ตามหัวข้อเลยเนอะ เห็นมีข่าวเรื่องรับน้องเกือบทุกปีในเดือนที่กำลังจะเปิดมหาลัยแบบนี
ก่อนจะพูดเข้าประเด็น เรามารู้ความหมายง่ายๆก่อน
จากความหมายที่รู้กันทั่วไป กิจกรรมนี้สร้างขึ้นเพื่อทำให้นักศึกษาที่เข้าใหม่ได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ของสถานศึกษานั้น และเรียนรู้วิธีการประพฤติปฏิบัติตัวในสังคมสถานศึกษานั้นอย่างถูกระเบียบ
แต่..นั่นมันแค่อดีตหรือป่าว? ทุกวันนี้กิจกรรมนี้สร้างไปแบบผิดเพี้ยนจากเดิมเกินไปมั้ย? มันเป็นการสร้างความคุ้นเคยระหว่างรุ่นพี่ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มาต่างถิ่นไม่ใช่หรอ?
ทำไมถึงมีการทำโทษ การบังคับอยู่ละ?
เข้าเรื่องเลยเนอะ.. มหาลัยที่รับน้องแบบบังคับ
(ไม่ได้หมายถึงทุกมหาลัยนะ หมายถึงกลุ่มรุ่นพี่ที่รับน้องเกินเหตุ)
พวกที่เรียกตัวเองว่ารุ่นพี่เนี่ย ขอถามหน่อยนะ<br>
การรับน้องต้องแหกปากใส่น้อง ทำโทษน้อง สั่งน้อง หรอ?
คุณจะมาบอกว่าทุกคนเต็มใจ แน่นอนสิ ก็พวกคุณบังคับเขาหนิ ถ้าเขาไม่มา พวกคุณก็มองเขาเป็นตัวแปลกของสาขา/คณะคุณ คุณก็จะคิดว่าเขาไม่เคารพคุณ แข็งข้อต่อรุ่นพี่?
อยากรู้จริงๆ ว่าวันรับน้อง.. มันเป็นวันที่ทำความรู้จักกับรุ่นน้อง หรือ!! เป็นแค่วันที่รู่นพี่ต้องการประกาศ ว่า ตตนเป็นรุ่นพี่ ทุกคนต้องเกรงใจ ต้องเคารพ ต้องเชื่อฟังทุกอย่างที่รุ่นพี่สั่ง ต้องไม่ข้ามรุ่น
เอาจริงๆนะ คุณมารับน้องนี่เพราะคุณอยากทำ อยากแกลเง อยากมีอำนาจ อยากให้คนเคารพ จากการบังคับแค่นี้หรอ?
หรือเพราะ กิจกรรมนี้มีมารุ่นต่อรุ่น ปีที่แล้วคุณโดนรับน้องมาแบบนี้ ปีนี้เลยอยากเอาคืนบ้าง ...คุณก็ไม่ได้แก่กว่ารุ่นน้องเท่าไหร่นะ ส่วนใหญ่เห็นมีแต่ปี2(ส่วนใหญ่นะ)ที่เป็นคนรับน้อง ซึ่ง!! แก่กว่าปีเดียว(บางคนห่างแค่7-8เดือน แค่เกิดคนละปี) ห่างกันแค่นี้จะให้รุ่นน้องเคารพขนาดไหนเชียว
บางรุ่นพี่บอกว่า การเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่มาเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว แต่ก็ต้องมีทำกิจกรรมด้วย เพื่อสานสัมพันธ์กับคนในมหาลัย ใช่! แต่บางทีกิจกรรมที่จะให้ทำ มันก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป
ไม่มีกิจกรรมรับน้อง ก็เห็นเรียนจบกันได้
ถ้าจะบอกว่า แค่นี้รับไม่ได้แล้วจะเรียนได้ยังไง?
รุ่นพี่เคยผ่านมาหมดแล้วแค่นี้ทำไมน้องทำไม่ได้หล่ะ?
