ช่วยด้วยครับ โดนบีบให้เซ็นใบลาออกจากงานทั้งที่ตัวเองไม่ผิด ทำไงดี ?

เรื่องราวมันมีอยู่ว่า

เรื่องเกิดเมื่อวันศุกร์ ผมทำงานปกติทั้งวัน จนกระทั่งตอนเย็นกำลังจะกลับบ้าน ผู้ช่วย ผจก. เรียกเราไปคุยก่อนกลับบ้าน
ตอนแรกเราก็คิดว่าเรื่องงาน...

แต่กลับ......
ผู้ช่วย : พี่ขอถามตรงๆ นะค่ะ เรามีปัญหาอะไรในที่ทำงานหรือป่าว มีคนเขามาแจ้งว่าเราไป กรีดกระเป๋า กรีดนาฬืกา ซึ่งค่าความเสียหายของน้องเขาไม่ต่ำว่า 4,000 บาทขึ่น ซึ่งพี่ทราบเรื่องนี้นานแล้ว และน้องเขาก็ได้มีการมาปรึกษากับพี่เพื่อกาทางออกเรื่องนี้
เรางง ?? เราสงสัย ??

เรา : ผมป่าวนะ ผมจะทำไปทำไม ไม่ได้เกลียดน้อง ไม่ได้ว่าน้อง ตอนน้องเข้างานใหม่ๆ คนที่สอนงานคนที่ดูแลน้องมันก็ผมเนี่ยละครับ ผมจะทำไปทำไม

ผู้ช่วย : แต่น้องเขาตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วว่าคือเราที่อยู่ใกล้โต๊ะน้องและอยู่โต๊ะน้องตลอดและบ่อยครั้ง ซึ่งน้องได้มีการไปลงบันทึกประจำวันแล้วว่าโดนทำร้ายข้าวของทำให้เสียทรัพย์ พี่ต้องการทราบว่าเราทำไปทำไม ยอมรับผิดเถอะ จะได้ไม่มีปัญหา ถ้าเรายังยืนยันว่าเราบริสุทธิ์จนิง พี่ต้องส่งเราเข้าสู่กระบวนการคณะกรรมการให้สอบสวนและพักงานจนกว่าผลสอบสวนจะทราบผล ถ้าพิจารณาแล้วเห็นสมควรว่าพี่บริษัทก็ต้องไล่เราออก ซึ่งพี่ไม่อยากให้เราต้องโดนไล่ออก ยอมรับเถอะเราทำ แล้วทำไปทำไม ไม่พอใจอะไรน้องเขาหรือป่าว

ตอนนั้นเรางงมาก เรากลั้นอารมณ์!!!!
เรา : ผมไม่ได้ทำ พี่จะบอกให้ผมรับให้ผมยอมพูดว่าทำได้ไง มันไม่ยุติธรรมสำหรับผมเลย ไหนละหลักฐาน ไหนละข้อมูลบอกผมทำ ไหนละครับกล้องวงจรปิดที่ดูแล้วว่าผมเป็นคนทำขอดู!!!
(ตอนนั้นอารมณ์เราฉุดไม่อยู่แล้วกลั้นไม่ไหวแล้วตะคอกถามเขา น้ำตาเราก็ไหลร้องไห้ออกมา)

ผู้ช่วย : รอสักครู่ค่ะ. (โทรศัพท์ตามคน)
ผู้อำนวยการฝ่ายเดินเข้ามา 2 ท่าน

ผู้ช่วย : น้องเขายืนยันค่ะ ว่าไม่ได้ทำ

ผู้อำนวยการฝ่าย 1 : อื้มพี่ทราบเรื่องนี้แล้วหละ แต่ให้พี่ผู้ช่วยเป็นคนคุยกับเราจะดีที่สุด น้องยืนยันใช่ไหมว่าเราไม่ได้ทำ ถ้าไมาได้ทำแสดงว่าเรายินยอมที่จะโดนคณะกรรมการตั้งสอบสวนเราทั้งหมด ตั้งแต่ภาพวงจรปิด โดยจะตั้งกรรมการจากฝ่ายอื่นร่วมกับฝ่ายกฏหมายเข้ามาพิจารณาสอบสวนเรา ถ้าผลพี่สูตรออกมาแล้วเราผิดจริง เราจะโดนใส่ในประวัติว่าเป็นผู้ทุจริตและโดนคณะกรรมตั้งสอบสวน เสร็จแล้วบริษัทก็จะไล่เราออกทันทีหลังจบเรื่อง

ผู้อำนวยการฝ่าย 2 : เอางี่นะพี่คุยเอง .. น้อง(ผู้ช่วยฯ) ไปเอาไป ลาออกมา 1 ชุดป่ะ!

