ขอบคุณที่เคยรักกัน ทั้งๆที่แอบมีใครอีกคน

สวัสดีค่ะ เราชื่อ R เรียนอยู่ที่แห่งหนึ่งในจังหวัดของภาคเหนือตอนล่าง ส่วนแฟนเราชื่อ M เป็นทหารอยู่ค่ายหนึ่งในจังหวัดนี้ บ้านของเขาอยู่ในจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือ ด้วยส่วนตัวเราชอบอะไรที่เป็นภาคเหนืออยู่แล้วทั้งภาษา อากาศ เราจึงได้เริ่มคุยและทำความรู้จักกับเค้าโดยที่เค้าเป็นคนเริ่มทักมาก่อน ปกติเราจะคุยกันเฉพาะวันที่เค้าทักมา แรกๆเราก็คุยกันแบบเพื่อนที่รู้จักกันเพราะเราสองคนก็อายุ 21 เท่ากัน จนวันหนึ่งเราตกลงที่จะไปทานข้าวกับเค้า แล้วก็เป็นวันที่เราสองคนเจอกันเป็นครั้งแรกเช่นกัน เค้าก็บอกกับเราว่าพาพี่ผู้หญิงไปด้วยได้ไหมพอดีพี่มาหา (พี่คนนี้ชื่อ K ค่ะ) เราเองก็ตกลงไม่ได้ว่าอะไร อยู่ดีๆเค้าก็บอกพี่ไม่มาแล้ว พี่โกรธมากเพราะจะมีเราไปด้วย ซึ่งเราเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลยทำไมแค่นี้ต้องโกรธขนาดนั้น หลังจากวันนั้นเราก็ตกลงคบกับเป็นแฟน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทานข้าวเย็นด้วยกันโดยที่มีเค้าคอยมารับส่งทุกวัน มีบางทีที่เราไปค้างที่บ้านพักของแฟนในค่ายบ้าง ซึ่งในบ้านก็จะมีเพื่อนเค้าและแฟนอีก เค้าเองก็เคยพูดถึงพี่ K ให้ฟังว่านับถือเป็นเหมือนน้า เหมือนแม่คนหนึ่ง เพราะอายุก็เท่าๆกับแม่เค้า (ประมาณ 40+) พี่คนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่ภาคเหนือแต่ไม่ใช่จังหวัดเดียวกับแฟนเรา ส่วนสามีและลูกของพี่ K อยู่ที่ภาคกลาง พี่ K มีร้านกาแฟอยู่จังหวัดข้างเคียงที่เราอยู่ เวลาพี่ K ลงมาจากที่นู้นก็จะแวะมาหาแฟนเรา ให้พาไปกินข้าวด้วย ถ้าวันไหนที่พี่เขามา เราก็จะไม่ได้ไปกินข้าวกับแฟนเหมือนทุกวัน และก็เป็นอย่างนี้ทุกรอบ แต่เราก็เข้าใจแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่สงสัยเลยด้วยซ้ำ ส่วนพี่ K เองก็รู้ว่า M กับเราคบกัน มีอยู่วันหนึ่งที่เขา 2 คนไปเที่ยวด้วยกันวันนั้นเราจะซักผ้าหรือเอาผ้ามารีดให้แฟนนี่แหละ เห็นรอยเปื้อนบนเสื้อสีขาวที่ใส่ตอนไปเที่ยวอยู่บริเวณแถวๆไหล่ แฟนก็บอกว่าพี่ K ทำไวน์หกใส่ เราได้แต่คิดในใจว่าคงอยู่ใกล้กันมากไวน์ถึงหกใส่บริเวณนั้นได้ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ ช่วงเวลาที่คบกันแฟนก็มีคุยๆกับเราว่าเรียนจบแล้วหมั้นกันนะ อยากไปเที่ยวบ้านเราไปได้ไหม แม่จะว่าหรือป่าว เราก็ลองไปคุยกับแม่ แม่ก็โอเค แต่พอถึงวันจริงๆเค้าก็บอกไปไม่ได้แล้วนะจะไปหาพี่ K ใกล้ปีใหม่แล้วมีแต่คนอยากเจอ เราก็โอเคไม่ว่าอะไร แล้วเค้าก็ถ่ายรูปมาให้ดูว่าไปซื้อของเตรียมจะไปเที่ยวเกาหลีช่วงปีใหม่นี้ ค่าทัวร์ ค่าของทุกอย่างพี่ K จ่ายให้หมดเลย มาตอนนี้เราเริ่มสงสัยละทำไมใจดีขนาดนั้น แค่รู้จักนับถือกัน ญาติจริงๆก็ไม่ใช่ แต่เราก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ พอช่วงปีใหม่แฟนก็ส่งรูปมาให้ดูว่าไปเคาว์ดาวน์กับครอบครัวและก็พาพี่ K ไปเที่ยวที่บ้านด้วย เราก็ยังเชื่อใจแฟนเหมือนเดิมแหละค่ะเพราะตอนนั้นเค้ายังเหมือนเดิมทุกอย่าง พอวันที่ 3 ม.ค. แฟนเรา พี่ K และ I (ลูกสาวพี่ K) เดินทางไปเที่ยวที่เกาหลีกันค่ะ ช่วงที่อยู่เกาหลีเค้าถ่ายรูปส่งมาให้เราดูตลอดว่าไปไหนมา มีคุยกันบ้างในช่วงที่ว่างๆ พอแฟนกลับจากเกาหลีเค้าก็ขึ้นไปบ้านพี่ K อีก และกลับมาทำงานในสัปดาห์ถัดมา สลับกับเราที่ต้องขึ้นไปฝึกงานต่างจังหวัด รวมๆแล้วช่วงนั้นเราไม่ได้เจอกันเลยเกือบ 1 เดือน แต่ยังคอลไลน์หากันตลอด มีโพสต์เฟสบุ๊คแท็กแกล้งกันบ้าง แต่อยู่ดีๆแฟนก็มาบอกว่าลบโพสต์นั้นได้ไหมพี่ K ไม่ชอบรูปมันทุเรศ (รูปนั้นเป็นรูปที่แฟนชู 2 นิ้ว ทำหน้าแบ๊วๆ) เรายิ่งงงไปใหญ่ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ลบให้ ตลอดเวลาที่ห่างไกลกันเค้าดูรักและหวงเรามาก เอาใจใส่ นับวันรอที่จะกลับไปเจอกันจนเพื่อนหลายๆคนก็พากันอิจฉาที่ได้แฟนทั้งหล่อและดี แล้วมีช่วง 2 วันก่อนที่เราจะกลับจากต่างจังหวัดแฟนบอกว่าพี่ K จะมา ช่วงวันนั้นเป็นวันที่เราไม่ได้คุยกันเลยหลังจากตกเย็นที่แฟนเลิกงาน แล้ววันถัดมาก็เป็นวันที่เรากลับจากต่างจังหวัดเค้าดูตื่นเต้น ใจจดจ่อรอเรามาก พอเรามาถึงเค้าก็มารับเราไปอยู่ที่บ้านพัก ช่วงนั้นเราอยู่ด้วยกันยาวประมาณ 1 สัปดาห์ แฟนก็บอกว่าจะไปไต้หวันกับพี่ K ประมาณเดือนหน้า สามีพี่ K ให้ไปแทนอะไรประมาณนั้น แต่จริงๆเขาสองคนคงแอบไปกันเองมากกว่า(ดูจากรูปถ่าย และอ่านในแชทที่เขาคุยกัน) หลังจากกลับจากไต้หวันพี่ K ก็มาหาแฟนเราบ่อยขึ้น และเช่าอพาทเมนต์อยู่ยาวถึง 2 เดือน ช่วงนั้นเรากับแฟนแทบจะไม่ได้เจอกันเลย เจอกันแค่ 2 – 3 ครั้ง ไม่ค่อยคุยกันด้วยซ้ำ จะไลน์มาหาก่อนนอนบอกว่ารัก คิดถึงเรามาก รอวันว่างหลังจากที่พี่ K กลับไปจะมารับทันทีเลย แม้แต่วันเกิดเราเค้าก็อยู่ด้วยกัน รอวันที่พี่ K ไม่อยู่ถึงได้ไปกินข้าวย้อนหลังวันเกิดของเรา