
ก่อนอื่นต้องชมก่อนเลยว่าการตัดสินใจร่วมงานระหว่างโซนี่และมาเวลเป็นการตัดสินใจที่ถูกและเจ๋งมาก ถึงแม้ว่าสไปเดอร์แมนเพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใน Captain America Civil War แต่ที่มาของตัวละครในโลกสไปเดอร์แมนรวมถึงวัลเจอร์และอื่นๆมันมีอยู่มาตั้งนานแล้วในโลกเดียวกับอเวนเจอร์เพียงแต่เมื่อมาอยู่ในจอภาพยนตร์เดียวกัน มีการอ้างอิงที่มาถึงกัน ทำให้มันได้ feeling แบบฉบับ comic มากขึ้นไปอีกในแง่ cross over ของซุปเปอร์ฮีโร่ ต้องชมตรงนี้เพราะมาเวลมีเรื่องราวของตัวเองมาไม่รู้กี่ภาค กี่เรื่องแล้ว มันมีช่องมากพอที่จะใส่ตัวละครฝั่งสไปเดอร์แมนของโซนี่เข้าไปตรงไหนก็ได้อย่างลงตัว ฝั่งร้ายที่ดำเนินแผนการของตัวเองก็มีการหวาดระแวงหรือกลัวอเวนเจอร์ด้วย เป็นการขยายจักรวาลเรื่องราวของสไปเดอร์แมนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในฉบับเก่าๆ

ด้านการดำเนินเรื่องราวในหนังนั้นช่วงแรกจะแนะนำให้รู้จักกับชีวิตในวัยเรียนของปีเตอร์ พาร์คเกอร์มีมุขตลกสอดแทรกตลอดทางตามสไตล์ของมาเวลซึ่งมุขตลกพวกนั้นทำได้สนุก มีสีสันแต่ในใจแอบคิดว่าหนังเสนอเรื่องราวในตอนเรียนเยอะไปนิดนึงตัดสลับกับเรื่องราวของวัลเจอร์ซึ่งถ้าถามผมตั้งแต่เห็นวัลเจอร์เปิดตัว เรื่องราวของเขาน่าสนใจมากๆ ด้วยการออกแบบตัวละครที่ดูเจ๋ง เท่และพลังการแสดงของไมเคิล คีตัน ทำให้อยากรู้นักว่าเขากำลังทำอะไร จะเป็นยังไงต่อไปแต่หนังกลับไปเล่าเรื่องราวชีวิตของปีเตอร์เยอะไปนิดนึงในความคิดผม
สิ่งที่หนังนำเสนอนั้นยังมีความ Real หรือความเป็นจริงในชีวิตนั่นคือความยังเป็น"เด็ก"ของปีเตอร์ ถึงแม้ปีเตอร์จะมีพลังและความสามารถที่เก่ง สุดยอดแค่ไหนแต่ด้วยความเป็นเด็กก็คือเด็ก มีความอวดดี หยิ่งผยองขาดประสบการณ์ในการแก้ไขและรับมือปัญหาจริงๆ จุดนี้คือส่วนที่หนังได้นำโทนี่ สตาร์คเข้ามาช่วยแก้ไขปมนี้ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างลงตัวมาก อีกจุดหนึ่งที่อยากพูดถึงคือถึงแม้นี่จะเป็นหนังสไปเดอร์แมนแต่ผมก็รู้สึกว่าเป็นเหมือนหนังไอรอนแมน ไม่ใช่เพราะมีโทนี่ สตาร์คแต่เพราะชุดของสไปเดอร์แมนมันไม่ใช่แค่ชุดผ้าธรรมดาแล้ว มันเหมือนชุดไอรอนแมนที่มีระบบจัดการภายใน มี AI ตามที่เราเห็นในตัวอย่างหนังรวมถึงของวัลเจอร์ด้วยเลยทำให้รู้สึกได้ feeling เหมือนดูหนังไอรอนแมนที่พระเอกกับผู้ร้ายมีชุดเกราะสู้กัน

