เรื่องย่อตามตัวอย่างหนัง :
หลังจากได้เข้าร่วมสู้กับทีม Avengers ใน Civil Wars ปีเตอร์เฝ้ารอให้มีคนเรียกตัวเขาไปทำ "ภารกิจ" ใหม่สักที แต่ไม่ว่าเค้าจะขอร้องสักกี่ครั้ง โทนี่ สตาร์ค ก็ยังมองว่าปีเตอร์ยังโตไม่พอที่จะเข้าร่วม Avengers เต็มตัว จนกระทั่งปีเตอร์ได้เจอกับกลุ่มผู้ร้ายที่ลักลอบเอาชิ้นส่วนจากต่างดาวมาดัดแปลงเป็นอาวุธและค้าขายมันอย่างผิดกฏหมาย ปีเตอร์รู้ทันทีว่านี่แหล่ะคือเวลาที่เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนให้เห็นว่าเขาโตพอที่จะเป็น "Spider-Man" ที่มีความรับผิดชอบและสามารถต่อสู้เหล่าร้ายได้อย่างแน่นอน
ความรู้สึกหลังจากได้ดูหนัง (มีสปอยส์นอกเหนือตัวอย่างบ้าง แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของหนัง) :
1. Reboot ใหม่มาเป็นครั้งที่สามแล้วสำหรับ Hero ตัวนี้... ครั้งนี้โชคดีที่หนังไม่เสียเวลาเล่าเรื่องชะตากรรมแสนเศร้าของลุงเบนอีกแล้ว แต่ตัดมาช่วงเวลาหลังจากที่เขากลายเป็น Spider-Man เลย ครั้งนี้ลดวัยของปีเตอร์ลงมาให้อยู่ในช่วง High School แทน เราจึงได้เรื่องราวของเด็กวัยรุ่นที่ต้องพยายามหาสมดุลระหว่างชีวิตในวัยเรียน กับชีวิต 'ส่วนตัว' ให้ได้
2. คาแรคเตอร์ของปีเตอร์ในภาคนี้สื่อถึงความรู้สึกของชีวิตวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่อเขารู้สึกว่า เขาโตพอที่จะสามารถช่วยเหลือ Avengers ได้แล้ว แต่ทุกคนยังมองว่าเขายังเป็นแค่เด็กอยู่ เมื่อเวลาผ่านไปเขาจึงได้รู้ว่า เขานั้นยังเด็กอย่างที่โดนว่าไว้จริงๆ การตัดสินใจของเขานั้นง่าย วู่วาม และแทนที่มันจะช่วยเหลือคนอื่นให้รอดพ้นจากภัยอันตราย... มันอาจส่งผลร้ายต่อผู้คนมากกว่าเดิมซะอีก
3. ชอบปีเตอร์ในฉบับนี้ที่เป็นเด็กวัยรุ่นกวนๆคนนึง ที่ในชีวิตจริงเป็นเพียง Nobody ในโรงเรียน เลยกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเป็น Somebody ตอนสวมชุดให้ได้ การตัดสินใจและทักษะของปีเตอร์ก็จะวู่วามและเบสิกตามประสาวัยรุ่น เพราะฉะนั้นตอนเราดูเราก็จะไม่ได้เห็นฮีโร่เท่ๆ ชำนาญงาน แต่เห็นเด็กวัยรุ่นสวมชุดแดงที่ทำอะไรป้ำๆเป๋อๆ ให้เราอดเอาใจช่วยไม่ได้ว่ามันจะรอดมั้ย และเราชอบซีนที่ตอนปีเตอร์ดูเหมือนหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว สิ่งที่แสดงออกมานั้นมันดูเหมือนสิ่งที่เด็กอายุ 16 รู้สึกจริงๆ ไม่มีมาดของซุปเปอร์ฮีโร่อีกต่อไป
4. ป้าเมย์เปลี่ยนไป๊!!! เป็นป้าที่ฮ็อตจริงๆ แม้บทจะยังไม่มากนักแต่บอกเลยว่าป้าเมย์ไม่โง่ และชอบรีแอคชั่นของป้าเมย์ตอนจบมาก 555+
