งานงอกที่ทรูค่ะ
ก่อนอื่นสวัสดีชาว pantip ก่อนเลยจ้า เนื่องจากกระทู้นี้เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรก (ครั้งแรกนี่ควรจะต้องตื่นเต้นมั้ยอ่ะ 5555 แต่ตอนนี้ไม่มีความตื่นเต้นเลย มีแต่จะเต้น เต้น zumba เลยและกันมันดี นอกเรื่องเพื่อ? 5555) ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้านะค่ะ
เอาแหละเกริ่นมามาพอสมควร เริ่มเรื่องกันเถอะเนอะ ^^^^^ แต่น แตน แต้นนนนนนน!!!
เราเป็นลูกค้าที่สมัครใช้บริการทรูอินเตอร์เน็ตบ้านมาน่าจะประมาณสองถึงสามปีค่ะ เพราะเชื่อมั่นว่าอินเตอร์เน็ตบ้านของทรูคงจะไม่นำปัญหาปวดหัวมาให้เหมือนอย่างบริการด้านอื่นๆๆของทรู จากที่เคยได้ยินคำล่ำลือมาทำให้แอบกลัวเลยไม่กล้าใช้บริการด้านอื่น! ซึ่งจะเป็นจริงไม่จริงตามคำล่ำลือหรือไม่อันนี้ไม่ทราบ เพราะไม่กล้าใช้บริการ
แต่สำหรับอินเตอร์เน็ตบ้าน นึ่เตรียมใจมาแล้วในระดับหนึ่งว่าโอเคอาจมีปัญหาบ้าง เช่นเน็ตช้า เน็ตหลุด อะไรเหล่านี่รับได้ ไม่ว่ากันปัญหาทางเทคนิคก็แก้กันไป แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปโวยวายหรืออะไรกับทรูเรื่องนี้ แต่ที่ใช้บริการเน็ตเพราะมั่นใจว่าถ้าบริการรายเดือนเป็นยอดแน่นอนไม่สามารถมีค่าอย่างใดเกิดขึ้นได้ จนกระทั้งถึงวันที่เราต้องยกเลิกบริการเนื่องจาก เดิมเราพักหอเดียวกะเพื่อน จึงติดอินเตอร์เพื่อใช้งานร่วมกัน เราย้ายออกมาก่อน เพื่อนยังคงใช้งานต่อ
โดยการใช้งานให้ตัดค่าบริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต เพื่อตัดปัญหายุ่งยาก
ซึ่งต่อมาเมื่อช่วงประมาณ วันที่ 10 พ.ค. 60 เพื่อนเราตกลงย้ายออกจากที่พักเดิม เพื่อไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งที่ใหม่มีอินเตอร์เน็ตส่วนกลางให้บริการอยู่แล้ว
เราผู้เป็นเจ้าของชื่อในระบบอินเตอร์เน็ตจึงไปติดต่อศูนย์ทรูที่เดอะมอลล์ท่าพระ ประมาณวันที่ 10-15 พ.ค. 60 นี่แหละค่ะ จำวันที่แน่นอนไม่ได้
เราก็แจ้งพนักงานทรูว่าเราต้องการยกเลิกอินเตอร์เน็ต โดยอยากให้มีผลใช้วันสุด 21 พ.ค. 60
พนักงานทรู แจ้งว่าของเราตัดรอบทุกวันที่ 18 ของทุกเดือนซึ่งถ้าทำเรื่องวันนี้ ก็จะใช้เน็ตได้ถึง 18 พ.ค.60 เท่านั้น ถ้าจะใช้ถึง 21 พ.ค.60 ให้มาติดต่อหลัง 21 ไปแล้ว เราก็โอเค เข้าใจได้
เราถามเจ้าหน้าที่ว่า อ้าวแล้วถ้ามันตัดรอบไปแล้วมาแจ้งยกเลิกที่หลังจะคิดค่าบริการยังไงค่ะ
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ก็คิดเฉลี่ยตามวันที่ลูกค้าแจ้งยกเลิก เราก็โอเค ลั้นล้า กลับบ้านไปเคลียร์ได้ลงตัว
ต่อมาวันที่ 21 พ.ค. 60 ช่วงเย็นๆ เราก็ไปติดต่อดำเนินการแจ้งยกเลิกอินเตอร์เน็ต ที่ศูนย์บริการที่สีลม คอมแพล็กซ์ค่ะ
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงเป็นผู้ดำเนินการเอาเอกสารให้เซ็น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอินเตอร์เน็ตเราจะมีการเปลี่ยนระบบ (อารมณ์ประมาณว่าเปลี่ยนแล้วจะดีกว่าเดิมแบบนี้แหละ)
เราก็แจ้งว่ายกเลิกค่ะ เนื่องจากเราจะย้ายที่อยู่ไม่ใช้บริการต่อแล้ว
