จิตใจผมมันไม่ยอมรับกฏไตรลักษณ์ครับ

คือพอเราพิจารณาไป สมมติมองเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็รู้สึกสะเทือนใจ ก็สังเวช กลัว อยากพ้นทุกข์
พอลองเอามาปรับคิดว่า เป็น อนิจจัง ก็จะ "นี่แหละ มันไม่เที่ยง ไม่เด็กตลอดไป เกิดก็ตาย" (ถ้าจะแอบมีความรู้สึกผสมสักหน่อยก็ เห้อ ธรรมชาติใจร้ายจัง)
พอเอามาปรับคิดว่าเป็น ทุกขัง (อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับ) "มันทนอยู่ไม่ได้ มันเป็นทุกข์ มันเจ็บ มันปวด" (อย่างนี้หรือเปล่า)
พอเอามาปรับคิดว่าเป็น อนัตตา ก็จะ "นี่แหละ ร่างกายมันไม่มีตัวมีตนจริงๆหรอก เราอาจเป็นใครก็ได้ที่มาเกิด ตายไปร่างกายก็คืนธรรมชาติ"
เเต่
ข้างต้น ทั้งสามการพิจาทรณานั้น เป็นเพียงการคิดตามความรู้ที่รู้มาจริงๆ แต่จิตใจผมมันยังไม่ยอมรับครับ มันยังไม่รู้ ชนิดที่เรียกว่า รู้ซึ้ง
เหมือนจิตใจผมมันยังมีข้อต่อต้านว่า "มันไม่จริง มันไม่ใช่ไตรลักษณ์หรอก ก็มันเป็นธรรมชาติของมันแบบนั้น หรือจะมองเป็นวิทยาศาสตร์ก็ได้ ก็แล้วไงล่ะ ไม่เห็นจะไตรลักษณ์ ไม่เห็นจะสำคัญ หรือยิ่งใหญ๋ตรงไหนเลย" - อันนี้คือจิตใจลึกๆผมคิดแบบนี้ครับ แต่ผมก็พยายามต่อสู้กับความคิดตรงนี้ (อีกอย่างอุปสรรคผมคือนั่งสมาธิไม่ติดครับ ต้องแบบวิปัสสนายานิกก่อน จึงจะมีสมาธิ แต่พอเจริญแล้วก็แอบเข้าใจไตรลักษณ์มากขึ้นนิดๆ (ลองใส่สติตอนเคี้ยวข้าวเมื่อเช้า)

ถ้าผมจะโง่ ก็โง่ตรงที่ไปบิลท์อารมณ์ตัวเองให้เข้าใจแต่เราไม่ได้เกิดปัญญาเห็นจริงๆ หรือไปหลอกตัวเองอะไรสักอย่าง
หรือว่าผมกิเลสเยอะกันแน่ หรือว่าผมเป็นพวกหัวดื้อมากไปจริงๆ หรือว่าผมมีแต่ความ "อยากเห็น" จนมันไม่เห็น

ผมควรทำเช่นไรครับ
ขออถัยหากมีข้อมูลผิดพลาด
ขอบพระคุณสำหรับคำตอบครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่