เกริ่นก่อนนะครับ ชีวิตครอบครัวเราไม่อบอุ่นหรอก เราเป็นประเภทปากกัดตีนถีบ ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 18 ออกมาทำงานกับญาติ ส่งตัวเองเรียนจนจบมหาลัย ที่บ้านทำธุรกิจที่ต่างจังหวัดก็พอมีฐานะ(พ่อเราทำ) เมื่อก่อนเคยล้มหนักๆ แบบว่าติดหนี้ธนาคารเป็นสิบล้าน ช่วงนั้นก็ออกมาจากบ้านละ ตอนออกมามีวุฒิ ปวช มาอยู่กรุงเทพ เรียนต่อเอา เรามาอยู่ กทม.ทำหลายอย่าง รปภ. เด็กเสริฟ์ เก็บค่าจอดรถ เราทำหมด ส่งตัวเองจนจบปริญญา โดยช่วงหลังสบายหน่อยคือกู้เรียนกับญาติ แล้วก็ทะยอยใช้เค้าเอา
พ่อเราเป็นคนเมียเยอะ เรามีพี่สาวต่างมารดาสองคน มีน้องแม่เดียวกันคนนึง (เรากับน้องเป็นลูกเมียน้อย) ช่วงที่บ้านแย่ๆ พี่เราสองคนจบปริญญาหมดละ ก็แห่จากกรุงเทพไปอยู่ที่บ้าน(งานการก็ทำกับพ่อนั้นแหละ) ส่วนเราต้องออกจากบ้านมาหางานทำทั้งที่ยังไม่จบตรี ไม่รู้พ่อเราเกลียดอะไรเราหรือเปล่านะ แต่ถ้าคิดในแง่ดีก็คงเห็นเราเป็นผู้ชาย (น้องชายเราพ่อก็ส่งเรียนจบตรีที่ต่างจังหวัด) ช่วงที่เราออกมาก็ไม่คิดอะไรมาก บ้านกำลังแย่ ก็ถือว่าแยกย้ายกันทำมาหากิน แต่พอเศรษฐกิจที่บ้านเริ่มดี เพราะได้งานประมูลชิ้นใหญ่ๆเข้ามา เรียกว่ากลับมายืนได้เลย ใช้หนี้ธนาคารเกือบหมด ทุกคนมีเงินมีทองใช้กันหมด ซื้อบ้านซื้อรถ แต่ตัวเราตอนนั้นเรียนมหาลัยปีสอง ยังเป็นเด็กเสริฟ์อยู่ กทม. อยุ่เลย พ่อเราก็ไม่ได้ส่งเรานะ ให้เรากู้ยืมญาติเหมือนเดิม(จนญาติเราเอ่ยปากพูดว่าทำไม่พ่อเราไม่ส่งเราบ้างนะ) ออ...ลืมบอกไป แม่เราเสียชีวิตตั้งแต่เรามาจากต่างจังหวัด ด้วยอุบัติเหตุ นอนโคม่าอยู่ 3 วัน ที่ รพ. รัฐบาลเก่าๆแห่งหนึ่ง ดูกันตามมีตามเกิด (รักษาบัตรทอง) เนื่องจากพ่อเราแยกกับแม่เราอยู่ เพราะแม่เราจับได้ว่า..พ่อเราเอาคนงานในบ้านกับเพื่อนแม่ทำเมีย พ่อเราไม่ใยดีแม่เราเลย วันแม่เราโคม่าไม่มีสติแล้วถึงโผล่มา
ต่อมามีอยู่ช่วงนึง ญาติเราติดปัญหาเรื่องเงินให้กู้ส่งไม่ไหวละ เราเลยไปยืมพ่อมา เป็นค่าเทอมสองเทอมสุดท้าย เพื่อมาจ่ายมหาลัย จนทุกวันนี้เรียนจบมาทำงานทำการ ก็พออยู่ได้นะ ส่วนพี่สาวที่เกาะขาพ่อทั้งสองคนก็แต่งงานแต่งการไปแต่ก็ไม่วายพาสามีมาไถเงินทำธุรกิจกับพ่อเราประจำ กลายเป็นว่าพ่อเราได้ลูกเขยมาเป็นลูกชายเพิ่มทั้งที่ลูกชายตัวเองแท้ๆทำมาหากินอยู่นอกบ้าน ด้วยความที่ว่าพ่อเรารักลูกสาวสุดๆ ลูกเขยพามาไถเท่าไหร่ก็ให้ ช่วงหลังๆเลยติดๆขัดเรื่องเบิกเงินเกินบัญชี บังเอิญว่าตัวเองมาป่วยช่วงหลัง