เจ้าหน้าที่ แจ้งว่าเดี๋ยวเบื้องต้นต้องส่งเรื่องยกเลิก เรื่องที่จะมีการเปลี่ยนระบบให้ก่อน (ซึ่งไอ้เรื่องเปลี่ยนระบบอะไรนี่ลูกค้าก็ไม่ได้ร้องขอนะ อิลูกค้าก็มีความงง) แต่ก็เอาฟ่ะ ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าใช้ระยะเวลา ประมาณ 3-5 วันทำการนี่แหละ จำไม่ได้ได้แน่นอน
เรากรอกเอกสารเสร็จก็ถามย้ำเจ้าหน้าที่ว่า นี่ดำเนินการเสร็จแล้วใช่มั้ย ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ แล้วต้องมาทำอะไรอีกมั้ย
เจ้าหน้าที่ก็ตอบมาสวยๆ ว่า ค่ะ เสร็จแล้วค่ะ ลูกค้าไม่ต้องทำอะไรแล้ว เดี๋ยวรอผลยกเลิก 3-5 วันทำการ (ประมาณนี้ไม่แน่ใจว่า แต่คุ้นว่าแจ้งว่า 3 วันทำการนะ) แต่ในใจคิดว่าถ้าไม่ได้ยกเลิกทันทีก็คิดค่าบริการต่อในช่วงระหว่างเวลาดำเนินการสิ แต่ก็เอ๊ะไม่เป็นไร ช่างมันแค่ไม่ถึง 10 วันมันคงไม่เท่าไหร่ (ซึ่งทุกวันนี้เราต้องเสียเงินให้การระยะเวลาที่บริษัทดำเนินการด้วยเหรอ อินี่ก็แปลกใจว่ามันเป็นเรื่องภายในที่ลูกค้าต้องรับผิดชอบเหรอ)
เราก็ถามเจ้าหน้าที่เพิ่มว่าแล้วค่าบริการที่เต็มเดือนคือ 18 เม.ย - 18 พ.ค. และ 18 - 21 พ.ค. จ่ายได้เลยมั้ย จะได้จ่ายจบกันไป
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงแจ้งว่าเดี๋ยวรอใบตัดรอบ ส่งไปแล้วลูกค้ามาจ่าย เราก็โอเค วันนั้นจบกันไป
เราโทรไปบอกเพื่อนว่า โอเคนะยกเลิกให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะมีค่าอินเตอร์เน็ตตัดเต็มเดือน 1 เดือน แล้วก็มีแบบไม่เต็มเดือนอีกเดือนนะ ให้สังเกตหน่อยว่าตัดเท่าไหร่เดือนไหนบ้าง
จนกระทั้งไปถามเพื่อนว่าจ่ายเต็มเดือนมากี่เดือนแล้ว เพื่อนบอกว่าตัดเต็มเดือนมา 2 เดือนแล้วนะ
เราก็แปลกใจ เลยไปติดต่อทรูที่สาขาสีลม คอมเฟล็กที่เดิม ที่เราเคยรักกัน (เอ๊ย ไม่ใช่ ตอนนี้ฉันเกลียดแกแล้ว)
เจ้าหน้าที่ผู้ชาย ถามข้อมูลมีการเคลียร์กันเรื่องค่าใช้บริการ เจ้หน้าที่ก็พูดกว่า ตอนนี้มีเงินเกินอยู่ในระบบ 80 กว่าบาท จำไม่ได้ 80 เท่าไหร่นะค่ะ
เราก็อ้าว นี่เดียวนะคุณตัดเต็มนี่ของรอบไหนถึงไหน
เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเป็นรอบ 19 พ.ค.60 - 14 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ก็พูดว่าเงินเกินตัวนี้ให้ลูกค้าเอา สำเนาบุ๊คแบงค์มาทำเรื่องรับเงินคืน
เราก็อ้าว ทำมั้ยตัดไปเต็มคืนแค่ 80 บาท เนื่องจาก 19-21 เป็นเวลา 3 วัน ต่อให้บวกเวลาดำเนินการยกเลิกอีก 5 วัน ก็แค่ 8 วัน
เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า ระบบมีการยกเลิก 14 มิ.ย.60
เราก็เดียวนะ ทำเรื่องยกเลิกตั้งแต่ 21 พ.ค. ทำไมระบบยกเลิก 14 มิ.ย. เจ้าหน้าตอบไม่ได้ (เท่านั้นแหละลูกค้าจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้เจ้าหน้าที่สาขาไปด้วยการตั้งคำถามต่างๆมากมายที่ ไร้ซึ่งคำตอบค่ะ)
เราถามใครเป็นคนยกเลิก เจ้าหน้าที่ดูในระบบบอกว่า ในระบบไม่ขึ้นข้อมูล (ประมาณนี้) อิลูกค้างงเป็นห่านตาแตกเลยค่ะ ใครทำเรื่องไม่ลงในระบบไว้
ถามอะไรเจ้าหน้าที่บอกไม่รู้ ในระบบไม่มีข้อมูล (ลูกค้าก็แบบคิด แบบนี้ก็ได้เหรอว่ะ เป็นบริษัทใหญ่ทำงานไม่มีการตรวจสอบได้เลยเหรอ คิดในใจเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นแต่จะช่วยกันปกปิดอะไรหรือป่าว อันนี้ไม่รู้)
