จากปากเพลย์บอย "ขึ้นชื่อว่าเพศชาย เป็นผู้หญิงอย่าได้ไว้ใจ"

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีเรื่องราว ประสบการณ์ ข้อคิด มาแบ่งปันค่ะ ลูกผู้หญิงควรรู้ไว้ เผื่อวันใดวันนึงเหตุการณ์ไม่คาดคิดมันอาจเกิดกับคุณ

         ไม่นานมานี้ เราได้รู้จักกับหนุ่มเพลย์บอยคนนึง ทุกครั้งที่เจอกันเขาก็จะมีเรื่องมาคุยเสมอ เอาประสบการณ์ชีวิตของเขามาเล่าให้ฟังบ้าง แนะนำนู่นนี่นั่นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน/การใช้ชีวิต สอนเราเรื่องต่างๆทั้งวิธีคิด การคบคน อะไรต่างๆที่เขาอยากจะพูด/อยากจะเล่า/อยากจะสอน/อยากจะแนะนำ และมันก็มีอยู่เรื่องนึงที่มันสะกิดใจเรา คือเขาสอนเราว่า "ขึ้นชื่อว่าเพศชาย เป็นผู้หญิงอย่าได้ไว้ใจ ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทหรือเป็นญาติพี่น้องก็เหอะ คิดว่ารู้จักดีแค่ไหนก็อย่าไว้ใจ" อื้อหือ.....จริงที่สุด!!!  เราเคยเจอกับตัวมาแล้ว ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของแม่เลยหละ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะทำกันได้ คิดย้อนไปถึงจุดนั้นแล้วสยอง ขยะแขยง!!!

         เราจะเล่าประสบการณ์ตรงนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์แล้วกัน [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เผื่อมีใครเจอแบบเรา จะได้รู้จักเอาตัวรอด

         เรื่องมันเกิดช่วงหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา... ตอนนั้นเรากลับไปอยู่บ้านที่ ตจว ได้ประมาณเดือนนึงแล้ว ทีแรกคิดว่ากลับไปอยู่บ้านแล้วจะมีความสุขเพราะได้อยู่กับครอบครัว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราพักอยู่บ้านยาย บ้านที่เราเคยอยู่ในวัยเด็ก คนในบ้านก็จะเป็นผู้หญิงหมดเลย ยกเว้นพ่อของแม่ (พ่อแม่เราอยู่คนละบ้านนะคะ อย่าเพิ่งถามว่าทำไมไม่อยู่บ้านพ่อแม่ล่ะ นานมาแล้วเรามีปัญหางอนกับพ่อ พ่อเลยไม่ให้เข้าบ้านค่ะ ปัญหาไม่ได้ใหญ่โตหรอก แค่ความคิดไม่ตรงกัน มาปัจจุบันก็ดีกันแล้ว) อ่ะต่อ.. คือช่วงเดือนเมษา เรารู้สึกว่าพ่อของแม่ทำตัวแปลกๆกับเรา คือมีการมาตีก้นเรา เวลาพูดด้วยชอบเอาหน้ามาใกล้ๆ แกล้งจี้เอว บลาๆๆ หลายอย่างที่มันทำให้เรารู้สึกแปลกๆ เพราะเมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ เราก็เริ่มคิดเริ่มวิตกหน่อยๆแล้วแหละ แต่ก็ยังมองในแง่ดีอยู่ เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพรักมากมาตั้งแต่เด็กแล้วไง เราก็คิดว่าเราคิดมากไปเองรึป่าว จนมันหลายครั้งเข้า เราก็เริ่มกังวลมากขึ้น [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ จนใกล้วันเกิดเหตุ คืนนั้นเรารู้สึกแปลกๆ เพราะพ่อของแม่ลุกขึ้นมาฉี่บ่อยมาก เป็นสิบรอบได้ เซ้นต์เรามันบอกละว่ามีอารมณ์อย่างว่าแหง [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ บอกตรงเราเริ่มกลัวละ ย้อนดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา พอเช้า(ประมาณหกโมงกว่าเจ็ดโมงได้)เราตื่นมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปอาบน้ำ นอนเล่นเช็คโทรศัพท์อยู่บนที่นอนนั่นแหละ ทีนี้พ่อของแม่เดินผ่านที่นอนเราเข้าไปในครัว เราก็มองตามแล้วคิดว่า เอ...