สำหรับสไปเดอร์แมนฉบับทอม ฮอลแลนด์นั้นอย่างที่บอกคือยังมีความเป็นเด็ก ขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ ซึ่งทอม ฮอลแลนด์ถ่ายทอดตรงนี้ออกมาได้ดีแต่ถ้าด้วยสไปเดอร์แมนวัยนี้ ผมชอบในฉบับของแอนดรู การ์ฟิลมากกว่าที่เน้นคาเรคเตอร์กวนๆมีโดดเด่นมากกว่า การยิงใยที่ดูมันส์กว่า มีฉากที่มีบทส่งให้เห็นความสามารถของสไปเดอร์แมนหลายๆอย่างที่เท่ สุดยอดกว่าโดยเฉพาะฉากที่มี Spider Sense ซึ่งในฉบับของทอม ฮอลแลนด์ไม่มีแต่สิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยความไฮเทคของชุดสไปเดอร์แมนแทนทำให้เราเห็นลูกเล่นต่างๆแบบชุดเกราะไอรอนแมนหรือการยิงใยที่หลากหลายให้เหมาะสมกับสถานะการณ์ต่างๆ ในภาคนี้ยังเป็นแค่การแนะนำให้รู้จักซึ่งในอนาคตหากใช้ได้คล่องแคล่วแล้วจะต้องมีฉากแอ็คชั่นที่น่าจดจำได้แน่ๆ
ไมเคิล คีตันผู้รับบทวัลเจอร์มีคาเรคเตอร์ที่น่าสนใจมากๆ การแสดงของคีตันดูมีเสห์น่ มีความร้ายลึก ด้านความสามารถตอนแรกคิดว่าแค่บินได้อย่างเดียวแต่ในหนังแสดงให้เห็นแล้วว่าทำได้มากกว่านั้น แต่หนังใช้ตัวละครวัลเจอร์ไม่คุ้มค่าตัว ยังรู้สึกว่าสไปเดอร์แมนกับวัลเจอร์ยังสู้กันได้ไม่สุด ด้วยพลังและความน่าสนใจของตัวละครทั้ง 2 มีมากอยู่แล้วน่าจะทำให้ตื่นเต้นและสนุกได้มากกว่านี้และในตอนจบก็รู้สึกว่าไม่ค่อยพีคสักเท่าไหร่ ธรรมดามาก
ส่วนโทนี่ สตาร์คและแฮปปี้ถึงแม้จะออกไม่เยอะไม่น้อยแต่ก็มีบทบาทสำคัญที่เข้ามาเติมสีสันได้ดี ถึงแม้นี่จะไม่ใช่หนังไอรอนแมนแต่เราก็ยังได้เห็นชุดเกราะใหม่ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้ใช้ในอเวนเจอร์ภาคต่อไปด้วยหรือไม่ ส่วนเหล่าเพื่อนๆของปีเตอร์ก็ช่วยสร้างสีสันให้หนังได้ดีเช่นกัน

Spider-Man: Homecoming เป็นการเล่าเรื่องราวสไปเดอร์แมนในโลกที่มีอเวนเจอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองไม่เหมือนสไปเดอร์แมนฉบับเก่า มาเวลเลือกที่จะเดินตามรอยเรื่องอื่นๆของตัวเองตรงที่มีจุดเริ่มต้นที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไปในภาคแรกของและให้ตัวละครจะเติบโตเรื่อยๆในภาคต่อๆไป ไม่ได้รีบหรือยัดเยียดแบบกระทันหันซึ่งอาจจะทำให้คนดูเห็นว่ามันไม่สมเหตุสมผลหรือขาดที่มาที่ไป จุดที่น่าเสียดายคือวัลเจอร์ที่ผมคิดว่ามันน่าจะได้มากกว่านี้ ทั้งๆที่เกริ่นมาน่าสนใจมากแล้วแท้ๆ ในใจลึกๆ ส่วนที่ลึกที่สุดในภาพรวมรู้สึกชอบตัวสไปเดอร์แมนฉบับแอนดรู การ์ฟิลมากกว่าแต่เพราะยังอยู่ในช่วงจุดเริ่มต้นของสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นนี้ต้องรอดูอนาคตตอนเลเวลเต็มแล้วค่อยว่ากันอีกที สำหรับแฟนๆที่ชอบสไปเดอร์แมนห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง สุดท้ายนี้หลายครั้งที่เห็นหน้ากากสไปเดอร์แมนชวนให้นึกถึงเดดพลูมากๆ
พล็อตเรื่อง 7.5/10
ดำเนินเรื่อง 7.5/10
ตัวละคร 7.5/10
สรุป 7.5/10
ฝาก page ด้วยนะครับ ถ้าชอบก็กด Like ติดตามกันนะครับ -
https://www.facebook.com/NangDMeReview/