5. ตัวละครอื่นๆในเรื่องก็น่าสนใจทั้งนั้น Ned เพื่อนสนิทของปีเตอร์ในภาคนี้ดูเนิร์ดและสมกับเป็นคู่ loser มากๆ , Liz สาวที่ปีเตอร์ชอบก็สวยหวาน, Michelle สาวติส ก็มีบุคลิกที่ดูน่าสนใจและดูเหมือนจะรู้อะไรๆมากกว่าที่คิด โทนี่ สตาร์ค โผล่มาไม่มากนัก แต่ก็จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง ที่เราชอบอีกอย่างคือ ตัวประกอบต่างๆในโรงเรียนดูมีหลายเชื้อชาติดี สมเป็นยุคปัจจุบัน
6. Spider-Man ในจักรวาลของ Marvel นั้นได้มีของเล่นไฮเทคให้เล่นมากขึ้นจากอานิสงค์ที่ โทนี่ สตาร์ค ได้ออกแบบและสร้างชุดให้ใหม่ ซึ่งในหนังก็เอาความสามารถของชุดนี้มาใช้อย่างเต็มที่และสนุกสนาน... ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่พัฒนามาจากจักรวาลเก่าๆของ Spider-Man อย่างเห็นได้ชัด แต่ในหลายๆฉากที่ดู ทำให้เรารู้สึกเหมือนเราดู Iron-Man เวอร์ชั่นใส่ชุดฮาโลวีนเป็นมนุษย์แมงมุมแล้วเปลี่ยนพลังเป็นพ่นใยแทน ไม่ได้บอกว่าการดัดแปลงนี้ไม่ดีนะ.... แต่มันก็ทำให้เสน่ห์ดั้งเดิมของ Spider-Man ที่ดูเป็นฮีโร่ชีวิตเศร้า ลำบากลำบนมีเพียงการพ่นใยเป็นอาวุธเท่านั้นมันหายไป
7. ประเด็นของหนังที่ว่าด้วยเรื่อง ความเป็นฮีโร่ของเรานั้นอยู่ที่ตัวเรา... ไม่ใช่ชุดที่สวมใส่ ก็สื่ออกมาได้ดีในเรื่องนี้ แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ... มันไปซ้ำกับประเด็นของ Iron-Man ไปหน่อย
8. มาถึงตัวร้ายในเรื่องนี้ หลายๆคนชอบบอกว่าหนังของ Marvel นั้นชอบทำให้ตัวร้ายดูเหมือนเก่ง แต่สุดท้ายอ่อน แต่ภาคนี้ตัวร้ายเป็นเพียงคนธรรมดาที่เลือกจะเดินมายังเส้นทางที่ผิดเพราะ 'เหตุผลบางอย่าง' แต่การตัดสินใจนั้นดูฉลาดกว่าตัวร้ายดาษๆในเรื่องอื่นของ Marvel มาก ชอบที่หนังสร้าง conflict ของตัวร้ายได้น่าสนใจ และในซีนท้ายๆ เราชอบที่หนังเอามุกที่ปกติฝั่งธรรมะจะเป็นคนใช้ มาให้ตัวร้ายใช้แทน
9. สำหรับพล๊อตเรื่อง... พล๊อตเรื่องโอเคนะ ดี เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ดำเนินเรื่องเร็ว กระชับ สนุก และตลกตามสไตล์ marvel แหล่ะ
10. CG ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี มีฉากแรกๆช่วงสไปดี้อยู่กลางแสงแดดที่ดูเป็น CG ไปหน่อย แต่นอกนั้นก็ไม่ติดขัดอะไร
11. สำหรับคนที่รอดู end credit หนังมี end credit 2 รอบ รอบแรกเกี่ยวกับเนื้อหาต่อจากเหตุการณ์ในหนัง ส่วนรอบสองก็เป็นฉากที่ marvel ทำให้ทุกคนเป็นรางวัลสำหรับการนั่งดู end credit จนจบ 555
8/10
ฝากเพจใหม่ซิงๆด้วยครับ "นิราศซินีเพล็กซ์"
-- คอนเทนต์ยังน้อย แต่ความตั้งใจเยอะนะครับ 555
https://www.facebook.com/NirasCineplex/