เราก็ถามต่อว่าในเมื่อเราตัดผ่านบัญชีอัตโนมัติ ทำไมคุณถึงตัดยอดเต็มเดือน ทำให้มีเงินเกินมา 80 บาท (คำถามนี้รู้สึกจะไม่ได้รับคำตอบ) ซึ่งลุกค้าก็คิด เ ด้วยการตัดอัตโนมัติมีสิทธิ์อะไรมาตัดเกิน ทั้งที่คุณก็รอบการสรุปรอบใหม่ แล้วถึงส่งตัดบัตรเครดิต ถ้าลูกค้าไม่ตามเงินนี้ไปอยู่ที่ใคร ใครได้ประโยชน์ ลูกค้าย้ายออกจากบ้านหลังนั้นแล้ว เงินคุณจะติดต่อแจ้งลูกค้าได้ยังไง ถ้าลูกค้าไม่มาติดต่อสอบถามเรื่องนี้ก็คงไม่รู้เรื่อง)
เจ้าหน้าที่ผู้ชายก็ ถามว่ามาติดต่อสาขานี้เหรอ เจ้าหน้าที่คนไหนรับเรื่อง (อินี่ก็แบบใช่ค่ะ ติดต่อสาขานี้แหละ เจ้าหน้าที่ผู้หญิง นั่งแถวๆๆโน่น เอามือชี้ไป)
ตอนนี้ลูกค้าก็เริ่มมีความขึ้นและ ถามเจ้าหน้าที่ไปว่าแล้ว นี่จะให้ลูกค้าทำยังไง
เจ้าหน้าที่ผู้ชาย เลยตัดปัญหาด้วยการเดี๋ยวจะตรวจสอบให้ครับ ตอนแรกเราก็พูดว่าเดี๋ยวขอชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องด้วย
จนสุดท้ายจดเรื่องให้ติดต่อกลับ เราก็พูดว่าเดี๋ยวขอชื่อเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ
เ
จ้าหน้าที่แจ้งว่า ผมไม่ใช่คนรับเรื่องนะครับผมแค่ประสานงานให้ (อินี่ก็เออ พูดแบบนี้จะไม่ให้ชื่อว่างั้น โอเคไม่เอาก็ได้ แล้วคิดว่าจะกลัวอะไรไม่ทราบ ถ้าไม่ให้ชื่อแล้วจะตามกะใครฟ่ะ แต่ไม่เป็นไร คิดในใจเรามีวิธีตามอีกหลายทาง)
ก่อนออกมาเลยถามเจ้าหน้าที่ผู้ชายว่า เราจะตามเรื่องได้ช่องทางอื่นอีกมั้ย (ประมาณนี้ เจ้าหน้าที่ก็ อารมอึกอัก ตอบไม่ได้) เราก็เลยถามว่างั้นต้องตามกะ call center ด้วยมั้ย อึกอักตามเดิม อิลูกค้าเลยตัดปัญหาพูดไปว่า โอเค งั้นเดี๋ยวคอมเพลนสาขาก่อนแล้วกันเนอะ แล้วค่อยว่ากัน
จากนั้นเดินออกมาค่ะ ต่อสายหา call center ทันที พายุกำลังมาได้ที
ก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ cal center ฟัง ด้วยพายุอารมณ์ที่มีอยู่ทั้งหมด (แต่เราไม่ได้ใช้คำหยาบคายกะเจ้หาน้าที่นะ)
แค่เล่าแล้วถามกลับ ซึ่งก็ไม่ได้คำตอบ เช่นคำถามว่า ทำมั้ยถึงตัดยอดเต็มทั้งที่มันตัดอัตโนมัติ คุณสรุปยอดออกมาก่อนแล้วค่อยส่งเรื่องไปตัด ไม่ใช่ว่าตัดก่อนใช่ ทำแบบนี้บริษัทตั้งใจจะโกงหรือเปล่า (เจตนาไม่สุจริต เพราะลูกค้าก็เขียนในใบคำขอยกเลิกว่าย้ายที่อยู่เงินค้างอยู่ในระบบก็ค้างไป ถ้าลุกค้าไม่ตรวจสอบก็ไม่รู้) ไม่ได้คำตอบค่ะ คำถามนี้
เจ้าหน้าที่ call center พยายามอธิบายว่า การยกเลิกมันต้องยกเลิกตามรอบบิล ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องยกเลิกให้คุณก่อนกำหนดรอบบิลอีก (
ลูกค้านี่ขึ้นหนักเลย นี่ต้องสำนึกบุญคุณป่ะ) เลยถามกลับไปว่าเราถามสาขาท่าพระมาแล้วว่า คิดแบบเฉลี่ยรายวัน
เจ้าหน้าที่เลยกลับลำ พูดว่า การส่งเรื่องยกเลิกมันก็เป็นตามกำหนดระยะเวลาที่ลูกค้าแจ้งความประสงค์ ถ้าลูกค้าแจ้งว่าคุยกับสาขาไว้ว่าให้มีผลเมื่อไหร่ ก็เดี๋ยวประสานงานให้สาขาติดต่อกลับพรุ่งนี้ เราก็แบบไม่ยอม เพราะเราต้องการรู้ว่าคุณจะคืนเงินยังไงส่วนที่คิดเกินไป และทำมั้ยเราต้องมาติดต่อขอเงินคืน ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดเรา ตัดเกินเอง ไม่ส่งเรื่องยกเลิกให้ลูกค้าตามเวลาที่ควรจะเป็น
