เมื่อปีที่แล้ว น้องสาวกับแฟนคบกันมา 15 ปีแล้ว แต่งงานมา 12 ปี มีโอกาสไปเที่ยวยุโรปทริป 15 วันกับเพื่อนสามี(A)-ภรรยาคู่หนึ่ง(B) และเพื่อนชายนาย (C )รวม 5 คน มีแพลนไปหลายประเทศ เนเธอแลนด์ เยอรมัน เบลเยี่ยม อิตาลี สวิส เพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเรียนมัธยมมาด้วยกัน แต่ขาดการติดต่อไปหลายปีเพิ่งมาสนิทกันได้ ราว 1 ปี
แต่ขณะที่เดินทางไปถึงเนเธอแลนด์ได้เพียงวันเดียว น้องสาวของผมมีอาการป่วยกระทันหัน ทานอะไรไม่ได้จะอาเจียรออกมาหมด เป็นน้ำสีเขียวจำนวนมากจนหมดแรงเป็นลมพับ ทุกคนเห็นอาการไม่ค่อยดี จึงติดต่อประกันภัยที่ซื้อไว้ตอนเริ่มเดินทาง แต่การรักษาในต่างประเทศนั้น มีขั้นตอนยุ่งยาก จะต้องรอขั้นตอนตรวจสอบมากมาย รอดูอาการและรอนัดหมอเฉพาะทางอีก 2 วัน น้องและแฟนเกรงใจเพื่อนๆ จึงนอนพักในโรงแรมและให้อีก 3 คนไปเที่ยวในเมืองไปก่อน
แต่เนื่องจากทริปหลายประเทศมีการจองที่พัก รถเช่า ไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่ไปตามแพลนก็จะสูญเงินไป น้องผมไม่อยากเป็นภาระเลยกัดฟันเดินทางต่อไปทั้งที่ยังไม่ดีขึ้น เมื่อถึงประเทศเบลเยี่ยม น้องB เสนอตัวช่วยดูแลเช็ดตัวให้ บีบนวดให้น้องสาวผมตลอด เผื่อที่จะเดินทางต่อไปได้ แต่วันที่ 3 น้องผมยังมีอาการไม่ดีขึ้น ขาดน้ำและอาหารมาย่างวันที่ 4 (รวมวันเดินทาง) จึงนำส่งโรงพยาบาลในเบลเยี่ยม หลังจากนอนพัก 2 วันอาการไม่ดีขึ้น เมื่อเอ็กซเรย์แล้วพบว่าลำไส้มีการบิดตัวผิดปกติ จะต้องรอดูอาการหากไม่ไหวจริงๆจะต้องทำการผ่าตัด แม้ว่าเพื่อนๆอีก 3 คนจะช่วยเหลือเต็มที่แล้ว แต่แฟนน้องพอเข้าใจว่าทุกคนอยากเดินทางต่อ จึงตัดสินใจพาแฟนน้องบินกลับเมืองไทยขณะที่ยังพอมีสติอยู่
แต่แล้วอุปสรรคใหญ่เกิดขึ้น สนามบินบรัสเซลล์ เพิ่งถูกวางระเบิดได้ไม่นาน เราไม่รู้สภาพเป็นไง นาย C ซึ่งมีพี่ชายทำงานอยู่การบินไต เลยโทรเช็คไปได้เรื่องว่าจะมีเที่ยวบินแรกจากบรัสเซลล์มากรุงเทพในวันนี้เวลา 12:30 น. และยืนยันว่าไปซื้อตั๋วที่สนามบินได้ แฟนน้องกังวลกลัวจะมีปัญหา แต่ไม่มีทางเลือก ไม่กล้าให้ผ่าตัดที่นั่น จึงได้เชื่อนาย C
แต่เพื่อความชัวร์อยากให้เพื่อนๆช่วยจองตั๋วผ่านเว็บโดยใช้บัตรเครดิต ส่วนตัวเองจะเก็บเงินสดและวงเงินบัตรไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน เมื่อเดินทางถึงเมืองไทยจะโอนเงินกลับให้ทันที แต่นาย C ไม่อยากจะจ่ายบัตรให้ก่อน อ้างว่าเดี๋ยวติดปัญหาชื่อไม่ตรงกับคนเดินทางบ้าง และยืนยันให้น้องและแฟนน้องไปซื้อตั๋วที่สนามบินเอง แต่ความจริงไปบ่นกับคู่สามี A,B ว่าแฟนน้องงก มาเที่ยวทั้งทีไม่เปิดวงเงินให้มากพอ
และกลัวแฟนน้องไม่จ่ายคืน ที่จริงก็เตรียมวงเงินไปราว 2 แสนบาทแต่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปเกือบหมด
