อยากลองเสนอรัฐบาลแบบนี้ ถ้าแรงงานกับนายจ้าง ยอมจ่ายให้รัฐปีละ หนึ่งหมื่นสองพันบาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน ต่อปี
โดย แรงงานต่างด้าวทุกคนต้องมี พาสปอร์ต และ เมื่อจ่ายแล้ว รัฐออกหนังสืออนุญาตทำงานให้
แต่ในช่วงนี้ รัฐบาล อนุโลมให้แรงงานที่ยังไม่มีพาสปอร์ต ทำงานไปก่อน ระหว่างรอทำพาสปอร์ต
แต่ รัฐช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆเหล่านี้ ได้แก่
๑. นายจ้าง สามารถเลือกจ่ายเงินให้รัฐ เป็นราย สามเดือน หกเดือน หรือ หนึ่งปี ได้ คือ สามารถจ่าย สามพัน หกพัน หรือ หมื่นสองได้
ที่ เคาน์เตอร์เซอรวิส หรือ สำนักงานแรงงานจังหวัด โดย ถ้าจ่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ก็สามารถนำหนังสืออนุญาต ไป ลงตรา จำนวนวันที่อนุญาต
ทำงาน การจ่ายที่เคาเตอร์เซอร์วิส ก็เพื่อความสะดวก ไม่ต้องต่อคิวที่สำนักงานแรงงาน และ ขอให้ ตำรวจ ตม. มา อยู่รวม กับ แรงงานจังหวัด
เพื่อ เป็น One stop service กล่าวคือ เมื่อ นายจ้าง มาจ่ายเงิน ก็สามารถ ได้รับบริการ ในหนังสืออนุญาตทำงาน และ เรื่อง วีซ่าได้ในจุดเดียว
การจ่ายเงิน ไม่ว่าจะที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือ สนง.แรงงาน นายจ้างต้องระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชน และ ที่อยู่ รวมถึง เลขแรงงานต่างด้าว
ที่รัฐกำหนดขึ้น
ข้อดีของระบบนี้ หนึ่ง รัฐได้เงินแน่ๆ ถ้าแรงงานต่างด้าว สามล้านคน รัฐก็ได้ค่าธรรมเนียมตรงนี้ เข้ารัฐโดยตรง สามหมื่นหกพันล้านบาท
นายจ้าง แรงงาน มาลงทะเบียน รัฐทราบข้อมูล แรงงานต่างด้าว ว่าอยู่หลักแหล่งไหน หน้าตาแบบไหน ติดตามได้ รู้ประวัติ
ข้อดีต่อนายจ้าง นายจ้างไม่ต้องเสี่ยง จ่ายเงินก้อนใหญ่ แล้วเกิดปัญหา ลูกจ้างได้รับเอกสารครบแล้วเปลี่ยนงาน ทุกคนทราบค่าใช้จ่ายแน่นอน
นายจ้าง ลูกจ้าง มีสิทธิ์อย่างน้อย สามเดือน ลองงานกัน ถ้าถูก จริต กัน ก็ทำงานกันต่อไป นายจ้างก็ทราบค่าใช้จ่าย สามพันบาท
ข้อดีต่อลูกจ้าง ลูกจ้าง เปลี่ยนนายจ้างได้ จะเปลี่ยนนายจ้าง ก็แค่ ให้นายจ้างใหม่ ไปจ่ายเงิน ที่ เคาน์เตอร์เซอวิส หรือ สนง.แรงงาน โดยใช้เลข
บัตรประจำตัวประชาชนนายจ้าง บัตรประจำตัวลูกจ้าง(หนังสืออนุญาต หรือ เลขพาสปอร์ต) แล้วก็ ลงเรื่องในหนังสืออนุญาติทำงาน
การจดแจ้ง เปลี่ยนแปลง ทำได้ตลอดเวลา แต่ต้องมี ทั้ง นายจ้าง และ ลูกจ้าง (โดยเฉพาะนายจ้างต้องอยู่ทำเรื่อง) ส่วนสำหรับปัญหาแรงงานใหม่
ก็ขอให้มี พาสปอร์ต และ มีนายจ้าง ก็ทำเรื่องได้ โดยการจ่ายเงินสามพัน ก็ถือว่า เป็นวีซ่า สามเดือนไปในตัว
อยากให้รัฐบาลเก็บค่าธรรมเนียมตรงนี้ และ ให้บริการ ที่เปิดกว้าง ถือว่า เป็นรายได้ทางหนึ่งของรัฐ เพราะ ที่ อเมริกา เค้าก็เก็บค่าธรรมเนียม
คนต่างด้าว ทำงานที่เค้า เหมือนกัน