[CR] Review Spider-Man: Homecoming สไปดี้วัยกระเตาะพร้อมอุปกรณ์ไฮเทคจากป๋าโทนี่
เรื่องย่อตามตัวอย่างหนัง :
หลังจากได้เข้าร่วมสู้กับทีม Avengers ใน Civil Wars ปีเตอร์เฝ้ารอให้มีคนเรียกตัวเขาไปทำ "ภารกิจ" ใหม่สักที แต่ไม่ว่าเค้าจะขอร้องสักกี่ครั้ง โทนี่ สตาร์ค ก็ยังมองว่าปีเตอร์ยังโตไม่พอที่จะเข้าร่วม Avengers เต็มตัว จนกระทั่งปีเตอร์ได้เจอกับกลุ่มผู้ร้ายที่ลักลอบเอาชิ้นส่วนจากต่างดาวมาดัดแปลงเป็นอาวุธและค้าขายมันอย่างผิดกฏหมาย ปีเตอร์รู้ทันทีว่านี่แหล่ะคือเวลาที่เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนให้เห็นว่าเขาโตพอที่จะเป็น "Spider-Man" ที่มีความรับผิดชอบและสามารถต่อสู้เหล่าร้ายได้อย่างแน่นอน
ความรู้สึกหลังจากได้ดูหนัง (มีสปอยส์นอกเหนือตัวอย่างบ้าง แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของหนัง) :
1. Reboot ใหม่มาเป็นครั้งที่สามแล้วสำหรับ Hero ตัวนี้... ครั้งนี้โชคดีที่หนังไม่เสียเวลาเล่าเรื่องชะตากรรมแสนเศร้าของลุงเบนอีกแล้ว แต่ตัดมาช่วงเวลาหลังจากที่เขากลายเป็น Spider-Man เลย ครั้งนี้ลดวัยของปีเตอร์ลงมาให้อยู่ในช่วง High School แทน เราจึงได้เรื่องราวของเด็กวัยรุ่นที่ต้องพยายามหาสมดุลระหว่างชีวิตในวัยเรียน กับชีวิต 'ส่วนตัว' ให้ได้
2. คาแรคเตอร์ของปีเตอร์ในภาคนี้สื่อถึงความรู้สึกของชีวิตวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่อเขารู้สึกว่า เขาโตพอที่จะสามารถช่วยเหลือ Avengers ได้แล้ว แต่ทุกคนยังมองว่าเขายังเป็นแค่เด็กอยู่ เมื่อเวลาผ่านไปเขาจึงได้รู้ว่า เขานั้นยังเด็กอย่างที่โดนว่าไว้จริงๆ การตัดสินใจของเขานั้นง่าย วู่วาม และแทนที่มันจะช่วยเหลือคนอื่นให้รอดพ้นจากภัยอันตราย... มันอาจส่งผลร้ายต่อผู้คนมากกว่าเดิมซะอีก
3. ชอบปีเตอร์ในฉบับนี้ที่เป็นเด็กวัยรุ่นกวนๆคนนึง ที่ในชีวิตจริงเป็นเพียง Nobody ในโรงเรียน เลยกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเป็น Somebody ตอนสวมชุดให้ได้ การตัดสินใจและทักษะของปีเตอร์ก็จะวู่วามและเบสิกตามประสาวัยรุ่น เพราะฉะนั้นตอนเราดูเราก็จะไม่ได้เห็นฮีโร่เท่ๆ ชำนาญงาน แต่เห็นเด็กวัยรุ่นสวมชุดแดงที่ทำอะไรป้ำๆเป๋อๆ ให้เราอดเอาใจช่วยไม่ได้ว่ามันจะรอดมั้ย และเราชอบซีนที่ตอนปีเตอร์ดูเหมือนหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว สิ่งที่แสดงออกมานั้นมันดูเหมือนสิ่งที่เด็กอายุ 16 รู้สึกจริงๆ ไม่มีมาดของซุปเปอร์ฮีโร่อีกต่อไป
4. ป้าเมย์เปลี่ยนไป๊!!! เป็นป้าที่ฮ็อตจริงๆ แม้บทจะยังไม่มากนักแต่บอกเลยว่าป้าเมย์ไม่โง่ และชอบรีแอคชั่นของป้าเมย์ตอนจบมาก 555+