ตามสเต็ป ไม่ได้คำตอบ ได้แต่รับเรื่อง ตอนนั้น call center ก็มีอารมณ์ไปกะลูกค้าแล้วแหละลูกค้าเข้าใจได้ เพราะด้วยลูกค้าตอนนั้นคุณไม่มีเหตุผลไม่มีคำตอบอะไรเลย ลูกค้าไม่ยอมง่ายๆๆหรอก
เราเลยพูดว่า เหมือนบริษัทตั้งใจจะโกงเงินลูกค้า ถ้ายังไงจะให้เราไปร้องเรียนที่ กสทช หรือ กรมคุ้มครองผู้บริโภคมั้ย เราก็พูดเลยว่าด้วยสิ่งที่เรามีจะประเด็นในกรณีที่เกินขึ้นเรามั่นใจเราจะชนะ
โดย call center คงจะขึ้นมาก เพราะเอาลูกค้าไม่อยู่ call center เลยพูดว่าเดี๋ยวดิฉัน..... รับเรื่องประสานงานให้ทางสาขาตรวจสอบแล้วติดต่อกลับลูกค้า
call center พูดว่า ลูกค้าติดต่อสาขา ลูกค้าคุยกับสาขา call center ไม่ได้อยู่ด้วย call center ก็รับปากยังไม่ได้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะถ้ารับปากไปแล้วทำไม่ได้ call center ก็ถูกลูกค้าคอมเพลนอีก ส่วนเรื่องการคืนเงินเดี๋ยวให้ลูกค้าคุยกับสาขา (ก็เข้าใจนะที่ call center พูด แต่มันเป็นสิ่งที่ call center ควรพูดกับลูกค้าแบบนี้เหรอค่ะ แต่ไม่โกรธนะ แค่แบบว่าเออดี ตกลงนี้ฉันเป็นขี้เหรอโยนไปโยนมา ก็เลยโอเค พอก็ได้)
call center พูดแต่คำว่าจะประสานงานให้สาขาตรวจสอบ เราเลยพูดว่าเราติดต่อสาขามาแล้ว ซึ่งสาขาแจ้งมาว่าในระบบมันไม่มีข้อมูล (แล้วจะให้ประสานงานไปตรวจสอบอะไร ตอนนี้ลูกค้าไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้นแล้ว)
call center เลยพูดว่า ใครส่งเรื่องยกเลิกก็ต้องมีข้อมูลในระบบนะค่ะ เดี๋ยวยังไงจะส่งเรื่องสาขาให้ (เยี่ยมมากในใจคิด โยกกันไปโยนกันมา)
ก็เลยจบสายกันไปด้วย ความให้สาขาตรวจสอบ
เราก็เอาว่ะ ไม่เป็นไร คุยไปก็เปลืองค่าโทร เอาเวลาไปพิมพ์โนติสเตรียมส่งดีกว่า ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ดีก็จะส่งโนติสไปที่สำนักงานใหญ่ให้รู้กันไปสิ แล้วก็เตรียมส่งไปรษณีย์ตอบรับ จะได้มีหลักฐาน ดำเนินการต่อไป
#งานนี้ต้องบอกเลย เสียเวลา เสียเงิน เท่าไหร่ไม่ว่า แต่เสียรู้ไม่ได้ค่ะ งานนี้เราไม่ยอมเอาไงเอากัน ให้สุดๆๆไปเลย
ยังไงขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
ใครจะติดต่อยกเลิกบริการอะไรก็อย่าปล่อยผ่าน นะค่ะ มันมีบางสิ่งบางอย่างที่อาจทำให้ท่านทั้งหลายเสียรู้ให้กับบริษัท ด้วยความที่เราอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ใครเห็นด้วยว่าไม่ถูกต้องรบกวนช่วยกันแชร์ เราไม่เอาเปรียบใคร แต่อย่าให้ใครมาเอาเปรียบเรา
ขออนุญาตแท็กหลายห้องหน่อยนะค่ะ
กราบสวัสดี ราตรีสวัสดิ์จ้า
[CR] กระทู้เตือนภัย!! True online
ก่อนอื่นสวัสดีชาว pantip ก่อนเลยจ้า เนื่องจากกระทู้นี้เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรก (ครั้งแรกนี่ควรจะต้องตื่นเต้นมั้ยอ่ะ 5555 แต่ตอนนี้ไม่มีความตื่นเต้นเลย มีแต่จะเต้น เต้น zumba เลยและกันมันดี นอกเรื่องเพื่อ? 5555) ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้านะค่ะ
เอาแหละเกริ่นมามาพอสมควร เริ่มเรื่องกันเถอะเนอะ ^^^^^ แต่น แตน แต้นนนนนนน!!!
