สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาพูดเรื่องการศึกษาไทย คุณคิดว่าการศึกษาของไทยนั้นดีแน่แล้วหรือ ถ้าคุณคิดว่าดีแล้ว ให้คุณลองคิดตามผมนะครับ แต่ถ้าใครคิดว่ามันยังไม่ดี หรือ แทบไม่ดีเลย ก็ลองเอาความคิดของคุณที่คิดว่ามันควรจะดีมาเปรียบเทียบกับความคิดของผมว่าตรงกันไหม แล้วลองพิจารณาว่ามันควรจะเป็นอย่างไรต่อในภายภาคหน้า
-โรงเรียนไทย-
สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้คือหัวข้อย่อยของการศึกษาไทยคือ "โรงเรียนไทย"
คุณลองคิดตามผมนะครับ
ถ้ามองว่าโรงเรียนไทยเป็นผักชีโรยหน้า (ผมต้องขออนุญากล่าวก่อนนะครับว่าไม่ได้เจาะจงที่โรงเรียนไหน และไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นเสียดสีสถาบันไหนโดยตรง)
คุณครูสั่งการบ้านให้นักเรียน กลับไปทำที่บ้านวิชาล้ะ 5- 10ข้อ แต่ละข้อ ครึ่งหน้ากระดาษสมุด ส่งพรุ่งนี้เช้าบ้าง ส่งคาบต่อไปบ้าง แต่ไม่ได้มีวิชาเดียว ซึ่ง 5-10 ข้อมันอาจไม่เยอะถ้ามีวิชาเดียวแล้วถ้าครูสามคน สั่งงานพร้อมกัน ในวันเดียวล้ะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความลำบากของเด็ก มันก็จะแบ่งไปสองทาง คือพวกที่ทำ กับพวกที่เท พวกที่ทำ มันก็จะทำ เพื่อให้มีส่ง ถามว่า มันจะมีเวลาว่างให้กับชีวิตบ้างมั้ยครับ เวลาที่จะค้นหาตัวเอง เวลาที่จะได้อยู๋กับสิ่งที่รัก เวลาที่จะได้ ทำในสิ่งที่ชอบ กินของอร่อยๆ กินข้าวกับครอบครัวนอกบ้าน ไปเที่ยวผ่อนคลาย ออกกำลังกาย มันไม่มีแน่นอนครับ ส่วนพวกที่เทมันก็จะไม่มีงานส่ง ถึงมี ก็เกิดจากการลอกเพื่อน ลอกจากเว็บไซต์ ลอกจากรุ่นพี่ การลอกการบ้านก็ถือเป็นการคอรัปชั่นอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการบ้านที่ดรงเรียนสั่งมาให้ทำ เป็นครูถ้าได้รับมอบหมายให้ทำงาน 100 ข้อ ข้อนึง 1 หน้ากระดาษา คำนวนทุกข้อ ส่งวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ครูจะเหนื่อยมั้ยครับ ให้ลองนึกดูนะครับ เหนื่อยใช่มั้ยละครับ พอเหนื่อยเด็กมันก็ไม่อยากทำ พอไม่อยากทำมันก็ลอกเพื่อนบ้าง ไม่ส่งบ้าง ปัญหาของเด็กที่ตามมาคือ ความไม่เข้าใจ
แน่นอนล้ะครับถ้าย้อนกลับมาที่คนที่ทำมันก็จะเสียเวลาส่วนตัวของชีวิต และเสียเวลาพักผ่อน ซึ่งหลายๆคนคงเคยได้ยินคำนี้นะครับจากปากครู "เอาการบ้านไปทำดีกว่าไร้สาระกับหน้าจอไว้วันๆ" ซึ่งคำพูดนี้ถามว่าผิดไหม มันไม่ผิดนะครับ แต่มันควรจะพอดี นิยามของการบ้านคือการทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา แต่การที่สั่งเป็น 10-20 ข้อ มันไม่เรียกทบทวนแล้วเน้ออ เปิ้ลฮ้องว่า ให้การบ้านบ่เกรงใจวิชาอื่น
ใครที่อ่านกระทู้นี้ลองคิดพิจารณาดูนะครับ ลองแชร์ให้เพื่อนๆหรือ พี่น้องๆพิจารณาดูครับว่ามันควรจะแก้ไขไหม หรือมีข้อไหนที่ควรแก้ไขหรือทำให้มันดีกว่านี้ครับ
-จบเรื่องของการบ้าน-
ต่อมา เรื่องของคุณครู
*ครูสอนเด็กว่าให้เคารพคุณครูไม่ว่าจะที่สอนเราหรือไม่ได้สอนเราควรจะยกมือไหว้ทำความเคารพ นี่คือคำสอน แต่สถานการณ์จริงคือ เมื่อยกมือไหว้ ครูเมิน ไม่สนใจ หยิ่ง