วันกลับ น้องสาวผมอดอาหารและน้ำย่างเข้าวันที่ 6 ยังมีสติและเดินได้อย่างช้า ก็ประคองกันไปสนามบิน แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันคืออาคารผู้โดยสารที่เป็นเคาเตอร์ขายตั๋วของสายการบินโดยระเบิดรุนแรงเรียบเป็นหน้ากลอง สภาพสนามบินเหมือนสมัยสงคราม มีทหารอยุ่เต็มไปหมด ผู้คนแออัดเต็มไปหมดที่รอเดินทาง แต่ที่สำคัญคือไม่มีการจำหน่ายตั๋วที่สนามบินเหมือนที่นาย C เช็คกับพี่ชาย น้องสาวผมต้องนอนรอข้างฟุตบาท เพราะแฟนน้องต้องวิ่งไปอาคารต่างๆเพื่อขอความช่วยเหลือ หลายกิโลแต่ไม่มีใครสามารถช่วยได้ สองคนกอดคอร้องไห้กัน และอาการน้องผมเริ่มหนักมากจนพูดออกมาไม่มีเสียงแล้ว เดินไปไหนไม่ไหว ขาดอาหารมารวม 7 วัน(มีได้น้ำเกลือตอนอยู่เบลเยี่ยม 1 ขวด)
แฟนน้องจึงพยายามจะจองตั๋วทางเน็ต แต่ที่สนามบินมีการตัดสัญญาณทั้งหมดจึงไม่สามารถจะจองได้ จึงจำใจโทรไปขอร้องนาย C ให้ช่วยจองตั๋วผ่านเน็ตให้ แต่นาย C ไม่ยินดี แนะนำให้ขยายวงเงินกับบัตรเครดิตที่ไทยเอาเอง แฟนน้องก็พยายามติดต่อแต่ก็ไม่สำเร็จหมดค่าโทรไปหลายพัน ในที่สุดคืนนั้นก็ต้องนอนในโรงแรมสนามบินที่มีห้องเป็นพันห้อง แต่มีคนพัก 2-3 ห้องเพราะกลัวการระเบิดซ้ำ ในที่สุดหลังจากขอร้องมาทั้งวันนาย C ก็ยอมจองตั๋วให้แบบเสียไม่ได้ แกล้งดึงเวลาจนเย็นจึงทำให้ แต่ไปบ่นกับคู่สามีภรรยา AB ไม่หยุด วันนั้นในโรงแรมสนามบินน้องและแฟนน้องกลัวมาก เพราะมีกลุ่มคนดำบุกเข้ามาขโมยของในโรงแรม มันเข้าไปในห้องที่คนว่าง แต่พอถึงห้องน้องมันกระแทกประตูแล้วรู้อยู่มีคนอยู่มันก็ไปห้องอื่น
*** ที่ต้องให้นายC จองเพราะเป็น Member ของการบินไต และเจ้าของบัตรเครดิตต้องยืนยันรับรองการจองตั๋วโดยใช้ สำเนาPasssport เซ็นรับรอง
หากเจอปัญหาที่ต.ม ก็จะสามารถยืนยันรายละเอียดได้ หรือกรณีมีปัญหาคนป่วยในการเดินทาง พี่ชายนาย C อาจสามารถช่วยได้ ***
วันกลับน้องต้องแกล้งทำตัวแข็งแรงเพราะไม่งั้นสายการบินไม่ให้คนป่วยบินกลับแน่ หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็บินกลับมารักษาตัวในเมืองไทยจน หลังจากกลับมาได้ 2 วัน เพื่อนที่ไปเที่ยวต่อนาย A,B,C โทรมาให้แฟนน้องช่วยโทรไปConfirm โรงแรมที่เยอรมันให้หน่อย เนื่องจากขับรถออกนอกเส้นทางไปไกล เนื่องจากอยากแวะเที่ยวนอกแพลน แต่แฟนน้องกำลังติดต่อดูอาการน้องสาวอยู่เลยโทรไปให้ครั้งนึง กลุ่มนี้ก็โทรกลับมาต่อว่าแฟนน้องว่าไม่มีน้ำใจ
สุดท้ายก่อนกลับ น้องผมอยากได้กระเป๋าใบนึงมาก แต่ราคาประมาณ 20,000 บาท แต่เกรงใจเพื่อนๆ ไม่กล้าเอ่ยปาก วันสุดท้ายแฟนน้องสงสารน้องจากเหตุการณ์นี้เลยอยากซื้อของปลอบใจ เลยโทรไปให้ A,B ช่วยซื้อให้ แต่เขาไม่ได้ซื้อให้ แต้ซื้อมาใช้เอง อ้างว่าไม่อยากถือมา 2 ใบกลัวเจอต.ม ตรวจ