ผู้ช่วย : ค่ะ ... หายไปสักพักกลับมาพร้อมใบลาออกใส่ซอง

ผู้อำนวยการฝ่าย 2 : เอางี่พี่! ผมพูดเองดีกว่าในฐานะที่ผม และน้องไม่ได้ขึ้นตรงกัน พี่ขอพูดนะครับน้องเซ็นออกเถอะ ถ้าน้องไม่ได้ทำจรืง ก็ยอมจากไปอย่างสงบดีกว่าเนาะ หางานใหม่ทำ ประวัติเราก็จะขาวสะอาด พี่ยอมรับและกระรันตีว่า เรื่องจะจบในห้องนี่แค่พวกพี่ และ ธุรการฝ่ายอาคาร เอาเถอะนะเราเซ็นเถอะแล้วไปหางานใหม่ทำ พี่เขื่อว่าเราคิดได้นะอันไหนสำคัญอันไหนอนาคตเรา พี่ไม่อยากให้เราต้องเข้าคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งพี่ในฐานะ ผอ. ฝ่ายพี่ 2 คนคงยอมให้ฝ่ายเกิดปัญหา หรือมีเรื่องว่าฝ่ายถูกตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน เพราะพนักงานมีการทำร้ายทรัพย์สินของพนักงานด้วยกัน พี่คุยตรงๆ เลยละกันเราทำงานดีนะ พี่ๆ ในฝ่าย รวมถึงพี่ก็รักเรา แต่พี่จะไม่ยอมเรื่องนั้เด็ดขาด

!!!! ผมละผมนั่งจุกอกนั่งร้องไห้กัดปากกลั้นเสียงร้องไห้สะอื้นตลอดที่ฟังเขาพูด
เรา : ผมไม่ผิด ผมไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ ผมจะทำน้องมันไปทำไม ผมไม่ได้เกลียดน้องมันนิครับ หลักฐานอะไรผมไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง แต่พี่กลับจะให้ผมลาออก แล้วถ้าผมเข้าคณะกรรมการสอบสวนผมไม่ผิดละพี่ๆ จะทำไง ละครับ ผมบริสุทธิ์นะ!!!
(เราน้องไห้กลั้นน้ำตาอารมณ์ไม่อยู่แล้วเพราะเราไม่ได้ผิดเราไม่ได้ทำ ไม่ถามเราหน่อยหรอ)

ผู้ช่วย : ในฐานะที่พี่รับเราเข้ามา และเป็นหัวหน้างานโดยตรงของเราพี่ไม่รู้ว่าเราจะทำไปทำไมนะน้อง พี่ไม่ได้ปัดใจว่าเราทำ แต่พี่แค่อยากให้เรายอมรับว่าเราทำไปทำไม

เรา : ผมไม่ได้ทำ!!!! พี่ไม่เชื่อใจผมหรอ ผมเป็นน้องพี่น่ะ!!!!  (เราตะคอกเพราะกลั้นอารมณ์ไม่ไหวแล้วมันรู้สึกกดดันและเคว้งคว้างมากเพราะเหมือนเราโดน 3 คน รุมเราคนเดียว

ผู้อำนวยการฝ่าย 1 : ..... (เงียบ)

ผู้อำนวยการฝ่าย 2 : เอางี่นะน้องครับ พี่เวลาเราสัก 10-15 นาทีตัดสินใจว่าจะเขียนใบลาออกแล้วจากไปอย่างสงบและขาวสะอาดไม่มีประวัติเสีย หรือจะเอาสู่กระบวนการสอบสวนซึ่งพี่ขออธิบายได้เลยว่าคงจบไม่สวยแน่ๆ ถ้าเข้าสุ่กระบวนการดังกล้าวนั่น

เรา : ผมขอตัดสินใจก่อนครับ (สะอื้นร้องไห้)

