ตอนนี้หลายๆคนมักพูดว่า ตอนนี้เป็นสังคมเอาตัวรอด แล้งน้ำใจแต่สำหรับเรา เราคิดว่ายังมีอยู่เสมอ เพียงแต่ทั้งผู้รับ และผู้ให้จะมีอะไรมาบดบังทำให้มองไม่เห็นหรือไม่เท่านั้นเอง
ที่เห็นตอนนี้ ลองดู เพจแหม่มโพธิ์ดำ เรารู้สึกชื่นชมในสิ่งที่เค้าคิด #อยากให้ #อยากรับ จะเห็นว่ามีหล่ยคนมากที่อยากให้สิ่งของต่างๆโดยไม่ได้หวังผลใดๆ ทำเพราะความสุข และผู้ที่ต้องการรับก็คือผู้ที่อยากได้ระบความช่วยเหลือจริงๆ มันคือสังคมแห่งการแบ่งปันที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักว่าคือใครให้และใครได้รับ เราชื่นชมไอเดียคุณควีนมากมาย
อีกอันที่เราเห็นคือตลาดนัดขายของในเพจ เชื่อมั้ยเราซื้อของหลายอย่างที่มีคนมาโพสในเพจหลายครั้ง เช่นน้องยีนที่พิการขายของเลี้ยงตนเอง เราไม่มีเงินมากมายเราเลือกซื้อของจากน้อง เพียงแค่อยากให้น้องมีรายได้ เรายอมเสียค่าส่ง (แต่น้ำพริกน้องก็อร่อยจรืงๆ) อีกเรื่องเราเคยซื้อทุเรียนเชื่อม จากโพสตลาดนัด ทางผู้ขายโทรมาถามว่าเสียมั้ย(ส่งจากระยองมาภาคเหนือ) ปรากฎว่ากลิ่นไม่ค่อยดี ทางคนขายส่งให้เราใหม่เลยทันที ซึ่งมีน้อยนะที่แม่ค้าจะรับผิดชอบ เราก็ขอขอบคุณแม่ค้ามา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
ที่เราเขียนมาคือ สังคมการแบ่งปันกันในโลกโซเซี่ยว ทั้งๆที่ไม่รู้จักหน้าคาดตากัน เราเชื่อนะลึกๆคนไทยมีน้ำใจ เพียงแต่บางทีมีอะไรมาบดบังความคิด เช่น กิเลส หรือ สภาวะแวดล้อม แต่ทุกคนก็เป็นคนดีได้
อีกเรื่องที่อยากจะเล่า ใจจริงเรื่องเกิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๖ มิ.ย. แล้วแต่เรายุ่งๆ เลยไม่มีเวลาเขียน แต่ตั้งใจว่าจะเขียน ช้าหน่อยก็คงยังไม่สาย เพราะได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ
เราขอชื่นชมบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะเล่า โดยมี ๓ เหตุการณ์ และบุคคล ๓ ท่าน (ทั้ง ๓ เหตุการณ์คือความรีบ และไม่มีสติของเราเอง
๑.คืน ๒๕ มิ.ย. เรานั่งรถทัวร์ เวียงพิงค์บัส (สมบะติทัวร์) ชร. - กทม. ขณะแวะพักรับประทานอาหารที่กำแพงเพชร เราได้ยินประกาศว่าพนักงานเก็บกระเป๋า ใครทำหล่นขอให้มารับคืน และได้ยินพนักงานคุยกันว่าเงินเยอะมาก เรารู้สึกชื่นชมอยู่ในใจและขอให้เจ้าของกระเป๋ายังไม่ออกจากร้าน (ความรู้สึกดีๆถึงพนังงานของ ร้านครัวต้นกำแพง )
แต่ก็มีเหตุการณ์ตื่นเต้นที่จะเล่า รถทัวร์ที่เรานั่งมาถึงศูนย์วิภาวดีตอนประมาณ ๐๔๐๐ น. เรางัวเงียอยู่ก็หอบของลงจากรถไม่คิดอะไร ขึ้นแทกซี่ไปบ้าน ถ.ราชพฤกษ์ ถึงบ้านพบว่า ลืมกระเป๋าเงินไว้บนรถ เรารีบกลับไปศูนย์วิภาวดี (โทรไปเบอร์คอลเซ็นเตอร์ยังไม่เปิด) สอบถามพนักงาน เค้าติดต่อคนขับและเด็กรถให้ ปรากฎว่า เด็กรถเก็บไว้ให้ แต่เราต้องไปเอาที่ศูนย์พักรถแถวรามอินทรา ซึ่งยังดีที่เป็นช่วงเช้ามืดรถไม่ติด
