ผมบังเอิญได้อ่านจากหนังสือพิมพ์จากลิงค์นี้ครับ
https://www.matichon.co.th/news/591640
เขาจั่วหัวว่า มาร์คลั่น ไม่เชื่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ชี้แค่เครื่องมือไว้จำกัดรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อผมอ่านคำพูดทุกประโยคของมาร์คแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่า มาร์คลั่นอะไรกันแน่ครับ
เดี๋ยวมาร์คบอก หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค มีความคิดเห็น พ.ร.บ.การจัดยุทธศาสตร์ชาติ อาจขัดรัฐธรรมนูญ แต่คนในพรรคเห็นตรงกันว่า เป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ก็เลยไม่รู้ว่า สำหรับมาร์คล่ะ เชื่อทีมกฎหมายหรือเชื่อคนในพรรคกันแน่ อย่าแทงกั๊กสิครับ
การให้ประชาชนมีส่วนร่วมตอนจัดทำยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ค่อนข้างน้อยมาก ซึ่งรัฐบาลอาจอ้างเรื่องระยะเวลาที่ถูกจำกัด ทำให้ยุทธศาสตร์นั้นเป็นของผู้เขียน แล้วมันดีหรือเปล่าครับ มาร์คไม่เห็นแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ตกลงแล้วควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม หรือ ควรให้เวลารัฐบาลมากกว่านี้?
ส่วนที่มาร์คลั่น ไม่ค่อยเชื่อแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั่นเป็นเรื่องของมาร์ค แต่กฎหมายยุทธศาสตร์ชาตินั้น อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 เรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่มองอีกมุมอาจไม่ขัด เพราะเป็นรัฐธรรมนูญเหมือนกัน ตกลงแล้วเอาไงกันแน่ครับ มาร์คคิดว่าขัดหรือไม่ขัด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
มาร์คครับ การเป็นหัวหน้าพรรค การจะเป็นผู้นำ จะต้องแสดงวุฒิภาวะที่ชัดเจน มั่นคง ไม่ใช่หลักลอย ไร้จุดยืนอย่างนี้ แล้วจะให้ประชาชนฝากผีฝากไข้ได้อย่างไรครับ
ข้อสำคัญนะครับมาร์ค นักการเมืองคนไหนๆล้วนแต่สามารถอ้างเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่สำหรับมาร์คนั้น คงไม่สามารถอ้างอย่างนั้นได้หรอกครับ
เพราะถ้ามาร์คคิดถึงอำนาจของประชาชน
มาร์คคงจะเคารพเสียงส่วนใหญ่ ยอมรับคำตัดสินของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
มาร์คคงจะยึดมั่นในระบบรัฐสภา มากกว่า ยอมรับกับระบบชุมนุมข้างถนน
มาร์คคงจะไม่ปล่อยให้ลูกพรรคทำให้ภาพลักษณ์รัฐสภาเสียหาย นักการเมืองเสียเครดิต
มาร์คคงจะไม่บอยคอตการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง โดยหวังพึ่งอำนาจนอกระบบ
มาร์คคงจะไม่ไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จนนำมาสู่การสูญเสียชีวิตประชาชนกว่าร้อยคน บาดเจ็บกว่าสองพัน
มาร์คคงจะไม่ปล่อยให้มีการกล่าวร้ายนักการเมือง จนทำให้นักการเมืองกลายเป็นผู้ร้ายของประชาชนเพียงกลุ่มเดียว
มาร์คคงจะไม่ปล่อยให้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จนนำมาสู่ทางตัน กลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดการยึดอำนาจ
และที่มาร์คควรรู้ การบอยคอยครั้งแรกนั้น นอกจากทำให้เสียของแล้ว มาร์คก็ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ แทนที่มาร์คจะนำมาเป็นบทเรียน ปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปพรรค ทำตัวเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพคอยตรวจสอบรัฐบาล เพื่อกลับมาครองใจประชาชน ซึ่งจะนำมาสู่การชนะการเลือกตั้งอย่างสง่างาม
แต่มาร์คกลับเลือกหนทางที่จะทำให้การเมืองเข้าสู่วิกฤติ โดยสร้างวาทกรรมปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง หวังได้กติกาที่เป็นธรรม ด้วยการบอยคอตเป็นครั้งที่สอง
แล้วเป็นไงล่ะมาร์คเอ๋ย นายกฯคงไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ นอกจากทำตัวเป็นเด็กดี แล้วเชื่อฟังลุงกำนันกับเหล่าสมุนคอยสนับสนุนนายกฯคนนอกดีกว่ามั่ง เผื่อจะได้เศษเนื้อที่มีคนโยนให้ ดีกว่ามาลั่นแล้วลั่นอีกให้เจ็บคอหอยเปล่าๆนะครับมาร์คจ๋า
มาร์คครับ หยุดลั่นเสียทีเถิดครับ----------------ทวดเอง
https://www.matichon.co.th/news/591640
เขาจั่วหัวว่า มาร์คลั่น ไม่เชื่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ชี้แค่เครื่องมือไว้จำกัดรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อผมอ่านคำพูดทุกประโยคของมาร์คแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่า มาร์คลั่นอะไรกันแน่ครับ
เดี๋ยวมาร์คบอก หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค มีความคิดเห็น พ.ร.บ.การจัดยุทธศาสตร์ชาติ อาจขัดรัฐธรรมนูญ แต่คนในพรรคเห็นตรงกันว่า เป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ก็เลยไม่รู้ว่า สำหรับมาร์คล่ะ เชื่อทีมกฎหมายหรือเชื่อคนในพรรคกันแน่ อย่าแทงกั๊กสิครับ
การให้ประชาชนมีส่วนร่วมตอนจัดทำยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ค่อนข้างน้อยมาก ซึ่งรัฐบาลอาจอ้างเรื่องระยะเวลาที่ถูกจำกัด ทำให้ยุทธศาสตร์นั้นเป็นของผู้เขียน แล้วมันดีหรือเปล่าครับ มาร์คไม่เห็นแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ตกลงแล้วควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม หรือ ควรให้เวลารัฐบาลมากกว่านี้?