5. ตัวละครอื่นๆในเรื่องก็น่าสนใจทั้งนั้น Ned เพื่อนสนิทของปีเตอร์ในภาคนี้ดูเนิร์ดและสมกับเป็นคู่ loser มากๆ , Liz สาวที่ปีเตอร์ชอบก็สวยหวาน, Michelle สาวติส ก็มีบุคลิกที่ดูน่าสนใจและดูเหมือนจะรู้อะไรๆมากกว่าที่คิด โทนี่ สตาร์ค โผล่มาไม่มากนัก แต่ก็จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง ที่เราชอบอีกอย่างคือ ตัวประกอบต่างๆในโรงเรียนดูมีหลายเชื้อชาติดี สมเป็นยุคปัจจุบัน
6. Spider-Man ในจักรวาลของ Marvel นั้นได้มีของเล่นไฮเทคให้เล่นมากขึ้นจากอานิสงค์ที่ โทนี่ สตาร์ค ได้ออกแบบและสร้างชุดให้ใหม่ ซึ่งในหนังก็เอาความสามารถของชุดนี้มาใช้อย่างเต็มที่และสนุกสนาน... ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่พัฒนามาจากจักรวาลเก่าๆของ Spider-Man อย่างเห็นได้ชัด แต่ในหลายๆฉากที่ดู ทำให้เรารู้สึกเหมือนเราดู Iron-Man เวอร์ชั่นใส่ชุดฮาโลวีนเป็นมนุษย์แมงมุมแล้วเปลี่ยนพลังเป็นพ่นใยแทน ไม่ได้บอกว่าการดัดแปลงนี้ไม่ดีนะ.... แต่มันก็ทำให้เสน่ห์ดั้งเดิมของ Spider-Man ที่ดูเป็นฮีโร่ชีวิตเศร้า ลำบากลำบนมีเพียงการพ่นใยเป็นอาวุธเท่านั้นมันหายไป
7. ประเด็นของหนังที่ว่าด้วยเรื่อง ความเป็นฮีโร่ของเรานั้นอยู่ที่ตัวเรา... ไม่ใช่ชุดที่สวมใส่ ก็สื่ออกมาได้ดีในเรื่องนี้ แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ... มันไปซ้ำกับประเด็นของ Iron-Man ไปหน่อย
8. มาถึงตัวร้ายในเรื่องนี้ หลายๆคนชอบบอกว่าหนังของ Marvel นั้นชอบทำให้ตัวร้ายดูเหมือนเก่ง แต่สุดท้ายอ่อน แต่ภาคนี้ตัวร้ายเป็นเพียงคนธรรมดาที่เลือกจะเดินมายังเส้นทางที่ผิดเพราะ 'เหตุผลบางอย่าง' แต่การตัดสินใจนั้นดูฉลาดกว่าตัวร้ายดาษๆในเรื่องอื่นของ Marvel มาก ชอบที่หนังสร้าง conflict ของตัวร้ายได้น่าสนใจ และในซีนท้ายๆ เราชอบที่หนังเอามุกที่ปกติฝั่งธรรมะจะเป็นคนใช้ มาให้ตัวร้ายใช้แทน
9. สำหรับพล๊อตเรื่อง... พล๊อตเรื่องโอเคนะ ดี เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ดำเนินเรื่องเร็ว กระชับ สนุก และตลกตามสไตล์ marvel แหล่ะ
10. CG ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี มีฉากแรกๆช่วงสไปดี้อยู่กลางแสงแดดที่ดูเป็น CG ไปหน่อย แต่นอกนั้นก็ไม่ติดขัดอะไร
11. สำหรับคนที่รอดู end credit หนังมี end credit 2 รอบ รอบแรกเกี่ยวกับเนื้อหาต่อจากเหตุการณ์ในหนัง ส่วนรอบสองก็เป็นฉากที่ marvel ทำให้ทุกคนเป็นรางวัลสำหรับการนั่งดู end credit จนจบ 555
8/10
ฝากเพจใหม่ซิงๆด้วยครับ "นิราศซินีเพล็กซ์"
-- คอนเทนต์ยังน้อย แต่ความตั้งใจเยอะนะครับ 555
https://www.facebook.com/NirasCineplex/