พ่อเราป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งก็ให้คีโมรักษาได้ เพียงแต่ค่ารักษามันแพงมากเนื่องจากพ่อเรากลัวเจ็บเลยต้องรักษา รพ.เอกชนที่แทบจะดีที่สุดในประเทศไทยเลยมั้ง มันทำให้เราคิดถึงตอนแม่เราป่วย..แม่เราเป็นผู้หญิงนอนโรงพยาบาลอนาถา สมัย 20 ปีที่แล้ว คุณลองนึกภาพตามนะ
ตอนนี้พ่อเราต้องการเงินมากๆ พี่สาวพี่เขยที่เคยเอาเงินไปก็เงียบฉี่ มีบ้านหรูมีรถขับคันเป็นล้าน แต่มาเรี่ยไรเงินกับพี่กับน้อง บอกว่ารวมเงินรักษาพ่อ พี่สาวเรา บ่นไม่มีเงินๆทุกวัน เราเองก็ช่วยได้ตามสภาพ อยากให้รักษา รพ.เอกชนที่ราคาถูกหน่อย (ขนาดแม่เรายังรักษา รพ.รัฐเลย) พ่อเราก็ไม่เข้าใจหาว่าเราผูกใจเจ็บ กับเรื่องในอดีต
เรื่องก็ประมาณนี้แหละ ส่วนเราตอนนี้ก็เหมือนคนไม่รักพ่อ เหมือนลูกทรพีไปซะงั้นเพราะบอกให้พ่อไปรักษา รพ.ที่ถูกลง มีแต่ญาติเราคนที่ให้เราเรากู้เรียนที่เข้าใจเราบอกให้เราอดทนเอานะ
คำถามครับ
1. เราอยากรู้ว่า คุณรู้สึกว่าพ่อเราเป็นคนยังไง จริงๆนะ เราแทบไม่รู้จักเค้าเลยว่านิสัยใจคอจริงๆเค้าเป็นคนยังไง หรือเราจะทรพีจริงๆ ???เอาตรงๆไม่ต้องเกรงใจ
2. ไอ้การที่เราช่วยค่ารักษาแต่น้อย กับการที่เราบอกให้พ่อไปรักษา รพ.ที่ถูกกว่าที่รักษาอยู่มันดูเป็นลูก ทรพีมากเลยเหรอ???
3. คุณว่าพี่สาวเราต่างมารดาทั้งสองคน เป็นคนยังไง คบได้มั้ย... เราอยากรู้จริงๆนะ เหมือนเส้นผมบังภูเขาจริงๆ หรือเราคิดมากไป
ใครรู้สึกแบบนี้กับพ่อและครอบครัวบ้าง ช่วยอธิบายผมที..ไม่เข้าใจตัวเอง
พ่อเราเป็นคนเมียเยอะ เรามีพี่สาวต่างมารดาสองคน มีน้องแม่เดียวกันคนนึง (เรากับน้องเป็นลูกเมียน้อย) ช่วงที่บ้านแย่ๆ พี่เราสองคนจบปริญญาหมดละ ก็แห่จากกรุงเทพไปอยู่ที่บ้าน(งานการก็ทำกับพ่อนั้นแหละ) ส่วนเราต้องออกจากบ้านมาหางานทำทั้งที่ยังไม่จบตรี ไม่รู้พ่อเราเกลียดอะไรเราหรือเปล่านะ แต่ถ้าคิดในแง่ดีก็คงเห็นเราเป็นผู้ชาย (น้องชายเราพ่อก็ส่งเรียนจบตรีที่ต่างจังหวัด) ช่วงที่เราออกมาก็ไม่คิดอะไรมาก บ้านกำลังแย่ ก็ถือว่าแยกย้ายกันทำมาหากิน แต่พอเศรษฐกิจที่บ้านเริ่มดี เพราะได้งานประมูลชิ้นใหญ่ๆเข้ามา เรียกว่ากลับมายืนได้เลย ใช้หนี้ธนาคารเกือบหมด ทุกคนมีเงินมีทองใช้กันหมด ซื้อบ้านซื้อรถ แต่ตัวเราตอนนั้นเรียนมหาลัยปีสอง ยังเป็นเด็กเสริฟ์อยู่ กทม. อยุ่เลย พ่อเราก็ไม่ได้ส่งเรานะ ให้เรากู้ยืมญาติเหมือนเดิม(จนญาติเราเอ่ยปากพูดว่าทำไม่พ่อเราไม่ส่งเราบ้างนะ) ออ...