คุณคิดว่าเราอยู่ในสถานะเมียน้อยมั้ยคะ (ขอทราบความเห็นค่ะ)

สวัสดีค่ะ เราอยากถามความเห็นของคนอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องของเราค่ะ ว่าทุกคนเห็นเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง จะผิดจะถูก มุมมองแต่ละคน เป็นยังไง ถ้าใครว่าเรื่องของเราไม่ถูกต้อง ก็เสนอแนะได้ค่ะ แต่อย่างด่าแรงมาก 555 เริ่มกันเลยโน๊ะ

เรื่องมีอยู่ว่า เราได้อายุ 30 ค่ะ เราเคยมีแฟน แต่เลิกไปแล้วเพราะว่าเราเข้ากันไม่ได้โดยนิสัยส่วนตัว ตอนนี้เราโสดค่ะ

เราได้เข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่ง  ซึ่งงานแบบนี้จะได้เจอกับคนเยอะแยะค่ะ และหนึ่งในนั้นคือพี่ เอ  


เราเจอพี่เอครั้งแรกเพราะมาคุยเรื่องงานกัน หัวหน้าใหญ่ของเราให้เค้ามาคุยงาน และในฐานะที่เราเป็นผู้จัดการใหม่ หัวหน้างานของเราเลยให้เรามาทำความรู้จักกับพี่เค้า  เราเห็นเค้าครั้งแรก เราก็รู้สึกว่าพี่คนนี้น่ารักดี ดูใจเย็น เป็นมิตรในตอนนั้นเราคงคิดว่า พี่เค้าน่าจะอายุซัก ไม่น่าจะเกิน 35 เพราะเค้าดูเด็ก วันนั้นเราคุยเรื่องงานกันนานพอสมควร คุยเสร็จก็แยกย้ายค่ะ

ที่ทำงานเราจะมีพี่ที่สนิทอยู่คนนึง ซึ่งเค้าก็สนิทกับพี่เอด้วย เพราะพี่คนนี้ทำงานบริษัทนี้มาหลายปี ส่วนพี่เอก็เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเรามานานแล้ว หลังจากวันนั้นเราก็ได้เจอกับพี่เอบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่ก็จะคุยการทางโทรศัพท์มากกว่า แต่แค่เรื่องงานนะคะ แต่มันทำให้เรารุ้สึกว่าชอบพี่เค้าแล้วจริงๆ
แต่ด้วยอายุของพี่เอ เราคิดว่าเค้าไม่น่าจะโสดค่ะ เราเลยกะจะถามพี่ที่เราสนิท แต่เราก็ถามแบบมีศิลปะนะคะ ไม่ได้บอกว่าเราชอบหรืออะไร ไม่ได้มีพิรุธให้ใครจับได้ ซึ่งพี่คนนี้ก็บอกเราว่า พี่เอแต่งงานแล้ว มีลูกสาวแล้วสองคน

เรื่องที่เราแอบชอบพี่เอ เราไม่เคยบอกกับใครค่ะ ยิ่งพอเรารู้ว่าพี่เค้ามีครอบครัวแล้ว เราก็แป่วค่ะ แต่ถ้าถามว่ายังชอบมั้ย เราบอกได้ว่า ชอบค่ะ แต่คงแค่ชอบ คงไม่ไปยุ่งกับเค้านอกจากเรื่องงาน

จนเวลาผ่านไปเกือนหนึ่งปี มีอยู่วันนึง หัวหน้าเราเค้าพูดถึง สเปคในแบบที่ชอบ หัวหน้าก็ยกตัวอย่างถึงคนโน้น คนนี้  วันนั้น เราก็ไม่รุ้นึกยังไง เราบอกไปว่า ตั้งแต่เรามาทำงานที่นี่ มีคนเดียวที่ทำให้เราเขิน แต่เราก็ไม่บอกนะคะว่าใคร หัวหน้าเราก็เดาไปเรื่อย จนตอนนั้น พี่เอก็เดินเข้ามาในออฟฟิศพอดี หัวเราก็แบบถามเราว่า อย่างคุณเอได้รึเปล่า  เราก็ยิ้มค่ะ แล้วก็ขอตัวไปทำงานต่อ

แต่พอหลังจากนั้น กลายเป็นว่า หัวหน้าเรา กับพี่ที่เราสนิทก็แซวเราตลอด เราบอกว่าอย่าเลย เค้ามีครอบครัวแล้ว  พี่ที่สนิทกับเราเลยบอกเรื่องของพี่เอให้เราฟัง ว่าพี่เอกับภรรยาเค้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน ส่วนลูกอยุ่กับพี่เอทั้งสองคน สาเหตุที่ทั้งสองคนแยกกันอยู่ก็เพราะว่า มีปัญหาเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ค่ะ ครอบครัวพี่เอเป็นคนจีน พี่เอเป็นลูกชายคนเดียว เห็นพี่เค้าเล่าว่า ตอนที่พี่เอแต่งงาน พี่เค้าก็ไปด้วย พี่เอจะย้ายออกไปอยู่กับภรรยาข้างนอก แต่พ่อกับแม่แกไม่ยอม เพราะเป็ฯลูกคนเดียว พี่เอก็เลยต้องอยู่บ้าน

