ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ จะเป็นบ้ากับการต้องอดทนกับแม่ตัวเอง อยากออกไปใช้ชีวิตคนเดียวแล้ว

เพิ่งตั้งกระทู้เล่าเรื่องครั้งแรกอาจจะยาวหน่อย แต่เราทนไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ มันเป็นเรื่องที่เราอึดอัดมานานหลายปีแล้วค่ะ ต้องบอกว่าหลายปีเพราะว่าตั้งแต่ยังเด็กถึงปัจจุบันเราทะเลาะกับแม่บ่อย ยอมรับค่ะว่าเราเป็นคนเถียงแม่ อารมณ์ร้อน เวลาโดนด่าก็ไม่ได้เงียบ เถียงคำไม่ตกฟากตลอด แต่บางทีเวลาเราทำอะไรดีๆแม่ก็ไม่ใส่ใจค่ะ ทะเลาะกันทีก็อ้างว่าเราไม่ได้เรื่องที ไม่เคยเป็นห่วง ทำดี เราก็ได้แต่มองบน เขารู้อยู่แก่ใจค่ะ แค่หาเรื่องด่า เรามีน้องชายคนนึง อายุห่างจากเรา4ปี น้องก็ยังเป็นเด็กค่ะ ไม่ได้ตัวเล็กหรอก แต่ก็ตัวเล็กกว่าเราตอนอายุเท่ากัน เรารู้สึกได้แบบไม่คิดไปเองคือแม่ไบแอสน้อง รักน้องมากกว่าเราอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ถามว่าน้อยใจมั้ย สำหรับเรามันเลยจุดที่จะรู้สึกว่าน้อยใจไปแล้ว มันเป็นอารมณ์ประมาณว่าถ้าไม่รักก็ไม่ซีเรียสค่ะ เราต้องการความเท่าเทียมมากกว่า แต่ปัญหามันก็หนักขึ้นเรื่อยๆตรงที่เราต้องมาอยู่กับแม่ กับน้อง ส่วนพ่อจะได้เจอแค่อาทิตย์ละครั้ง พ่อเข้าใจว่าเรามีความสุขดีเวลาอยู่กับแม่ค่ะ แต่ความจริงคือเราอึดอัดมาก เหมือนเราต้องฟังต้องทำตามที่เขาบอก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดถ้าขัดใจเขาก็จะเริ่มด่าละ ตัดไปท่ีน้องนะคะ มีพฤติกรรมแบบเรานั่นแหละ อารมณ์ร้ายกว่าด้วยซ้ำ แต่แม่จะโอ๋ตลอด ยอมก่อนตลอด เลี้ยงแบบฉบับตามสูตรลูกสุดที่รัก ทั้งที่ตอนเราอายุเท่าน้อง เราไม่ได้โดนโอ๋แล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะคะ ทั้งเรื่องที่เราต้องโกหก เรื่องแฟนใหม่แม่ ปัญหาจุกจิกแต่ละวันเยอะแยะไปหมด เราเคยเกือบจะระเบิดบอกพ่อหลายครั้งแต่เราโดนแม่ขู่ค่ะ ถ้าบอกพ่อนะ ถ้าแกทำให้ฉันไม่ได้อยู่กับน้องนะ ถึงขั้นพูดว่าฉันเอาแกตาย เราไม่ปฏิเสธนะคะว่าเราเป็นคนหยาบคาย ใช้คำพูดรุนแรงมากเวลาโต้ตอบแม่ แต่เราว่าจุดประสงค์เขาไม่ใช่แค่อยากให้เราสำนึกอะค่ะ มันไม่ได้มีความรักอยู่เลย เรื่องที่รร.เราถ้าไม่จำเป็นจริงๆเขาจะไม่สนใจเลย ทั้งที่เขาก็รู้ว่าเขาต้องเป็นผปค.