สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
เอาแค่รพ.รัฐนะครับ
ไม่มีผลใด ๆ เลยครับ ตรวจมากตรวจน้อยได้ ได้เงินเดือนเท่ากัน
แต่สิ่งที่มีผลมากต่อการรักษาคือเวลาครับ เอาง่าย ๆ แผนกทางเดินปัสสาวะผม คนไข้วันละ 100 คน
มีเวลาตรวจ 5 ชม. (หักเวลาไปราวด์วอรด์ รับปรึกษาเคสต่างแผนก ผ่าตัด โดนเรียกประชุม สอนหนังสือนักศึกษาแพทย์)
เอากลม ๆ ก็ 300 นาที หารมาแล้วนี่ได้ตรวจคนไข้คนละ 3 นาทีเองครับ และถามว่าตรวจให้นานมากขึ้นได้ไหม เอาง่ายๆแค่คนละ 5 นาที
แต่ถ้า 100 คนนี้ ก็ได้กลับบ้านกัน 2-3 ทุ่มแล้วครับ และคนแรก ๆ ไม่เท่าไหร่ คนไข้คนหลัง ๆ นี่หละจะเผารพ.ก่อน
ดังนั้นบางครั้งจะเห็นว่ารพ.รัฐ จนท หมอ พยาบาล อาจพูดห้วน พูดสั้น อธิบายไม่ละเอียด ก็เพราะปริมาณงานที่มหาศาลนี่แหละครับ
คนไข้บางคนบอกทำไมรอนาน ก็เพราะทุกคนก็อยากได้ข้อมูลเหมือนกันหมดนี่แหละครับ จะเลือกพูดเป็นคน ๆ ก็ไม่ได้ บางคนอยากให้ตรวจคนอื่นเร็ว ๆ รัว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้มีเวลาคุยนานๆ (แล้วมันใช่ไหม)
บางคนบอกมาแต่เช้าได้ตรวจบ่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ว่าคนไข้จะได้ตรวจกี่โมง แต่หมอพยาบาลคือคนที่กลับบ้านหลังสุดนะครับ
ซึ่งตรงนี้ลองเทียบกับเอกชน คนไข้โรคเดียวกันวันละ 10-20 คน หมอมีเวลาตรวจ 5 ชม. เค้าถึงมีเวลาตรวจอธิบายได้นานกว่า คนละ 10-15 นาที
คุยไปเหอะ เพราะตรวจเร็วหมดเคสเร็วหมอก็นั่งหง่าวแระ ทำให้บางทีหลายคนไม่เข้าใจทำไมหมอเอกชนตั้งใจรักษามากกว่ารพ.รัฐ
เพราะจำนวนคนไข้กับภาระงานนี่แหละครับ
บางคนบอกอีก หมอรพ.รัฐเลี้ยงไข้ ทำไมไม่รักษาทีเดียวให้หาย สงสัยอยากให้คนไข้มาบ่อยๆ
แหมถ้ามันมียาอะไรที่ฉีดเข็มเดียวหาย ทีเดียวจบ คนไข้เบิกได้ทำไมหมอจะไม่ทำให้ครับ
คนไข้หาย งานหมอก็ลด จะสร้างความลำบากให้ตัวเองทำไมช่างคิดจริงๆ
ถ้าคนไข้หายไป 1 คน เหลือ 99 หมอก็งานเบาไปอีกนิด ดีกว่าทดไปเป็น 101 คนอาทิตย์หน้าป่าวครับ
แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ไงครับ
หลายคนไม่รู้ด้วยว่าทุกวันนี้ ไม่ใช่หมออยากใช้ยาตัวอะไรก็ใช้ได้ ยิ่งโครงการ 30 บาทนี่แหละ
มีการควบคุมทุกขั้น ว่าให้จ่ายยาครั้งละไม่เกินกี่บาท ให้ได้กี่วัน ส่งตรวจได้ไม่เกินปีละกี่ครั้ง
เพราะมันมีคำว่างบประมาณ สปสช ค้ำเอาไว้อยู่ บางครั้งคนไข้ไม่เข้าใจไหนว่ารักษาทุกโรค