ขอขอบคุณพนักงานสมบัติทัวร์ และเจ้าหน้าที่ประจำรถ เวียงพิงค์บัส เที่ยว วันอาทิตย์ ๒๕ มิ.ย. ๖๐ ชร. - กทม. มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และขอชื่นชนพนังงานสมบัติทัวร์ที่ท่านบริการอย่างดี และให้การช่วยเหลือเราเต็มที่
๒.เหตุการณ์ต่อเนื่องกับเหตุการณ์แรก เมื่อลงรถทัวร์ขึ้นแทกซี่ โตโยต้า สีส้ม หมายเลขทะเบียน ทร ๑๘๙๓ ชื่อคุณลุง ธเนศ เมื่อพบว่าลืมกระเป๋าเงิน เราไม่มีเงินติดตัวเลย เราบอกคุณลุงรอแปปขอ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเราต้องไปประชุมที่แถวสะพานกรุงธนฯต่อ คุณลุงคอยทั้งๆที่คุณลุงก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เงินมั้ย และ ตอนนั้นเราก็ยังคิดอะไรไม่ออก คุณลุงพาเราไปศูนย์รถวิภาวดี เราบอกว่าถ้ากระเป๋าไม่ได้คืนเกี๋ยวเราโอนเงินให้ คุณลุงก็คอยอีก คราวนี้พนักงานบอกให้เราไปอู่รถที่เรียบด่วน รามอินทรา คุณลุงพาเราไปโดยไม่บ่นอะไรเลย แถมบอกว่าดีถ้ามาช่วงเย็นเราอาจต้องกังวลทั้งวัน และทั้งๆที่ถึงเวลาคุณลุงจะกลับบ้านแล้ว พอได้กระเป๋าคืน คุณลุงก็พาเราย้อนไปส่งที่แถวสะพานกรุงธนฯ ซึ่งอยู่ึนละฝั่งกับบ้านคุณลุงเลย คุณลุงเก็บค่ารถตามมิเตอร์ ไม่คิดค่าคอย และไม่คิดเหมาหรือต่อรองอะไร แถมยังเห็นใจเราและบอกว่าเราคงร้อนใจ (เงินไม่เยอะแต่บัตรเยอะค่ะ) ขอขอบคุณคุณลุงธเนศ มา ณ โอกาสนี้ และก็แสดงให้เห็นว่า แทกซี่ไทย น้ำใจงาม ยังมีอยู่จริง
๓.เรื่องนี้ก็เป็นความเผลอเรอของเรา ก่อนกลับ ตจว. เราแวะซื้อของเมเจอร์ปิ่นเกล้า และจะเลยไปสนามบินดอนเมือง ตอนซื้อของระหว่างรอเงินทอน เราหันไปกด เอทีเอ็ม และรีบไปเอาเงินทอนแล้วเดินไปขึ้นแทกซี่เพื่อไปดอนเมืองเลย ระหว่างนั่งมาได้สัก ๑๐ นาที มีโทรศัพท์เข้า เป็นคอลเซ็นเตอร์ ธ.ทหารไทย แจ้งว่าทีผู้เก็บเอทีเอ็มได้ที่ตู้ ให้ไปรับคืนที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า เราถึงรู้ว่า สติ สตังหายไปหมด เรากดเอทีเอ็ม แต่ไม่ดึงบัตรออกมา เรารีบย้อนกลับไปเมเจอร์ ตามหาคนเก็บได้คือ คุณวิชชุดา เป็นพนักงาน BOX office ของเมเจอร์ เราขอให้เค้าเอามาคืนข้างล่าง เพราะเราขาไม่ดีและของเยอะ เค้าก็ช่วยเดินลงเอามาให้เราข้างล่าง เราขอขอบคุณคุณวิชชุดา มา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ช่วยเก็บบัตรและเป็นธุระไม่นิ่งดูดายในการโทรศัพท์ไป คอลเซ็นเตอร์ ธ.ทหารไทย และขอบคุณคอลเซ็นเตอร์ ธ.ทหารไทยที่ช่วยโทรมาทันที
