แบ่งปันประสบการณ์สร้างบ้านไม้หลังน้อย ๆ (เฮือนโคราช)


             ผมเป็นคนชอบบ้านไม้ เกิดและอาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่า ๆ ของตากับยาย พออายุเริ่มจำความได้ พ่อผมก็ซื้อบ้านเรือนไทยเก่ารื้อเอามาปลูกใหม่บนที่ดินของตนเอง ผมจึงมีความผูกพันกับบ้านไม้และบ้านไทยโบราณอยู่พอสมควร ตอนแรกผมก็คิดอยู่หลายวันว่าจะรีวิวบ้านดีไหม เพราะกลัวรับไม่ได้เหมือนกันที่จะมีคนมาบอกว่า “อยากอวดล่ะสิ” แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะให้เป็นประโยชน์กับคนชอบบ้านไม้ บ้านโบราณที่หลายคนคิดไปว่ามันไกลเกินเอื้อม ผมอยากจะอนุรักษ์บ้านไทย ๆ ที่เป็นภูมิปัญญาบรรพบุรุษเอาไว้ไม่ให้มันหายไปกับกาลเวลาและยุคสมัย ก่อนผมจะสร้างเฮือนหลังนี้เวลาคุยกับใครเขาก็จะหาว่าผมบ้าเหมือนกัน (ว่าจะทำได้ยังไง เงินมีแค่นี้) เมื่อทำสำเร็จแล้วก็ขอแบ่งประสบการณ์เล็ก ๆ ครับ และบทความนี้ “ยาว” มากครับ อาจจะต้องทนอ่านสักหน่อย


             โดยส่วนตัว ผมเป็นคนชอบวัฒนธรรมประเพณีทางภาคอีสาน อาจจะเป็นเพราะพ่อผมเปิดฟังเพลงแคนเพลงโปงลางกล่อมมาตั้งแต่เด็กหรือไม่ก็อ่านงานเขียนของอาจารย์คำพูน บุญทวีอย่าง “ลูกอีสาน” หรือ “นายฮ้อยทมิฬ” มากเกินไปก็เป็นได้ เมื่อโตขึ้นพอจะออกท่องเที่ยวคนเดียวได้ ผมจึงมักจะนั่งรถไฟหรือรถประจำทางไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคอีสานอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะปราสาทหินต่าง ๆ นี่ชอบไปมาก ๆ และถ้าได้ยินเสียงดนตรีอีสานมักจะทำให้ขนลุกซู่อยู่บ่อย ๆ


              เรียนจบทำงานมีครอบครัวจนอายุล่วงเลยมาจนเข้าเลขสี่ ผมและภรรยาจึงอยากจะปลูกบ้านของตนเอง ภรรยามีที่ดินเล็ก ๆ อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ เงียบสงบในต่างจังหวัดแห่งหนึ่งของภาคกลาง ในรั้วเดียวกันนั้นก็มีบ้านของคุณยายและบ้านป้า อีกทั้งมีเพื่อนบ้านรายล้อมไม่เงียบเหงานักตามวิถีสังคมชนบท ยามเช้าจะมีป้าคนหนึ่งต้อนวัวผ่านหน้าบ้านผมไปทุกวัน เป็นบรรยากาศที่หาดูได้ยากแล้วในสังคมเมือง

              งบประมาณในตอนแรกก็ตั้งกันเอาไว้ที่ราว 5 แสนกว่า ๆ ถึงหกแสนบาท ผมหาแบบบ้านไทยอีสานจากอินเตอร์เน็ต ได้ที่ตรงใจตอนแรกมาสองแบบ คือแบบเรือนอีสาน และเรือนผู้ไท ราว ๆ เดือน พ.ย. ก่อนตกลงใจเลือกแบบผมเคยลองเอามาถามในห้องชายคาแห่งนี้ว่า ในงบประมาณนี้พอจะสร้างได้ไหม ก็มีความเห็นเพื่อนสมาชิกแตกออกเป็นสองเสียงคือ สร้างได้ และสร้างไม่ได้ เอาแล้วผมเริ่มจะเครียดแล้วครับ

แบบบ้านในใจที่เลือกไว้ตอนแรก แบบแรกนี่คือเรือนไทยอีสานได้ภาพมาจาก https://www.youtube.com/watch?v=Y1SW5_bdbxA


แบบที่สองเรือนผู้ไท ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ชอบมากกว่าแบบแรก เพียงแต่กังวลเรื่องงบประมาณ (ภาพประกอบจาก http://e-shann.com/?p=12786)