[CR] [Review-No Spoil] Spider-Man: Homecoming สไปเดอร์แมน โฮมคัมมิ่ง
ก่อนอื่นต้องชมก่อนเลยว่าการตัดสินใจร่วมงานระหว่างโซนี่และมาเวลเป็นการตัดสินใจที่ถูกและเจ๋งมาก ถึงแม้ว่าสไปเดอร์แมนเพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใน Captain America Civil War แต่ที่มาของตัวละครในโลกสไปเดอร์แมนรวมถึงวัลเจอร์และอื่นๆมันมีอยู่มาตั้งนานแล้วในโลกเดียวกับอเวนเจอร์เพียงแต่เมื่อมาอยู่ในจอภาพยนตร์เดียวกัน มีการอ้างอิงที่มาถึงกัน ทำให้มันได้ feeling แบบฉบับ comic มากขึ้นไปอีกในแง่ cross over ของซุปเปอร์ฮีโร่ ต้องชมตรงนี้เพราะมาเวลมีเรื่องราวของตัวเองมาไม่รู้กี่ภาค กี่เรื่องแล้ว มันมีช่องมากพอที่จะใส่ตัวละครฝั่งสไปเดอร์แมนของโซนี่เข้าไปตรงไหนก็ได้อย่างลงตัว ฝั่งร้ายที่ดำเนินแผนการของตัวเองก็มีการหวาดระแวงหรือกลัวอเวนเจอร์ด้วย เป็นการขยายจักรวาลเรื่องราวของสไปเดอร์แมนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในฉบับเก่าๆ
ด้านการดำเนินเรื่องราวในหนังนั้นช่วงแรกจะแนะนำให้รู้จักกับชีวิตในวัยเรียนของปีเตอร์ พาร์คเกอร์มีมุขตลกสอดแทรกตลอดทางตามสไตล์ของมาเวลซึ่งมุขตลกพวกนั้นทำได้สนุก มีสีสันแต่ในใจแอบคิดว่าหนังเสนอเรื่องราวในตอนเรียนเยอะไปนิดนึงตัดสลับกับเรื่องราวของวัลเจอร์ซึ่งถ้าถามผมตั้งแต่เห็นวัลเจอร์เปิดตัว เรื่องราวของเขาน่าสนใจมากๆ ด้วยการออกแบบตัวละครที่ดูเจ๋ง เท่และพลังการแสดงของไมเคิล คีตัน ทำให้อยากรู้นักว่าเขากำลังทำอะไร จะเป็นยังไงต่อไปแต่หนังกลับไปเล่าเรื่องราวชีวิตของปีเตอร์เยอะไปนิดนึงในความคิดผม
สิ่งที่หนังนำเสนอนั้นยังมีความ Real หรือความเป็นจริงในชีวิตนั่นคือความยังเป็น"เด็ก"ของปีเตอร์ ถึงแม้ปีเตอร์จะมีพลังและความสามารถที่เก่ง สุดยอดแค่ไหนแต่ด้วยความเป็นเด็กก็คือเด็ก มีความอวดดี หยิ่งผยองขาดประสบการณ์ในการแก้ไขและรับมือปัญหาจริงๆ จุดนี้คือส่วนที่หนังได้นำโทนี่ สตาร์คเข้ามาช่วยแก้ไขปมนี้ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างลงตัวมาก อีกจุดหนึ่งที่อยากพูดถึงคือถึงแม้นี่จะเป็นหนังสไปเดอร์แมนแต่ผมก็รู้สึกว่าเป็นเหมือนหนังไอรอนแมน ไม่ใช่เพราะมีโทนี่ สตาร์คแต่เพราะชุดของสไปเดอร์แมนมันไม่ใช่แค่ชุดผ้าธรรมดาแล้ว มันเหมือนชุดไอรอนแมนที่มีระบบจัดการภายใน มี AI ตามที่เราเห็นในตัวอย่างหนังรวมถึงของวัลเจอร์ด้วยเลยทำให้รู้สึกได้ feeling เหมือนดูหนังไอรอนแมนที่พระเอกกับผู้ร้ายมีชุดเกราะสู้กัน