..ก็ไม่เห็นจะต้องทำตามรุ่นพี่หนิ แล้วกิจกรรมพวกนี้ไม่ได้มาวัดอะไรเลยว่าอนาคตจะเรียนจบไม่จบ มีหรอ สอบอยู่แล้วทำข้อสอบไม่ได้ ร้องเพลงบูม ลุกนั่ง เอาโคลนมาทาหน้า แล้วทำข้อสอบได้ ? ถ้ารุ่นน้องเกิดเป็นอะำรขึ้นมา รุ่นพี่สามารถรับผิดชอบไหวมั้ย?
ท้ายนี้ ไม่ได้แค่จะมาบ่นอย่างเดียว แต่ก็มีวิธีแก้มาเสนอแนะต่อรุ่นพี่ทุกสาขาคณะ ว่า ทุกคนที่เข้ามหาลัยล้วนโต มีวุฒิภาวะมากพอที่จะดูแลตัวเองได้ พอที่จะเลือกหรือตัดสินอะไรๆให้ชีวิตตัวเองได้
บางทีกิจกรรมรับน้องควรจะถามความสมัครใจของรุ่นน้องด้วย ว่าอยากมาร่วมมั้ย แค่นั้นเอง
รุ่นพี่บางกลุ่ม จะรู้มั้ย ว่ากว่าจะเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยได้ ต้องผ่านเรื่องแย่ๆ กดดัน ลุ้น ตื่นเต้น เสียใจ มามากมาย
คุณผ่านมาก่อนคุณน่าจะรู้ ที่พยายามเข้ามหาวิทยาลัยแต่กลับมาเจอการรับน้องที่แย่เกินไป
***ขอโทษมา ณ ที่นี้ หากไปพาดพิงถึงคณะ หรือมหาวิทยาลัย ด้วย ทางเราพูดถึงแค่ภาพรวม ไม่ได้จะต่อต้านกิจกรรมรับน้อง ที่ดีๆทั้งสิ้น แค่ต้องการให้คำว่า รับน้องยังเป็นสิ่งที่น่าจดจำ เป็นสิ่งที่สร้างความอบอุ่น ต่อรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะ สาขานั้นๆและอยู่ในความทรงจำที่ดีของน้องๆที่เข้ามาในรั้วมหาลัย
ขอบคุณ
การรับน้องให้ผลหรือผลเสียมากกว่ากัน
ก่อนจะพูดเข้าประเด็น เรามารู้ความหมายง่ายๆก่อน
จากความหมายที่รู้กันทั่วไป กิจกรรมนี้สร้างขึ้นเพื่อทำให้นักศึกษาที่เข้าใหม่ได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ของสถานศึกษานั้น และเรียนรู้วิธีการประพฤติปฏิบัติตัวในสังคมสถานศึกษานั้นอย่างถูกระเบียบ
แต่..นั่นมันแค่อดีตหรือป่าว? ทุกวันนี้กิจกรรมนี้สร้างไปแบบผิดเพี้ยนจากเดิมเกินไปมั้ย? มันเป็นการสร้างความคุ้นเคยระหว่างรุ่นพี่ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มาต่างถิ่นไม่ใช่หรอ?
ทำไมถึงมีการทำโทษ การบังคับอยู่ละ?
เข้าเรื่องเลยเนอะ.. มหาลัยที่รับน้องแบบบังคับ
(ไม่ได้หมายถึงทุกมหาลัยนะ หมายถึงกลุ่มรุ่นพี่ที่รับน้องเกินเหตุ)
พวกที่เรียกตัวเองว่ารุ่นพี่เนี่ย ขอถามหน่อยนะ<br>
การรับน้องต้องแหกปากใส่น้อง ทำโทษน้อง สั่งน้อง หรอ?
คุณจะมาบอกว่าทุกคนเต็มใจ แน่นอนสิ ก็พวกคุณบังคับเขาหนิ ถ้าเขาไม่มา พวกคุณก็มองเขาเป็นตัวแปลกของสาขา/คณะคุณ คุณก็จะคิดว่าเขาไม่เคารพคุณ แข็งข้อต่อรุ่นพี่?