เราเป็นลูกค้าที่สมัครใช้บริการทรูอินเตอร์เน็ตบ้านมาน่าจะประมาณสองถึงสามปีค่ะ เพราะเชื่อมั่นว่าอินเตอร์เน็ตบ้านของทรูคงจะไม่นำปัญหาปวดหัวมาให้เหมือนอย่างบริการด้านอื่นๆๆของทรู จากที่เคยได้ยินคำล่ำลือมาทำให้แอบกลัวเลยไม่กล้าใช้บริการด้านอื่น! ซึ่งจะเป็นจริงไม่จริงตามคำล่ำลือหรือไม่อันนี้ไม่ทราบ เพราะไม่กล้าใช้บริการ
แต่สำหรับอินเตอร์เน็ตบ้าน นึ่เตรียมใจมาแล้วในระดับหนึ่งว่าโอเคอาจมีปัญหาบ้าง เช่นเน็ตช้า เน็ตหลุด อะไรเหล่านี่รับได้ ไม่ว่ากันปัญหาทางเทคนิคก็แก้กันไป แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปโวยวายหรืออะไรกับทรูเรื่องนี้ แต่ที่ใช้บริการเน็ตเพราะมั่นใจว่าถ้าบริการรายเดือนเป็นยอดแน่นอนไม่สามารถมีค่าอย่างใดเกิดขึ้นได้ จนกระทั้งถึงวันที่เราต้องยกเลิกบริการเนื่องจาก เดิมเราพักหอเดียวกะเพื่อน จึงติดอินเตอร์เพื่อใช้งานร่วมกัน เราย้ายออกมาก่อน เพื่อนยังคงใช้งานต่อ
โดยการใช้งานให้ตัดค่าบริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต เพื่อตัดปัญหายุ่งยาก
ซึ่งต่อมาเมื่อช่วงประมาณ วันที่ 10 พ.ค. 60 เพื่อนเราตกลงย้ายออกจากที่พักเดิม เพื่อไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งที่ใหม่มีอินเตอร์เน็ตส่วนกลางให้บริการอยู่แล้ว
เราผู้เป็นเจ้าของชื่อในระบบอินเตอร์เน็ตจึงไปติดต่อศูนย์ทรูที่เดอะมอลล์ท่าพระ ประมาณวันที่ 10-15 พ.ค. 60 นี่แหละค่ะ จำวันที่แน่นอนไม่ได้
เราก็แจ้งพนักงานทรูว่าเราต้องการยกเลิกอินเตอร์เน็ต โดยอยากให้มีผลใช้วันสุด 21 พ.ค. 60
พนักงานทรู แจ้งว่าของเราตัดรอบทุกวันที่ 18 ของทุกเดือนซึ่งถ้าทำเรื่องวันนี้ ก็จะใช้เน็ตได้ถึง 18 พ.ค.60 เท่านั้น ถ้าจะใช้ถึง 21 พ.ค.60 ให้มาติดต่อหลัง 21 ไปแล้ว เราก็โอเค เข้าใจได้
เราถามเจ้าหน้าที่ว่า อ้าวแล้วถ้ามันตัดรอบไปแล้วมาแจ้งยกเลิกที่หลังจะคิดค่าบริการยังไงค่ะ
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ก็คิดเฉลี่ยตามวันที่ลูกค้าแจ้งยกเลิก เราก็โอเค ลั้นล้า กลับบ้านไปเคลียร์ได้ลงตัว
ต่อมาวันที่ 21 พ.ค. 60 ช่วงเย็นๆ เราก็ไปติดต่อดำเนินการแจ้งยกเลิกอินเตอร์เน็ต ที่ศูนย์บริการที่สีลม คอมแพล็กซ์ค่ะ
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงเป็นผู้ดำเนินการเอาเอกสารให้เซ็น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอินเตอร์เน็ตเราจะมีการเปลี่ยนระบบ (อารมณ์ประมาณว่าเปลี่ยนแล้วจะดีกว่าเดิมแบบนี้แหละ)
เราก็แจ้งว่ายกเลิกค่ะ เนื่องจากเราจะย้ายที่อยู่ไม่ใช้บริการต่อแล้ว
เจ้าหน้าที่ แจ้งว่าเดี๋ยวเบื้องต้นต้องส่งเรื่องยกเลิก เรื่องที่จะมีการเปลี่ยนระบบให้ก่อน (ซึ่งไอ้เรื่องเปลี่ยนระบบอะไรนี่ลูกค้าก็ไม่ได้ร้องขอนะ อิลูกค้าก็มีความงง) แต่ก็เอาฟ่ะ ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าใช้ระยะเวลา ประมาณ 3-5 วันทำการนี่แหละ จำไม่ได้ได้แน่นอน