บางคนถามเราว่าทำไมไม่อายัติ แล้วทำบัตรใหม่ไปเลยง่ายกว่า แต่ตอนนั้นเราตัดสินใจย้อนรถกลับไปเมเจอร์ปินเกล้าแล้ว และที่สำคัญเราต้องเดินทางไปประชุมอีกจังหวัดหนึ่งต่อไม่มีเวลาไปทำทันที
จากที่เล่ามา ทุกเรื่องเป็นความผิดเรา ที่เราเผลอเรอ ขาดสติเอง แต่ก็ยังมีคนดีในสังคม ที่เราไม่ได้รู้จักเลย แต่เค้าเหล่านั้นก็ไม่นิ่งดูดายและช่วยเหลือเราทันที ทั้งๆที่ไม่ได้รับการร้องขอด้วยซ้ำ เราขอขอบคุณ พนักงานรถเวียงพิงค์ยัสในสันนั้น คุณลุงธเนศคนขับแทกซี่ และคุณวิชชุดา พนักงานเมเจอร์ปินเกล้า เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายวัน แต่เราก็ยังรู้สึกขอบคุณท่านอยู่
สังคมไทยเราเชื่อว่าทุกคนยังพร้อมหยิบยื่นน้ำใจให้กันและกันแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกัน ตัวเราเองก็เคยมอบถังออกซิเจนให้สมาชิกพันทิปที่เป็นหอบหืด (ถังออกซิเจนตอนเราป่วย) และตัวเราเองก็พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจให้ผู้อื่นหากเราสามารถทำได้ เพร่ะเรายังเชื่อและยึดมั่นว่าความดีในโลกนี้มีอยู่จริงรวมทั้งเรา ไม่ต้องทำเพื่อหวังผลอะไร อย่างน้อยเราก็สบายใจ สุขใจ และอิ่มใจ (น้องที่ทำงานบอกว่าเพราะพี่เวลาทำอะไร ไม่หวังผลตอบแทน หรือเปล่า คนอื่นจึงดีกับพี่เช่นกัน อันนี้เราก็ไม่ทราบแต่น้องที่ทำงานคิดแบบนี้
แล้วท่านๆสมาชิกพันทิปมีประสบการณ์ในเรื่องเช่นนี้อย่างไรย้าง เรามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันค่ะ
สมัยนี้คนไทยยังมีน้ำใจให้กันและกันมากมาย (แชร์ประสบการณ์กันค่ะ)
ที่เห็นตอนนี้ ลองดู เพจแหม่มโพธิ์ดำ เรารู้สึกชื่นชมในสิ่งที่เค้าคิด #อยากให้ #อยากรับ จะเห็นว่ามีหล่ยคนมากที่อยากให้สิ่งของต่างๆโดยไม่ได้หวังผลใดๆ ทำเพราะความสุข และผู้ที่ต้องการรับก็คือผู้ที่อยากได้ระบความช่วยเหลือจริงๆ มันคือสังคมแห่งการแบ่งปันที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักว่าคือใครให้และใครได้รับ เราชื่นชมไอเดียคุณควีนมากมาย
อีกอันที่เราเห็นคือตลาดนัดขายของในเพจ เชื่อมั้ยเราซื้อของหลายอย่างที่มีคนมาโพสในเพจหลายครั้ง เช่นน้องยีนที่พิการขายของเลี้ยงตนเอง เราไม่มีเงินมากมายเราเลือกซื้อของจากน้อง เพียงแค่อยากให้น้องมีรายได้ เรายอมเสียค่าส่ง (แต่น้ำพริกน้องก็อร่อยจรืงๆ) อีกเรื่องเราเคยซื้อทุเรียนเชื่อม จากโพสตลาดนัด ทางผู้ขายโทรมาถามว่าเสียมั้ย(ส่งจากระยองมาภาคเหนือ) ปรากฎว่ากลิ่นไม่ค่อยดี ทางคนขายส่งให้เราใหม่เลยทันที ซึ่งมีน้อยนะที่แม่ค้าจะรับผิดชอบ เราก็ขอขอบคุณแม่ค้ามา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
ที่เราเขียนมาคือ สังคมการแบ่งปันกันในโลกโซเซี่ยว ทั้งๆที่ไม่รู้จักหน้าคาดตากัน เราเชื่อนะลึกๆคนไทยมีน้ำใจ เพียงแต่บางทีมีอะไรมาบดบังความคิด เช่น กิเลส หรือ สภาวะแวดล้อม แต่ทุกคนก็เป็นคนดีได้