ช่วงนั้นเราไม่มีความสุขเลย แม่ก็ถามอยู่บ่อยๆว่าเรามีปัญหาอะไรกันรึป่าวเห็นเราดูเศร้าๆถ้าไม่โอเคก็เลิกกันไปเหอะ ถึงแต่งกันไปแล้วเราต้องไปอยู่บ้านแฟนแม่ก็ไม่รู้ว่าเราอยู่ทางนู้นมีความสุขรึป่าวหรือต้องไปทุกข์เผชิญปัญหาอยู่ที่นู้นคนเดียว แต่แฟนให้เหตุผลที่พี่ K มาอยู่ยาวเพราะว่าร้านกาแฟที่จังหวัดใกล้ๆมีปัญหายังทิ้งร้านกลับไปที่บ้านไม่ได้เราเองก็ได้แต่รอ ในช่วง 2 เดือนนั้นเราเห็นแฟนเปลี่ยนไปมาก การแต่งตัว เสื้อผ้า เริ่มใส่ของแบรนด์เนม กำไลทองคำขาว แหวนเพชร นาฬิกา Seiko และของอื่นๆอีกมากมาย เราเริ่มสงสัยในตัวแฟนมากขึ้น พอถามเค้าก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าคือพี่น้องกันเฉยๆ เราก็ยังคบกันต่อไปแบบนั้นทั้งๆที่เค้าเริ่มเปลี่ยนไป จนผ่านมาถึงช่วงสงกรานต์ต่างคนต่างกลับบ้านเริ่มมีเวลาคุยกันมากขึ้น เหมือนจะเข้าใจกันดี แต่พอรุ่งเช้าของอีกวันเค้ากลับมาบอกเลิกดื้อๆเค้าหาเหตุผลทุกอย่างเพื่อจะเลิก แต่เราเองที่รั้งเขาไว้ ปล่อยให้เค้าได้ทบทวนจนตกเย็นเราไลน์ไปถามเค้าว่าโอเคขึ้นรึป่าว เค้าก็บอกโอเคขึ้นมากแล้ว ตอนนี้คุยกับแม่เรื่องหมั้นแล้วนะ พ่อกับแม่รู้แล้วว่าเราสองคนอยู่ด้วยกัน ครอบครัวเราทั้งสองคนก็คุยกันผ่านทางโทรศัพท์ว่าถ้าว่างๆจะไปคุยเรื่องหมั้นที่บ้านเรา พ่อกับแม่ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันตามนั้น แม่เค้าก็ยินดีและเข้าใจเราทั้งสอง บอกเราว่าให้รักและซื่อสัตย์กับลูกเค้าให้มากๆ M รักใครแม่ก็รักด้วยอยู่แล้ว แม่เองก็มีแค่ลูกชายคนเดียวอยากมีลูกสาวเหมือนกัน พอเราได้ฟังที่แม่เค้าพูดก็รู้สึกดีขึ้นมากที่ครอบครัวเค้าเองก็ยอมรับเรา หลังจากช่วงสงกรานต์เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันปกติได้ 1 เดือน แฟนก็เอาแหวนญาติ (เป็นแหวานที่ทหารจะทำไว้ให้กับแฟน)มาหมั้นไว้ก่อนที่จะถึงวันหมั้นจริง ซึ่งช่วงที่เราอยู่ด้วยกันมันก็ไขความสงสัยให้เราทุกอย่างที่ผ่านมา เราพอที่จะรู้อะไรมากขึ้นแต่แฟนก็ไม่สารภาพและยอมรับตรงๆนะคะ แล้วเค้าก็ขอร้องให้เราอยู่กับเขา ไม่ทิ้งเขาไปไหน ด้วยความที่รัก เราให้อภัยเขาทุกอย่างที่ผ่านมา ระหว่างนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรกวนใจ เรื่องพี่ K ก็หายไปเหมือนเขาสองคนจะไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ เหมือนเคลียร์ทุกอย่างจบไปหมดแล้ว และแล้วก็เป็นวันที่เราต้องจากกันไกล