โดย MGR Online :
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000065375

อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย
ผู้จัดการรายวัน360 – สามสมาคมใหญ่ ช่อง 3 กับช่อง 9 รุมอัด ช่อง 5-7 ถามหาสาเหตุทำไมต้องแยกตัวตั้ง ชมรมเซ็นเซอร์ ชี้ก่อให้เกิด 2 มาตรฐานและปัญหาตามมาเพียบ ต้นทุนเจ้าของสินค้าเอเจนซี่เพิ่ม ย้ำเป็นการผิดเอ็มโอยูด้วย
นางอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯและสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ไม่เข้าใจว่าสาเหตุใด ทางช่อง5กับช่อง7 ถึงได้มีการจัดตั้ง ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ขึ้นมา และจะมีการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 นี้แล้ว โดยไม่มีการแจ้งให้ทางสมาคมโฆษณาฯที่เป็นผู้ประสานงานได้รับทราบแต่อย่างใด ทางเราต้องการคำตอบและเหตุผลที่ชัดเจน ถึงการจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวด้วย
การจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวของทั้งช่อง5กับช่อง7ที่ร่วมมือกันครั้งนี้ ถือว่าเป็นการผิดและขัดแย้งกับข้อตกลงที่มีการเซ็นเอ็มโอยูกันไปก่อนหน้านี้ ที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องรวมถึงสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลด้วย ได้ร่วมกันลงนามไว้ร่วมกับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโฆษณารวม 10 องค์กร ในวันที่ 3 เมษายน 2556 โดยยึดหลักการที่ว่าประเทศไทยควรมีช่องทางตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์เพียง 1 ช่องทาง เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และเพื่อรองรับการมีส่วนร่วมของสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล
ปัญหาคือ การมีชมรมฯของช่อง5กับช่อง7จะถือเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนและขัดกันกับ หน่วยงานเดิมที่มีการตรวจอยู่แล้วคือ คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาททางวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งในคณะกรรมการฯนี้ก็มีผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง 3,5,7 และ 9 รวมอยู่แล้ว และสมาคมโฆษณาฯด้วย ส่งผลให้มี 2 มาตรฐานในการเซ็นเซอร์งานโฆษณา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้โฆษณาเจ้าของสินค้า เอเจนซี่ เกิดความสับสน สิ้นเปลืองเวลา และค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต ทั้งนี้ในแต่ละปีจะมีงานโฆษณาที่ต้องพิจารณาประมาณหมื่นกว่าเรื่อง
เอ็มโอยูที่ตกลงกันไว้ ก็จะมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” ด้วย ที่จะมีกฎเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในการตรวจพิจารณาจะประกอบด้วย ผู้แทนจากทีวีหลักคือ ช่อง 3 , 5 , 7 และ 9 ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง, ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แตกต่างจังหวัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ 2 ช่อง และ ผู้แทนจากสมาคมโฆษณาฯ รวม 9 คน แต่ปัญหาคือ ที่ผ่านมา ช่อง 5 กับช่อง 7 ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมหลังจากประชุมครั้งที่ 2 จบไป และได้มีการตั้งชมรมฯดังกล่าวโดยไม่เชิญช่องอื่นและสมาคมฯทั้งหลายร่วมด้วย