ก็เพราะเป็นสิ่งที่คนเอาไปบอกประชาชน กับบอกคนทำงานไม่เหมือนกันไงครับ
ที่ทุกวันนี้เค้าถึงพยายามจะปรับปรุงโครงการเพื่อให้สามารถมีอิสระในการรักษามากขึ้น
จากที่เดิมจะใช้อะไรต้องแล้วแต่ส่วนกลางกำหนดมาให้ ระบุชื่อยามาให้ว่าใช้ได้แต่ตัวนี้เท่านั้น ต้องผ่าแบบนี้เท่านั้น อะไรแบบเนี้ย
แต่ก็กลายเป็นดราม่าว่ารังแกคนจนอีก ทั้งที่งบ 30 บาทในยุคลุงตู่นี่ ให้มากสุดแล้วในรอบสิบกว่าปี
(ยุคทักกี้ ให้งบต่อหัวคนละ 1200 ยุคยิ่งลักษณ์ให้ 2700 ยุคลุงตู่เพิ่มเป็นปีละ 3100 แล้ว แต่ก็ยังโดนนักการเมืองไปบอกลุงตู่ถังแตกรังแกคนจน)
ยาวไปละ สรุปหมอรพ.รัฐตรวจกี่คนก็ได้เงินเท่าเดิมแหละครับ และเชื่อว่าหมอทุกคนก็อยากให้คนไข้ทุกคนหายด้วย เพียงแต่ปริมาณคนไข้กับภาระงานและเวลามันไม่ไปด้วยกันครับ เลยทำให้ดูเหมือนว่าหมอรพ.รัฐตรวจ 30 บาทไม่สนใจคนไข้เท่าหมอเอกชนที่ตรวจคนไข้จ่ายเงิน
ไม่มีผลใด ๆ เลยครับ ตรวจมากตรวจน้อยได้ ได้เงินเดือนเท่ากัน
แต่สิ่งที่มีผลมากต่อการรักษาคือเวลาครับ เอาง่าย ๆ แผนกทางเดินปัสสาวะผม คนไข้วันละ 100 คน
มีเวลาตรวจ 5 ชม. (หักเวลาไปราวด์วอรด์ รับปรึกษาเคสต่างแผนก ผ่าตัด โดนเรียกประชุม สอนหนังสือนักศึกษาแพทย์)
เอากลม ๆ ก็ 300 นาที หารมาแล้วนี่ได้ตรวจคนไข้คนละ 3 นาทีเองครับ และถามว่าตรวจให้นานมากขึ้นได้ไหม เอาง่ายๆแค่คนละ 5 นาที
แต่ถ้า 100 คนนี้ ก็ได้กลับบ้านกัน 2-3 ทุ่มแล้วครับ และคนแรก ๆ ไม่เท่าไหร่ คนไข้คนหลัง ๆ นี่หละจะเผารพ.ก่อน
ดังนั้นบางครั้งจะเห็นว่ารพ.รัฐ จนท หมอ พยาบาล อาจพูดห้วน พูดสั้น อธิบายไม่ละเอียด ก็เพราะปริมาณงานที่มหาศาลนี่แหละครับ
คนไข้บางคนบอกทำไมรอนาน ก็เพราะทุกคนก็อยากได้ข้อมูลเหมือนกันหมดนี่แหละครับ จะเลือกพูดเป็นคน ๆ ก็ไม่ได้ บางคนอยากให้ตรวจคนอื่นเร็ว ๆ รัว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้มีเวลาคุยนานๆ (แล้วมันใช่ไหม)
บางคนบอกมาแต่เช้าได้ตรวจบ่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ว่าคนไข้จะได้ตรวจกี่โมง แต่หมอพยาบาลคือคนที่กลับบ้านหลังสุดนะครับ
ซึ่งตรงนี้ลองเทียบกับเอกชน คนไข้โรคเดียวกันวันละ 10-20 คน หมอมีเวลาตรวจ 5 ชม. เค้าถึงมีเวลาตรวจอธิบายได้นานกว่า คนละ 10-15 นาที
คุยไปเหอะ เพราะตรวจเร็วหมดเคสเร็วหมอก็นั่งหง่าวแระ ทำให้บางทีหลายคนไม่เข้าใจทำไมหมอเอกชนตั้งใจรักษามากกว่ารพ.รัฐ