หรือเราจะคิดมากไป คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง แล้วก็นอนเล่นโทรศัพท์ต่อ แล้วเขาก็ออกมาแต่งตัวแล้วบอกว่าจะออกไปบ้านใครนี่แหละ(เราจำไม่ได้เพราะไม่รู้จัก) แต่ก็ไม่เห็นจะออกไปสักที ทำลีลาอยู่นั่นแหละ สักพักป้าเราออกไปตลาดเช้าตามเคย ก็เหลือเรา ยายที่นอนติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และก็พ่อของแม่ ตอนนั้นเรานอนคว่ำเล่นโทรศัพท์อยู่ (ประมาณ 7 โมงเช้า) คงนึกออกกันนะว่านอนยังไง พอป้าเราขับรถพ้นบ้านปุ๊บ ไอ้....(พ่อของแม่)ก็ล้มตัวลงนอนตะครุบเราเลยอ่ะ เราก็ตกใจมาก สุดขีด แทบช็อค! มันกอดเราไว้ แล้วบอกขอหอมหน่อย เรานี่ขัดขืนมาก กลัวก็กลัว นึกในใจขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยด้วย แม่นางไม้ช่วยด้วย เจ้าที่ช่วยด้วย หลวงปู่ทวดช่วยด้วย สารพัดจะนึกให้ช่วยอ่ะ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ แต่ก็รอให้ใครช่วยไม่ได้ละไง สถานการณ์คับขันมาก มันก็พยายามจะหอมเราให้ได้ มือมันก็ลูบๆคลำๆ ลูบหลัง ลูบตูด แล้วยังพยายามจะล้วงนมอีก แต่เรานอนคว่ำไง มันเลยล้วงไม่ได้ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ มันก็กอดเราแน่นเลย ไม่ให้เราไปไหน พยายามเอาหน้ามาจะหอมเราให้ได้ เราก็เบี่ยงหน้าหนีสุดๆอ่ะ ทีนี้ร้องเรียกใครให้ช่วยก็ไม่ได้ เราพยายามดึงสติสุดๆอ่ะ แล้วเราก็พูดออกไปว่า "ออกไป ร้อน เหนียวตัว จะอาบน้ำแล้ว" มันก็นิ่ง เราก็พูดซ้ำ จนมันยอมปล่อยอ่ะ คือเราพยายามทำให้สถานการณ์มันปกติมาก แบบมีสติสุดๆอ่ะ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ตอนนั้นไม่มีอะไรใกล้ๆที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้เลย ที่พอจะมีก็คือสติปัญญานี่แหละ ดีนะที่มันเชื่อคำเรา แล้วยอมปล่อยอ่ะ เรารีบเดินไปเลือกชุดเตรียมอาบน้ำเลย มันเห็นว่าเราจะอาบน้ำจริงๆ มันก็เลยออกไปข้างนอกอย่างที่มันบอกไว้ตอนต้น พอมันออกจากบ้านปุ๊บ เราก็ยังไม่ได้อาบน้ำในทันที เราอยากให้ป้ากลับมาจากตลาดเร็วๆมากอ่ะ เราก็รอ.. ปรากฏว่าสักพักมันกลับมาเร็วมากอ่ะ เรารีบถือเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำเลย อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำนั่นหละ รอได้ยินเสียงป้ากลับมาก็ค่อยออกมา จิตตกโคตรๆอ่ะตอนนั้น ป้ากลับมา เราอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เรารีบออกจากบ้านไปหาน้าที่อยู่อีกบ้านนึงเพื่อที่จะขอติดรถไปหาแม่ที่ตลาด(แม่เราทำงานอยู่ตลาด) วันนั้นทั้งวันเรานั่งเงียบอยู่คนเดียว น้ำตามันพร้อมจะทะลักทุกเวลา ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น บอกแม่ก็ไม่ได้ เพราะแม่เป็นคนกตัญญูมาก กลัวแม่ไม่ช่วยแล้วเราจะยิ่งเสียใจ พยายามติดต่อหาเพื่อนสนิท อีกคนก็ทำงาน อีกคนก็อยู่ต่างประเทศ เวลาไม่ตรงกันอีก สรุปวันนั้นเรานั่งจมกองทุกข์อยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่ข้างๆเลยสักคน คงเข้าใจนะว่ามันเศร้าแค่ไหนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมา กลัว จิตตก ผวา รู้สึกแย่ ไม่ไว้ใจใคร วิตก ทุกข์ เศร้า เสียใจ มาหมด!