เพราะคำสั่งย้ายที่เขาทำออกมาแล้ว ตอนนั้นเราไม่ได้กลัวเรื่องความห่างไกลเท่าไหร่ เพราะที่เค้าจะย้ายไปก็เป็นที่บ้านเค้าเอง ยังมีแม่คอยดูแลใกล้ๆ แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย แฟนเริ่มตีห่างจากเรา ไม่คุย ไม่ทัก บอกแค่ว่าไม่มีเวลาว่าง แต่ไปหาพี่ K ถึงเชียงใหม่กับแม่  แพลนจะไปนู้นไปนี่กับพี่ K แล้วเราก็เริ่มทะเลาะกันเรื่องนี้ขึ้นอีกครั้ง จนแฟนก็สารภาพตรงๆว่าเขากับพี่ K รู้จักกันก่อนที่จะมาคบกับเรา เค้านับถือพี่ K เป็นพี่ เป็นเหมือนแม่อีกคนหนึ่ง แต่พอ M กับเรามาคบกัน พี่ K ก็เริ่มมีอาการหึงหวง M ขึ้นมา หลังจากที่คบเราได้สักพักเขาสองคนก็แอบไปมีอะไรกันจริงๆ ช่วงที่ผ่านมาเค้าไม่เคยไปนอนที่บ้านพักเลยอยู่กับพี่ K ที่อพาทเมนต์ตลอด สรุปคือแฟนเราคบพร้อมกันสองคน โดยที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พี่ K เขารู้ก่อนเราอยู่แล้วว่าเรากับ M มีความสัมพันธ์กันยังไงเพราะเขาเองเคยถามจากแฟนเพื่อน M ที่อยู่บ้านพักหลังเดียวกัน สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบโดยการที่เค้าและแม่เลือกพี่ K และตัดปัญหาทุกอย่างโดยการที่ไม่คุย และบล็อกฝั่งเราทุกอย่าง ซึ่งเราเองก็ไม่เข้าใจว่าคนเป็นแม่เองก็เห็นดีงามกับเรื่องนี้หรอ ไหนบอกว่าอยากมีลูกสาวแต่ที่แม่เลือกคือวัยเดียวกับแม่ เรารักและซื่อสัตย์กับลูกแม่มาตลอด อยู่ๆเค้าตัดสินเราเองไม่ยอมคุยอะไรกับเราทั้งนั้นขนาดเป็นผู้หญิงด้วยกันแม่เค้ายังไม่เข้าใจเราเลย ทางครอบครัวของพี่ K เองเราก็ไม่มั่นใจว่ารับรู้เรื่องนี้รึป่าว แต่เราเคยอ่านแชทของพี่ K กับแฟนเรา ฝั่งนั้นบอกว่าขอสามีตัวเองว่าให้แฟนเราไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แล้วสามีก็นิ่งไม่ตอบอะไร ตอนนี้ในหัวมีแต่คำถาม ที่ผ่านมาทั้งหมดมันคืออะไร ไหนบอกว่าพี่ K เป็นแม่บุญธรรม คนที่บอกว่ารักคนที่วางแผนจะสร้างครอบครัวด้วยกันไปไหนแล้ว เงินที่ผู้หญิงคนนั้นเลี้ยงล้างสมองเค้าไปหมดแล้วหรอ ขนาดเราเป็นผู้หญิงเราอยากได้อะไรเราก็เก็บเงินเองนะ แต่เค้าเป็นผู้ชายมีเงินเดือนของตัวเอง มีพ่อมีแม่แต่ตัดสินใจเป็นเด็กให้ผู้หญิงเลี้ยงหรอ ทางผู้หญิงคนนั้นก็เหอะคุณมีลูกแล้วแถมเด็กที่คุณเลี้ยงเค้าเกิดทีหลังลูกคุณอีก ทำไมถึงทำกันได้ลง พวกคุณใช้ความไว้วางใจที่ให้ไปได้พังยับเยินมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่