*ครูสอนให้เด็กมีมารยาทแต่ครูบางคนเบื้องหลังก็แอบนินทากันว่าร้ายใส่กัน
*ครูสอนให้เด็กรู้จักสามัคคีกันแต่เบื้องหลังแย่งกันทำงานกลัวไม่ได้หน้า กลัวไม่เด่น หมวดนั้นไม่ดี ต้องหมวดนี้เท่านั้น
*ครูสอนให้เด็กรู้จักประหยัดอดออม แต่ครูนี่เปลี่ยนชุดทุกวัน ใส่ชุดสวยๆมาอวดกันที่โรงเรียน
*ครูสอนให้รู้จักเคารพกฏจราจรแต่ครูขับรถกลางสี่แยก ไฟเลี้ยวเปิดมั้ย
*ครูสอนให้เด็กรักนวลสงวนตัวไม่นุ่งสั้นสายเดี่ยวแต่กระโปรงครูนี่สูงกว่าเข่าไปเยอะมากนั่งท่าแมนๆ
*ครูสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงินแต่ครูกับซื้อน็นซื้อนี่มาใช้ราคาแต่ละอันแพงๆทั้งนั้น
*ครูสอนให้สวมหมวกนิรภัยหรือคาดเข็มขัดแต่ครูขับมอไซค์ปาดซ้ายปาดขวาหมวกไม่มีบางทีรีบขับรถผ่านตรงที่มีเด็กเยอะ กดแตรไล่พร้อมความเร็วที่น่าจะสาหัส
*********ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าหมื่นคำสอน**********
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับลองพิจารณาดูว่า มันควรจะปรับปรุงหรือควรแก้ไข บ้างไหม ยังไง
อ้อขอเสริมนะครับคุณเชื่อมั้ยครับว่าเด็กไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าถ้าอยู๋กับระบบการศึกษาแบบนี้จะเป็นคนที่ไม่รู้ตัวเองครับ และไม่กล้าที่จะแสดงออก แล้วไทยก็จะถูกแซงเรื่อยๆครับ
กระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาต่อสถาบันใดๆและไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่าคุณครูท่านไหน โปรดอ่านด้วยความใจเย็นแล้วใช้สติพิจารณาพร้อมกับความคิดที่ดีครับ
ปฏิวัติ การศึกษาไทย เพื่อประโยชน์แก่มหาชนชาวสยาม อ่านให้จบนะครับ
-โรงเรียนไทย-
สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้คือหัวข้อย่อยของการศึกษาไทยคือ "โรงเรียนไทย"
คุณลองคิดตามผมนะครับ
ถ้ามองว่าโรงเรียนไทยเป็นผักชีโรยหน้า (ผมต้องขออนุญากล่าวก่อนนะครับว่าไม่ได้เจาะจงที่โรงเรียนไหน และไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นเสียดสีสถาบันไหนโดยตรง)
คุณครูสั่งการบ้านให้นักเรียน กลับไปทำที่บ้านวิชาล้ะ 5- 10ข้อ แต่ละข้อ ครึ่งหน้ากระดาษสมุด ส่งพรุ่งนี้เช้าบ้าง ส่งคาบต่อไปบ้าง แต่ไม่ได้มีวิชาเดียว ซึ่ง 5-10 ข้อมันอาจไม่เยอะถ้ามีวิชาเดียวแล้วถ้าครูสามคน สั่งงานพร้อมกัน ในวันเดียวล้ะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความลำบากของเด็ก มันก็จะแบ่งไปสองทาง คือพวกที่ทำ กับพวกที่เท พวกที่ทำ มันก็จะทำ เพื่อให้มีส่ง ถามว่า มันจะมีเวลาว่างให้กับชีวิตบ้างมั้ยครับ เวลาที่จะค้นหาตัวเอง เวลาที่จะได้อยู๋กับสิ่งที่รัก เวลาที่จะได้ ทำในสิ่งที่ชอบ กินของอร่อยๆ กินข้าวกับครอบครัวนอกบ้าน ไปเที่ยวผ่อนคลาย ออกกำลังกาย มันไม่มีแน่นอนครับ ส่วนพวกที่เทมันก็จะไม่มีงานส่ง ถึงมี ก็เกิดจากการลอกเพื่อน ลอกจากเว็บไซต์ ลอกจากรุ่นพี่ การลอกการบ้านก็ถือเป็นการคอรัปชั่นอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการบ้านที่ดรงเรียนสั่งมาให้ทำ เป็นครูถ้าได้รับมอบหมายให้ทำงาน 100 ข้อ ข้อนึง 1 หน้ากระดาษา คำนวนทุกข้อ ส่งวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ครูจะเหนื่อยมั้ยครับ ให้ลองนึกดูนะครับ เหนื่อยใช่มั้ยละครับ พอเหนื่อยเด็กมันก็ไม่อยากทำ พอไม่อยากทำมันก็ลอกเพื่อนบ้าง ไม่ส่งบ้าง ปัญหาของเด็กที่ตามมาคือ ความไม่เข้าใจ
แน่นอนล้ะครับถ้าย้อนกลับมาที่คนที่ทำมันก็จะเสียเวลาส่วนตัวของชีวิต และเสียเวลาพักผ่อน ซึ่งหลายๆคนคงเคยได้ยินคำนี้นะครับจากปากครู "เอาการบ้านไปทำดีกว่าไร้สาระกับหน้าจอไว้วันๆ" ซึ่งคำพูดนี้ถามว่าผิดไหม มันไม่ผิดนะครับ แต่มันควรจะพอดี นิยามของการบ้านคือการทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา แต่การที่สั่งเป็น 10-20 ข้อ มันไม่เรียกทบทวนแล้วเน้ออ เปิ้ลฮ้องว่า ให้การบ้านบ่เกรงใจวิชาอื่น
ใครที่อ่านกระทู้นี้ลองคิดพิจารณาดูนะครับ ลองแชร์ให้เพื่อนๆหรือ พี่น้องๆพิจารณาดูครับว่ามันควรจะแก้ไขไหม หรือมีข้อไหนที่ควรแก้ไขหรือทำให้มันดีกว่านี้ครับ
-จบเรื่องของการบ้าน-
ต่อมา เรื่องของคุณครู
*ครูสอนเด็กว่าให้เคารพคุณครูไม่ว่าจะที่สอนเราหรือไม่ได้สอนเราควรจะยกมือไหว้ทำความเคารพ นี่คือคำสอน แต่สถานการณ์จริงคือ เมื่อยกมือไหว้ ครูเมิน ไม่สนใจ หยิ่ง
*ครูสอนให้เด็กมีมารยาทแต่ครูบางคนเบื้องหลังก็แอบนินทากันว่าร้ายใส่กัน
*ครูสอนให้เด็กรู้จักสามัคคีกันแต่เบื้องหลังแย่งกันทำงานกลัวไม่ได้หน้า กลัวไม่เด่น หมวดนั้นไม่ดี ต้องหมวดนี้เท่านั้น
*ครูสอนให้เด็กรู้จักประหยัดอดออม แต่ครูนี่เปลี่ยนชุดทุกวัน ใส่ชุดสวยๆมาอวดกันที่โรงเรียน
*ครูสอนให้รู้จักเคารพกฏจราจรแต่ครูขับรถกลางสี่แยก ไฟเลี้ยวเปิดมั้ย
*ครูสอนให้เด็กรักนวลสงวนตัวไม่นุ่งสั้นสายเดี่ยวแต่กระโปรงครูนี่สูงกว่าเข่าไปเยอะมากนั่งท่าแมนๆ
*ครูสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงินแต่ครูกับซื้อน็นซื้อนี่มาใช้ราคาแต่ละอันแพงๆทั้งนั้น
*ครูสอนให้สวมหมวกนิรภัยหรือคาดเข็มขัดแต่ครูขับมอไซค์ปาดซ้ายปาดขวาหมวกไม่มีบางทีรีบขับรถผ่านตรงที่มีเด็กเยอะ กดแตรไล่พร้อมความเร็วที่น่าจะสาหัส
*********ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าหมื่นคำสอน**********
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับลองพิจารณาดูว่า มันควรจะปรับปรุงหรือควรแก้ไข บ้างไหม ยังไง
อ้อขอเสริมนะครับคุณเชื่อมั้ยครับว่าเด็กไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าถ้าอยู๋กับระบบการศึกษาแบบนี้จะเป็นคนที่ไม่รู้ตัวเองครับ และไม่กล้าที่จะแสดงออก แล้วไทยก็จะถูกแซงเรื่อยๆครับ
กระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาต่อสถาบันใดๆและไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่าคุณครูท่านไหน โปรดอ่านด้วยความใจเย็นแล้วใช้สติพิจารณาพร้อมกับความคิดที่ดีครับ