ดีเวลอปเปอร์ เผยห่วงตลาดคอนโดฯ ตํ่าล้าน พบบางโครงการยอดรีเจ็กต์พุ่ง 70-80% เหตุไร้การตรวจสอบก่อนจอง-สินค้าไม่ได้อยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์ พฤกษาอ่านเกมออกเบนเข็มจับตลาด 3 ล้านขึ้น ชี้สต๊อกเหลือขายไม่กี่พันหน่วย
จากการคาดการณ์ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อมาแยกพิจารณาในแต่ละเซ็กเม้นท์ พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับล่าง ราคาขายต่ำกว่า 1 ล้านบาทหรือราคาล้านต้นๆ ยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีปัญหาหนี้สินภาครัวเรือนสูง นำไปสู่การปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์) ของสถาบันการเงิน
นาย
แสนผิน สุขขี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ (GOLD) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งหลังปี 2560 ว่า คาดว่ายอดขายน่าจะลดลง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทหรือราคาล้านต้นๆ ในทำเลชานเมือง ทั้งที่มีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการและมีแผนจะพัฒนาในอนาคต ซึ่งปจจุบันยอดปฎิเสธสินเชื่อของลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 70-80% แล้ว ขณะที่
สินค้าในกลุ่มแนวราบระดับราคามากกว่า 20 ล้านบาท ก็อยู่ในภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้ไม่อยากใช้เงิน ประกอบกับกำลังซื้อส่วนหนึ่งได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนน้อย
นาย
ธำรงค์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คอนโดมิเนียมในกลุ่มนี้จะมียอดรีเจ็กต์และสต๊อกเหลือขายจำนวนมาก เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2548-ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการพัฒนาโครงการในระดับราคานี้เข้าสู่ตลาดสูงถึง 7-8 แสนหน่วย ขณะที่ผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีรายได้และรายจ่ายไม่สมดุลกัน และเ
มื่อเศรษฐกิจชะลอตัวก็จะกระทบกับผู้บริโภคกลุ่มนี้โดยตรง ส่งผลให้ยอดรีเจ็กต์เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลาง-เล็กที่พัฒนาโครงการราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาทต่างประสบปัญหาเรื่องยอดปฏิเสธสินเชื่อ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-2 ล้านบาทในซอย ที่คาดว่าจะมียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70-80% เนื่องจากตลาดในกลุ่มนี้เปิดการอิ่มตัวจากจำนวนโครงการที่เปิดอย่างต่อเนื่องและหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น
ด้าน นาย
ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดรีเจ็กต์ที่สูงถึง 80% ในกลุ่มคอนโดฯระดับล่าง จะเกิดขึ้นกับโครงการที่พัฒนาสินค้าในทำเลที่ไม่มีศักยภาพและไม่มีการพรีแอฟพรูฟลูกค้าก่อนทำการจอง ทำให้เกิดยอดรีเจ็กต์ที่สูง ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรทำการพรีแอฟพรูฟลูกค้าก่อนทุกครั้ง เพื่อลดอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อ ในส่วนของบริษัทเองก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน ส่งผลให้ยอดรีเจ็กต์จากสถาบันการเงินในปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 6% เท่านั้น
JJNY : เสดตะกิดดี๊ดี...ซี้จุกสูญ ยอดรีเจกต์พุ่ง 80% คอนโดฯต่ำล้านน่าห่วง-แนะพรีแอพพรูฟก่อนจอง
ดีเวลอปเปอร์ เผยห่วงตลาดคอนโดฯ ตํ่าล้าน พบบางโครงการยอดรีเจ็กต์พุ่ง 70-80% เหตุไร้การตรวจสอบก่อนจอง-สินค้าไม่ได้อยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์ พฤกษาอ่านเกมออกเบนเข็มจับตลาด 3 ล้านขึ้น ชี้สต๊อกเหลือขายไม่กี่พันหน่วย
จากการคาดการณ์ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อมาแยกพิจารณาในแต่ละเซ็กเม้นท์ พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับล่าง ราคาขายต่ำกว่า 1 ล้านบาทหรือราคาล้านต้นๆ ยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีปัญหาหนี้สินภาครัวเรือนสูง นำไปสู่การปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์) ของสถาบันการเงิน
นายแสนผิน สุขขี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ (GOLD) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งหลังปี 2560 ว่า คาดว่ายอดขายน่าจะลดลง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทหรือราคาล้านต้นๆ ในทำเลชานเมือง ทั้งที่มีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการและมีแผนจะพัฒนาในอนาคต ซึ่งปจจุบันยอดปฎิเสธสินเชื่อของลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 70-80% แล้ว ขณะที่สินค้าในกลุ่มแนวราบระดับราคามากกว่า 20 ล้านบาท ก็อยู่ในภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้ไม่อยากใช้เงิน ประกอบกับกำลังซื้อส่วนหนึ่งได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนน้อย
นายธำรงค์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คอนโดมิเนียมในกลุ่มนี้จะมียอดรีเจ็กต์และสต๊อกเหลือขายจำนวนมาก เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2548-ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการพัฒนาโครงการในระดับราคานี้เข้าสู่ตลาดสูงถึง 7-8 แสนหน่วย ขณะที่ผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีรายได้และรายจ่ายไม่สมดุลกัน และเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวก็จะกระทบกับผู้บริโภคกลุ่มนี้โดยตรง ส่งผลให้ยอดรีเจ็กต์เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลาง-เล็กที่พัฒนาโครงการราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาทต่างประสบปัญหาเรื่องยอดปฏิเสธสินเชื่อ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-2 ล้านบาทในซอย ที่คาดว่าจะมียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70-80% เนื่องจากตลาดในกลุ่มนี้เปิดการอิ่มตัวจากจำนวนโครงการที่เปิดอย่างต่อเนื่องและหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น
ด้าน นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดรีเจ็กต์ที่สูงถึง 80% ในกลุ่มคอนโดฯระดับล่าง จะเกิดขึ้นกับโครงการที่พัฒนาสินค้าในทำเลที่ไม่มีศักยภาพและไม่มีการพรีแอฟพรูฟลูกค้าก่อนทำการจอง ทำให้เกิดยอดรีเจ็กต์ที่สูง ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรทำการพรีแอฟพรูฟลูกค้าก่อนทุกครั้ง เพื่อลดอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อ ในส่วนของบริษัทเองก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน ส่งผลให้ยอดรีเจ็กต์จากสถาบันการเงินในปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 6% เท่านั้น