อยากรู้จริงๆ ว่าวันรับน้อง.. มันเป็นวันที่ทำความรู้จักกับรุ่นน้อง หรือ!! เป็นแค่วันที่รู่นพี่ต้องการประกาศ ว่า ตตนเป็นรุ่นพี่ ทุกคนต้องเกรงใจ ต้องเคารพ ต้องเชื่อฟังทุกอย่างที่รุ่นพี่สั่ง ต้องไม่ข้ามรุ่น
เอาจริงๆนะ คุณมารับน้องนี่เพราะคุณอยากทำ อยากแกลเง อยากมีอำนาจ อยากให้คนเคารพ จากการบังคับแค่นี้หรอ?
หรือเพราะ กิจกรรมนี้มีมารุ่นต่อรุ่น ปีที่แล้วคุณโดนรับน้องมาแบบนี้ ปีนี้เลยอยากเอาคืนบ้าง ...คุณก็ไม่ได้แก่กว่ารุ่นน้องเท่าไหร่นะ ส่วนใหญ่เห็นมีแต่ปี2(ส่วนใหญ่นะ)ที่เป็นคนรับน้อง ซึ่ง!! แก่กว่าปีเดียว(บางคนห่างแค่7-8เดือน แค่เกิดคนละปี) ห่างกันแค่นี้จะให้รุ่นน้องเคารพขนาดไหนเชียว
บางรุ่นพี่บอกว่า การเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่มาเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว แต่ก็ต้องมีทำกิจกรรมด้วย เพื่อสานสัมพันธ์กับคนในมหาลัย ใช่! แต่บางทีกิจกรรมที่จะให้ทำ มันก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป
ไม่มีกิจกรรมรับน้อง ก็เห็นเรียนจบกันได้
ถ้าจะบอกว่า แค่นี้รับไม่ได้แล้วจะเรียนได้ยังไง?
รุ่นพี่เคยผ่านมาหมดแล้วแค่นี้ทำไมน้องทำไม่ได้หล่ะ?
..ก็ไม่เห็นจะต้องทำตามรุ่นพี่หนิ แล้วกิจกรรมพวกนี้ไม่ได้มาวัดอะไรเลยว่าอนาคตจะเรียนจบไม่จบ มีหรอ สอบอยู่แล้วทำข้อสอบไม่ได้ ร้องเพลงบูม ลุกนั่ง เอาโคลนมาทาหน้า แล้วทำข้อสอบได้ ? ถ้ารุ่นน้องเกิดเป็นอะำรขึ้นมา รุ่นพี่สามารถรับผิดชอบไหวมั้ย?
ท้ายนี้ ไม่ได้แค่จะมาบ่นอย่างเดียว แต่ก็มีวิธีแก้มาเสนอแนะต่อรุ่นพี่ทุกสาขาคณะ ว่า ทุกคนที่เข้ามหาลัยล้วนโต มีวุฒิภาวะมากพอที่จะดูแลตัวเองได้ พอที่จะเลือกหรือตัดสินอะไรๆให้ชีวิตตัวเองได้
บางทีกิจกรรมรับน้องควรจะถามความสมัครใจของรุ่นน้องด้วย ว่าอยากมาร่วมมั้ย แค่นั้นเอง
รุ่นพี่บางกลุ่ม จะรู้มั้ย ว่ากว่าจะเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยได้ ต้องผ่านเรื่องแย่ๆ กดดัน ลุ้น ตื่นเต้น เสียใจ มามากมาย
คุณผ่านมาก่อนคุณน่าจะรู้ ที่พยายามเข้ามหาวิทยาลัยแต่กลับมาเจอการรับน้องที่แย่เกินไป
***ขอโทษมา ณ ที่นี้ หากไปพาดพิงถึงคณะ หรือมหาวิทยาลัย ด้วย ทางเราพูดถึงแค่ภาพรวม ไม่ได้จะต่อต้านกิจกรรมรับน้อง ที่ดีๆทั้งสิ้น แค่ต้องการให้คำว่า รับน้องยังเป็นสิ่งที่น่าจดจำ เป็นสิ่งที่สร้างความอบอุ่น ต่อรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะ สาขานั้นๆและอยู่ในความทรงจำที่ดีของน้องๆที่เข้ามาในรั้วมหาลัย
ขอบคุณ