“ที่ผ่านมาเราทำเรื่องสอบถามไปยังช่อง7แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เรานัดจะไปเจอที่ช่อง7 ทางนั้นก็เงียบไม่นัด เราจึงใม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเวลา 23 ปีที่เราตรวจสอบกันเองโดยไม่มี กบว. ก็ไม่มีปัญหา” นางอ่อนอุษา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันพุธนี้(28) ตามคิวของการตรวจงานโฆษณาจะเป็นคิวของช่อง7พอดี จึงทำให้ผู้ประกอบการ เอเจนซี เกิดความสับสนว่าจะต้องทำอย่างไร ส่งงานไปให้ใครตรวจกันแน่ และถ้าหากว่างานโฆษณาผ่านการตรวจและรับรองผ่านแล้วจากทางชมรมฯของช่อง7แล้วสามารถนำไปใช้ออนแอร์กับช่อง3กับช่อง9ได้หรือไม่ หรือแม้แต่งานที่ผ่านการตรวจจากหน่วยงานเดิมแล้ว จะสามารถนำไปออนแอร์ที่ช่อง5กับช่อง7ได้หรือไม่
ขณะที่ช่อง9ที่มีคิวเป็นเจ้าภาพตรวจเซ็นเซอร์ในวันพฤหัสที่29มิถุนายน ก็ยังคงทำต่อไป
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่อง5และช่อง7เป็นหนี้คำตอบกับสังคม ว่า ตั้งชมรมฯนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมต้องให้มี 2 มาตรฐานสร้างความสับสนและปัญหาตามมามาก
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องการตั้งชมรมฯของช่อง5กับช่อง7นี้นำไปสู่ความสับสนอย่างมาก และฝ่ายที่คิดจะมาล้มกระดานงานนี้ จะเป็นการทิ้งตราบาปไว้ในวงการอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นทางนั้นถึงต้องแยกตัวออกไป มันเป็นปัญหามาก และเสียหายมาก
นางอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯและสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ไม่เข้าใจว่าสาเหตุใด ทางช่อง5กับช่อง7 ถึงได้มีการจัดตั้ง ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ขึ้นมา และจะมีการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 นี้แล้ว โดยไม่มีการแจ้งให้ทางสมาคมโฆษณาฯที่เป็นผู้ประสานงานได้รับทราบแต่อย่างใด ทางเราต้องการคำตอบและเหตุผลที่ชัดเจน ถึงการจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวด้วย
การจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวของทั้งช่อง5กับช่อง7ที่ร่วมมือกันครั้งนี้ ถือว่าเป็นการผิดและขัดแย้งกับข้อตกลงที่มีการเซ็นเอ็มโอยูกันไปก่อนหน้านี้ ที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องรวมถึงสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลด้วย ได้ร่วมกันลงนามไว้ร่วมกับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโฆษณารวม 10 องค์กร ในวันที่ 3 เมษายน 2556 โดยยึดหลักการที่ว่าประเทศไทยควรมีช่องทางตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์เพียง 1 ช่องทาง เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และเพื่อรองรับการมีส่วนร่วมของสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล
ปัญหาคือ การมีชมรมฯของช่อง5กับช่อง7จะถือเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนและขัดกันกับ หน่วยงานเดิมที่มีการตรวจอยู่แล้วคือ คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาททางวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งในคณะกรรมการฯนี้ก็มีผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง 3,5,7 และ 9 รวมอยู่แล้ว และสมาคมโฆษณาฯด้วย ส่งผลให้มี 2 มาตรฐานในการเซ็นเซอร์งานโฆษณา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้โฆษณาเจ้าของสินค้า เอเจนซี่ เกิดความสับสน สิ้นเปลืองเวลา และค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต ทั้งนี้ในแต่ละปีจะมีงานโฆษณาที่ต้องพิจารณาประมาณหมื่นกว่าเรื่อง
เอ็มโอยูที่ตกลงกันไว้ ก็จะมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” ด้วย ที่จะมีกฎเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในการตรวจพิจารณาจะประกอบด้วย ผู้แทนจากทีวีหลักคือ ช่อง 3 , 5 , 7 และ 9 ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง, ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แตกต่างจังหวัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ 2 ช่อง และ ผู้แทนจากสมาคมโฆษณาฯ รวม 9 คน แต่ปัญหาคือ ที่ผ่านมา ช่อง 5 กับช่อง 7 ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมหลังจากประชุมครั้งที่ 2 จบไป และได้มีการตั้งชมรมฯดังกล่าวโดยไม่เชิญช่องอื่นและสมาคมฯทั้งหลายร่วมด้วย