เย็นวันนั้นเราเลยทำทีว่าจะมาสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิที่บ้านแม่ แล้วเราก็อยู่ที่บ้านแม่นั่นหล่ะ ทั้งคืน ง่วงก็ล้มตัวลงนอนหน้าพระ ต่อให้ยุงกัดแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่าปลอดภัยกว่าอยู่บ้านโน้น
         เนี่ย! เราต้องทนทุกข์ทรมานจิตใจอยู่คนเดียว บอกใครก็ไม่ได้ ไม่กล้าไว้ใจใคร จะปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทก็ยังคิดแล้วคิดอีก ไม่อยากเอาความทุกข์ที่เราเจอไปเผื่อแผ่เพื่อน ก็ลังเล ยังไม่กล้าบอกเพื่อนอีก ก็เก็บไว้คนเดียว ทุกข์คนเดียว อัดอั้นกับความทุกข์สุดๆ จะบอกแม่ก็ไม่กล้า เพราะยังไม่ไว้ใจแม่ เคยลองถามหยั่งใจแม่หลายครั้ง แต่แม่ก็ยังไม่ทำให้เราไว้ใจได้ซะที จะบอกพ่อก็ไม่ได้ ถ้าพ่อรู้พ่อฆ่ามันตายแน่ แล้วพ่อก็ติดคุก! ไม่อยากให้พ่อลำบาก ไม่อยากให้พ่อทำบาปเพราะเรา
         ยังดีหน่อยที่ในตลาดมีเด็กผู้หญิงสองคนมาคอยเล่นกับเรา พูดคุยกับเรา เราก็อาศัยน้องๆนี่แหละที่จะช่วยให้เราลืมความทุกข์ได้บ้าง แต่ระหว่างนั้นก็มีญาติบางคนสะกิดแผลใจเราแรงมาก (เขาไม่เคยรู้เรื่องที่เกิดกับเราหรอก) ไม่ขอเล่าตรงนี้ละกัน เราเสียใจมาก แอบไปร้องไห้จะเป็นจะตาย ร้องไห้อยู่คนเดียว ความทุกข์มันก็โหมกระหน่ำใส่เราอีก แต่ก็ยังดีที่เรายังมีเพื่อนคือเด็กๆสองคนนั้น เรารู้สึกดีกับน้องๆมาก เหมือนน้องเป็นเพื่อนเราเลยแหละ คุยเล่นด้วยกันตลอดช่วงปิดเทอม เรายังคิดเลยว่าถ้าน้องเปิดเทอมแล้วเราจะคุยจะเล่นกับใคร
         พอถึงวันที่น้องเปิดเทอม 15 พ.ค. เราก็คิดนะว่าเราจะมีเพื่อนที่ไหนอีกน้อ เพราะที่จังหวัดนี้เราไม่มีเพื่อนเลยสักคน เราไม่เคยเรียนที่นี่ เราเกิดที่นี่ก็จริง แต่ช่วงเวลาเราที่อยู่ที่นี่มันน้อยมาก เคยอยู่แค่ช่วงแรกเกิดถึงสามขวบเท่านั้นเอง นอกนั้นก็อยู่จังหวัดอื่น กลับมาที่นี่แค่ช่วงเทศกาล แทบจะไม่รู้จักใครที่นี่เลยด้วยซ้ำ นอกจากญาติตัวเองอ่านะ แต่แล้วก็เหมือนพรหมลิขิต เช้าวันจันทร์ที่ 15 พ.ค. มีผู้ชายคนนึงรุ่นน้าเราได้ เดือนเข้ามาที่ร้านแม่ มาเป็นลูกค้า ตอนนั้นเรานั่งหันหลังให้เขา มองเขาผ่านบานกระจก ฟังบทสนทนาระหว่างเขากับแม่ ไม่รู้ทำไม เพลินเลย 555 เขาพูดจาสุภาพมากในครั้งแรกที่เจอ แล้วก็ไม่รู้ทำไมอีก การปรากฏตัวของเขาทลายความทุกข์ในใจเราลงไปมาก วันนั้นเอง เราเพิ่งได้รู้สึกถึงความสุขอีกครั้ง และเที่ยงวันนั้น เขาปรากฏตัวอีกครั้ง ทีนี้เราออกไปพูดคุยกับเขาด้วยตัวเอง พี่เขาคุยกับเราดีมาก เรารู้สึกได้ถึงมิตรภาพ โคตรมีความสุขเลยวันนั้น หลังจากนั้นมาพี่เขาก็เข้ามาที่ร้านบ่อยกว่าลูกค้าคนอื่นๆ เรียกได้ว่า มาเป็นลูกค้าครั้งแรกก็มาเป็นลูกค้าประจำเลยทีเดียว ทุกครั้งที่เราเจอพี่เขา