ลืมบอกไป แม่เราเสียชีวิตตั้งแต่เรามาจากต่างจังหวัด ด้วยอุบัติเหตุ นอนโคม่าอยู่ 3 วัน ที่ รพ. รัฐบาลเก่าๆแห่งหนึ่ง ดูกันตามมีตามเกิด (รักษาบัตรทอง) เนื่องจากพ่อเราแยกกับแม่เราอยู่ เพราะแม่เราจับได้ว่า..พ่อเราเอาคนงานในบ้านกับเพื่อนแม่ทำเมีย พ่อเราไม่ใยดีแม่เราเลย วันแม่เราโคม่าไม่มีสติแล้วถึงโผล่มา
ต่อมามีอยู่ช่วงนึง ญาติเราติดปัญหาเรื่องเงินให้กู้ส่งไม่ไหวละ เราเลยไปยืมพ่อมา เป็นค่าเทอมสองเทอมสุดท้าย เพื่อมาจ่ายมหาลัย จนทุกวันนี้เรียนจบมาทำงานทำการ ก็พออยู่ได้นะ ส่วนพี่สาวที่เกาะขาพ่อทั้งสองคนก็แต่งงานแต่งการไปแต่ก็ไม่วายพาสามีมาไถเงินทำธุรกิจกับพ่อเราประจำ กลายเป็นว่าพ่อเราได้ลูกเขยมาเป็นลูกชายเพิ่มทั้งที่ลูกชายตัวเองแท้ๆทำมาหากินอยู่นอกบ้าน ด้วยความที่ว่าพ่อเรารักลูกสาวสุดๆ ลูกเขยพามาไถเท่าไหร่ก็ให้ ช่วงหลังๆเลยติดๆขัดเรื่องเบิกเงินเกินบัญชี บังเอิญว่าตัวเองมาป่วยช่วงหลัง
พ่อเราป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งก็ให้คีโมรักษาได้ เพียงแต่ค่ารักษามันแพงมากเนื่องจากพ่อเรากลัวเจ็บเลยต้องรักษา รพ.เอกชนที่แทบจะดีที่สุดในประเทศไทยเลยมั้ง มันทำให้เราคิดถึงตอนแม่เราป่วย..แม่เราเป็นผู้หญิงนอนโรงพยาบาลอนาถา สมัย 20 ปีที่แล้ว คุณลองนึกภาพตามนะ
ตอนนี้พ่อเราต้องการเงินมากๆ พี่สาวพี่เขยที่เคยเอาเงินไปก็เงียบฉี่ มีบ้านหรูมีรถขับคันเป็นล้าน แต่มาเรี่ยไรเงินกับพี่กับน้อง บอกว่ารวมเงินรักษาพ่อ พี่สาวเรา บ่นไม่มีเงินๆทุกวัน เราเองก็ช่วยได้ตามสภาพ อยากให้รักษา รพ.เอกชนที่ราคาถูกหน่อย (ขนาดแม่เรายังรักษา รพ.รัฐเลย) พ่อเราก็ไม่เข้าใจหาว่าเราผูกใจเจ็บ กับเรื่องในอดีต
เรื่องก็ประมาณนี้แหละ ส่วนเราตอนนี้ก็เหมือนคนไม่รักพ่อ เหมือนลูกทรพีไปซะงั้นเพราะบอกให้พ่อไปรักษา รพ.ที่ถูกลง มีแต่ญาติเราคนที่ให้เราเรากู้เรียนที่เข้าใจเราบอกให้เราอดทนเอานะ
คำถามครับ
1. เราอยากรู้ว่า คุณรู้สึกว่าพ่อเราเป็นคนยังไง จริงๆนะ เราแทบไม่รู้จักเค้าเลยว่านิสัยใจคอจริงๆเค้าเป็นคนยังไง หรือเราจะทรพีจริงๆ ???เอาตรงๆไม่ต้องเกรงใจ
2. ไอ้การที่เราช่วยค่ารักษาแต่น้อย กับการที่เราบอกให้พ่อไปรักษา รพ.ที่ถูกกว่าที่รักษาอยู่มันดูเป็นลูก ทรพีมากเลยเหรอ???
3. คุณว่าพี่สาวเราต่างมารดาทั้งสองคน เป็นคนยังไง คบได้มั้ย... เราอยากรู้จริงๆนะ เหมือนเส้นผมบังภูเขาจริงๆ หรือเราคิดมากไป