“ที่ผ่านมาเราทำเรื่องสอบถามไปยังช่อง7แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เรานัดจะไปเจอที่ช่อง7 ทางนั้นก็เงียบไม่นัด เราจึงใม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเวลา 23 ปีที่เราตรวจสอบกันเองโดยไม่มี กบว. ก็ไม่มีปัญหา” นางอ่อนอุษา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันพุธนี้(28) ตามคิวของการตรวจงานโฆษณาจะเป็นคิวของช่อง7พอดี จึงทำให้ผู้ประกอบการ เอเจนซี เกิดความสับสนว่าจะต้องทำอย่างไร ส่งงานไปให้ใครตรวจกันแน่ และถ้าหากว่างานโฆษณาผ่านการตรวจและรับรองผ่านแล้วจากทางชมรมฯของช่อง7แล้วสามารถนำไปใช้ออนแอร์กับช่อง3กับช่อง9ได้หรือไม่ หรือแม้แต่งานที่ผ่านการตรวจจากหน่วยงานเดิมแล้ว จะสามารถนำไปออนแอร์ที่ช่อง5กับช่อง7ได้หรือไม่
ขณะที่ช่อง9ที่มีคิวเป็นเจ้าภาพตรวจเซ็นเซอร์ในวันพฤหัสที่29มิถุนายน ก็ยังคงทำต่อไป
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่อง5และช่อง7เป็นหนี้คำตอบกับสังคม ว่า ตั้งชมรมฯนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมต้องให้มี 2 มาตรฐานสร้างความสับสนและปัญหาตามมามาก
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องการตั้งชมรมฯของช่อง5กับช่อง7นี้นำไปสู่ความสับสนอย่างมาก และฝ่ายที่คิดจะมาล้มกระดานงานนี้ จะเป็นการทิ้งตราบาปไว้ในวงการอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นทางนั้นถึงต้องแยกตัวออกไป มันเป็นปัญหามาก และเสียหายมาก
โดย MGR Online :
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000065375
อัด ”ช่อง5-7” ผิดเอ็มโอยู แตกแยกตั้งชมรมเซ็นเซอร์ฯ
อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย
ผู้จัดการรายวัน360 – สามสมาคมใหญ่ ช่อง 3 กับช่อง 9 รุมอัด ช่อง 5-7 ถามหาสาเหตุทำไมต้องแยกตัวตั้ง ชมรมเซ็นเซอร์ ชี้ก่อให้เกิด 2 มาตรฐานและปัญหาตามมาเพียบ ต้นทุนเจ้าของสินค้าเอเจนซี่เพิ่ม ย้ำเป็นการผิดเอ็มโอยูด้วย
นางอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯและสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ไม่เข้าใจว่าสาเหตุใด ทางช่อง5กับช่อง7 ถึงได้มีการจัดตั้ง ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ขึ้นมา และจะมีการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 นี้แล้ว โดยไม่มีการแจ้งให้ทางสมาคมโฆษณาฯที่เป็นผู้ประสานงานได้รับทราบแต่อย่างใด ทางเราต้องการคำตอบและเหตุผลที่ชัดเจน ถึงการจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวด้วย
การจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวของทั้งช่อง5กับช่อง7ที่ร่วมมือกันครั้งนี้ ถือว่าเป็นการผิดและขัดแย้งกับข้อตกลงที่มีการเซ็นเอ็มโอยูกันไปก่อนหน้านี้ ที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องรวมถึงสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลด้วย ได้ร่วมกันลงนามไว้ร่วมกับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโฆษณารวม 10 องค์กร ในวันที่ 3 เมษายน 2556 โดยยึดหลักการที่ว่าประเทศไทยควรมีช่องทางตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์เพียง 1 ช่องทาง เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และเพื่อรองรับการมีส่วนร่วมของสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล
ปัญหาคือ การมีชมรมฯของช่อง5กับช่อง7จะถือเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนและขัดกันกับ หน่วยงานเดิมที่มีการตรวจอยู่แล้วคือ คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาททางวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งในคณะกรรมการฯนี้ก็มีผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง 3,5,7 และ 9 รวมอยู่แล้ว และสมาคมโฆษณาฯด้วย ส่งผลให้มี 2 มาตรฐานในการเซ็นเซอร์งานโฆษณา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้โฆษณาเจ้าของสินค้า เอเจนซี่ เกิดความสับสน สิ้นเปลืองเวลา และค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต ทั้งนี้ในแต่ละปีจะมีงานโฆษณาที่ต้องพิจารณาประมาณหมื่นกว่าเรื่อง
เอ็มโอยูที่ตกลงกันไว้ ก็จะมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” ด้วย ที่จะมีกฎเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในการตรวจพิจารณาจะประกอบด้วย ผู้แทนจากทีวีหลักคือ ช่อง 3 , 5 , 7 และ 9 ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง, ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แตกต่างจังหวัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ 2 ช่อง และ ผู้แทนจากสมาคมโฆษณาฯ รวม 9 คน แต่ปัญหาคือ ที่ผ่านมา ช่อง 5 กับช่อง 7 ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมหลังจากประชุมครั้งที่ 2 จบไป และได้มีการตั้งชมรมฯดังกล่าวโดยไม่เชิญช่องอื่นและสมาคมฯทั้งหลายร่วมด้วย
“ที่ผ่านมาเราทำเรื่องสอบถามไปยังช่อง7แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เรานัดจะไปเจอที่ช่อง7 ทางนั้นก็เงียบไม่นัด เราจึงใม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเวลา 23 ปีที่เราตรวจสอบกันเองโดยไม่มี กบว. ก็ไม่มีปัญหา” นางอ่อนอุษา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันพุธนี้(28) ตามคิวของการตรวจงานโฆษณาจะเป็นคิวของช่อง7พอดี จึงทำให้ผู้ประกอบการ เอเจนซี เกิดความสับสนว่าจะต้องทำอย่างไร ส่งงานไปให้ใครตรวจกันแน่ และถ้าหากว่างานโฆษณาผ่านการตรวจและรับรองผ่านแล้วจากทางชมรมฯของช่อง7แล้วสามารถนำไปใช้ออนแอร์กับช่อง3กับช่อง9ได้หรือไม่ หรือแม้แต่งานที่ผ่านการตรวจจากหน่วยงานเดิมแล้ว จะสามารถนำไปออนแอร์ที่ช่อง5กับช่อง7ได้หรือไม่
ขณะที่ช่อง9ที่มีคิวเป็นเจ้าภาพตรวจเซ็นเซอร์ในวันพฤหัสที่29มิถุนายน ก็ยังคงทำต่อไป
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่อง5และช่อง7เป็นหนี้คำตอบกับสังคม ว่า ตั้งชมรมฯนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมต้องให้มี 2 มาตรฐานสร้างความสับสนและปัญหาตามมามาก
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องการตั้งชมรมฯของช่อง5กับช่อง7นี้นำไปสู่ความสับสนอย่างมาก และฝ่ายที่คิดจะมาล้มกระดานงานนี้ จะเป็นการทิ้งตราบาปไว้ในวงการอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นทางนั้นถึงต้องแยกตัวออกไป มันเป็นปัญหามาก และเสียหายมาก
นางอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯและสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ไม่เข้าใจว่าสาเหตุใด ทางช่อง5กับช่อง7 ถึงได้มีการจัดตั้ง ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย) ขึ้นมา และจะมีการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 นี้แล้ว โดยไม่มีการแจ้งให้ทางสมาคมโฆษณาฯที่เป็นผู้ประสานงานได้รับทราบแต่อย่างใด ทางเราต้องการคำตอบและเหตุผลที่ชัดเจน ถึงการจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวด้วย