เรากรอกเอกสารเสร็จก็ถามย้ำเจ้าหน้าที่ว่า นี่ดำเนินการเสร็จแล้วใช่มั้ย ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ แล้วต้องมาทำอะไรอีกมั้ย
เจ้าหน้าที่ก็ตอบมาสวยๆ ว่า ค่ะ เสร็จแล้วค่ะ ลูกค้าไม่ต้องทำอะไรแล้ว เดี๋ยวรอผลยกเลิก 3-5 วันทำการ (ประมาณนี้ไม่แน่ใจว่า แต่คุ้นว่าแจ้งว่า 3 วันทำการนะ) แต่ในใจคิดว่าถ้าไม่ได้ยกเลิกทันทีก็คิดค่าบริการต่อในช่วงระหว่างเวลาดำเนินการสิ แต่ก็เอ๊ะไม่เป็นไร ช่างมันแค่ไม่ถึง 10 วันมันคงไม่เท่าไหร่ (ซึ่งทุกวันนี้เราต้องเสียเงินให้การระยะเวลาที่บริษัทดำเนินการด้วยเหรอ อินี่ก็แปลกใจว่ามันเป็นเรื่องภายในที่ลูกค้าต้องรับผิดชอบเหรอ)
เราก็ถามเจ้าหน้าที่เพิ่มว่าแล้วค่าบริการที่เต็มเดือนคือ 18 เม.ย - 18 พ.ค. และ 18 - 21 พ.ค. จ่ายได้เลยมั้ย จะได้จ่ายจบกันไป
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงแจ้งว่าเดี๋ยวรอใบตัดรอบ ส่งไปแล้วลูกค้ามาจ่าย เราก็โอเค วันนั้นจบกันไป
เราโทรไปบอกเพื่อนว่า โอเคนะยกเลิกให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะมีค่าอินเตอร์เน็ตตัดเต็มเดือน 1 เดือน แล้วก็มีแบบไม่เต็มเดือนอีกเดือนนะ ให้สังเกตหน่อยว่าตัดเท่าไหร่เดือนไหนบ้าง
จนกระทั้งไปถามเพื่อนว่าจ่ายเต็มเดือนมากี่เดือนแล้ว เพื่อนบอกว่าตัดเต็มเดือนมา 2 เดือนแล้วนะ
เราก็แปลกใจ เลยไปติดต่อทรูที่สาขาสีลม คอมเฟล็กที่เดิม ที่เราเคยรักกัน (เอ๊ย ไม่ใช่ ตอนนี้ฉันเกลียดแกแล้ว)
เจ้าหน้าที่ผู้ชาย ถามข้อมูลมีการเคลียร์กันเรื่องค่าใช้บริการ เจ้หน้าที่ก็พูดกว่า ตอนนี้มีเงินเกินอยู่ในระบบ 80 กว่าบาท จำไม่ได้ 80 เท่าไหร่นะค่ะ
เราก็อ้าว นี่เดียวนะคุณตัดเต็มนี่ของรอบไหนถึงไหน
เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเป็นรอบ 19 พ.ค.60 - 14 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ก็พูดว่าเงินเกินตัวนี้ให้ลูกค้าเอา สำเนาบุ๊คแบงค์มาทำเรื่องรับเงินคืน
เราก็อ้าว ทำมั้ยตัดไปเต็มคืนแค่ 80 บาท เนื่องจาก 19-21 เป็นเวลา 3 วัน ต่อให้บวกเวลาดำเนินการยกเลิกอีก 5 วัน ก็แค่ 8 วัน
เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า ระบบมีการยกเลิก 14 มิ.ย.60
เราก็เดียวนะ ทำเรื่องยกเลิกตั้งแต่ 21 พ.ค. ทำไมระบบยกเลิก 14 มิ.ย. เจ้าหน้าตอบไม่ได้ (เท่านั้นแหละลูกค้าจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้เจ้าหน้าที่สาขาไปด้วยการตั้งคำถามต่างๆมากมายที่ ไร้ซึ่งคำตอบค่ะ)
เราถามใครเป็นคนยกเลิก เจ้าหน้าที่ดูในระบบบอกว่า ในระบบไม่ขึ้นข้อมูล (ประมาณนี้) อิลูกค้างงเป็นห่านตาแตกเลยค่ะ ใครทำเรื่องไม่ลงในระบบไว้
ถามอะไรเจ้าหน้าที่บอกไม่รู้ ในระบบไม่มีข้อมูล (ลูกค้าก็แบบคิด แบบนี้ก็ได้เหรอว่ะ เป็นบริษัทใหญ่ทำงานไม่มีการตรวจสอบได้เลยเหรอ คิดในใจเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นแต่จะช่วยกันปกปิดอะไรหรือป่าว อันนี้ไม่รู้)
