~มาลาริน~ << ไม่ใช่รักแท้..💋โพลเชื่อปชป.&พท.ไม่มีทางจูบปาก เหตุคิดต่างสุดขั้ว เห็นด้วยตั้ง “พรรคใหม่”หนุนรัฐบาลบิ๊กตู่

กระทู้คำถาม
ดิฉันไม่ได้คิดหวังว่า..นายกฯคนใหม่คือใคร..?

แต่ดิฉันหวังว่า..นายกคนใหม่ต้องตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน เสียสละ รักบ้านเมืองและประชาชนแบบนายกฯลุงตู่

จะมีใคร นักการเมืองคนไหนมาให้มาลารินเลือกได้บ้างคะ..?

นอกจากระบบพรรคที่เข้มแข็งเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ระบบครอบครัวนายทุนแล้ว  ตัวผู้นำคือคนที่จะมาเป็นนายกฯเป็นคนที่สำคัญมากต่อการบริหารบ้านเมืองอย่างยิ่งค่ะ

ผู้นำเป็นเรื่องใหญ่ที่จะนำพาคนทั้งประเทศให้มีความหวังและกำลังใจ  ไม่ใช่เสาไฟฟ้า ป้ายหลักกิโลเมตร นกแก้ว นกหงส์หยก แม่ชีเแอบแฝง แกนนำนั่งนอนทั้งหลาย ฯลฯ

นี่คือความคิดของดิฉันเองค่ะ ... มาดูความคิดของประชาชนจากโพลกันดีกว่า...

นานาแต่งตัวนานาอุ๊ต๊ะนานาชอบนานาโอเคนานาขอบคุณ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "2 พรรคการเมืองใหญ่กับการจับมือร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล" ระหว่างวันที่ 21- 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 1,250 คน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)และพรรคเพื่อไทย (พท.)จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งสมัยถัดไป พบว่า

ประชาชนร้อยละ 53.84 ระบุว่าไม่มีความเป็นไปได้เลย เพราะต่างฝ่ายต่างมีแนวคิด จุดยืน นโยบายที่แตกต่างกัน และที่ผ่านมามีความขัดแย้งกันอยู่ตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกมาเป็นเวลานาน อีกทั้งการร่วมมือกันอาจทำให้เกิดความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ของพรรค รวมถึงฐานเสียงของประชาชนในแต่ละพรรค อาจเกิดกระแสต่อต้าน จึงยากที่จะหันหน้าเข้าหากัน

รองลงมาร้อยละ 29.36 ระบุว่าเป็นไปได้ในระดับหนึ่ง เพราะทั้ง 2 พรรคนี้เป็นรัฐบาลและบริหารประเทศมาก่อน ขณะเดียวกัน แต่ละพรรคมีจุดยืนหรือแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่อาจมีบางอย่างที่มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน และอาจมีลูกพรรคที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หากจะจับมือร่วมกัน 

ร้อยละ 6.32 ระบุว่าเป็นไปได้สูง เพราะทุกฝ่ายน่าจะมองเห็นผลดีมากกว่าผลเสีย ซึ่งเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ และ 2 พรรคนี้เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ทั้งคู่ อีกทั้งประเทศถูกแช่แข็งทางการเมืองมาสักระยะหนึ่งแล้ว นักการเมืองน่าจะอ่อนข้อลงและเห็นแก่ประเทศชาติมากขึ้น และที่ผ่านมา คสช.ได้วางแนวทางในการปรองดองและการปฏิรูปประเทศไว้แล้ว

ขณะที่ร้อยละ 10.48 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ

*******************
สำหรับความต้องการของประชาชนที่จะเห็น 2 พรรคนี้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง พบว่า..

ร้อยละ 63.60 ระบุว่าต้องการ เพราะต้องการเห็นความสามัคคี ความปรองดอง ประเทศชาติพัฒนาและเดินหน้าต่อไป การร่วมมือกันทำให้เกิดความคิดที่หลากหลาย ได้แนวคิดใหม่ๆ และเพิ่มความเสถียรภาพของพรรคการเมืองให้มากขึ้น ไม่ต้องการเห็นนักการเมืองทะเลาะหรือขัดแย้งกันจนเกิดความวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา

ร้อยละ 26.88 มองว่าไม่ต้องการ เพราะ อาจมีปัญหาความขัดแย้งกัน ทั้งในเรื่องของความคิดทางการเมือง หรือผลประโยชน์ของพรรคการเมืองเอง ต้องมีอีกฝ่ายที่คานอำนาจกัน จึงเกิดความร่วมมือกันสุดท้ายก็น่าจะขัดแย้งกันเหมือนเดิม ควรให้เป็นไปตามแบบเดิม คือมีพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน

ส่วนร้อยละ 9.52 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ

************************
เมื่อถามถึง การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน พบว่า

ประชาชนร้อยละ 53.52 ระบุว่าเห็นด้วย เพราะต้องการเห็นทางออกใหม่ๆ ที่ช่วยลดความขัดแย้งและความวุ่นวายทางการเมือง และหากเข้ามาอย่างถูกต้อง ประชาชนก็ไม่ได้ติดขัดประการใด หากมีพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบันจะช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศ และสานต่อนโยบายต่างๆที่ได้ทำไว้แล้ว และเป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้บริหารประเทศต่อไป 

ขณะที่ร้อยละ 31.28 ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันการบริหารประเทศมีหลายอย่างที่ยังแก้ไขได้ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของประเทศ ปากท้องของประชาชน หากยังได้รัฐบาลชุดเดิม ประเทศอาจไม่ก้าวหน้า ประชาชนถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ในบางเรื่อง ทำได้ไม่เต็มที่ ควรจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเลือกนักการเมืองที่เก่งและมีประสบการณ์ในการบริหารประเทศเข้ามาแทน 

ร้อยละ15.20 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ....

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/581736
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่