เพราะจำนวนคนไข้กับภาระงานนี่แหละครับ
บางคนบอกอีก หมอรพ.รัฐเลี้ยงไข้ ทำไมไม่รักษาทีเดียวให้หาย สงสัยอยากให้คนไข้มาบ่อยๆ
แหมถ้ามันมียาอะไรที่ฉีดเข็มเดียวหาย ทีเดียวจบ คนไข้เบิกได้ทำไมหมอจะไม่ทำให้ครับ
คนไข้หาย งานหมอก็ลด จะสร้างความลำบากให้ตัวเองทำไมช่างคิดจริงๆ
ถ้าคนไข้หายไป 1 คน เหลือ 99 หมอก็งานเบาไปอีกนิด ดีกว่าทดไปเป็น 101 คนอาทิตย์หน้าป่าวครับ
แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ไงครับ
หลายคนไม่รู้ด้วยว่าทุกวันนี้ ไม่ใช่หมออยากใช้ยาตัวอะไรก็ใช้ได้ ยิ่งโครงการ 30 บาทนี่แหละ
มีการควบคุมทุกขั้น ว่าให้จ่ายยาครั้งละไม่เกินกี่บาท ให้ได้กี่วัน ส่งตรวจได้ไม่เกินปีละกี่ครั้ง
เพราะมันมีคำว่างบประมาณ สปสช ค้ำเอาไว้อยู่ บางครั้งคนไข้ไม่เข้าใจไหนว่ารักษาทุกโรค
ก็เพราะเป็นสิ่งที่คนเอาไปบอกประชาชน กับบอกคนทำงานไม่เหมือนกันไงครับ
ที่ทุกวันนี้เค้าถึงพยายามจะปรับปรุงโครงการเพื่อให้สามารถมีอิสระในการรักษามากขึ้น
จากที่เดิมจะใช้อะไรต้องแล้วแต่ส่วนกลางกำหนดมาให้ ระบุชื่อยามาให้ว่าใช้ได้แต่ตัวนี้เท่านั้น ต้องผ่าแบบนี้เท่านั้น อะไรแบบเนี้ย
แต่ก็กลายเป็นดราม่าว่ารังแกคนจนอีก ทั้งที่งบ 30 บาทในยุคลุงตู่นี่ ให้มากสุดแล้วในรอบสิบกว่าปี
(ยุคทักกี้ ให้งบต่อหัวคนละ 1200 ยุคยิ่งลักษณ์ให้ 2700 ยุคลุงตู่เพิ่มเป็นปีละ 3100 แล้ว แต่ก็ยังโดนนักการเมืองไปบอกลุงตู่ถังแตกรังแกคนจน)
ยาวไปละ สรุปหมอรพ.รัฐตรวจกี่คนก็ได้เงินเท่าเดิมแหละครับ และเชื่อว่าหมอทุกคนก็อยากให้คนไข้ทุกคนหายด้วย เพียงแต่ปริมาณคนไข้กับภาระงานและเวลามันไม่ไปด้วยกันครับ เลยทำให้ดูเหมือนว่าหมอรพ.รัฐตรวจ 30 บาทไม่สนใจคนไข้เท่าหมอเอกชนที่ตรวจคนไข้จ่ายเงิน
สมาชิกหมายเลข 2222531 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 989486 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 843417 ถูกใจ, แมวอ้วนสีชมพู ถูกใจ, สิบสองบาท ถูกใจ, สบู่น้ำผึ้ง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3899723 ถูกใจ, Sleepless In August ถูกใจ, LizzyPP หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 1452663 ถูกใจรวมถึงอีก 21 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
หมอได้ส่วนแบ่งจากค่ารักษาบ้างรึป่าวคับ