสัยแบบนี้ใครสั่งใครสอนมาห้ะอยากรู้จริงๆ ... ถ้าเราไม่ใช่ลูกเค้า เค้าคงอยากพูดว่า เราพ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือไม่มีใครอบรมสั่งสอนนั่นล่ะ
# ที่เรามาเล่าในนี้ อย่างนึงเพราะเราหาทางออก ให้ตัวเองไม่ได้อยากรู้ว่าเราทำผิดขนาดนั้นเลยหรอ?
ลูกบ้านอื่นเป็นอย่างเราบ้างมั้ยหรือว่าเราแย่มากจริงๆ (อยากรู้ความจริงค่ะเรารับได้) ?
นิยามคำว่าเถียงที่พ่อแม่ชอบว่าว่าลูกเถียง ดูจากอะไรคะ ทำไมเราอธิบายตัวเองก็กลายเป็นเถียงไปซะหมด หรือต้องเงียบอย่างเดียวที่ลูกนิสัยดีเขาทำกัน ?

เราเคยคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเราคงเป็นลูกที่ทำอะไรก็ไม่ดีในสายตาพ่อแม่ หรือดีแล้วแต่ก็ไม่ดีพอให้เขาเห็น เขาไม่เคยชมเราเลยตั้งแต่โตมา ที่จำได้ก็มีชมบ้างตอนเด็กๆ แต่เริ่มโตก็ไม่ชมอะไรเราเลย เราว่าเรารักพ่อแม่และน้องๆนะ แต่ก็รู้สึกไร้ค่าในขณะเดียวกัน
ขอบคุณนะคะที่รับฟัง อาจจะเล่างงบ้าง อาจอ่านยาก อาจพิมพ์ผิดบ้างพอดีดึกแล้ว ง่วงๆ แต่ความคิดมันยังคงวนเวียนเต็มไปด้วยความอึดอัดและคำถามจนไม่อยากนอนกับพิมพ์ในโทรศัพท์ด้วย ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณที่อย่างน้อยก็ช่วยรับฟังค่ะ 😔
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่