อีกเรื่องที่อยากจะเล่า ใจจริงเรื่องเกิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๖ มิ.ย. แล้วแต่เรายุ่งๆ เลยไม่มีเวลาเขียน แต่ตั้งใจว่าจะเขียน ช้าหน่อยก็คงยังไม่สาย เพราะได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ
เราขอชื่นชมบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะเล่า โดยมี ๓ เหตุการณ์ และบุคคล ๓ ท่าน (ทั้ง ๓ เหตุการณ์คือความรีบ และไม่มีสติของเราเอง
๑.คืน ๒๕ มิ.ย. เรานั่งรถทัวร์ เวียงพิงค์บัส (สมบะติทัวร์) ชร. - กทม. ขณะแวะพักรับประทานอาหารที่กำแพงเพชร เราได้ยินประกาศว่าพนักงานเก็บกระเป๋า ใครทำหล่นขอให้มารับคืน และได้ยินพนักงานคุยกันว่าเงินเยอะมาก เรารู้สึกชื่นชมอยู่ในใจและขอให้เจ้าของกระเป๋ายังไม่ออกจากร้าน (ความรู้สึกดีๆถึงพนังงานของ ร้านครัวต้นกำแพง )
แต่ก็มีเหตุการณ์ตื่นเต้นที่จะเล่า รถทัวร์ที่เรานั่งมาถึงศูนย์วิภาวดีตอนประมาณ ๐๔๐๐ น. เรางัวเงียอยู่ก็หอบของลงจากรถไม่คิดอะไร ขึ้นแทกซี่ไปบ้าน ถ.ราชพฤกษ์ ถึงบ้านพบว่า ลืมกระเป๋าเงินไว้บนรถ เรารีบกลับไปศูนย์วิภาวดี (โทรไปเบอร์คอลเซ็นเตอร์ยังไม่เปิด) สอบถามพนักงาน เค้าติดต่อคนขับและเด็กรถให้ ปรากฎว่า เด็กรถเก็บไว้ให้ แต่เราต้องไปเอาที่ศูนย์พักรถแถวรามอินทรา ซึ่งยังดีที่เป็นช่วงเช้ามืดรถไม่ติด
ขอขอบคุณพนักงานสมบัติทัวร์ และเจ้าหน้าที่ประจำรถ เวียงพิงค์บัส เที่ยว วันอาทิตย์ ๒๕ มิ.ย. ๖๐ ชร. - กทม. มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และขอชื่นชนพนังงานสมบัติทัวร์ที่ท่านบริการอย่างดี และให้การช่วยเหลือเราเต็มที่
๒.เหตุการณ์ต่อเนื่องกับเหตุการณ์แรก เมื่อลงรถทัวร์ขึ้นแทกซี่ โตโยต้า สีส้ม หมายเลขทะเบียน ทร ๑๘๙๓ ชื่อคุณลุง ธเนศ เมื่อพบว่าลืมกระเป๋าเงิน เราไม่มีเงินติดตัวเลย เราบอกคุณลุงรอแปปขอ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเราต้องไปประชุมที่แถวสะพานกรุงธนฯต่อ คุณลุงคอยทั้งๆที่คุณลุงก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เงินมั้ย และ ตอนนั้นเราก็ยังคิดอะไรไม่ออก คุณลุงพาเราไปศูนย์รถวิภาวดี เราบอกว่าถ้ากระเป๋าไม่ได้คืนเกี๋ยวเราโอนเงินให้ คุณลุงก็คอยอีก คราวนี้พนักงานบอกให้เราไปอู่รถที่เรียบด่วน รามอินทรา คุณลุงพาเราไปโดยไม่บ่นอะไรเลย แถมบอกว่าดีถ้ามาช่วงเย็นเราอาจต้องกังวลทั้งวัน และทั้งๆที่ถึงเวลาคุณลุงจะกลับบ้านแล้ว พอได้กระเป๋าคืน คุณลุงก็พาเราย้อนไปส่งที่แถวสะพานกรุงธนฯ ซึ่งอยู่ึนละฝั่งกับบ้านคุณลุงเลย คุณลุงเก็บค่ารถตามมิเตอร์ ไม่คิดค่าคอย และไม่คิดเหมาหรือต่อรองอะไร แถมยังเห็นใจเราและบอกว่าเราคงร้อนใจ (เงินไม่เยอะแต่บัตรเยอะค่ะ) ขอขอบคุณคุณลุงธเนศ มา ณ โอกาสนี้ และก็แสดงให้เห็นว่า แทกซี่ไทย น้ำใจงาม ยังมีอยู่จริง