การจัดตั้งชมรมฯดังกล่าวของทั้งช่อง5กับช่อง7ที่ร่วมมือกันครั้งนี้ ถือว่าเป็นการผิดและขัดแย้งกับข้อตกลงที่มีการเซ็นเอ็มโอยูกันไปก่อนหน้านี้ ที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องรวมถึงสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลด้วย ได้ร่วมกันลงนามไว้ร่วมกับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโฆษณารวม 10 องค์กร ในวันที่ 3 เมษายน 2556 โดยยึดหลักการที่ว่าประเทศไทยควรมีช่องทางตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์เพียง 1 ช่องทาง เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และเพื่อรองรับการมีส่วนร่วมของสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล
ปัญหาคือ การมีชมรมฯของช่อง5กับช่อง7จะถือเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนและขัดกันกับ หน่วยงานเดิมที่มีการตรวจอยู่แล้วคือ คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาททางวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งในคณะกรรมการฯนี้ก็มีผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง 3,5,7 และ 9 รวมอยู่แล้ว และสมาคมโฆษณาฯด้วย ส่งผลให้มี 2 มาตรฐานในการเซ็นเซอร์งานโฆษณา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้โฆษณาเจ้าของสินค้า เอเจนซี่ เกิดความสับสน สิ้นเปลืองเวลา และค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต ทั้งนี้ในแต่ละปีจะมีงานโฆษณาที่ต้องพิจารณาประมาณหมื่นกว่าเรื่อง
เอ็มโอยูที่ตกลงกันไว้ ก็จะมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” ด้วย ที่จะมีกฎเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในการตรวจพิจารณาจะประกอบด้วย ผู้แทนจากทีวีหลักคือ ช่อง 3 , 5 , 7 และ 9 ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง, ผู้แทนจากทีวีดิจิทัลที่แตกต่างจังหวัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ 2 ช่อง และ ผู้แทนจากสมาคมโฆษณาฯ รวม 9 คน แต่ปัญหาคือ ที่ผ่านมา ช่อง 5 กับช่อง 7 ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมหลังจากประชุมครั้งที่ 2 จบไป และได้มีการตั้งชมรมฯดังกล่าวโดยไม่เชิญช่องอื่นและสมาคมฯทั้งหลายร่วมด้วย
“ที่ผ่านมาเราทำเรื่องสอบถามไปยังช่อง7แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เรานัดจะไปเจอที่ช่อง7 ทางนั้นก็เงียบไม่นัด เราจึงใม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเวลา 23 ปีที่เราตรวจสอบกันเองโดยไม่มี กบว. ก็ไม่มีปัญหา” นางอ่อนอุษา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันพุธนี้(28) ตามคิวของการตรวจงานโฆษณาจะเป็นคิวของช่อง7พอดี จึงทำให้ผู้ประกอบการ เอเจนซี เกิดความสับสนว่าจะต้องทำอย่างไร ส่งงานไปให้ใครตรวจกันแน่ และถ้าหากว่างานโฆษณาผ่านการตรวจและรับรองผ่านแล้วจากทางชมรมฯของช่อง7แล้วสามารถนำไปใช้ออนแอร์กับช่อง3กับช่อง9ได้หรือไม่ หรือแม้แต่งานที่ผ่านการตรวจจากหน่วยงานเดิมแล้ว จะสามารถนำไปออนแอร์ที่ช่อง5กับช่อง7ได้หรือไม่
ขณะที่ช่อง9ที่มีคิวเป็นเจ้าภาพตรวจเซ็นเซอร์ในวันพฤหัสที่29มิถุนายน ก็ยังคงทำต่อไป
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่อง5และช่อง7เป็นหนี้คำตอบกับสังคม ว่า ตั้งชมรมฯนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมต้องให้มี 2 มาตรฐานสร้างความสับสนและปัญหาตามมามาก
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องการตั้งชมรมฯของช่อง5กับช่อง7นี้นำไปสู่ความสับสนอย่างมาก และฝ่ายที่คิดจะมาล้มกระดานงานนี้ จะเป็นการทิ้งตราบาปไว้ในวงการอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นทางนั้นถึงต้องแยกตัวออกไป มันเป็นปัญหามาก และเสียหายมาก
โดย MGR Online : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000065375