           หลังจากนั้นผมกับภรรยาขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวเขาใหญ่ ขากลับมาผมเจอร้านขายไม้เก่าอยู่ข้างทางอยู่หลายร้าน จึงลองขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปถามดู สองร้านแรกไม่คุยกับผมเลย มองผ่าน ถามอะไรก็ไม่ตอบ ผมกับภรรยาจึงล่าถอยออกมาจนไปเจอร้านลุงคนนี้ ครอบครัวแกเป็นคนอุบลราชธานี เมื่อรู้อย่างนี้ ผมจึงลองส่งสำเนียงอีสานแปร่ง ๆ ของผม (ผมคือคนภาคกลางที่ชอบหัดพูดภาษาอีสาน) กลายเป็นว่าคุยถูกคอกัน ผมจึงสำรวจราคาไม้หลายอย่างจดเอาไว้ก่อนจะลากลับ

            เมื่อกลับถึงบ้าน ผมเปิดอินเตอร์เน็ตลองสืบราคาไม้จากโรงเลื่อย (ไม้ใหม่) เปรียบเทียบกับไม้เก่าที่ผมได้ราคามา สรุปได้ว่าไม้เก่าที่ผมเล็งไว้มีราคาถูกกว่าราคาไม้ใหม่เฉลี่ยอยู่มากกว่า 50% แต่ต้องทำใจเรื่องตำหนิของไม้เก่าพวกรอยตะปู ความไม่เรียบร้อยอะไรบ้าง ผมบวกลบคูณหารในใจเบ็ดเสร็จแล้ว บ้านไม้อีสานของผม “มันเป็นไปได้ !!!”

            ปลายเดือนพฤศจิกายน ระหว่างที่ผมอาบน้ำเตรียมเดินเข้าห้องนอนนั้น ที่บ้านแม่ยายผมเปิดละครเรื่อง “นาคี” ที่กำลังเล่นอยู่พอดี ฉากนั้นคือฉากเรือนที่กำนันแย้มจัดให้พ่อพระเอกอยู่ที่บ้านดอนไม้ป่า ผมกำลังจะเดินผ่านไปอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นฉากนั้น ผมถึงกับต้องเดินย้อนกลับมาดูจริง ๆ จัง ๆ เฮ้ย บ้านหลังนี้ถูกชะตามาก ๆ มันเหมือนรักแรกพบอย่างไรไม่รู้

ฉากนี้ครับ โดนใจสุด ๆ


              คืนนั้นผมเปิดโน๊ตบุ๊คหาข้อมูลบ้านหลังนั้นทั้งคืน (จริง ๆ ไม่ได้นอนเลย) ได้ข้อมูลมาว่า บ้านหลังนี้ชื่อ “เฮือนนางเอื้อย” แถมยังได้ภาพบ้านของ “คำแก้ว” มาอีกหลังซึ่งเป็นเรือนโคราชเหมือนกัน (เฮือนนางสาหร่าย) เป็นบ้านอีสานโบราณที่ไร่จิมทอมป์สันฟาร์มอนุรักษ์เอาไว้ที่ไร่ในอำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา นี่คือโจทย์ข้อใหม่สำหรับบ้านผม

เฮือนนางเอื้อย (เครดิตผู้ถ่ายภาพอยู่ที่ภาพครับ ขอบคุณมาก ๆ)

อันนี้บ้านคำแก้วนางเอกของผม เฮือนนางสาหร่าย

ผมจึงเริ่มเจาะข้อมูลลึกลงไปในรายละเอียดของเฮือน ทั้งภาพทั้งเอกสารประกอบต่าง ๆ ได้มาเต็มไปหมด ผมสรุปข้อมูลเกี่ยวกับเรือนโคราชออกมาได้ดังนี้ (หากผิดพลาดต้องขออภัยและรบกวนผู้รู้ได้เสริมให้ด้วยนะครับ ผมเขียนตามข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้)

ข้อมูลและภาพจากเอกสารสถานภาพการคงอยู่ของเรือนโคราชในจังหวัดนครราชสีมา (เอกสารตัวเต็มอ่านที่นี่ครับ https://mekongjournal.kku.ac.th/Vol11/Issue01/06.pdf )