๓.เรื่องนี้ก็เป็นความเผลอเรอของเรา ก่อนกลับ ตจว. เราแวะซื้อของเมเจอร์ปิ่นเกล้า และจะเลยไปสนามบินดอนเมือง ตอนซื้อของระหว่างรอเงินทอน เราหันไปกด เอทีเอ็ม และรีบไปเอาเงินทอนแล้วเดินไปขึ้นแทกซี่เพื่อไปดอนเมืองเลย ระหว่างนั่งมาได้สัก ๑๐ นาที มีโทรศัพท์เข้า เป็นคอลเซ็นเตอร์ ธ.ทหารไทย แจ้งว่าทีผู้เก็บเอทีเอ็มได้ที่ตู้ ให้ไปรับคืนที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า เราถึงรู้ว่า สติ สตังหายไปหมด เรากดเอทีเอ็ม แต่ไม่ดึงบัตรออกมา เรารีบย้อนกลับไปเมเจอร์ ตามหาคนเก็บได้คือ คุณวิชชุดา เป็นพนักงาน BOX office ของเมเจอร์ เราขอให้เค้าเอามาคืนข้างล่าง เพราะเราขาไม่ดีและของเยอะ เค้าก็ช่วยเดินลงเอามาให้เราข้างล่าง เราขอขอบคุณคุณวิชชุดา มา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ช่วยเก็บบัตรและเป็นธุระไม่นิ่งดูดายในการโทรศัพท์ไป คอลเซ็นเตอร์ ธ.ทหารไทย และขอบคุณคอลเซ็นเตอร์ ธ.ทหารไทยที่ช่วยโทรมาทันที
บางคนถามเราว่าทำไมไม่อายัติ แล้วทำบัตรใหม่ไปเลยง่ายกว่า แต่ตอนนั้นเราตัดสินใจย้อนรถกลับไปเมเจอร์ปินเกล้าแล้ว และที่สำคัญเราต้องเดินทางไปประชุมอีกจังหวัดหนึ่งต่อไม่มีเวลาไปทำทันที
จากที่เล่ามา ทุกเรื่องเป็นความผิดเรา ที่เราเผลอเรอ ขาดสติเอง แต่ก็ยังมีคนดีในสังคม ที่เราไม่ได้รู้จักเลย แต่เค้าเหล่านั้นก็ไม่นิ่งดูดายและช่วยเหลือเราทันที ทั้งๆที่ไม่ได้รับการร้องขอด้วยซ้ำ เราขอขอบคุณ พนักงานรถเวียงพิงค์ยัสในสันนั้น คุณลุงธเนศคนขับแทกซี่ และคุณวิชชุดา พนักงานเมเจอร์ปินเกล้า เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายวัน แต่เราก็ยังรู้สึกขอบคุณท่านอยู่
สังคมไทยเราเชื่อว่าทุกคนยังพร้อมหยิบยื่นน้ำใจให้กันและกันแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกัน ตัวเราเองก็เคยมอบถังออกซิเจนให้สมาชิกพันทิปที่เป็นหอบหืด (ถังออกซิเจนตอนเราป่วย) และตัวเราเองก็พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจให้ผู้อื่นหากเราสามารถทำได้ เพร่ะเรายังเชื่อและยึดมั่นว่าความดีในโลกนี้มีอยู่จริงรวมทั้งเรา ไม่ต้องทำเพื่อหวังผลอะไร อย่างน้อยเราก็สบายใจ สุขใจ และอิ่มใจ (น้องที่ทำงานบอกว่าเพราะพี่เวลาทำอะไร ไม่หวังผลตอบแทน หรือเปล่า คนอื่นจึงดีกับพี่เช่นกัน อันนี้เราก็ไม่ทราบแต่น้องที่ทำงานคิดแบบนี้
แล้วท่านๆสมาชิกพันทิปมีประสบการณ์ในเรื่องเช่นนี้อย่างไรย้าง เรามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันค่ะ