นานๆไปก็เลยมีปัญหากัน พี่เอซึ่งเป็นคนกลางก็ไม่รู้จะทำยังไง เห็นว่ามีครั้งนึง แม่กับเมียทะเลาะกัน แต่เมียดันหลุดปากพูดว่าแม่พี่เอแรงๆ ทำให้พี่เอกับเมียทะเลาะกันหนักมาก จนไม่พูดกันเลย แล้วก็เหมือนปัญหาสะสม ทำให้เมียเค้ากลับไปอยู่บ้านพ่อกับแม่เค้า  พี่ที่สนิทกับเราบอกว่า แกเคยเจอแม่พี่เอตอนที่พี่เอแต่งงาน แม่พี่เอเป็นคนใจดี แต่อาจจะมีจุกจิกบ้างตามประสาคนอาบน้ำร้อนมาก่อน และโดยนิสัยที่เมียพี่เอไม่ชิน ก็เลยเข้ากันไม่ได้

แหม ออกทะเลไปเยอะนะคะ กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่า  พอเราได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้จะดีใจมากนะคะ เหมือนกับไม่ค่อยเชื่อที่เค้าพูด แล้วเจ้านายก็มาถามเรา ว่าตกลงเราชอบพี่เอใช่มั้ย ทีนี้เราก็ยอมรับ แต่เราขอเอาไว้ ว่าอย่าบอกพี่เอ เพราะเราไม่กล้าทำงานกับเค้าแน่นอน สรุปว่า เจ้านายเรา......บอกค่ะ

หลังจากนั้น พี่เอก็มีแซวเราทางไลน์บ้าง ทางอีเมลบ้าง ไม่ค่อยจะคุยกับตรงๆนะคะ ส่วนใหญ่จะมีเรื่องงานมาเกี่ยวตลอด ถึงจะได้คุยกัน  ถ้านับตั้งแต่วันแรกที่เรารุ้จักพี่เอ จนถึงตอนที่เราได้คุยกับพี่เอ คือ 1 ปีเต็มๆ   หลังจากนั้นเราก็คุยกับแบบเปิดเผยมากขึ้นค่ะ พี่เอก็แสดงออกต่อหน้าคนคน ว่าชอบเรา จนเราก็รู้สึกว่า เรารักเค้าแล้วค่ะ  จนมาถึงระดับที่พี่เอเล่าให้เราฟังทุกอย่างเรื่องของภรรยาเค้า สาเหตุที่แยกกันอยู่ และเรื่องของแม่เค้าเอง

พี่เอบอกว่า ถ้าแกจะมีใครซักคนแกคงคิดหนัก แกบอกว่า แม่ ยังไงก็คือแม่ ยังไงก็ต้องดูแล  แต่พี่เอค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าจะหาผู้หญิงให้เข้ากับแม่แกได้ คงยาก แกเลยมาบอกเรื่องของแม่แกให้เราฟัง ว่าให้เราเตรียมใจไว้ก่อน  พี่เอเปิดเผยกับที่บ้านนะคะ ว่ามีแฟนใหม่แล้ว เวลาไปไหนกัน ถ้าเจอญาติๆเค้า เค้าก็แนะนำว่าเราเป็นแฟนเค้าค่ะ  แต่เราเองนี่แหละ ยังคิดอยู่เลย ว่านี่กูเป็นเมียน้อยเค้ามั้ยวะ

เนื่องจากว่าลูกพี่เอทั้งสองคน อายุ 8 กับ 10 ขวบ บางครั้ง เด็กๆ ออกไปข้างนอกกับแม่เค้าบ้าง ถ้าเค้ามารับ แต่แม่เค้าจะไม่เข้าบ้านค่ะ จะแค่มารับมาส่งลูกเท่านั้น เด็กๆทั้งสองคนยังเคยคุยกับเราค่ะ พี่เอให้คุย เราแทนตัวเองว่าน้า  แม่พี่เอเคยให้เราไปที่บ้าน แต่เราไม่ไปค่ะ เราไม่กล้า เพียงแต่เจอกันนอกบ้าน เวลาพี่เอพาพ่อแม่มากินข้าวข้างนอก แล้วเราไปสวัสดี แล้วก็กลับ  

เชื่อมั้ยคะ จนกระทั่งตอนนี้ เรากับพี่เอคบกันมา 2 ปีแล้ว  เมื่อวานนี้เองค่ะ เราคิดไรได้ไม่รู้ เลยถามว่า นี่เมียเก่าพี่รู้เรื่องของเรารึยัง พี่เอบอกว่า รู้แล้ว ลูกพี่เอเป็นคนบอก  เราก็ไม่พูดอะไร แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ พี่เอบอกว่า จะให้พ่อแม่พี่เอ ไปหาพ่อเรา เพราะอยากให้เราสบายใจ   เราเองลึกๆก็ดีใจค่ะ แต่ลึกๆคือ เรากลัวว่าคนจะหาว่าเราเป็นเมียน้อยค่ะ  อ่อ ต้องบอกก่อน เรากับพี่เอยังไม่ได้มีไรกันค่ะ เรารู้สึกว่ายังไม่พร้อม 100 % และพี่เอก็ไม่เคยเซ้าซี้เราเรื่องนี้ค่ะ
เราไม่ใช่สาวบริสุทธิ์นะคะ  แต่ด้วยความที่เค้าเป็นพ่อม่ายลูกสอง เราก็เลยลังเล กลัวว่าจะไม่เลิกกับเมียจริงๆ   จบแล้วค่ะ ใครคิดเห็นยังไงบอกได้นะคะ.

ปล.  พี่เอและภรรยาเก่าเค้าไม่ได้จดทะเบียนกันค่ะ

** คำว่าแยกกันอยู่ของเราคือ เค้าเลิกกันแล้วนะคะ แล้วทั้งสองคนนี้ก็ไม่ได้จดทะเบียนกัน  คือทางด้านกฏหมาย ไม่มีไรเกี่ยวข้องกัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่