ผู้อำนวยการฝ่าย 2 : เอานะน้องพี่มีเวลาไม่มากนะ ขอให้ตัดสินใจเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลยว่าเราจะจากไปอย่างสงบ หรือ จะสู่เพื่อแสดงว่าเราบริสุทธิ์ ซึ่งพี่บอกอีกครั้งว่ากรรมการที่จะสอบสวนนั้นไม่ใช่พี่ๆ แน่ๆ จะเป็นฝ่ายอื่นตรวจสอบและดูดกล้องวงจรปิด ร่วมกับฝ่ายกฏหมาย ถ้าน้องผิดจริงแล้วพิสูจ ลงความเห็นเราผิดเรา เราอาจจะโดนน้องที่ฟ้องร้อง เขาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทางเราก็จะไม่ขอมีส่วนร่วมรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิน และทางบริษัทจะทำเรื่องไล่เราออก เราก็จะเสียประวัติ เสียอนาคต เสียทุกๆ อย่าง เราไม่ต้องคิดมากพี่ ผู้ช่วยเขาช่วยเราเต็มที่แล้วหละ พี่ๆ ช่วยเราได้แค่นี้ยอมเซ็นเถอะ

เรา : ผมขอเวลาคิดหน่อยนะครับ !!!! (หยิบเอกสารที่เขาวาง เดินออกจากห้อง)
เราเดินเข้าห้องน้ำนั่งกรีดร้องไห้อย่างบ้าครั้ง นั่งกรี๊ดลั่นห้องน้ำจนตาแดง บวม ซึ่งขณะนั้น ผู้ช่วยโทรตามเราตลอดเวลาที่เราออกมา!!
เราออกจากห้องน้ำเจอ ผู้ช่วย!!

ผู้ช่วย : พี่ตามหาเรานึกว่าเราหายไปไหน

เรา : ผมจะเขียนใบลาออกให้พี่ๆเอง

ผู้ช่วย : ค่ะ

เราส่งใบลาออกและให้เขาตรวจสอบ เขาแจ้งว่าจะมีผลวันนั้นทันที และเราจะไม่โดนสอบสวนใดๆ เราจึงเดินมาเก็บของใช้ พี่ผู้ช่วยก็เดินมาคุมตลอด!!

เรา : พี่ไม่ต้องเฝ้าผมหรอกครับ ผมเป็นคนดีพอที่จะไม่มานั่งลบข้อมูลบริษัทที่ทำมาทั้งหมดทิ้ง

ผู้ช่วย : ค่ะพี่ทราบแต่พี่ต้องทำตามหน้าที่ของพี่เท่านั้น

ตอนนั้นเราเก็บของไป ร้องไห้ไปตลอด คนในแผนกเหลือบ้างไม่กี่คนเท่านั้น พอเราเก็บของเสร็จ เรามองพี่ผู้ช่วย เขาเป็นหัวหน้างานเรา เป็นคนรับเราเข้ามา แม้จะยืนส่งเราขับรถออกไปก็ไม่มี เพียงแค่เราเก็บของ และทุกอย่างที่ไม่ใช่ของเราจะไม่เอาไป ข้อมูลของบริษัทก็จะไม่ลบทิ้ง เรายืนรอฝนตกเบาลง แล้วหันไป อง อย่างนัอยใจเราก็อยากให้เขายืนส่งเราสัดนิดก็ยังดี นี้ไม่มีแม่แต่คำจากลา!!!

ผมอยากทราบว่า อย่างนี้ผมจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองได้ไหม ???
ใครจะข่วยเราได้บ้าง ???
แค่กล้องวงจรปิด หรือ หลักฐานที่น้องเขาฟ้องเราไม่ได้เห็นอะไรสักอย่าง ???
ตัวน้องคนฟ้องและสร้างประเด็นขึ้นพูดหรือเข้ามาด้วยเลยสักคำ !!!!!!! เลืกงานกับบ้านพร้อมผัวสบายใจ
แต่กูละ!!! ถูกคนตีหน้าว่าเลว !!! ทำร้าย!!! แล้วโดนเชิญออกจากงาน !!! กูมีแม่ที่ป่วยต้องดูแลนะ ไหนจะหนี้สินที่บ้าน ไม่เป็นกูพวกจะรู้ไหมว่ากุต้องเสียใจแค่ไหนถ้าต้องบอกพ่อ แม่ พี่ ตัวเองว่าโดนให้ออก เพียงเพราะเรื่องแค่นี้!!!!

ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ ช่วยผมด้วยเถอะ ผมร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาและกลายเป็นความแค้นแล้วครับ ที่ตัวเองไม่ได้ทำแต่กลับมีดมือชกแบบนี้!!!!
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่