ปล. กฎหมายนี้ อาจจำกัด ให้เฉพาะ แรงงาน พม่า ลาว กัมพูชา
แรงงาน นายจ้าง ยอมจ่าย 12,000/ปี ให้รัฐ ดีกว่า ถูก รีดไถ
โดย แรงงานต่างด้าวทุกคนต้องมี พาสปอร์ต และ เมื่อจ่ายแล้ว รัฐออกหนังสืออนุญาตทำงานให้
แต่ในช่วงนี้ รัฐบาล อนุโลมให้แรงงานที่ยังไม่มีพาสปอร์ต ทำงานไปก่อน ระหว่างรอทำพาสปอร์ต
แต่ รัฐช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆเหล่านี้ ได้แก่
๑. นายจ้าง สามารถเลือกจ่ายเงินให้รัฐ เป็นราย สามเดือน หกเดือน หรือ หนึ่งปี ได้ คือ สามารถจ่าย สามพัน หกพัน หรือ หมื่นสองได้
ที่ เคาน์เตอร์เซอรวิส หรือ สำนักงานแรงงานจังหวัด โดย ถ้าจ่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ก็สามารถนำหนังสืออนุญาต ไป ลงตรา จำนวนวันที่อนุญาต
ทำงาน การจ่ายที่เคาเตอร์เซอร์วิส ก็เพื่อความสะดวก ไม่ต้องต่อคิวที่สำนักงานแรงงาน และ ขอให้ ตำรวจ ตม. มา อยู่รวม กับ แรงงานจังหวัด
เพื่อ เป็น One stop service กล่าวคือ เมื่อ นายจ้าง มาจ่ายเงิน ก็สามารถ ได้รับบริการ ในหนังสืออนุญาตทำงาน และ เรื่อง วีซ่าได้ในจุดเดียว
การจ่ายเงิน ไม่ว่าจะที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือ สนง.แรงงาน นายจ้างต้องระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชน และ ที่อยู่ รวมถึง เลขแรงงานต่างด้าว
ที่รัฐกำหนดขึ้น
ข้อดีของระบบนี้ หนึ่ง รัฐได้เงินแน่ๆ ถ้าแรงงานต่างด้าว สามล้านคน รัฐก็ได้ค่าธรรมเนียมตรงนี้ เข้ารัฐโดยตรง สามหมื่นหกพันล้านบาท
นายจ้าง แรงงาน มาลงทะเบียน รัฐทราบข้อมูล แรงงานต่างด้าว ว่าอยู่หลักแหล่งไหน หน้าตาแบบไหน ติดตามได้ รู้ประวัติ
ข้อดีต่อนายจ้าง นายจ้างไม่ต้องเสี่ยง จ่ายเงินก้อนใหญ่ แล้วเกิดปัญหา ลูกจ้างได้รับเอกสารครบแล้วเปลี่ยนงาน ทุกคนทราบค่าใช้จ่ายแน่นอน
นายจ้าง ลูกจ้าง มีสิทธิ์อย่างน้อย สามเดือน ลองงานกัน ถ้าถูก จริต กัน ก็ทำงานกันต่อไป นายจ้างก็ทราบค่าใช้จ่าย สามพันบาท
ข้อดีต่อลูกจ้าง ลูกจ้าง เปลี่ยนนายจ้างได้ จะเปลี่ยนนายจ้าง ก็แค่ ให้นายจ้างใหม่ ไปจ่ายเงิน ที่ เคาน์เตอร์เซอวิส หรือ สนง.แรงงาน โดยใช้เลข
บัตรประจำตัวประชาชนนายจ้าง บัตรประจำตัวลูกจ้าง(หนังสืออนุญาต หรือ เลขพาสปอร์ต) แล้วก็ ลงเรื่องในหนังสืออนุญาติทำงาน
การจดแจ้ง เปลี่ยนแปลง ทำได้ตลอดเวลา แต่ต้องมี ทั้ง นายจ้าง และ ลูกจ้าง (โดยเฉพาะนายจ้างต้องอยู่ทำเรื่อง) ส่วนสำหรับปัญหาแรงงานใหม่
ก็ขอให้มี พาสปอร์ต และ มีนายจ้าง ก็ทำเรื่องได้ โดยการจ่ายเงินสามพัน ก็ถือว่า เป็นวีซ่า สามเดือนไปในตัว
อยากให้รัฐบาลเก็บค่าธรรมเนียมตรงนี้ และ ให้บริการ ที่เปิดกว้าง ถือว่า เป็นรายได้ทางหนึ่งของรัฐ เพราะ ที่ อเมริกา เค้าก็เก็บค่าธรรมเนียม
คนต่างด้าว ทำงานที่เค้า เหมือนกัน
ปล. กฎหมายนี้ อาจจำกัด ให้เฉพาะ แรงงาน พม่า ลาว กัมพูชา