สำหรับสไปเดอร์แมนฉบับทอม ฮอลแลนด์นั้นอย่างที่บอกคือยังมีความเป็นเด็ก ขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ ซึ่งทอม ฮอลแลนด์ถ่ายทอดตรงนี้ออกมาได้ดีแต่ถ้าด้วยสไปเดอร์แมนวัยนี้ ผมชอบในฉบับของแอนดรู การ์ฟิลมากกว่าที่เน้นคาเรคเตอร์กวนๆมีโดดเด่นมากกว่า การยิงใยที่ดูมันส์กว่า มีฉากที่มีบทส่งให้เห็นความสามารถของสไปเดอร์แมนหลายๆอย่างที่เท่ สุดยอดกว่าโดยเฉพาะฉากที่มี Spider Sense ซึ่งในฉบับของทอม ฮอลแลนด์ไม่มีแต่สิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยความไฮเทคของชุดสไปเดอร์แมนแทนทำให้เราเห็นลูกเล่นต่างๆแบบชุดเกราะไอรอนแมนหรือการยิงใยที่หลากหลายให้เหมาะสมกับสถานะการณ์ต่างๆ ในภาคนี้ยังเป็นแค่การแนะนำให้รู้จักซึ่งในอนาคตหากใช้ได้คล่องแคล่วแล้วจะต้องมีฉากแอ็คชั่นที่น่าจดจำได้แน่ๆ
ไมเคิล คีตันผู้รับบทวัลเจอร์มีคาเรคเตอร์ที่น่าสนใจมากๆ การแสดงของคีตันดูมีเสห์น่ มีความร้ายลึก ด้านความสามารถตอนแรกคิดว่าแค่บินได้อย่างเดียวแต่ในหนังแสดงให้เห็นแล้วว่าทำได้มากกว่านั้น แต่หนังใช้ตัวละครวัลเจอร์ไม่คุ้มค่าตัว ยังรู้สึกว่าสไปเดอร์แมนกับวัลเจอร์ยังสู้กันได้ไม่สุด ด้วยพลังและความน่าสนใจของตัวละครทั้ง 2 มีมากอยู่แล้วน่าจะทำให้ตื่นเต้นและสนุกได้มากกว่านี้และในตอนจบก็รู้สึกว่าไม่ค่อยพีคสักเท่าไหร่ ธรรมดามาก
ส่วนโทนี่ สตาร์คและแฮปปี้ถึงแม้จะออกไม่เยอะไม่น้อยแต่ก็มีบทบาทสำคัญที่เข้ามาเติมสีสันได้ดี ถึงแม้นี่จะไม่ใช่หนังไอรอนแมนแต่เราก็ยังได้เห็นชุดเกราะใหม่ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้ใช้ในอเวนเจอร์ภาคต่อไปด้วยหรือไม่ ส่วนเหล่าเพื่อนๆของปีเตอร์ก็ช่วยสร้างสีสันให้หนังได้ดีเช่นกัน
Spider-Man: Homecoming เป็นการเล่าเรื่องราวสไปเดอร์แมนในโลกที่มีอเวนเจอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองไม่เหมือนสไปเดอร์แมนฉบับเก่า มาเวลเลือกที่จะเดินตามรอยเรื่องอื่นๆของตัวเองตรงที่มีจุดเริ่มต้นที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไปในภาคแรกของและให้ตัวละครจะเติบโตเรื่อยๆในภาคต่อๆไป ไม่ได้รีบหรือยัดเยียดแบบกระทันหันซึ่งอาจจะทำให้คนดูเห็นว่ามันไม่สมเหตุสมผลหรือขาดที่มาที่ไป จุดที่น่าเสียดายคือวัลเจอร์ที่ผมคิดว่ามันน่าจะได้มากกว่านี้ ทั้งๆที่เกริ่นมาน่าสนใจมากแล้วแท้ๆ ในใจลึกๆ ส่วนที่ลึกที่สุดในภาพรวมรู้สึกชอบตัวสไปเดอร์แมนฉบับแอนดรู การ์ฟิลมากกว่าแต่เพราะยังอยู่ในช่วงจุดเริ่มต้นของสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นนี้ต้องรอดูอนาคตตอนเลเวลเต็มแล้วค่อยว่ากันอีกที สำหรับแฟนๆที่ชอบสไปเดอร์แมนห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง สุดท้ายนี้หลายครั้งที่เห็นหน้ากากสไปเดอร์แมนชวนให้นึกถึงเดดพลูมากๆ
พล็อตเรื่อง 7.5/10
ดำเนินเรื่อง 7.5/10
ตัวละคร 7.5/10
สรุป 7.5/10
ฝาก page ด้วยนะครับ ถ้าชอบก็กด Like ติดตามกันนะครับ - https://www.facebook.com/NangDMeReview/