            เรือนโคราชคือเรือนไทยอีสานที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างเรือนไทยภาคกลางกับเรือนไทยภาคอีสาน เป็นเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงใต้ถุนโล่ง หลังคาทรงจั่วทำมุมประมาณ 40 องศา มีป้านลมและจั่วนิยมตกแต่งเป็นลวดลายการเข้าไม้ การแกะสลัก ตัวเรือนมีวิธีการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปเหมือนเรือนไทยภาคกลาง (ที่ทำฝาเรือนเป็นกระแบะมีหน้าต่างมาพร้อมแล้วยกมาแปะเลย) โครงสร้างระบบเสา-คาน แต่จัดวางรูปแบบของเรือนเหมือนเรือนไทยอีสานทั่วไป แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 4 ส่วนคือ เรือนนอนเป็นเรือนอยู่ระดับสูงสุด ระเบียง (โคราชเรียกว่าพะระเบียง ถ้าเป็นเรือนอีสานจะเรียกส่วนนี้ว่า “เกย” เป็นเรือนที่อยู่ถัดลงมามีหลังคาลาดเอียงคลุม) มีนอกชานหรือชานแดด เป็นส่วนที่ต่ำที่สุดไม่มีหลังคาคลุม และครัว พื้นที่ใช้สอยให้ความสำคัญกับเรือนนอนเป็นหลัก ส่วนพะระเบียง นั้นเอาไว้พักผ่อน หรือต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน ส่วนชานแดดเป็นส่วนต่ำสุด จึงสามารถนั่งห้อยขาที่พะระเบียงได้คล้ายนั่งเก้าอี้

             ตัวเรือนนิยมวางตัวเรือนล่องตะเว็น (ตามตะวัน) คือหันด้านยาวของหลังคาทางทิศตะวันตก-ตะวันออก ให้ตัวเรือนนอนหัวลงทางด้านทิศใต้เพื่อรับลม ลักษณะของเรือนจะเป็นเรือนสามห้อง (เสา 4 ต้น สามช่วงเสา) มีด้านกว้างห้องละ 2.5 เมตร ด้านยาว 3.8 เมตร สูงประมาณ 2.8 เมตร การที่หันเรือนนอนลงทิศใต้ ทำให้คนโคราชเรียกทิศใต้ว่า “ทิศหัวนอน” เรือนจะมีหน้าต่าง 3 บาน ประตู 1 บาน (นั่นหมายความว่า เรือนโคราชจริง ๆ นั่น เรือนนอนจะเป็นห้องเดียว) ช่วงระดับจากเรือนนอนลงสู่พะระเบียง (เกย) จะสูงถึงประมาณ 80 cm ทำให้ต้องมีไม้มารองแทนบันไดอีก 1 ขั้น เรียกว่า “ม้ารองตีน” ตรงช่วงต่างระดับของเรือนนี้ ถ้าภาคกลางจะเรียกว่า “ช่องแมวลอด” (ไม่รู้ว่าเรียกเหมือนกันหรือเปล่า) จุดประสงค์คือต้องการให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้เพื่อระบายอากาศ เรือนโคราชจึงน่าจะจัดเป็น “บ้านเย็น” ของคนไทโคราช

             ฝาเรือนจะมีสองลักษณะคือ ฝาปรือและฝากระดาน ฝาปรือคือฝาที่ใช้วัสดุธรรมชาติจำพวกต้นปรือ (ต้นกกผือ) มาทำ อันนี้ผมขอข้ามไปเพราะเดี๋ยวจะยาว ส่วนฝาไม้กระดานจะใช้เคร่าตั้งด้านในตีฝากระดานแนวนอนซ้อนเกล็ดด้านนอกแบ่งเป็นกระทงเท่า ๆ กัน

เรือนฝาปรือ (ต้นฉบับภาพ http://www.manager.co.th/Celebonline/ViewNews.aspx?NewsID=9540000129137)


เรือนฝาไม้กระดาน สังเกตตรงจะมีการตีไม้แบ่งเป็นช่องขนาดเท่า ๆ กัน ตีไม้ฝาซ้อนเกล็ดลงไป บางบ้านอาจทำไม้ลูกฟักใส่อย่างในภาพ


นั่นคือทฤษฎีของเรือนโคราชที่ผมหามาได้ครับ

               ผมเองเมื่อทราบข้อมูลดังนี้ ผมแทบอยากจะให้ทุกส่วนของบ้านผมมันเป็นไม้ไปซะหมด แต่เงินผมไม่พอแน่ ๆ ผมจึงต้องเปลี่ยนวัสดุไปบางอย่างและเปลี่ยนแปลนภายในนิดหน่อยให้เหมาะสมกับชีวิตปัจจุบัน แต่หลัก ๆ ของผมคือต้องคงรูปแบบของเรือนโคราชไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เริ่มศึกษาโครงสร้างเฮือนนางเอื้อยและเฮือนนางสาหร่าย นี่คือเรือนที่เป็นต้นแบบแรงบันดาลใจของผม
               