เราก็ถามต่อว่าในเมื่อเราตัดผ่านบัญชีอัตโนมัติ ทำไมคุณถึงตัดยอดเต็มเดือน ทำให้มีเงินเกินมา 80 บาท (คำถามนี้รู้สึกจะไม่ได้รับคำตอบ) ซึ่งลุกค้าก็คิด เ ด้วยการตัดอัตโนมัติมีสิทธิ์อะไรมาตัดเกิน ทั้งที่คุณก็รอบการสรุปรอบใหม่ แล้วถึงส่งตัดบัตรเครดิต ถ้าลูกค้าไม่ตามเงินนี้ไปอยู่ที่ใคร ใครได้ประโยชน์ ลูกค้าย้ายออกจากบ้านหลังนั้นแล้ว เงินคุณจะติดต่อแจ้งลูกค้าได้ยังไง ถ้าลูกค้าไม่มาติดต่อสอบถามเรื่องนี้ก็คงไม่รู้เรื่อง)
เจ้าหน้าที่ผู้ชายก็ ถามว่ามาติดต่อสาขานี้เหรอ เจ้าหน้าที่คนไหนรับเรื่อง (อินี่ก็แบบใช่ค่ะ ติดต่อสาขานี้แหละ เจ้าหน้าที่ผู้หญิง นั่งแถวๆๆโน่น เอามือชี้ไป)
ตอนนี้ลูกค้าก็เริ่มมีความขึ้นและ ถามเจ้าหน้าที่ไปว่าแล้ว นี่จะให้ลูกค้าทำยังไง
เจ้าหน้าที่ผู้ชาย เลยตัดปัญหาด้วยการเดี๋ยวจะตรวจสอบให้ครับ ตอนแรกเราก็พูดว่าเดี๋ยวขอชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องด้วย
จนสุดท้ายจดเรื่องให้ติดต่อกลับ เราก็พูดว่าเดี๋ยวขอชื่อเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ผมไม่ใช่คนรับเรื่องนะครับผมแค่ประสานงานให้ (อินี่ก็เออ พูดแบบนี้จะไม่ให้ชื่อว่างั้น โอเคไม่เอาก็ได้ แล้วคิดว่าจะกลัวอะไรไม่ทราบ ถ้าไม่ให้ชื่อแล้วจะตามกะใครฟ่ะ แต่ไม่เป็นไร คิดในใจเรามีวิธีตามอีกหลายทาง)
ก่อนออกมาเลยถามเจ้าหน้าที่ผู้ชายว่า เราจะตามเรื่องได้ช่องทางอื่นอีกมั้ย (ประมาณนี้ เจ้าหน้าที่ก็ อารมอึกอัก ตอบไม่ได้) เราก็เลยถามว่างั้นต้องตามกะ call center ด้วยมั้ย อึกอักตามเดิม อิลูกค้าเลยตัดปัญหาพูดไปว่า โอเค งั้นเดี๋ยวคอมเพลนสาขาก่อนแล้วกันเนอะ แล้วค่อยว่ากัน
จากนั้นเดินออกมาค่ะ ต่อสายหา call center ทันที พายุกำลังมาได้ที
ก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ cal center ฟัง ด้วยพายุอารมณ์ที่มีอยู่ทั้งหมด (แต่เราไม่ได้ใช้คำหยาบคายกะเจ้หาน้าที่นะ)
แค่เล่าแล้วถามกลับ ซึ่งก็ไม่ได้คำตอบ เช่นคำถามว่า ทำมั้ยถึงตัดยอดเต็มทั้งที่มันตัดอัตโนมัติ คุณสรุปยอดออกมาก่อนแล้วค่อยส่งเรื่องไปตัด ไม่ใช่ว่าตัดก่อนใช่ ทำแบบนี้บริษัทตั้งใจจะโกงหรือเปล่า (เจตนาไม่สุจริต เพราะลูกค้าก็เขียนในใบคำขอยกเลิกว่าย้ายที่อยู่เงินค้างอยู่ในระบบก็ค้างไป ถ้าลุกค้าไม่ตรวจสอบก็ไม่รู้) ไม่ได้คำตอบค่ะ คำถามนี้
เจ้าหน้าที่ call center พยายามอธิบายว่า การยกเลิกมันต้องยกเลิกตามรอบบิล ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องยกเลิกให้คุณก่อนกำหนดรอบบิลอีก (ลูกค้านี่ขึ้นหนักเลย นี่ต้องสำนึกบุญคุณป่ะ) เลยถามกลับไปว่าเราถามสาขาท่าพระมาแล้วว่า คิดแบบเฉลี่ยรายวัน
