เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

ผู้เขียนเชื่อว่าเราทุกคนรู้คำตอบกันดีอยู่แล้วแต่เราปฎิเสธที่จะรับรู้เพราะเราหลงติดอยู่ในกับดักชีวิตที่เราเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆขึ้นมาเพื่อล้อมกรอบตัวเองโดยไม่รู้ตัว เราคิดว่าการตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆขึ้นก็เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ของกลุ่มคนองค์กรหรือประเทศที่เราอาศัยอยู่ซึ่งเราก็คือหนึ่งในผู้ที่จะต้องปฎิบัติตัวอยู่ภายในกรอบและกฎเกณฑ์เหล่านั้นด้วย แต่ไม่มีใครอยากถูกล้อมกรอบเพราะมนุษย์คือธรรมชาติเราสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากกฎเกณฑ์ ดังนั้นกฎต่างๆจึงมีไว้แหกไม่มีใครไม่เคยแหกกฎเราทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตอยู่กับการแหกกฎไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่งในบางสิ่งที่เราทำโดยไม่รู้ตัวหรือบางครั้งเราอาจจะตั้งใจแหกกฎเพราะการได้แหกกฎสามารถสร้างสีสันความตื่นเต้นเร้าใจให้กับการใช้ชีวิตของเราได้มากขึ้น ซึ่งการได้แหกกฎที่เริ่มต้นจากข้อห้ามเล็กๆน้อยๆไปเรื่อยๆทำให้เราเริ่มเกิดความเคยชินจนคิดว่าการแหกกฎเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็ทำกัน และนี่คือเหตุและผลที่ทำให้เรายอมเชื่อหรือรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นน้อยลงและเชื่อหรือรับฟังแต่ความคิดของตัวเองมากขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการยอมรับฟังหรือไม่ยอมรับฟังเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ไม่มีสิ่งใดที่ดีและไม่ดีในตัวของมันเอง มีแต่สิ่งที่เรายอมรับและเชื่อเท่านั้นที่จะทำให้เรายอมเชื่อฟัง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งที่เราทำถูกต้องแต่เมื่อใดที่เรามีความเชื่ออย่างหนักแน่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องสิ่งนั้นจึงกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับเราเสมอแต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง " ปลูกอะไรได้ผลอย่างนั้น" เราจะได้รับผลจากความคิดและการกระทำของเราเสมอไม่มากและไม่น้อยไปกว่านั้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นความคิดและการกระทำหนึ่งย่อมส่งผลต่ออีกความคิดและการกระทำหนึ่งโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการปฎิเสธไม่รับรู้ของเราไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่ ถ้าเรายังปฏิเสธที่จะรับรู้ต่อไปก็เท่ากับเรายอมรับการมาถึงและเป็นไปของจุดที่เรากำลังยืนอยู่ด้วยตัวเราเอง
แต่ถ้าเราไม่พอใจกับผลที่เราได้เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงต้นกำเนิดของผลนั้นด้วยตัวของเราเอง ไม่มีใครสามารถคิดและทำแทนเราได้ สามัญสำนึกของการแสดงความรับผิดชอบต่อความคิดและการกระทำของเราไม่สามารถเกิดขึ้นหรือมีขึ้นได้จากการปฏิเสธการรับรู้ของเราเอง เริ่มต้นจากการยอมรับอย่างหมดใจว่าเราคือส่วนหนึ่งของความผิดพลาดและความผิดพลาดก็คือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ดังนั้นจึงไม่มีใครผิดหรือถูกมีแต่คนที่รู้และสามารถยกระดับความคิดและการกระทำของตัวเองได้เท่านั้นที่จะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตที่เราไม่ต้องการไปสู่ชีวิตที่เราต้องการได้.

***การจะทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ต้องเริ่มที่เราทุกคนช่วยกันทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นวันละนิดไม่นานเราก็จะได้สังคมที่ดีขึ้นตามมา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่