เรา พ่อก็ไม่ว่างมา สำหรับเราเขาไม่ได้ทำหน้าที่ดีเท่าที่เขาพยายามสร้างภาพให้พ่อเห็นค่ะ เราโดนทำร้ายร่างกายด้วย มีแผลตลอด แต่ก็ต้องบอกพ่อว่าเล่นกับเพื่อน คำถามคือมันเมคเซ้นส์เหรอคะ เราโตขนาดนี้แล้วคงไม่เล่นกับเพื่อนจนมีรอยเล็บเต็มแขน และคงไม่บ้าพอจะจิกตัวเอง ไม่ขู่ก็เหมือนขู่อะค่ะ เขาพูดเสมอว่าแกก็ลองบอกพ่อดูสิ ถ้าแกบอกพ่อนะ แพทเทิร์นเดิมๆที่เขาพูด เราไม่รู้สึกกลัวด้วยซ้ำ แค่เห็นว่าเขายังหวังพึ่งพาน้องถึงได้ไม่บอกพ่อ แต่ยิ่งนับวันเราก็ยิ่งทนไม่ไหว เราเหมือนคนบ้าที่ไม่รู้สึกอยากกลับบ้าน ไม่รู้สึกอยากกอดแม่ มันเหนื่อยจนแบบ เราร้องไห้น้อยกว่าเดิมแล้วแต่มันก็ยังร้องอยู่ เราไม่รู้สึกชินกับเรื่องที่เจอ ไม่รู้สึกเข้มแข็งขึ้นเลย เรากลัวว่าถ้าปล่อยไปนานกว่านี้เราจะกลายเป็นคนป่วยทางจิต เราไม่อยากเป็นอะค่ะ เรามีอีกหลายอย่างที่อยากทำ เราไม่อยากให้แม่หรือใครมาฉุดเราทั้งนั้น เราไม่ใช่ลูกที่ดี ที่สร้างความภูมิใจอะไรให้เขามากมาย แต่เราก็พยายามแล้วเหมือนกันในขณะที่เขาปากบอกว่ารักตอนอารมณ์ดี แต่ไม่ได้ทำอย่างที่พูด เรากำลังคิดเรื่องแยกออกไปอยู่คนเดียวเพราะแม่เขาคงตามติดน้อง แต่ถ้าเราบอกพ่อ พ่อก็จะบอกว่าเราเด็กไป แล้วพ่อก็ต้องถามเหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็จะโดนกดดันจากแม่อีก เรารู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เราบอกพ่อ แม่เอาเราตายแน่ คงแค้นฝังหุ่นว่าเราไปพังชีวิตเขา แต่สำหรับเรา เราคงไม่ได้ใส่ร้ายเขา แค่ทำให้พ่อเห็นว่าเราทนปิดอะไรมาหลายปี ว่าแล้วเราก็นึกออกอีกเรื่อง เขาเคยหาว่าเราเสี้ยมให้พ่อเกลียดเขาด้วย เราโอ้โหแบบ โอ้ยนี่เราไม่ได้ช่วยเขาเฟคอยู่เหรอ มันมีอะไรให้เสี้ยมอี้ก ทำตัวเองทั้งนั้น ไม่รู้คิดได้ไง เหมือนเขาอินคลับฟรายเดย์ คือเขาไม่ได้เห็นเราเป็นลูกแล้วอะ เราก็หมดใจจะนับถือเขาแล้ว ที่อยู่ทุกวันนี้เพราะเขาสร้างภาพให้พ่อเห็นรอน้องโต เราเลยอยากขอคำปรึกษาค่ะ หรือแค่หาที่ระบายหน่อยก็ยังดี นี่ระหว่างพิมพ์ยังเจ็บอกอยู่เลยค่ะ โดนทุบมาแรงมาก เจ็บจนเข่าทรุดเลยค่ะ ไม่ใช่คิงคองนะโดนทุบอกแล้วจะฮึกเหิม โดนถีบมาด้วยค่ะ โดนสารพัด เราตัวใหญ่นะ เขาแค้นเราขนาดไหนอะต้องทุ่มแรงกายในการลงไม้ลงมือขนาดนี้ ขอคำปรึกษาทีค่ะ อยากมีชีวิตแบบปกติชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่