สรุปเพื่อนกลุ่มนี้เมื่อช่างใจแล้วควรจะคบหาต่อไปอย่างไรหรือไม่ เพราะถึงจะไร้น้ำใจไปบ้าง แต่ก็ช่วยเหลือบ้าง ขอความเห็นหน่อยครับ
เพื่อนแบบนี้ยังควรจะคบกันต่อไปไหมครับ อยากแนะนำน้องสาว
แต่ขณะที่เดินทางไปถึงเนเธอแลนด์ได้เพียงวันเดียว น้องสาวของผมมีอาการป่วยกระทันหัน ทานอะไรไม่ได้จะอาเจียรออกมาหมด เป็นน้ำสีเขียวจำนวนมากจนหมดแรงเป็นลมพับ ทุกคนเห็นอาการไม่ค่อยดี จึงติดต่อประกันภัยที่ซื้อไว้ตอนเริ่มเดินทาง แต่การรักษาในต่างประเทศนั้น มีขั้นตอนยุ่งยาก จะต้องรอขั้นตอนตรวจสอบมากมาย รอดูอาการและรอนัดหมอเฉพาะทางอีก 2 วัน น้องและแฟนเกรงใจเพื่อนๆ จึงนอนพักในโรงแรมและให้อีก 3 คนไปเที่ยวในเมืองไปก่อน
แต่เนื่องจากทริปหลายประเทศมีการจองที่พัก รถเช่า ไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่ไปตามแพลนก็จะสูญเงินไป น้องผมไม่อยากเป็นภาระเลยกัดฟันเดินทางต่อไปทั้งที่ยังไม่ดีขึ้น เมื่อถึงประเทศเบลเยี่ยม น้องB เสนอตัวช่วยดูแลเช็ดตัวให้ บีบนวดให้น้องสาวผมตลอด เผื่อที่จะเดินทางต่อไปได้ แต่วันที่ 3 น้องผมยังมีอาการไม่ดีขึ้น ขาดน้ำและอาหารมาย่างวันที่ 4 (รวมวันเดินทาง) จึงนำส่งโรงพยาบาลในเบลเยี่ยม หลังจากนอนพัก 2 วันอาการไม่ดีขึ้น เมื่อเอ็กซเรย์แล้วพบว่าลำไส้มีการบิดตัวผิดปกติ จะต้องรอดูอาการหากไม่ไหวจริงๆจะต้องทำการผ่าตัด แม้ว่าเพื่อนๆอีก 3 คนจะช่วยเหลือเต็มที่แล้ว แต่แฟนน้องพอเข้าใจว่าทุกคนอยากเดินทางต่อ จึงตัดสินใจพาแฟนน้องบินกลับเมืองไทยขณะที่ยังพอมีสติอยู่
แต่แล้วอุปสรรคใหญ่เกิดขึ้น สนามบินบรัสเซลล์ เพิ่งถูกวางระเบิดได้ไม่นาน เราไม่รู้สภาพเป็นไง นาย C ซึ่งมีพี่ชายทำงานอยู่การบินไต เลยโทรเช็คไปได้เรื่องว่าจะมีเที่ยวบินแรกจากบรัสเซลล์มากรุงเทพในวันนี้เวลา 12:30 น. และยืนยันว่าไปซื้อตั๋วที่สนามบินได้ แฟนน้องกังวลกลัวจะมีปัญหา แต่ไม่มีทางเลือก ไม่กล้าให้ผ่าตัดที่นั่น จึงได้เชื่อนาย C แต่เพื่อความชัวร์อยากให้เพื่อนๆช่วยจองตั๋วผ่านเว็บโดยใช้บัตรเครดิต ส่วนตัวเองจะเก็บเงินสดและวงเงินบัตรไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน เมื่อเดินทางถึงเมืองไทยจะโอนเงินกลับให้ทันที แต่นาย C ไม่อยากจะจ่ายบัตรให้ก่อน อ้างว่าเดี๋ยวติดปัญหาชื่อไม่ตรงกับคนเดินทางบ้าง และยืนยันให้น้องและแฟนน้องไปซื้อตั๋วที่สนามบินเอง แต่ความจริงไปบ่นกับคู่สามี A,B ว่าแฟนน้องงก มาเที่ยวทั้งทีไม่เปิดวงเงินให้มากพอ
และกลัวแฟนน้องไม่จ่ายคืน ที่จริงก็เตรียมวงเงินไปราว 2 แสนบาทแต่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปเกือบหมด
วันกลับ น้องสาวผมอดอาหารและน้ำย่างเข้าวันที่ 6 ยังมีสติและเดินได้อย่างช้า ก็ประคองกันไปสนามบิน แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันคืออาคารผู้โดยสารที่เป็นเคาเตอร์ขายตั๋วของสายการบินโดยระเบิดรุนแรงเรียบเป็นหน้ากลอง สภาพสนามบินเหมือนสมัยสงคราม มีทหารอยุ่เต็มไปหมด ผู้คนแออัดเต็มไปหมดที่รอเดินทาง แต่ที่สำคัญคือไม่มีการจำหน่ายตั๋วที่สนามบินเหมือนที่นาย C เช็คกับพี่ชาย น้องสาวผมต้องนอนรอข้างฟุตบาท เพราะแฟนน้องต้องวิ่งไปอาคารต่างๆเพื่อขอความช่วยเหลือ หลายกิโลแต่ไม่มีใครสามารถช่วยได้ สองคนกอดคอร้องไห้กัน และอาการน้องผมเริ่มหนักมากจนพูดออกมาไม่มีเสียงแล้ว เดินไปไหนไม่ไหว ขาดอาหารมารวม 7 วัน(มีได้น้ำเกลือตอนอยู่เบลเยี่ยม 1 ขวด)
แฟนน้องจึงพยายามจะจองตั๋วทางเน็ต แต่ที่สนามบินมีการตัดสัญญาณทั้งหมดจึงไม่สามารถจะจองได้ จึงจำใจโทรไปขอร้องนาย C ให้ช่วยจองตั๋วผ่านเน็ตให้ แต่นาย C ไม่ยินดี แนะนำให้ขยายวงเงินกับบัตรเครดิตที่ไทยเอาเอง แฟนน้องก็พยายามติดต่อแต่ก็ไม่สำเร็จหมดค่าโทรไปหลายพัน ในที่สุดคืนนั้นก็ต้องนอนในโรงแรมสนามบินที่มีห้องเป็นพันห้อง แต่มีคนพัก 2-3 ห้องเพราะกลัวการระเบิดซ้ำ ในที่สุดหลังจากขอร้องมาทั้งวันนาย C ก็ยอมจองตั๋วให้แบบเสียไม่ได้ แกล้งดึงเวลาจนเย็นจึงทำให้ แต่ไปบ่นกับคู่สามีภรรยา AB ไม่หยุด วันนั้นในโรงแรมสนามบินน้องและแฟนน้องกลัวมาก เพราะมีกลุ่มคนดำบุกเข้ามาขโมยของในโรงแรม มันเข้าไปในห้องที่คนว่าง แต่พอถึงห้องน้องมันกระแทกประตูแล้วรู้อยู่มีคนอยู่มันก็ไปห้องอื่น
*** ที่ต้องให้นายC จองเพราะเป็น Member ของการบินไต และเจ้าของบัตรเครดิตต้องยืนยันรับรองการจองตั๋วโดยใช้ สำเนาPasssport เซ็นรับรอง
หากเจอปัญหาที่ต.ม ก็จะสามารถยืนยันรายละเอียดได้ หรือกรณีมีปัญหาคนป่วยในการเดินทาง พี่ชายนาย C อาจสามารถช่วยได้ ***
วันกลับน้องต้องแกล้งทำตัวแข็งแรงเพราะไม่งั้นสายการบินไม่ให้คนป่วยบินกลับแน่ หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็บินกลับมารักษาตัวในเมืองไทยจน หลังจากกลับมาได้ 2 วัน เพื่อนที่ไปเที่ยวต่อนาย A,B,C โทรมาให้แฟนน้องช่วยโทรไปConfirm โรงแรมที่เยอรมันให้หน่อย เนื่องจากขับรถออกนอกเส้นทางไปไกล เนื่องจากอยากแวะเที่ยวนอกแพลน แต่แฟนน้องกำลังติดต่อดูอาการน้องสาวอยู่เลยโทรไปให้ครั้งนึง กลุ่มนี้ก็โทรกลับมาต่อว่าแฟนน้องว่าไม่มีน้ำใจ
สุดท้ายก่อนกลับ น้องผมอยากได้กระเป๋าใบนึงมาก แต่ราคาประมาณ 20,000 บาท แต่เกรงใจเพื่อนๆ ไม่กล้าเอ่ยปาก วันสุดท้ายแฟนน้องสงสารน้องจากเหตุการณ์นี้เลยอยากซื้อของปลอบใจ เลยโทรไปให้ A,B ช่วยซื้อให้ แต่เขาไม่ได้ซื้อให้ แต้ซื้อมาใช้เอง อ้างว่าไม่อยากถือมา 2 ใบกลัวเจอต.ม ตรวจ
สรุปเพื่อนกลุ่มนี้เมื่อช่างใจแล้วควรจะคบหาต่อไปอย่างไรหรือไม่ เพราะถึงจะไร้น้ำใจไปบ้าง แต่ก็ช่วยเหลือบ้าง ขอความเห็นหน่อยครับ