เจ้าหน้าที่เลยกลับลำ พูดว่า การส่งเรื่องยกเลิกมันก็เป็นตามกำหนดระยะเวลาที่ลูกค้าแจ้งความประสงค์ ถ้าลูกค้าแจ้งว่าคุยกับสาขาไว้ว่าให้มีผลเมื่อไหร่ ก็เดี๋ยวประสานงานให้สาขาติดต่อกลับพรุ่งนี้ เราก็แบบไม่ยอม เพราะเราต้องการรู้ว่าคุณจะคืนเงินยังไงส่วนที่คิดเกินไป และทำมั้ยเราต้องมาติดต่อขอเงินคืน ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดเรา ตัดเกินเอง ไม่ส่งเรื่องยกเลิกให้ลูกค้าตามเวลาที่ควรจะเป็น
ตามสเต็ป ไม่ได้คำตอบ ได้แต่รับเรื่อง ตอนนั้น call center ก็มีอารมณ์ไปกะลูกค้าแล้วแหละลูกค้าเข้าใจได้ เพราะด้วยลูกค้าตอนนั้นคุณไม่มีเหตุผลไม่มีคำตอบอะไรเลย ลูกค้าไม่ยอมง่ายๆๆหรอก
เราเลยพูดว่า เหมือนบริษัทตั้งใจจะโกงเงินลูกค้า ถ้ายังไงจะให้เราไปร้องเรียนที่ กสทช หรือ กรมคุ้มครองผู้บริโภคมั้ย เราก็พูดเลยว่าด้วยสิ่งที่เรามีจะประเด็นในกรณีที่เกินขึ้นเรามั่นใจเราจะชนะ
โดย call center คงจะขึ้นมาก เพราะเอาลูกค้าไม่อยู่ call center เลยพูดว่าเดี๋ยวดิฉัน..... รับเรื่องประสานงานให้ทางสาขาตรวจสอบแล้วติดต่อกลับลูกค้า
call center พูดว่า ลูกค้าติดต่อสาขา ลูกค้าคุยกับสาขา call center ไม่ได้อยู่ด้วย call center ก็รับปากยังไม่ได้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะถ้ารับปากไปแล้วทำไม่ได้ call center ก็ถูกลูกค้าคอมเพลนอีก ส่วนเรื่องการคืนเงินเดี๋ยวให้ลูกค้าคุยกับสาขา (ก็เข้าใจนะที่ call center พูด แต่มันเป็นสิ่งที่ call center ควรพูดกับลูกค้าแบบนี้เหรอค่ะ แต่ไม่โกรธนะ แค่แบบว่าเออดี ตกลงนี้ฉันเป็นขี้เหรอโยนไปโยนมา ก็เลยโอเค พอก็ได้)
call center พูดแต่คำว่าจะประสานงานให้สาขาตรวจสอบ เราเลยพูดว่าเราติดต่อสาขามาแล้ว ซึ่งสาขาแจ้งมาว่าในระบบมันไม่มีข้อมูล (แล้วจะให้ประสานงานไปตรวจสอบอะไร ตอนนี้ลูกค้าไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้นแล้ว)
call center เลยพูดว่า ใครส่งเรื่องยกเลิกก็ต้องมีข้อมูลในระบบนะค่ะ เดี๋ยวยังไงจะส่งเรื่องสาขาให้ (เยี่ยมมากในใจคิด โยกกันไปโยนกันมา)
ก็เลยจบสายกันไปด้วย ความให้สาขาตรวจสอบ
เราก็เอาว่ะ ไม่เป็นไร คุยไปก็เปลืองค่าโทร เอาเวลาไปพิมพ์โนติสเตรียมส่งดีกว่า ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ดีก็จะส่งโนติสไปที่สำนักงานใหญ่ให้รู้กันไปสิ แล้วก็เตรียมส่งไปรษณีย์ตอบรับ จะได้มีหลักฐาน ดำเนินการต่อไป
#งานนี้ต้องบอกเลย เสียเวลา เสียเงิน เท่าไหร่ไม่ว่า แต่เสียรู้ไม่ได้ค่ะ งานนี้เราไม่ยอมเอาไงเอากัน ให้สุดๆๆไปเลย
ยังไงขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
ใครจะติดต่อยกเลิกบริการอะไรก็อย่าปล่อยผ่าน นะค่ะ มันมีบางสิ่งบางอย่างที่อาจทำให้ท่านทั้งหลายเสียรู้ให้กับบริษัท ด้วยความที่เราอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ใครเห็นด้วยว่าไม่ถูกต้องรบกวนช่วยกันแชร์ เราไม่เอาเปรียบใคร แต่อย่าให้ใครมาเอาเปรียบเรา
ขออนุญาตแท็กหลายห้องหน่อยนะค่ะ
กราบสวัสดี ราตรีสวัสดิ์จ้า
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น