ใจเราจะตื่นเต้นและมีความสุขมาก เราก็ออกไปคุยกับเขาทุกครั้งที่มีโอกาส พี่เขาคุยเก่ง เราพูดตามไม่ทัน 555 ก็พี่คนนี้แหละที่สอนเราว่า "ขึ้นชื่อว่าเพศชาย เป็นผู้หญิงอย่าได้ไว้ใจ ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทหรือเป็นญาติพี่น้องก็เหอะ คิดว่ารู้จักดีแค่ไหนก็อย่าไว้ใจ" เนี่ยแหละ คำพูดเขา ตรงใจเรามาก มันทำให้เราคิด และเชื่อตามนั้น เพราะเคยเจอกับตัวมาแล้วไง
         
         ก็อยากจะให้คุณผู้หญิงได้เก็บไปคิด และระวังตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นได้เสมอ
         เราเองโชคดีที่สุดท้ายแล้วเราก็ยังมีคนคอยอยู่ข้างๆ คอยปลอบใจ คอยให้กำลังใจ ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทเราที่อยู่ต่างประเทศ เป็นคนแรกที่อยู่ข้างๆเรา เป็นคนแรกที่รับรู้เรื่องราวของเรา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ก่อนหน้านี้เราต้องต่อสู้กับความทุกข์ที่โหมกระหน่ำอยู่ตามลำพังเกือบ 3 สัปดาห์ จนกระทั่งเราพบพี่ชายเพลย์บอยใจดีคนนี้ ทำให้สภาพจิตใจเราดีขึ้นมาก มากจนพร้อมที่จะเล่าเรื่องราวของเราให้เพื่อนสนิทฟังได้โดยไม่เศร้าเคล้าน้ำตามากเหมือนแต่ก่อน เราดีใจมากนะที่เรายังมีเพื่อนคนนี้อยู่เคียงข้าง โทรไลน์สัญญาณเน็ตไม่ดี ก็ลงทุนใช้โทรศัพท์โทรเข้าเบอร์เรา เสียงของเพื่อนทำให้สภาพจิตใจเราดีขึ้นมากกว่าเดิมอีกมาก ตั้งแต่นั้นมาสภาพจิตใจเราก็ดีขึ้นมากเรื่อยๆ จากวันแรกที่ต้องสู้กับความทุกข์ตามลำพังมา 3 สัปดาห์ จนมีคนเคียงข้าง(ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทเราคนนี้กับแม่ของเรา) จนถึงวันนี้สภาพจิตใจเราเป็นปกติแล้ว ตอนนี้เราย้ายกลับมาอยู่ที่ที่เราเคยอยู่ซึ่งเป็นคนละจังหวัดกับที่เกิดเรื่อง เปลี่ยนสถานที่ก็มีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจนะ ดูตอนนี้สิ เราปกติแล้ว นับเวลาจากวันที่เกิดเรื่องนี่ก็เกือบสองเดือนแล้ว

           เราอยากจะแนะนำว่า ถ้าใครเจอสถานการณ์แบบเรา คุณต้องมีคนที่คุณสามารถไว้ใจได้สักคน ที่จะช่วยดึงคุณขึ้นมาจากความทุกข์นั้น เราเข้าใจว่าต่อสู้กับความทุกข์ตามลำพังมันเครียดมากแค่ไหน หรือถ้าคุณยังไม่กล้าบอกใคร ให้คุณหากิจกรรมที่คุณชอบทำเพื่อฆ่าเวลาที่จะทำให้คุณเป็นทุกข์นั้น หรือถ้าทำได้ ให้คุณเปลี่ยนสถานที่เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ อยู่กับใครสักคนที่คุณจะสามารถไว้ใจได้ ช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้มันทรมานมากก็จริง แต่ถ้าคุณสู้จนสามารถผ่านมันมาได้ แล้วคุณจะได้รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงอีกครั้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่