ส่วนที่มาร์คลั่น ไม่ค่อยเชื่อแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั่นเป็นเรื่องของมาร์ค แต่กฎหมายยุทธศาสตร์ชาตินั้น อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 เรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่มองอีกมุมอาจไม่ขัด เพราะเป็นรัฐธรรมนูญเหมือนกัน ตกลงแล้วเอาไงกันแน่ครับ มาร์คคิดว่าขัดหรือไม่ขัด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
มาร์คครับ การเป็นหัวหน้าพรรค การจะเป็นผู้นำ จะต้องแสดงวุฒิภาวะที่ชัดเจน มั่นคง ไม่ใช่หลักลอย ไร้จุดยืนอย่างนี้ แล้วจะให้ประชาชนฝากผีฝากไข้ได้อย่างไรครับ
ข้อสำคัญนะครับมาร์ค นักการเมืองคนไหนๆล้วนแต่สามารถอ้างเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่สำหรับมาร์คนั้น คงไม่สามารถอ้างอย่างนั้นได้หรอกครับ
เพราะถ้ามาร์คคิดถึงอำนาจของประชาชน
มาร์คคงจะเคารพเสียงส่วนใหญ่ ยอมรับคำตัดสินของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
มาร์คคงจะยึดมั่นในระบบรัฐสภา มากกว่า ยอมรับกับระบบชุมนุมข้างถนน
มาร์คคงจะไม่ปล่อยให้ลูกพรรคทำให้ภาพลักษณ์รัฐสภาเสียหาย นักการเมืองเสียเครดิต
มาร์คคงจะไม่บอยคอตการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง โดยหวังพึ่งอำนาจนอกระบบ
มาร์คคงจะไม่ไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จนนำมาสู่การสูญเสียชีวิตประชาชนกว่าร้อยคน บาดเจ็บกว่าสองพัน
มาร์คคงจะไม่ปล่อยให้มีการกล่าวร้ายนักการเมือง จนทำให้นักการเมืองกลายเป็นผู้ร้ายของประชาชนเพียงกลุ่มเดียว
มาร์คคงจะไม่ปล่อยให้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จนนำมาสู่ทางตัน กลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดการยึดอำนาจ
และที่มาร์คควรรู้ การบอยคอยครั้งแรกนั้น นอกจากทำให้เสียของแล้ว มาร์คก็ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ แทนที่มาร์คจะนำมาเป็นบทเรียน ปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปพรรค ทำตัวเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพคอยตรวจสอบรัฐบาล เพื่อกลับมาครองใจประชาชน ซึ่งจะนำมาสู่การชนะการเลือกตั้งอย่างสง่างาม
แต่มาร์คกลับเลือกหนทางที่จะทำให้การเมืองเข้าสู่วิกฤติ โดยสร้างวาทกรรมปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง หวังได้กติกาที่เป็นธรรม ด้วยการบอยคอตเป็นครั้งที่สอง
แล้วเป็นไงล่ะมาร์คเอ๋ย นายกฯคงไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ นอกจากทำตัวเป็นเด็กดี แล้วเชื่อฟังลุงกำนันกับเหล่าสมุนคอยสนับสนุนนายกฯคนนอกดีกว่ามั่ง เผื่อจะได้เศษเนื้อที่มีคนโยนให้ ดีกว่ามาลั่นแล้วลั่นอีกให้เจ็บคอหอยเปล่าๆนะครับมาร์คจ๋า