               เฮือนนางเอื้อยของไร่จิมทอมป์สันนั้น เป็นเรือนโคราช แต่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมและรูปแบบของช่างทางภาคอีสานอยู่มากกล่าวคือ เรือนนางเอื้อยนั้นหากมองจั่วและหลังคาจะไม่เหมือนเรือนโคราชหลังอื่น ๆ เพราะจั่วเฮือนนางเอื้อยทำมุมที่ประมาณ 35 องศา (จากการคะเนด้วยสายตา) เหมือนเรือนไทยภาคอีสานทั่วไป ผมเลือกเฮือนนางเอื้อยเป็นโครงสร้างหลัก เพราะมีแค่จั่วเดียว หากผมเลือกแบบเฮือนนางสาหร่ายซึ่งมีถึง 4 จั่วแล้วล่ะก็ คงต้องใช้เงินมากกว่านี้อีก 4 เท่าตัว ซึ่งผมไม่มีเสียด้วย


               สมัยเรียน ปวช.ผมเคยเรียนเขียนแบบมาบ้าง จึงลองถอดโครงสร้างเฮือนนางเอื้อยออกมาจากภาพมากมายที่มีผู้โพสต์เอาไว้บนอินเตอร์เน็ต จากคนไม่เคยดูละคร ตอนนี้ผมต้องเปิดโน๊ตบุ๊คสองตัว ตัวแรกเปิด “นาคี” ดูวนไปวนมาทั้ง 11 ตอน อีกตัวหนึ่งเอาไว้ค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ผมเขียนแบบบ้านหลังนี้และนอนไม่หลับอยู่หลายวัน โดยผมยึดรูปแบบการวางแปลนของเรือนโคราชและเฮือนนางเอื้อยเป็นหลัก แต่รูปแบบจั่วและระเบียงรวมไปถึงบันได ถอดเอาเฮือนนางสาหร่ายมาใช้ เพิ่มหน้าต่างเป็น 8 บาน (เรือนดั้งเดิมมีเพียง 4 บาน) ในครัวมีหน้าต่างอีก 2 บาน วัสดุทำเสาผมเปลี่ยนจากเสาไม้กลมเป็นเสาไม้เหลี่ยมขนาด 6 นิ้ว เสาล่างผมเปลี่ยนจากเสาไม้เป็นเสาปูนสำเร็จขนาด 7x7 นิ้ว ซึ่งประหยัดเงินกว่าเสาไม้กลมมาก

                ตอนเขียนแบบบ้าน ผมไม่เคยไปดูเฮือนนางเอื้อยหลังจริงเลยสักครั้ง ผมใช้วิธีดูจากละครบ้าง ดูจากภาพถ่ายบ้าง โทรศัพท์ไปถามโครงสร้างบ้านเรือนไทยของพ่อผมบ้าง ก็ออกมาสำเร็จเป็นแปลนเรียบร้อย จากนั้นส่งแปลนนี้ไปให้เพื่อนที่เป็นสถาปนิกดูให้ว่ามันโอเคหรือเปล่า เมื่อเพื่อนบอกว่าโอเค จึงส่งไปให้เพื่อนอีกคนที่เป็นวิศวกรที่ขอนแก่นคำนวณโครงสร้าง เพื่อนก็คำนวณเสร็จสรรพส่งกลับมาทางไลน์เรียบร้อย

ตัวอย่างสเปคที่คุณเพื่อนส่งกลับมาทางไลน์ เขียนกันแบบบ้าน ๆ เลย



เอาล่ะ ผมจะเริ่มประเมินงบประมาณแล้ว

                 เพื่อความชัวร์อย่างที่สุดเพราะเงินน้อย ผมใช้ความรู้ด้านการทำโมเดลของตัวเอง (ผมเล่นโมเดล ชุดประกอบพลาสติกจำลอง) ทำการถอดสเกลบ้านในกระดาษออกมาเป็นโมเดลในมาตราส่วน 1/50 โดยใช้ไม้บัลซ่า ผมต้องการทราบจำนวนไม้และวัสดุหลัก ๆ ว่าจะใช้เท่าไหร่และเงินผมจะพอหรือไม่ ไม่น่าเชื่อว่าจากการทำโมเดลของผมในครั้งนี้ ผมคำนวณไม้กระดานปูพื้นผิดพลาดขาดไปแค่ 6 แผ่นเท่านั้น นอกนั้นใกล้เคียงทั้งหมด

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่